F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    11.ผู้ร่วมชะตากรรม

    ข้าวของเขาเอาไปไม่เยอะ มี หมอน 1 ใบ ผ้าห่ม 1ผืน ไฟฉาย ละก็ปืนสั้น .38 ที่ซื้อเอาไว้นานแล้ว แต่ปกติจะเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางและเอากระเป๋าไว้ในห้องไม่ค่อยจะพกเอาไปไหนมาไหน เพราะ มันพกพาไปในที่สาธารณะไม่ได้ ถึงจะมีทะเบียนถูกต้อง วันนี้เขาจะเอามันไปด้วยเพื่อความสบายใจ  นอกจากของที่จำเป็นเขาก็เอา ถังน้ำแข็งเล็กๆขึ้นท้ายรถ ไปด้วย มีน้ำแข็งและเบียร์ อีก 2-3 ขวด สปายอีก 3-4 ขวด แช่ในน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ  “เอาไว้ย้อมใจเวลามองดูพวกผีร่างเน่าๆเสียหน่อย  กว่าจะสว่างเขาคงต้องติดอยู่ในนั้นอีกนาน”วิทย์คิด            ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตู 3 ครั้งตามมาด้วยเสียงใครบางคนร้องเรียกเขาอยู่หน้าประตูห้อง            “พี่วิทย์ พี่วิทย์ อยู่หรือเปล่า..”            “อยู่ครับอยู่  รอแปบ พี่กำลังแต่ตัวอยู่”            แพรวร้องเรียกอยู่หน้าประตู  วิทย์แต่งเนื้อแต่งตัวใส่เสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ  เขาเตรียมตัวจะออกไปกางเต้นนอนที่เสาหลักบ้านในคืนนี้  เมื่อทุกอย่างก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว  เขาก็พร้อมที่จะออกเดินทางทันทีที่เปิดประตูออกมา ก็มีสองสาวยืนหน้ามุ่ย ต้อนรับเขาอยู่หน้าห้อง            “อ่าว แพรว มีอะไรมาหาพี่แต่หัวค่ำเลย”            “ก็ยัยแพรนะสิคะพี่วิทย์ ดันไปโหลดเกมนั้นมา...บ่นๆ..”            “หา! เกมบ้าๆ เกมอะไร?”วิทย์ ถามออกมาหน้าตาตื่น ในใจของเขาก็ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย            “แล้วพี่จะตกใจอะไรนักหนานี้ ก็เกมนั้นนั่นแหละที่โหลดแล้วโทรศัพท์พังอะ  หนูบอกมันแล้ว มันก็ไม่เชื่อ”เธอบ่นขึ้นมาให้วิทย์ฟังอีกครั้ง“เป็นไงละ ลองแล้วพังเลย สม ได้โดนแม่ด่าก็วันนี้แหละแก”แพรวหันหน้าไปพูดแดกดันเพื่อนรักในเรื่องที่ เธอเตือนแล้วไม่ยอมฟัง จนทำให้โทรศัพท์พังไปเรียบร้อยแล้ว สาวน้อยที่ถูกแดกดันทำหน้าหมองลงทันที ด้วยตอนนี้ยอมรับในชะตากรรมที่ต้องโดนดุเป็นแน่            “ไหนๆ เอามาให้พี่ดูหน่อย”  วิทย์  ยืนมือออกไปขอโทรศัพท์จากแพร เพื่อเอามาดูให้แน่ใจ สิ่งที่เห็น มันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ซะด้วยตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายอะไรแล้วด้วย เหลือเวลาอีก แค่ 30 นาทีเท่านั้น ก็จะ ถูก Jump เข้าไปอีกมิตินั้นแล้ว