แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนทางระเบียงห้องโดนเข้ากับหญิงสาวที่เริ่มรู้สึกตัวถึงเช้าวันใหม่ที่เข้ามาแทนที่ นัตน์ตาสีฟ้ามองต่ำลงบนแขนแกร่งของชายหนุ่มที่กดทับบนเอวบางของเธอ พลันเมื่อคืนวานก็แล่นเข้าสู่สมอง ใบหน้านวลขี้สีระรื่น ก่อนจะขยับแขนแกร่งของชายหนุ่มออกช้า ๆ
เฟรินเมื่ออาการอิดออด สะลึมสะลือนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ทำให้หญิงสาวแย้มยิ้มเอ็นดู เธอขยับตัวลงจากเตียงนอนช้า ๆ ด้วยเรี่ยวแรงที่มีน้อยเต็มทนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืน และความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวน
คาลินจัดการกับตัวเอง อาบน้ำ แต่งตัวสักพักก็เสร็จ เธอเดินไปยังห้องด้านข้างที่เป็นห้องหัวหน้าชั้นปีชาย ดวงตาสีฟ้าสองคู่สบมองกัน ทำให้คนเป็นน้องต้องหลบต่ำด้วยความเขินอาย ส่วนแววตาคนเป็นพี่มีแววล้อเลียนอยู่เป็นที
“อรุณสวัสดิ์ น้องหญิง” คาโล กล่าวนิ่ง ๆ ทำให้หญิงสาวต้องพยักหน้ารับ ไม่กล้าพูดอะไรออกไปด้วยความอายที่เต็มอก “น้องหญิงจะทำอะไร พี่ไม่ว่า แต่จำไว้ อะไรที่เยอะเกินไปก็ไม่ดี และน้องหญิงก็เป็น ฝ่ายเสียเปรียบถ้าเกิดอะไรขึ้น เข้าใจรึป่าว”
“ค่ะ เจ้าพี่ งั้นหญิงขอตัวน่ะค่ะ”
คาโลไม่ว่าอะไร เขาวางมือบนศีรษะของน้องสาวก่อนจะเดินไปทำธุระในห้องน้ำแทน คาลินจึงแยกไปจัดเตรียมเสื้อผ้าให้ชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่ในห้องของเธอ เธอวางเสื้อผ้าไว้บนโต๊ะของเธอ ก่อนจะเดินไปหยุดที่เตียงที่ชายหนุ่มกำลังหลับตาพริ้ม ไม่ยอมตื่น
“เฟริน” มือบางสะกิดเบา ๆ ทำได้เพียงสร้างความรำคาญให้ชายหนุ่มที่ขยับตัวนิดหน่อยบนที่นอนแล้วหลับต่ออย่างนั้น ร่างบางถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มหลับลึกและปลุกยากแค่ไหน
“เฟรินตื่น ไปกินข้าวกัน” ร่างบางยังคงพยายามอยู่อย่างนั้นสักพักจนอากาศเย็นจากไอเย็นของคนปลุกเข้าแทนที่ คนขี้เซาลุกขึ้นนั่งอิงหัวเตียงยิ้มแหย่ ๆ
“อรุณสวัสดิ์ ลิน”
“ไปอาบน้ำ แต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวนี้เลย”
“อือ ไม่เอาอ่ะ” ชายหนุ่มพุ่งเข้ามากอดหญิงสาวอย่างออดอ้อน หญิงสาวดิ้นอยู่สักพักเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่งแต่ก็ทำไม่ได้ จนเธอต้องยอมในที่สุด
“เฟริน ไปอาบน้ำ”
ชายหนุ่มเบ้หน้าเล็กน้อยแบบเด็กงอแง ก่อนจะค่อย ๆ คืบคลานออกไปคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองอย่างที่ถูกสั่ง หญิงสาวถอนหายใจด้วยความระอาเล็ก ๆ นั่งอ่านหนังสือรอชายหนุ่ม
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวลุกขึ้นไปเปิดให้กับเพื่อนสาวที่ยิ้มหยอกล้อส่งมาให้ เรียกสีแดงระรื่นขึ้นบนแก้มนวลทั้งสองข้าง
“เจ้าพี่ตื่นยัง คาลิน ฉันว่าจะมาปลุกน่ะ กลัวว่าเธอจะเอาไม่อยู่” เฟลิโอน่าบอกหญิงสาวก่อนจะเข้ามาในห้อง เตียงนอนทั้งสองเรียบร้อยเหมือนเดิมแล้ว ไม่มีวี่แววของชายหนุ่มในห้อง มีเพียงเสียงน้ำไหลเบา ๆ ให้ได้ยินจากห้องน้ำ ทำให้เธอพอจะรู้ว่าพี่ชายของตนกำลังจัดการตัวเองอยู่
“ดีกันแล้วสิน่ะ ใช่ป่าวเนี่ย” เฟลิโอน่ากระเซ้า “ตกลงเจ้าพี่ว่าไงบ้างล่ะ เรื่องเมื่อคืน”
“ไม่เป็นไร” คาลินตอบสั้น ๆ ทำให้คิ้วบางของคนฟังขมวดเล็ก ๆ “เขาบอกว่าเชื่อในตัวฉันน่ะ เขาอยากให้ฉันจัดการเอง”
“ไม่เป็นไร? แน่น่ะ” เฟลิโอน่าถามความแน่ใจอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเรื่องที่ฟังเมื่อวาน ถือว่าหนักมาก “ไม่หึงสักนิดเลยหรอ?”
