ตอนที่ 14 กายราชันย์ขั้นสูง
“ดอกบัวในก้อนหิน”
เสียงหนึ่งดังขึ้นต่อกันมาเพียงไม่นานเกิดเสียงลือสะพัดไปทั่วเมืองเริ่มต้น ใช้เวลาเพียงชั่วน้ำเดือดข่าวนี้ส่งไปถึงยี่สิบเอ็ดสำนักชั้นนอกเพียงไม่นานทั่วทั้งเมืองเริ่มต้นต่างมารวมกันที่สระ์รวมถึงสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเริ่มต้น เ้าตำหนักนอกอันดับหนึ่งถึงสามต่างมาพร้อมเพียงกันทั้งหมดมองไปที่หินสีเขียวสุดแข็งแกร่งที่อยู่ชั้นล่างสุดของสะ์ที่ตอนนี้มีดอกบัวตูมปรากฏขึ้นมาอย่างไม่เคยพบเจอหรือได้ยินมาก่อนตลอดหกร้อยปีที่ผ่านมา
“ดอกที่สิบเจ็ด...โลกฝั่งโน้นส่งเพิ่มมาอีกคนหรือ” หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่หันไปถามกับชายฉกรรจ์ร่างอ้อนฉุผู้หนึ่งซึ่งในมือมีแผ่นโลหะที่ฉายภาพแผนภูมิรูปต้นไม้ลอยอยู่กลางอากาศ
“เ้าสำนักสาม ส่งมาเพียงสิบหกคนขอรับ”ชายร่างอ้วนฉุยกแผนภูมิให้ดูเป็การยืนยัน
“อืม... น่าจะเกิดการผิดพลาด” เ้าสำนักหลิวกล่าวกับเ้าสำนักทั้งสองด้านข้างราวกับปรึกษากัน
“ต้องรายงานขึ้นไปหรือไม่ขอรับ”ชายอ้วนฉุผู้ทำหน้าที่เหมือนเ้าหน้าฝ่ายทะเบียนราษฏกล่าวถาม
“ไม่ต้อง... รอดูไปก่อน” เ้าสำนักที่ดูาุโที่สุดบอกล่าว
“ขอรับเ้าสำนักหนึ่ง” ชายอ้วนฉุรับคำพร้อมถอยหลังออกอย่างสุภาพที่สุด
“ดูดอกบัว..ขึ้นมาจากดินแล้ว” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น ดึงดูความสนใจทั้งหมดจากดอกบัวในชั้นหินทันทีเมื่อภายในสระ์มีดอกบัวตูมดอกหนึ่ง สูงเลยชั้นดืนมาอยู่กลางน้ำแล้ว
“นี่เวลาเพิ่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงเอง”ยอดฝีมือของตระกูลหนึ่งกล่าวอย่างแตกตื่น ปลุกให้ทุกคนมองไปทางธูปนับเวลาที่กระถางด้านข้างโต๊ะของชายอ้วนฉุทันที
“มีดอกบัวอีกดอกก็ขึ้นมาแล้ว”
“อะไรจะเร็วเพียงนั้น ทั้งยังมีถึงสองคนอีกด้วย” เสียงพูดคุยแฝงอาการแตกตื่นดังเซ็งแซ่เมื่อมีดอกบัวตูมอีกดอกสูงขึ้นมาจนทัดเทียมกับดอกแรกอย่างน่าอัศจรรย์
“ยังมีอีกห้าดอกที่เริ่มพ้นดินแล้ว”
“ปีนี้กลับปรากฏเด็กที่มีพร์มากมายเพียงนี้”เสียงดังออกจากปากหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม เ้าตำนักสองอดอดตื่นเต้นไม่ได้