คิ้วของวิทย์ขมวดแน่น ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ แพร คงไม่รอดแน่            “แย่ๆ แบบนี้แย่แน่ๆ”เขาใช้ความคิดอย่างหนัก วิทย์ เดินไปเดินมาสักครู่ทำท่าทางครุ่นคิด จนทำให้ทั้งสองสาว งง กันไปตามๆกัน            “อะไรของพี่นี้ แค่โทรศัพท์พัง “แพรวถามออกมางงๆ  เธอฉงนกับพฤติกรรม ของวิทย์มาก เขาดูจะกังวลจนเกินเหตุไปหรือเปล่า            “ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ปะ เอาไว้พี่จะเล่าให้ฟัง ทีหลังแล้วกัน”วิทย์คิดอะไรไม่ออก เขาตัดสินใจ ลากแขนสองสาวไปกับเขาทันที            “ไปไหนของพี่ และนี้อะไรของพี่ เก็บข้าวของพลุ่งรัง ยังกับจะไปนอนไหนค้างที่ไหน”แพรวถาม            พี่จะไปกางเต็นท์นอนที่หลักบ้านนี้แหละวันนี้อยากนอนดูดาวปะไปกัน   เดี๋ยวพี่ค่อยคุยกันมันจะมืดก่อน”วิทย์ขนของขึ้นท้ายรถ            “นอนดูดาวที่หลักบ้าน อารมณ์ไหนของพี่ละนี่”แพรวมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ            “โอ๊ย! อย่าพึ่งถามพี่มากเลยแพรว ไปก่อนแล้วค่อยถาม”วิทย์ลากทั้งคู่ขึ้นรถไปทันที            “รีบอะไรนักหนานิ” แพรวบ่นอุบ ตลอดทาง แพรนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จาออกมาสักคำ  ใช้เวลาเพียง 10 นาที ในการเดินทางทั้งสามคนก็มาถึงที่หมาย  ตอนนี้เหลือเวลาอีก 20 นาที   เมื่อขนของลงจากรถ กางเต็นท์นอน ยกลังเบียร์ลงมาเสร็จสรรพ  วิทย์ก็เอา ดอกไม้ ธูปเทียน ไปไหว้ เสาหลักเมืองเพื่อบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ที่ตัวเขาจะมาอาศัยนอนที่นี่ในคืนนี้  วิทย์เลือกกางเต็นท์บน พื้นที่เป็นสนามหญ้า มีต้นปาล์มเล็กๆขนาบสองข้าง ซ้ายและขวา  และมีช่องว่างระหว่างต้นไม้ ห่างพอสมควร ตรงช่องว่าเป็นจุดที่เขาเลือกกางเต็นท์เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันมาสนใจมือถือของแพร  วิทย์เปิดเครื่องมือ เข้าเกม   แน่นอนเขากะจะซื้อเต็นท์พักให้แพร แต่มันมีให้อยู่แล้ว            “สงสัยแพรคงเข้ามาซื้อแล้ว แต่ทำไม่ไม่มีผู้ช่วยหรือระบบเสียงหว่า”วิทย์คิด            “แพร ผู้ช่วยในการแนะนำเกมของแพรไม่มีเหรอ?” วิทย์ถามออกไปด้วยความสงสัย            “มีค่ะชื่อ ฟอร์ด”เธอตอบออกมาสั้นๆ            “พี่ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย วิทย์ถามออกมาอีก”เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยมีแต่ตัวหนังสือให้อ่าน            “ฟอร์ดบอกว่า มีแค่ Hold ของผู้ช่วยเท่านั้นที่ได้ยินเสียง เช่น