โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 91 คืนลับอีกคืน

            หัวใจเขาเต้นโครมครามในอก จนเขารู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ ตรงลำคอ คำพูดของเธอแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินแต่เหมือนเสียงฟ้าร้องในหัวใจเขา ทุกอย่างรอบข้างดูเหมือนจะหยุด…ยกเว้นหัวใจของเขา

            เขาไม่ตอบ…ทำได้เพียงมองเธอด้วยดวงตาไหวระริกที่พูดอะไรไม่ออก เพราะคำว่าคืนนี้... จากปากเธอ มันไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันคือคำเชิญ มันคือการเปิดประตูสู่ความลับอีกบทหนึ่งที่เขารู้ว่าอาจไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

            “พี่ปพนต์…” เขาพูดชื่อออกมาเบาๆ เหมือนจะเตือนทั้งเธอและตัวเอง

            “เขาไว้ใจนาย…” เธอว่าเสียงนุ่ม แตะปลายนิ้วเบาๆ ที่หลังมือเขา

            “แล้วพี่ล่ะ?” เขาถามกลับ เสียงขาดห้วง “ยังไว้ใจผมอยู่หรือเปล่าครับ?”

            มารตีเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ใช่การล้อเล่นหรือยั่วเย้าอีก แต่เป็นความนิ่งลึกที่ทำให้นัทพงษ์กลัว “พี่ไว้ใจความรู้สึกของตัวเองมากกว่า”คำตอบของเธอเบา แต่หนักแน่น

            เขาเม้มริมฝีปากแน่น มองปลายนิ้วเธอที่ยังวางอยู่บนเข่าเขา แสงแดดลอดผ่านใบไม้เป็นลายพร่างพราวบนผิวเธอทำให้เธอดูเหมือนภาพฝันในวันฤดูร้อน สวย อ่อนโยน…แต่ไม่อาจจับต้องได้

            “พี่ไม่กลัวอะไรเลยเหรอครับ?” เขาถามด้วยเสียงสั่น“แบบกลัวพี่ปพนต์รู้…กลัวพี่พีชเห็น…”

            “กลัวสิ” เธอยิ้มบาง ดึงมือกลับช้าๆ แล้วหันหน้าไปยังทะเล “แต่พี่ไม่อยากเสียสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง…โดยที่ยังไม่ได้ลองรักษามันไว้”

            คำพูดของเธอทำให้นัทพงษ์เงียบและนิ่งไปนาน เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรจะดีใจที่เธอเลือกเขา หรือควรหนีไปให้ไกลจากเธอ เขาอาจเป็นแค่คนหนึ่งที่เธออยากมีในช่วงเวลาหนึ่งหรือ…เขาอาจเป็นคนที่ทำลายทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว

            แต่ที่แน่ๆ เขารู้แล้วว่า…

            คำว่า “คืนนี้” จากปากเธอ มันไม่ใช่แค่คืนเดียวอีกต่อไป มันคือการเชิญเขาเข้าไปในโลกของเธอโลกที่เต็มไปด้วยความลับ และเสน่หาที่ไม่อาจห้ามใจ

     

            และแล้ววเลานั้นก็มาถึงอีกครั้ง...กลางดึกอันเงียบสงัดวิลล่าแห่งนี้เหมือนถูกโอบล้อมด้วยความมืดสนิท นอกจากเสียงลมหายใจและเสียงขยับตัวบนฟูกที่จมลงกับพื้นไม้แล้วก็ไม่มีเสียงใดๆ อีก

            มารตีแอบลุกออกจากห้องนอน ด้วยชุดคลุมผ้าชีฟองบางเบาที่พันรอบลำตัวเธอเดินตรงไปยังห้องของนัทพงษ์ เงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าทว่าความตึงเครียดในอากาศกลับร้อนแรงเกินบรรยาย

            ร่างบางเลือนรางยืนอยู่หน้าประตูห้องของนัทพงษ์ ไฟโคมติดผนังหรี่ลงจนเห็นเพียงเงาสลัวร่างของเธอปรากฏเป็นเงากึ่งเปลือยสะท้อนบนผนัง

            นัทพงษ์นอนหันหลังให้ยังไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนมาเคาะประตูเขาสะดุ้งตื่นนิดหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงลุกไปเปิดประตู ก็เห็นร่างบางยืนอยู่กับเงารางเลือนเธอไม่พูดอะไร เพียงก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ก่อนปิดประตูตามหลัง

