รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 20

    “เธอแก่กว่าฉันแค่สองวัน เลิกมาทำตัวเป็นพี่ได้แล้วน่า.. ส่วนเรื่องนั้นก็รู้อยู่แล้วไม่ต้องพูด” อาร์ทตอบกลับริสาด้วยความเป็นกันเอง ต้องยอมรับเลยว่าริสาเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ประเทศไทย“นายนี่ยังฉลาดเหมือนเดิมเลยนะ... เย็นนี้ตอนดูตัวอยากจะขอให้ช่วยแกล้งๆรักๆกันหน่อยนะ พอดีอยากจะแกล้งแฟนตัวเองเล็กๆน้อยๆ” ริสากล่าวออกมาพร้อมกับขอความช่วยเหลือจากอาร์ท แต่เหมือนว่าอาร์ทจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด“เดี๋ยวนะ ดูตัวอะไรก่อน ฉันยังไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะ... แล้วจะให้ฉันแกล้งๆเป็นคนรักอีก ทำเพื่ออะไรล่ะเนี้ย” อาร์ทถามออกไปอย่างสับสน ปาร์คที่ได้ยินเองก็งงๆเช่นกัน“นี่นายยังไม่รู้อีกเหรอว่าตอนเย็นวันนี้เรามีนัดดูตัวกันนะ สงสัยคุณลุงอรุณยังไม่ได้บอกนายแหงๆเลย แต่เรื่องให้ช่วยแกล้งน่ะ ช่วยฉันหน่อยนะ นะๆๆๆ” ริสาอ้อนอาร์ทอย่างคนสนิท อาร์ทที่ได้ยินอย่างนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวโทษพ่อของตัวเองในใจ ส่วนเรื่องที่ให้แกล้งนั้นมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว“ก็กะว่าจะให้ทำอย่างนั้นล่ะนะ ยังไงพวกผู้ใหญ่ก็ต้องจับตาดูเราจากที่ไหนสักที่อยู่แล้ว... ดังนั้นแกล้งคุยกันถูกคอนั้นเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว.. ว่าแต่แฟนของเธอนี่เป็นใครล่ะ ไม่ใช่นักเลงข้างถนนมาหาเรื่องให้ฉันปวดหัวหรอกใช่ไหมเนี้ย” อาร์ทกล่าวออกไปตามความจริงที่จะเกิดขึ้น เขาไม่อยากให้พ่อของเขาจับเขานัดดูตัวกับคนอื่นอย่างนี้อีกแล้ว หากแกล้งรักกันจะดีต่อทั้งสองฝ่าย“ขอบใจ ฉันเองก็ลืมคิดเรื่องนั้นเลย นายฉลาดมาก ... ส่วนเรื่องแฟนของฉัน เขาเป็นหมอย่ะ เห็นอย่างนี้ฉันก็เลือกนะเว้ย” ริสากล่าวขอบคุณออกมา เธอไม่ทันได้คิดเลยว่าพ่อของเธอเองก็คงจะต้องแอบดูจากที่ไหนสักที่หนึ่งอย่างแน่นอน ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ อีกอย่างถ้าเป็นคนอื่นหลังจากนี้มันก็คงจะยากในการตกลงอีกด้วย“หยอกๆน่า.. ว่าแต่แฟนของเธอคงไม่ใช่หมอในโรงพยาบาลที่มีชื่อว่า กฤษณ์หรอกนะ ฮ่าๆๆ” อาร์ทกล่าวออกมาอย่างติดตลกเล็กน้อย และเป้าหมายของเขาในตอนเย็นนี้มันเกี่ยวข้องกับหมอคนนี้คนที่ชื่อกฤษณ์ ริสาที่ได้ยินอาร์ทกล่าว มันก็ทำให้เธอขมวดคิ้วออกมา“อ่าว นายรู้จักแฟนฉันด้วยเหรอ.. น่าแปลกใจนะเนี้ย ว่าแต่นายรู้จักได้ยังไงกันล่ะ” อาร์ทที่ได้ยินคำตอบมันก็ทำให้เขาสตั้นไปเล็กน้อย ก่อนที่จะถามอย่างเจาะลึกลงไปอีกเกี่ยวกับตัวของกฤษณ์ และเขาก็ได้รับรู้เรื่องราวอีกหลายเรื่อง เขาไม่คิดเลยว่าโลกมันจะกลมอย่างนี้ ความลับที่ไม่มีใครได้รู้ตอนนี้เขารับรู้มันแล้ว สิ่งที่เขาปะติดปะต่อมาได้นั้น พ่อของแอมนั้นเป็นนักเคมีที่เป็นคนคิดค้นสารประกอบเคมีเจ้าปัญหานั้นอย่างแน่นอน และหมอกฤษณ์นั้นอาจจะรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว ไม่น่าล่ะสหประชาชาติถึงได้ต้องการตัวของเขาไปทำงานด้วย อาร์ทที่คิดได้อย่างนั้นเขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นกับริสา“ฉันว่าฉันมีเรื่องสนุกๆให้เธอดูด้วยนะ.. รอดูตอนเย็นได้เลย ฮ่าๆๆ” อาร์ทกล่าวออกมาอย่างมีเลศนัย แต่เขาก็ไม่ยอมบอกอะไรกับริสาเลยสักคำ พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะวางสายกันไป ก่อนวางสายปลายสายเองก็กล่าวออกมาได้น่าเตะมากเลยทีเดียว“ทำงานสู้ๆนะคะไอ้ต้าวว่าที่สามี...อิอิ” เหตุที่ริสากล่าวออกมาอย่างนั้นเพราะว่าเธอนั้นสังเกตเห็นแฟนหนุ่มของเธออย่างกฤษณ์มายืนแอบฟังที่หน้าห้องของเธอ แน่นอนว่าอาร์ทก็พอเดาได้ว่าเธอต้องการอะไร เขาจึงกล่าวกลับไปว่า“จ้า รักนะว่าที่ภรรยา ทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะ จุ๊บๆ” และเสียงนี้มันก็ดังออกมาจากลำโพงที่ริสาเพิ่งจะเปิดมา จากนั้นสายก็ถูกตัดไปในทันที แน่นอนว่ากฤษณ์ที่อยู่ด้านนอกห้องก็ได้ยินชัดเจนด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว ผลักประตูเข้ามาภายในห้องก่อนที่จะกลายร่ายเป็นแมวน้อยตาแป๋ว“ที่รัก ทำไมคุณทำกับผมอย่างนี้ล่ะ... คุณไม่ไปได้ไหมเย็นวันนี้ อย่าไปพบเขาคนนั้นเลยนะ... ผมสัญญาเลยว่าจะเป็นเด็กดี” หมอกฤษณ์กล่าวออกมาพร้อมกับทำตาปริบๆ มันไม่เหมาะกับบุคลิกภายนอกที่คนอื่นรู้จักเลยแม้แต่น้อย “แล้วจะให้ฉันทำยังไง คุณเองไม่ใช่เหรอที่ช้าเอง ... อีกอย่างฉันก็ปฏิเสธชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ เขาเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อฉันเลยนะ... ถ้าไม่อยากให้ฉันไปคุณก็ไปบอกกับพ่อฉันเองซิ..” ริสาพูดออกไปอย่างนั้น กฤษณ์ก็ได้แต่เงียบ ตอนนี้การที่จะเข้าไปพบท่านประธานเป็นเรื่องโง่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ก็ได้ครับ คุณไปได้เลย แต่อย่างน้อยขอให้ผมไปกับคุณด้วยก็แล้วกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ดีพอ ผมนี่แหละจะดึงคุณกลับมาหาผมเอง” กฤษณ์กล่าวออกมาในขณะที่หันหลังให้กับริสา พร้อมกับกำมือแน่น เขาเข้าใจดีแล้วว่าตอนนี้เขาแพ้แล้ว การบอกลามันมักจะมาในตอนที่เราไม่พร้อม และกะทันหันอย่างนี้แหละ และดูเหมือนว่าริสาเองก็มีใจให้ชายคนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้เขาปวดใจเป็นอย่างมาก ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ นั่นคือคำถามที่อยู่ในใจของเขาในตอนนี้“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ออกไปได้แล้ว... ฉันจะทำงาน” ถึงแม้ว่าเธออยากเข้าไปโอบกอดแฟนหนุ่มของเธอมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เพื่อไม่ให้ผิดแผนของอาร์ทที่เธอก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่เธอเชื่อว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง ตอนนี้เธอได้แต่ไล่เขาไป และมองดูความเจ็บปวดของคนรัก“ผมจะมาหาตอนเย็น” จากนั้นกฤษณ์ก็ผลักประตูออกไปพร้อมกับน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ แต่ภายใจตอนนี้มันไหลออกมาอย่างกับน้ำตกแล้ว  กลับมาที่ด้านของอาร์ที่วางสายจากริสาเพื่อนสมัยเด็กไป ก็มีสายเข้ามาต่อในทันที เขามองดูที่เบอร์ก่อนจะรับสาย เขายกโทรศัพท์ออกห่างจากหู เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น“ไอ้ลูกเวร!!! แกอยู่ไหนกัน สายป่านนี้แล้วทำไมยังไม่เข้ามาทำงานอีก เช้านี้แกมีประชุม ไม่รู้หรือยังไงกันห๊ะ!!” เสียงของประธานหรือก็คือพ่อของอาร์ทดังขึ้นมาเสียงดัง แม้ว่าจะเอาออกห่างจากหูไปเล็กน้อยแล้วก็ยังได้ยินอย่างชัดเขน“ก็อยู่หน้าบริษัทนี่แหละพ่อ... อีกอย่างไม่ต้องมาโทษผมเลยนะ พ่อนั่นแหละไม่ยอมบอกผมว่าวันนี้ผมมีนัดดูตัว...จนเจ้าตัวเขาโทรมาหาผมเลยพูดคุยกันนานไปหน่อย” อาร์ทกล่าวออกมาจริงบางส่วน อรุณที่ได้ยินอย่างนั้นก็เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด“อย่างนั้นเหรอเจ้าลูกรัก.. น่าจะคุยกันต่ออีกหน่อยนะ ประชุมอะไรนั่นไม่สำคัญเท่าไรหรอก ไม่น่ารีบวางเลยนะลูกรัก.. ว่าแต่คุยกันนานขนาดนี้ แสดงว่าถูกใจกันซินะ” อาร์ทที่ตอนนี้ได้แต่ทำหน้าแบบเอิ่มออกมา อะไรมันจะสองมาตรฐานขนาดนี้ อีกอย่างประชุมวันนี้มันสำคัญสุดๆเลยไม่ใช่หรือยังไง เพราะมันจะเป็นการโหวตเลือกผู้อำนวยการคนใหม่ของบริษัทเลยทีเดียว และไหนจะต้องเลือกตำแหน่งผู้จัดการแผนกอีกหลายแผนกอีกด้วย อาร์ทได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยกลับไป“ก็คนเคยรู้จัก...มันก็มีเรื่องให้คุยกันเยอะหน่อยเท่านั้นเองครับ...ว่าแต่มีอะไรอีกไหมครับเนี้ย จะได้เดินเข้าไปประชุมเสียที” อาร์ทกล่าว“แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นแกก็อย่าให้หนูริสารู้เข้าล่ะ... เดี๋ยวว่าที่ลูกสะใภ้ข้าจะเสียใจเอา แล้วก็รีบมาประชุมได้แล้ว” เมื่อพ่อกล่าวออกมาอย่างนั้น อาร์ทก็ได้แต่ส่ายหัว และตอบปัดๆไปเท่านั้น เขามีแผนสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่มันก็ต้องใช้เวลา...