พี่วิทย์ก็จะสื่อสารได้เฉาะกับผู้ช่วยของพี่ได้เท่านั้น” แพรอธิบายตามที่ผู้ช่วยของเธอแนะนำ            “แบบนี้นี่เอง” วิทย์พยักหน้าหงึกๆ พลางยื่นมือถือคืนให้กับแพร เสียงแพรวบ่นลอยมาเข้าหูของทั้งสองอีกครั้ง            “นี้ๆ อย่าพึ่งจีบกัน ตกลงมันยังไงนี้ไหนว่าจะอธิบายอะไรให้ฟังไม่ใช่ว่า อธิบายวิธีเล่นเกมนะ”            “ไม่มีคำอธิบายใดๆ พังก็คือพัง เล่นเกมได้อย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่ได้”วิทย์ตอบออกมา            “และแพรว ห้ามโหลดเกมนี้อย่างเด็ดขาด และถ้าหากเผลอโหลดมาเมื่อไหร่ ต้องมาบอกพี่ทันทีเข้าใจไหม”วิทย์กำชับแพรวด้วยความเป็นห่วง            “หึ โนว์เวย์ไม่มีทางหรอก โหลดมาแล้วพักทันทีแบบนี้ จบคะ บ่ได้กินน้องดอกพี่”แพรวพูดติดตลก            “ก็ดีแล้ว อย่าลืมทำพี่บอกละ” วิทย์ย้ำ            “แล้วทำไมพี่มานอนนี้ละ ทำไมไม่นอนที่บ้านแพรวแล้วละ”  แพรที่ถามอย่างสงสัย เธอไม่เชื่อที่วิทย์บอกว่าอยากมานอนดูดาวที่นี่            “แพรก็ถามผู้ช่วยของแพรสิเดี๋ยวจะรู้ว่าทำไม” แพรเงียบไปครู่หนึ่ง เข้าใจว่าน่าจะพูดกับ คู่หูหรือผู้ช่วยของเธอนั่นเอง สักพัก สาวน้อยก็เงยหน้าขึ้นมาตาเบิกโพลง            “จะจะจริงเหรอพี่วิทย์ที่..”            “ใช่..พี่ผ่านมันมาแล้ว และน้องก็เกือบไปแล้วถ้าไม่มาที่นี่ในตอนนี้ พรุ่งนี้ก็อาจกลายเป็นศพ เหมือนในข่าวแน่ๆ”ประโยกนี้เขาไม่ได้พูดออกมา เพราะมีแพรวนั่งอยู่ข้างๆ มันไม่สะดวก ที่จะพูด เพราะเขาไม่รู้เลยว่าอะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้ เขาถูกแบนมาแล้ว และไม่อยากได้รับโทษเพิ่ม            “โอ๊ย!พูดอะไรกันแพรวไม่เห็นรู้เรื่องเลย มีใครอธิบายให้น้องเข้าใจด้วยได้บ้างนี้”            “ฮ้าๆมันก็แค่เรื่องเกม  เอาไว้แพรวพร้อมที่โทรศัพท์เจ้งเมื่อไรเดี๋ยวจะเข้าใจเอง”            “หึๆ หนูพร้อมเสมอถ้าพี่พร้อม”เธอตอบออกมายิ้มๆ            “พร้อมอะไร?”วิทย์ฉงน ในคำพูดของแพรว            “พร้อมที่จะซื้อเครื่องใหม่ให้หนูนะสิถามได้”.           “เหอะๆ รอพี่ถูก รางวัลที่ 1  สัก 10 ใบก่อนจะซื้อให้” วิทย์ตอบ            “โธ่!ชาตินี้ก็คงไม่ได้ใหม่หรอก เพราะพี่ไม่เคยซื้อลอตเตอรี่เลยจะถูกรางวัลที่หนึ่งได้ยังไง  ไม่อยากซื้อให้ก็ไม่ต้องซื้อ  ไม่คุยกับพี่แล้วงอล ไปอาบน้ำดีกว่า ปะ ยัยแพร จะไปส่ง” แพรวหันมาถามเพื่อนสาว            “ไม่ต้องหรอก แพรอาบน้ำแล้วกลับก่อนได้เลย อีกอย่างบ้านแพรอยู่ใกล้ๆเองกลับเองได้ แพรวไปเถอะ”แพรโบกมือเป็นเชิงไล่            “เหอะ!