            “พี่รตี...” นัทพงษ์พึมพำโดยไม่รู้ว่าทำไมคำนั้นจึงหลุดออกมา

            หญิงสาวผู้มาเยือนยามราตรีเพียงยิ้มอ่อนๆ เธอแกะผ้าคลุมออกจากบ่าช้าๆ ปล่อยให้มันลื่นหล่นลงกับพื้นพอเงื้อแขนขึ้นอีกครั้ง เธอก็แกะสายผ้าออกทีละเส้น มือเรียวประคองผ้าคลุมไว้ในมือ ชั่วครู่ผ้าก็ค่อยๆไถลลงมาตรงเอว เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่สวนปลายชูชันและแผ่นหลังที่เรียบเนียนของเธอ

            นัทพงษ์ตัวแข็งทื่อ ใจเต้นผิดจังหวะจนเขาได้ยินเสียงชัดเจนริมฝีปากแห้งผากเพราะตกตะลึง “พี่รตี...นี่...” เขาพูดไม่ออก

            มารตีไม่พูดอะไรเพียงแต่เดินเข้าไปหาหนุ่มรุ่นน้องในจังหวะช้าๆมือของเธอแตะปลายคางเขาเบาๆ มองตรงเข้าไปที่ดวงตาคู่นั้นราวกับถามสิ่งที่ไม่กล้าถามด้วยวาจา

            “คืนนี้...ขออีกครั้งได้ไหมจ๊ะ” เธอกระซิบเสียงแผ่ว

            นัทพงษ์รู้สึกทุกอย่างในตัวสั่นสะท้าน ลมหายใจสั้นลงสติแตกกระเจิงระหว่างความผิดบาปกับความสุขลึกล้ำ เขาอยากหนีอยากสลัดภาพคืนที่ผ่านมาออกไป แต่ขณะเดียวกัน หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก

            มารตีก้าวเข้ามาใกล้ แล้วโอบร่างเขาจากด้านหลัง มือหนึ่งลูบไล้ช่วงเอวและปลายมืออีกข้างเลื่อนไปวางบนเนแผงอกเขา พลังอ่อนนุ่มของเธอปลุกพลังร้อนแรงในตัวเขาให้ตื่นขึ้น

            “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” เธอกระซิบ ลมหายใจร้อนสัมผัสใบหูเขา“ปล่อยให้การสัมผัสเป็นคำตอบ”

            นัทพงษ์หลับตาแน่น ปล่อยให้ทุกความรู้สึกไหลบ่า เขาโอบเธอให้แน่นขึ้นจูบไล้ไหล่บาง ก่อนจะหันกลับมาจุมพิตลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธอจูบแผ่วเบาแต่ลึกซึ้ง ทุกจังหวะเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่ง ใต้แสงโคมไฟที่เหลือเพียงแสงสลัวเงาเรือนกายทั้งสองเคลื่อนไหวผสานกัน นัทพงษ์ค่อยๆ ประคองร่างเธอลงบนเตียง ผ้าปูสีอ่อนรับกับผิวเปลือยของเธอเป็นภาพที่ดูงดงามจนเขาตื่นตะลึง

            มารตีค่อยถอดเสื้อเชิ้ตเขา ปลดกระดุมทีละเม็ดมือเรียวไล้ลงมาถึงหน้าอกแข็งแรง ช่วงเวลานั้นเขาหันมามองเธอด้วยสายตาแวบหนึ่งก่อนจะยอมให้เธอทำตามใจโดยไม่ขัดขืน ความรู้สึกผิด เขารู้ดีว่ากำลังทรยศปพนต์ ความกลัว...กลัวว่าถ้าปพนต์มารู้เขาจะเสียทุกอย่าง ความปรารถนา...แรงดึงดูดจากเธอช่างร้อนแรงยิ่งกว่าสายน้ำอุ่นใต้ฝักบัวเมื่อคืนหลายเท่าตัว

            ทุกอย่างอย่างกระทบกันจนกลายเป็นพายุอารมณ์ มารตีไม่รีบร้อนเธอสอนให้เขาช้าๆ ในการสำรวจร่างเปี่ยมเสน่ห์ของเธอ ชายหนุ่มไล้นิ้วสัมผัสซอกคอแม้จะรู้ว่าทุกสัมผัสคือบาป แต่ในความมืดสลัวนั้น เขากลับไม่สามารถหยุดตัวเองได้