เวลาผ่านไปครบหนึ่งชั่วยาม ดอกบัวตูมที่พ้นดินเหลวขึ้นมามีถึงเก้าดอกนับเป็ปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดนับั้แ่มีคนเดินทางมาจากโลกใบเล็กทั้งสิบดอกมีสองดอกที่โดดเด่นที่สุด ตอนนี้ขึ้นมาอยู่ระดับผิวน้ำแล้วอีกห้าดอกอยู่กลางน้ำสูงต่ำเหลื่อมล้ำกันเล็กน้อย อีกสองดอกสูงจากดินเหลวเพียงคืบเดียวแต่ต้องนับว่าโดดเด่นมากเช่นกัน เมื่อย่างเข้าชั่วโมงที่สาม ดอกบัวตูมที่อยู่กลางน้ำห้าดอกมีจำนวนสามดอกสามารถขยับสูงขึ้นทัดเทียมสองดอกแรกที่อยู่ผิวน้ำมากว่าหนึ่งชั่วโมงเต็มได้เช่นกัน
“ดอกบัวผิวน้ำห้าดอก!”เสียงผู้คนตื่นเต้นแฝงความนับถือดังไปทั่วเมืองเริ่มต้นทันที
“ความฝันที่จะบุกเบิกโลกเทวะชั้นที่สองคงเป็จริงที่เด็กรุ่นนี้แล้ว”
ชั่วโมงที่สามผ่านไปครึ่งหนึ่ง ดอกบัวที่อยู่ในดินเหลวโผล่ขึ้นมากลางน้ำอีกสองดอกอีกห้าดอกกำลังจะแทงออกมาจากชั้นดินเหลวแล้ว และเมื่อครบสี่ชั่วโมงเต็มดอกบัวที่ขึ้นมาอยู่กลางน้ำั้แ่ชั่วโมงแรกค่อยบานออกคายเอาลูกโป่งที่ห่อหุ้มด้วยร่างเด็กชายที่มีผมดำเงาวัยเก้าขวบออกมาผู้หนึ่ง หลังจากนั้นอีกสิบนาทีดอกบัวกลางน้ำที่อยู่ติดกันก็คายเอาเด็กหญิงวันสี่ขวบผมสีทองหยักโศกออกมา อีกห้านาทีดอกบัวที่อยู่สูงจากพื้นดินเหลวหนึ่งคืบสองดอกบานออกพร้อมกันคายเอาเด็กชายวัยสิบขวบหนึ่งคนวัยหกขวบหนึ่งคน นี่คือเด็กที่มีพร์ระดับสูง อยู่ในมาตรฐานที่ผ่านมาจำนวนสี่คน
เมื่อครบสี่ชั่วโมงดอกบัวที่โผล่ขึ้นมาอยู่กลางน้ำในชั่วโมงที่สามจำนวนสองดอกบานออกตามลำดับเลื่อมล้ำแค่เศษวินาที คายลูกโป่งส่งเด็กชายวัยแปดขวบกับเด็กหญิงวัยหกขวบที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกันออกมา เป็เด็กที่มีพร์ระดับปานกลางสองคน
ชั่งโมงที่เจ็ดครบเต็มเวลา ดอกบัวห้าดอกที่อยู่ชั้นบนของดินเหลวประดุจดอกบัวที่เกิดเสมอผิวดินต่างทยอยบานออกมา ทั้งหมดนับเป็ผู้มีพร์ระดับต่ำจำนวนห้าคนเป็เด็กชายวัยระหว่างห้าถึงสิบขวบปีเป็เด็กที่มีพร์ระดับต่ำห้าคน
การจัดอันอับพร์ร่างกายพื้นฐาน ล้วนอาศัยเวลาั้แ่เริ่มจนบานในน้ำผู้ใดใช้เวลาเร็วที่สุดนับว่ามีพร์ในระดับชั้นกายมนุษย์ ซึ่งแบ่งเป็สามระดับสูง ปานกลาง ต่ำ ตามลำดับ แต่เมื่อใดพร์ก้าวข้ามขีดจำกัดขั้นขึ้นไปอีกขั้นเรียกว่าขั้นกายราชันย์แบ่งเป็สองระดับ สูง ต่ำ
ดอกบัวผิวน้ำระดับความสามารถดูซับพลังปราณ์ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งกลายเป็ผู้เก่งกาจต้องนับว่าดอกบัวใดจะบานช้าที่สุดจึงเป็ที่สุดของระดับชั้น
เวลาตอนนี้ผ่านไปสิบชั่วโมงดอกบัวทั้งห้าบนผิวน้ำปรากฏการเคลื่อนไหวต่างกันมีดอกบัวสองดอกพลันเติบโตขึ้น ดันก้านดอกยืดยาวไปบนอากาศ ความร้อนจากธาตุอักคีที่ยิ่งใหญ่พร้อมดูซับไอปราณ์ที่เข้มข้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว
“กายราชันย์ขั้นสูง!!!” เสียงนี้ดังออกจากปากระดับสามผู้ยิ่งใหญ่เ้าสำนักระดับหนึ่งที่สงบเยือกเย็นั้แ่ต้น ถึงกับไม่อาจข่มความยินดีได้
“อาไช่”
“ขอรับ ท่านเ้าสำนักหนึ่ง” ชายฉกรรจ์ร่างอ้วนฉุผู้ทำหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฏรีบขานรับเดินอุ๋ยอ้ายเข้ามาก้มหัวอย่างนอบน้อม
“รายงานถึงสำนักฝ่ายใน การปรากฏของกายราชันย์ขั้นสูงทั้งสอง”
“ ขอรับ” ชายอ้วนนาม อาไช่รับคำหมุนตัวเดินสั่นพุ่งยื่นกลับไปที่โต๊ะทันที
“เร็วกว่านี้..” เสียงเ้าสำนักหนึ่งตวาดดังลั่นพร้อมพลังกดดันรุนแรงแผ่กระจายอย่างมาอย่างกับมีหินหนักห้าร้อยกิโลทับถมลงที่ที่หลังร่างอ้วนฉุของอาไช่ราวกับติดสปริงในทันที ร่างลอยสูงขึ้นจากพื้นพุ่งวาบไปถึงโต๊ะหยิบแผ่นแผนภูมิต้นผลแห่งชีวิตติดมือ จากนั้นก็เห็นเพียงฝุ่นคละคลุ้งเป็ทางยาวออกไปนอกเมืองเริ่มต้นเร็วยิ่งกว่าเสียรถปอร์ตคาร์เสียอีก
อาไช่เร่งรีบจากไป เร่งรีบกลับมาพร้อมกับซองจดหมายปิดผนึกสีเขียวมรกตฉบับหนึ่งส่งมอบต่อเ้าสำนักระดับหนึ่ง เหล่าผู้ยิ่งใหญ่เมื่อได้รับจดหมายก็พากันจากไปด้วยดอกบัวทั้งห้าคงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะบานออกมา อีกอย่างผู้มีกายราชันย์ขั้นสูงทั้งสองย่อมไม่ตกลงมาที่พวกตนอย่างแน่นอนแล้วแต่อย่างน้อยดอกบัวผิวน้ำทั้งสามก็เป็ผู้มีกายราชันต์ขั้นต้นที่หายากเช่นนั้นทั้งสามย่อมถูกคัดเลือกเข้าสู่สำนักสามอันดับแรกโดยไม่ต้องแย่งชิง ยังจะอยู่อีกเพื่ออะไร
ผ่านไปสิบห้าวันดอกบัวผิวน้ำทั้งสามทยอยบานออกมาสองคนแรกเป็เด็กชายวัยเจ็ดขวบทั้งคู่ หนึ่งใบหน้ากลมมนผมสีดำเข้มรูปร่างค่อนข้างอ้วนแต่สมส่วนอีกหนึ่งผมที่ทองดวงตาสีครามรูปร่างดูผอมบางแต่แข็งแกร่งสูงกว่าคนแรกสามเิเส่วนคนสุดท้ายเป็คุณชายตระกูลโง้วที่มีดวงตาแคบเล็กเอง
ตระกูลโง้วเห็นผู้มีพร์ขั้นกายราชันย์เป็เด็กตระกูลโง้วต้องโห่ร้องแสดงความยินดีจนแทบคลุ้มคลั่งถึงกับทุ่มเทผนึก์ขั้นต่ำ(เงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของในโลกเทวะระดับต่ำมีน้ำหนักขนาด 1 กรัม ระดับกลาง 10กรัม ระดับสูง 100 กรัม )กว่าสามร้อยก้อนแจกจ่ายออกไป ซึ่งหากเทียบกับเงินของโลกใบเล็กเท่ากับสามล้านบาทเลยทีเดียว
เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มดอกบัวสองดอกกลางนภาเบ่งบานพร้อมกันทั้งสองต่างเป็เด็กหญิงที่น่ารักสองคน แตกต่างกันที่ หนึ่งรูปร่างสูงโปร่งแขนขาเรียวยาวได้ทรงผสานกับผิวกายขาวประดุจหยกเนื้อดี ทั้งยังมีหน้าตารูปไข่รับกับทรงผมซอยสั้นระดับติ่งหูแต่งแต้มคิ้วโค้งเรียวยาวพอดีกับดวงตากลมโตให้ความรู้สึกใสซื่อน่าทนุถนอม อีกหนึ่งมีใบหน้ารูปหัวใจกับขนตายาวงอนประดับบนดวงตาที่คมโตดูดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวเมื่อรวมกับผมหยักศกยาวปะบ่า แม้จะมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์กับผิวสีแทนยังมิอาจบดบังความน่ารักของเด็กหญิงได้ทั้งยังยิ่งดูเด่นสง่าไปอีกแบบหนึ่ง
เด็กหญิงทั้งสองกลายเป็จุดเด่นของเมืองเริ่มต้นทันทีโดยเฉพาะเด็กหญิงผิวขาวมาจากตระกูลซูกลายเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเริ่มต้นในทันที ส่วนเด็กหญิงผิวสีแทนมาจากเชื้อสายตระกูลเจิ่งซึ่งเป็ลูกครึ่งทางฝั่งยุโรปของโลกใบเล็กตระกูลเจิ่งที่เมืองเริ่มต้นนั้นเป็เพียงตระกูลเล็กๆต่ำต้อยตระกูลหนึ่งแต่เมื่อเด็กหญิงปรากฏตัวขึ้นส่งผลให้ตระกูลเจิ่งขยับฐานะขึ้นมาอีก่ใหญ่เลยทีเดียว
เมื่อเหล่าเด็กจากโลกใบเล็กจุติครบทั้งสิบหกคน นายทะเบียนคือชายกลางคนนามอาไช่เข้ามาทำการขึ้นทะเบียนลงรายชื่อบนแผนภูมิต้นผลแห่งชีวิตจากนั้นทุกชีวิตที่มาใหม่ที่หลุดออกจากดอกบัวในสระ์จะมีพื้นฐานพลังลมปราณ์ขั้นต่ำๆจะอยู่ที่ระดับเริ่มกำเนิดขั้นสามเป็อย่างน้อยเนื่องจากตรากฏของสระ์ เป็ตรากฎเดียวกับโลกใบเล็กมีอยู่การเพาะบ่มในดอกบัวตูมจะสั่งสมพลัง์เพาะบ่มร่างกายจนถึงขั้นสามหากพร์ไม่เพียงพอจนถึงขีดสุดของร่างกายดอกบัวจะเบ่งบานออกตรากฎที่วางไว้จะนำพาคนผู้นั้นออกมาภายนอกสระ์ทันทีแต่หากพร์ทางกายโดดเด่นมีทะเลปราณ(ตันเถียน , จักระ)กว้างใหญ่อย่างเช่นเหล่าดอกบัวผิวน้ำทำให้กว่าดอกบัวจะบานจะใช้เวลานานจนอาจทะลวงขั้นฝึกปรือขั้นที่สี่ที่ห้าได้เลยทีเดียว แต่ถึงจะมีพร์โดดเด่นเพียงใด ทั้งหมดยังต้องไปพักที่สำนักที่ยี่สิบเอ็ดเพื่อฝึกฝน ปรับพื้นฐานให้แน่นอีกครั้ง และเมื่อก่อนอายุสิบเอ็ดขวบทุกคนจะต้องทะลวงขีดจำกัดของระดับชั้นพลังเริ่มกำเนิดที่มีทั้งหมดห้าขั้นก้าวสู่ระดับกำเนิดพลัง จึงจะเป็ผู้บำเพ็ญยุทธโดยสมบูรณ์ เมื่อนั้นจะสามารถเลือกเข้าสำนักทั้งยี่สิบได้ผลประโยชน์จากการเข้าร่วมสำนักจะได้สิทธิพิเศษมากมายจนทำให้เด็กใหม่ทุกคนต้องทำการเลื่อนระดับให้จงได้แต่หากพ้นอายุสิบเอ็ดปีไม่อาจเข้าถึงขั้นกำเนิดพลัง จะถูกส่งตัวออกจากสำนักทันทีกลายเป็คนธรรมดาแห่งโลกเทะที่ต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตต่อไปในโลกนี้
...........