ไม่สนแล้วไปอาบน้ำดีกว่า”เธองอล ทั้งวิทย์และเพื่อนสาวของเธอ ร่างอวบอัดเดินฉับๆออกไปทันที วิทย์ยืนมองพลางส่ายหัวอย่าระอากับนิสัยหลานสาวคนนี้            “พี่วิทย์ หนูขอยืมมือถือหน่อยได้ไหม หนูจะโทรหาแม่ บอกว่าวันนี้จะนอนที่นี่”            “ได้สิ” วิทย์ก็ยื่นมือถือเครื่องใหม่ของเขาให้กับแพรไป  แล้วเดินกลับไปที่รถ ขนเอาเสื่อ และ โคมไฟเล็กๆลงมาจากท้ายรถ เพื่อเอามาปู หน้าเต็นท์นอนจัดสถานที่เสร็จวิทย์ก็เปิดถังน้ำแข็ง เอาเบียร์ขวดเล็กออกมาจากถังใช้ก้นไฟแช็กงัดฝาขวดเปิดออก เกิดเสียงดัง ป๊อก!  ฝาขวดกระเด็นออกไปตรงโคนของต้นปาล์ม เขายกขวดขึ้นจรดริมฝีปาก จิบเบาๆเบียร์เย็นๆไหลลงคอรสขมเล็กน้อย บวกกับกลิ่นมอล์ กระจายไปทั่วลิ้นและปาก สร้างความเพลิดเพลินไม่น้อย “ตายไปก็ไม่ได้กิน ตอนนี้ยังไม่ตายก็กินรอไปพลาง”วิทย์คิด เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆตอนนี้เหลือเวลาอีก 5 นาที ก่อนที่ทั้งคู่จะถูก Jump ข้ามมิติไปสายตาของเขาเหลือบมองแพรที่เดินออกไปคุยโทรศัพท์เป็นพักๆ  ชั่วอึดใจแพรก็เดินหน้าหมุ่ยกลับมา            “เป็นอะไรเหรอหน้างอมาเชียว” วิทย์ ถาม เขาสังเกตเห็นแพรสีหน้าแพรไม่ดีนักหลังจากคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอ            “โดนสวดยาวเลยนะสิ  จะอะไรล่ะ โทรศัพท์ก็พัง แถมวันนี้จะนอนนอกบ้านอีก”เธอระบายออกมา วิทย์ได้แต่นั่งฟังเงียบๆ            “หนูหลอกแกว่า วันนี้เป็นวัดเกิดแพรวเป่าเค๊กวันเกิดเสร็จก็จะนอนดูดาวกันที่นี่ ให้แกขนหมอนกับผ้าห่มมาให้ที่นี่  กว่าแกจะยอมเชื่อนะ โดนบ่นหูชาเลย น่าจะโดนสวดอีกรอบแน่ๆตอนแกเอาผ้าห่มมาให้”            “ดีแล้ว บอกแกหน่อยว่าอยู่ไหน ผู้หลักผู้ใหญ่จะได้ไม่เป็นห่วง”วิทย์พูด แพรพยักหน้างึกๆ ทำทีว่าเข้าใจ            “เอาเต็นท์ออกมาเดี๋ยวพี่ช่วยกาง”ทันทีที่วิทย์บอก แพรเอาเต็นท์ออกมาจากช่องเก็บของ ยื่นให้เขาทันที จากนั้นเธอก็บ่นเรื่องแม่ของเธอต่อ ขณะที่มองดูวิทย์กางเต็นท์ให้“ห่วงอะไรละพี่ แม่นี้แทบจะภาวนาให้หนูหาผัวให้ได้เร็วๆ แกจะได้ไม่ต้องเลี้ยงดูหนู ยิ่งหนูเรียนใกล้จะจบนะ  แกนี้เร่ขายหนูไปทุกที่แหละ อยากได้ค่าสินสอดจนตัวสั่นละสิไม่ว่า”            “ยังไงแกก็เป็นแม่เขา แกคงห่วงเขาแหละแต่ห่วงในแบบของแก”วิทย์อธิบายด้วยความหวังดี            “ใครว่าละ แกเป็นแม่เลี้ยงหนู แม่แท้ๆหนู ตายไปนานแล้ว นี้แม่ใหม่ หนูไม่เคยจะเชื่อหรอกว่าแกจะรักหนูจริงๆ คงอยากได้แต่เงินค่าสินสอดนั่นแหละ”เธอเถียง เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้วิทย์ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี  เขาจึงทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดีแทนเพียงไม่นานวิทย์ก็กางเต็นท์เสร็จเขาเดินกลับมานั่งที่เดิม   มีถังน้ำแข็งขั้นกลางระหว่างสองคน “เฮ่อ!...”