            นัทพงษ์ตอบสนองเธออย่างยอมจำนน ริมฝีปากประสานกันแนบชิด มือประคองร่างเธอไว้แน่นมืออีกข้างลูบไล้จากหลังเรียบเนียนลงไปถึงปลีก้นอวบหยุ่นมือ เธอครางเบาๆทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหว ชั่วขณะหนึ่งเขาเผลอคิดไปว่า…“นี่มันผิดหรือถูกกันแน่?”

            แต่คำถามนั้นก็ถูกกลืนหายไปใต้ริมฝีปากที่กำลังผสานกัน มารตีสะกิดเขาเบาๆที่ริมฝีปากแล้วจูบตอบ จูบนั้นลึกกว่าเดิมจนเขาแทบขาดใจตาย ทั้งคู่ค่อยๆค้นหาจังหวะของกันและกันในความเงียบงัน เสียงเนื้อกระทบกันเสียงลมหายใจหนักหน่วงจนแทบเก็บไม่อยู่เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเหมือนเครื่องยนต์ที่กำลังสั่นสะเทือน และเมื่อคลื่นอารมณ์สุดท้ายกระแทกถึงจุดสูงสุดมารตีช้อนหน้าขึ้น สายตาเธอชุ่มฉ่ำ ริมฝีปากสั่นน้อยๆ ไม่ต่างจากเขา

                “นัทพงษ์จ๋า...” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนแผ่วเบาแต่หนักแน่นจนเขาไม่อาจแข็งใจไหว

            เขาโน้มตัวลง ปล่อยให้เธอครอบงำอีกครั้งจูบที่ครั้งนี้เต็มไปด้วยทั้งความเสน่หาและเหมือนเป็นการขอโทษในคราวเดียวกัน ทั้งสองกอดกันแน่นราวกับโลกภายนอกไม่มีวันสำคัญเท่ากับร่างกายและหัวใจของกันและกัน...เช่นนั้นเอง เส้นแบ่งระหว่าง“ผิด” กับ “สุข” ก็พร่าเลือน เธอและเขาจมอยู่ในความสุขนั้น

            แม้จะรู้ว่ามันผิด แต่ในค่ำคืนนี้… หัวใจและร่างกายกลับบอกว่า ไม่มีอะไรอีกแล้วที่สำคัญไปกว่า“เรา” สองคน เงาสะท้อนบนผนังคล้ายบทกวีที่ร่ายเรียงด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่าสองร่างที่กำลังกอดทับซ้อนกันเป็นหนึ่งเดียว

            มารตีเอนกายบนผ้าปูเนื้อดีใบหน้าของเธอยังตรึงอยู่ในจังหวะสุดท้ายของความสุขที่กำลังทวีขึ้นทุกลมหายใจหนักหน่วง และทุกเสียงครางแผ่วเบาที่สอดประสานกันกับเสียงเสียดสีกันของเนื้อนุ่ม

            นัทพงษ์คร่อมตัวเธอไว้แนบชิด มือข้างหนึ่งโอบรัดเอวเธอไว้แน่นขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ มีจังหวะให้เธอปรับตัวตามได้พอดีเสียงลมหายใจของทั้งสองดังประสานเป็นจังหวะเดียวกัน

            “คืนนี้...ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” เธอกระซิบ ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะไล้เลียไปตามใบหน้าของเขาเสียงครางแผ่วเล็ดลอดหวานซ่าน

            เขาคลึงเอวเธอให้รุนแรงขึ้น จมูกไซ้ไปตามร่องอกอวบ หัวใจเขาสั่นระริกแทบจะหลุดออกจากร่างคืนลับนี้กำลังก่อตัวขึ้นเหนือคำว่าผิดหรือถูก มันคือเวทมนตร์ที่สะกดหัวใจสองดวงให้เร่าร้อนเกินกว่าใครจะหักห้ามได้ทุกสัมผัส ทั้งแรงและอ่อนโยน ผสานกันคล้ายเป็นภาษาที่ไม่ต้องเอ่ย ริมฝีปากกับปลายนิ้วของทั้งคู่สำรวจซอกมุมใหม่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786