ภาคผนวก 1
ระดับขั้นพลังในเมืองเริ่มต้น
1. ระดับเริ่มกำเนิดแบ่งเป็ห้าขั้นย่อย
1.1 มีกำลัง1แรงม้า ต้องสะสมลมปราณ์หนัก 1. กิโลกรัม
1.2 มีกำลัง2แรงม้า 2.กิโลกรัม
1.3 มีกำลัง4แรงม้า 4 กิโลกรัม
1.4 มีกำลัง8แรงม้า 8 กิโลกรัม
1.5 มีกำลัง16แรงม้า 16กิโลกรัม
บริเวณรอบๆเมืองเริ่มต้นจะมีไอ์เบาบางร่างกายธรรมดาๆ นั่งบำเพ็ญ 1วันสะสมลมปราณ์ได้เพียง 10 กรัม หรือ 100 วันต่อ1กิโลกรัม หรือ 1600 วัน หรือ 4ปี4เดือน20วัน
ผนึก์ขั้นต่ำน้ำหนัก1 กรัมมีพลัง์ 1กรัม เช่นกัน ดังนั้นการฝึกยุทธในโลกเทวะ้าผนึก์อย่างมากจึงมีค่าสูง และกลายมาเป็วัตถุตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ
2. ระดับกำเนิดพลัง แบ่งเป็เจ็ดขั้นย่อย ทุกระดับขั้นพลังจะแตกต่างกันหนึ่งเท่าตัว
2.1 ขั้นที่1 จะมีพลังลมปราณหนึ่งปี (หน่วยวัดกำลัง 1 ปี เท่ากับ กำลัง20 แรงม้า)
2.2 ขั้นที่2 พลังลมปราณสองปี
2.3 ขั้นที่3 พลังลมปราณสี่ปี
2.4 ขั้นที่4 พลังลมปราณแปดปี
2.5 ขั้นที่5 พลังลมปราณสิบหกปี
2.6 ขั้นที่6 พลังลมปราณสามสิบสองปี
2.7 ขั้นที่7 พลัวลมปราณหกสิบสี่ปี (1280 แรงม้า)
· การฝึกปรือของโลกเทวะผู้มีกายพร์ที่ดีเยี่ยมมากเท่าใดการดูซับพลังงานหรือการรองรับพลังงาน์ยิ่งกว้างใหญ่มากมายกว่าผู้มีพร์ต่ำต้อยสมมุติ บางคนมีร่างกายพร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มีทะเลปราณ(ตันเถียน,จักระหรือเรียกให้เข้าใจง่ายคือ บ่อสะสมพลังงาน เมื่อ้าใช้พลังก็แค่ดึงออกไปใช้หากบ่อใหญ่ใช้ได้มาก ได้นาน) เล็กๆ รองรับลมปราณ์ได้เพียง 20 กิโลกรัมเช่นนั้นชั่วชีวิตก็เพียงติดอยู่ระดับกำเนิดพลังขั้นหนึ่งไปจนตาย
· การจะเลื่อนขั้นระดับพร์้าการเกิดใหม่ที่เรียกว่า ทวนลิขิตฟ้า วิธีทวนลิขิตฟ้าต้องใช้วัตถุสิ่งของมีค่ามากมายรวมถึงกรรมวิธียังไม่เปิดเผยตอนนี้