เขาถอนหายใจยาวออกมา กระดกเบียร์เย็นๆลงคอไปอีกอึกหนึ่ง“พี่มีขวดเดียวเหรอเบียร์ขอหนูขวดหนึ่ง”แพรพูดขึ้น            “ในลังนะ จะดีเหรอเดี๋ยวแม่ก็จะมาแล้ว”วิทย์ไม่ได้หวง แต่เขาก็ห่วง            “หึ ไม่รู้สิ ไม่รู้จะมาจริงหรือเปล่า ตอนนี้กำลังตั้งวงไพ่กันอยู่”เธอบ่นออกมาเบาๆ            “อ่าวยังไงนี้   ไหนทีแรกบอกแม่จะเอาผ้าห่มมาส่ง” วิทย์ถามออกมาด้วยความสงสัย            “แกก็รับปากแบบนี้ทุกครั้งแหละ สุดท้ายก็ไม่มา หนูเลยไม่อยากจะเชื่อกับคำพูดของแกสักเท่าไร  ทุกทีที่พูดว่าจะมาจะมา ก็แค่พูดขู่เฉยๆ ไม่ให้หนูไปที่อื่น แค่นั้นแหละ ครั้งที่แล้วที่นอนบ้านแพรว แกก็บอกจะมาดูสุดท้ายก็ไม่เห็นมา”            “อ่าวแบบนี้ถ้าลูกแอบไปเที่ยวที่อื่นก็คงไม่รู้เรื่องรู้ราวสิ”วิทย์ทำหน้าฉงน            “หึ หนูไม่ไปหรอก พี่ หนูไม่ใช่คนชอบเที่ยว มันไม่ใช่แนว”            “ยังไม่มีแฟนมั่งเลยไม่อยากจะไปไหน” วิทย์ออกความเห็น            “โธ่พี่ แถวๆนี้ก็มีแต่ ผู้บ่าวขี้ยาหนูไม่คบให้เสียตาเสียตาหรอก แถมแม่เลี้ยงไม่ชอบพวกขี้ยา แกชอบคนมีเงิน”แพรไม่วายแขวะแม่เลี้ยงของเธอ            “อืม แปลก วัยรุ่น เขาคิดกันแบบนี้เหรอ พี่ไม่เคยเห็นปกติมีแต่พวกชอบเที่ยวกัน ดูดยา ดูดบุรี่ก็เห็นว่าเทย์กันซะส่วนใหญ่”            “หนูกับแพรว คนเป็นส่วนน้อยมั่ง ฮ้าๆๆ” สาวน้อยหัวเราะออกมาทั้งสองคนนั่งคุยกันไปเขาจิบเบียร์ ไปพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือไปพลาง และแล้ว เวลาที่รอคอยก็มาถึง สายลมเย็นซัดสาดเข้าใส่พวกเขาวูบหนึ่งกลิ่นธูปเทียน ลอยมาเข้าจมูกเขาเป็นระยะๆ   ห่วงมิติพัดผ่านเขาทั้งสองคนไปเพียงแค่ไวปานกะพริบตา  ภาพเบื้องหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเสียแล้วภาพเบื้องหน้าของพวกเขาสวยงามตระการตามาก มีแสงสีทองประกายออกมาจาก เสาหลักเมือง และรอบๆพื้นที่ในรัศมี 500 เมตร ถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยม่านแสงสีทอง อันสวยงามน่าเกรงขาม แพรพึ่งถูก Jump เข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก  เธอตกตะลึงกับภาพที่เห็นวิทย์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหล่อนถึงกับผงะ ตัวแข็งจังงังไปทันที ภาพเบื้องหน้าของเขาตอนนี้ คือ เสื้อในสีขาวมีลายเป็นจุดสีชมพู   กางเกงในก็ลายเดียวกัน  ผิวขาวเนียนเนินเต้าทะลักออกมาจากเสื้อในหน่อยๆ เลือดกำเดาของวิทย์ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว“นี้น้องเขา Scan ตัวตอนไหนนี้”  วิทย์คิดเขากลืนน้ำลายลงคอแบบฝืดๆ พร้อมกับหันหลัง เขาหันหน้าหนีทันที  ใช้มือเช็ดเลือดที่ไหลออกจากจมูก  สูดลมหายใจลึกสะกดอาการร้อนรุ่ม ญ่  สาวน้อยเห็นดังนั้นก็เอะใจนิดหนึ่ง            “ผะผะ แพร ใส่เสื้อผ้าก่อนไหม....”วิทย์พูดเสียงตะกุกตะกักออกมา            “แพรก้มหน้ามองสำรวจตัวเองทันที หล่อนร้องตะโกนออกมาสุดเสียง“ว้าย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น”  สาวน้อยนั่งลงใช้มือปิดส่วนสำคัญเอาไว้            “สะสะเสื้อหนูไปไหน?”แพรถามออกมาเสียงสั่นๆ            “ตอน Scan ตัว แพรไม่ได้ใส่เสื้อผ้าล่ะมั่ง” วิทย์ตอบออกไป ตอนนี้เขานั่งหันหลังให้เธอแล้ว            “หนูไม่มีเสื่อ!”แพรพูด            “แปบ พี่ดูในร้านค้าให้ก่อน”            สุดท้ายวิทย์ก็ต้องใช้เหรียญทองซื้อชุด ให้กับแพร 1 ชุด ในราคา 1000 G โคตรแพงสำหรับเขา เพราะตอนนี้ เหลือเงิน แค่ 250 G เท่านั้น  ได้ชุดที่เหมาะเจาะแล้วเขาก็ยื่นให้กับแพรไปโดยไม่ได้หันหน้ากลับมามองเลยแม้แต่น้อย            “ขอบคุณค่ะ”            “อืมไม่เป็นไร”            แพรเมื่อได้เสื้อผ้าแล้วก็หล่อนเดินเข้าไปในเต็นท์นอนของตัวเองทันที เพียงไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับชุดใหม่  พวกแก้มของเธอแดงระเรื่อเพราะความอาย            “แล้วนี่เราถูก Jump ข้ามมิติมาแล้วเหรอคะ  สถานที่ไม่ค่อยจะต่างกันเท่าไรเลย แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปมาก”เธอพูดแก้เขิน“อืม เราข้ามมาแล้ว”วิทย์ตอบสั้นๆ  “ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเลยนะคะแบบนี้” แพรถามออกมาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ“ที่นี่เป็นเขตปลอดภัยนะ เมื่อวานพี่เกือบตายเลยกว่าจะมาถึงที่นี่  ถ้าออกไปจากเขต 500 เมตรนี้ ไปเป็นที่อยู่ของพวกมัน”วิทย์พูดออกมาด้วยความหวาดกลัว เขายังสยองไม่หาย            “พวกไหนเหรอคะ”  แพรถามออกมาด้วยความสงสัย            “พวกวิญญาณร้ายผีปอบ ผีกระสือ สารพัดที่เขาเรียกว่าผี  อีกเดี๋ยวก็จะได้เห็นเอง”  วิทย์ พูดอธิบายไปพลาง เตรียมข้าวเตรียมของไปพลาง วันนี้ไม่มีปืนลูกซองแล้ว และ ตอนนี้เขาไม่มีอาวุธ  มีแต่มือ กับ ตีน เท่านั้น ปืนสั้นก็อยู่ในรถ และรถมันไม่ถูก Jump เข้ามาด้วยตัวเขาตอนนี้ให้ไปสู้กับพวกมันอีกคงรอดยาก แน่นอนว่าวิทย์เองก็ไม่คิดจะเสี่ยง