“อือ”
แต่ก่อนเฟลิโอน่าจะได้ถามอะไรต่อ ชายหนุ่มที่เป็นต้นเรื่องก็ออกมาแต่งตัวหน้ากระจกเรียบร้อยแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลอมดำสบมองมายังน้องสาวของตน ก่อนจะยิ้มเผล่กว้างเช่นเคย
“น้องหญิงกินข้าวมารึยัง ไปกินข้าวพร้อมกันมั้ย”
“เจ้าพี่ เรื่องเมื่อคืน แน่ใจน่ะว่าโอเค” เฟลิโอน่าถามย้ำความแน่ใจ แววตาของคนเป็นพี่ไหววูบนิดนึง แต่เธอก็พอสังเกตได้ ก่อนจะร่าเริงเช่นปกติ
“โอเค” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินมาจับมือหญิงสาวคู่กรณี ที่สบตาเขาเป็นเชิงถามอีกครั้ง “โอเค” คำตอบพร้อมจุมพิตเบา ๆ รับอรุณทำให้หญิงสาวหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“เจ้าพี่นี่ล่ะน่ะ หญิงก็อยู่น่ะค่ะ ทำอะไรไม่รู้ บ้า”
เฟรินหัวเราะเบา ๆ รับก่อนจะเดินจูงมือแฟนสาวนำออกไปก่อน ทิ้งให้หญิงสาวอีกคนต้องเดินตาม
ห้องอาหาร ดราก้อน
สองสาวเจ้าหญิงคนสำคัญของป้อมกับเสนาธิการฝ่ายซ้ายคนใหม่เรียกสายตาของคนในป้อมให้หันไปมอง ท่าทางอิดโรยของเจ้าหญิงคนสำคัญของหัวขโมยทำให้เพื่อนฝูงร่วมชั้นปียิ้มแซว ๆ เช่นเดียวกับสามสาวนางฟ้าที่เริ่มหัวเราะคิกคักส่งให้ สร้างความเขินอายเล็ก ๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเช่นเคย
แต่สำหรับเด็กหนุ่มเจ้าสำอางปีหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องราวเขานึกว่าหญิงสาวที่เขาหลงรักมีอาการไม่สบาย เพราะตากลมยามค่ำคืน จากเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้เขาต้องปาดเข้าหาหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง ไม่สนใจแม้แต่ชายหนุ่ม และเพื่อนสาวของเธอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สักนิดเดียว
“รุ่นพี่คาลิน่าไม่สบายหรอครับ ไปนั่งก่อนมั้ย เดี๋ยวผมหาอะไรร้อน ๆ มาให้” คำถามที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับเพื่อนร่วมรุ่นพี่และหญิงสาวไม่น้อย เพียงแต่แฟนหนุ่มของเธอแค่ยิ้มบาง ๆ ส่งให้
“ไม่เป็นไร เรโช เดี๋ยวพี่ดูแลลิน เอง ไม่ต้องห่วง” เฟรินตอบกลับอย่างสุภาพที่สุดพร้อมดึงมือหญิงสาวออกเดินนิด ๆ แต่ก็ไม่สามารถไปได้ไกลนักเพราะรุ่นน้องคนดีดันมายืนขวางทางอยู่
“รุ่นพี่ แน่ใจน่ะครับ ไปห้องพยาบาลป่าว เดี๋ยวฉันพาไป” โจที่ยังไม่ลดความพยายามทำให้บรรยากาศเริ่มมาคุขึ้นไปอีก เหล่าปีสองที่เสียงดังที่สุดในป้อมพากันเงียบเสียง ทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องทั้งหมดในห้องอาการหันกลับมามองยังโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ สายตาไล่ตามสายตาของปีสองไปยัง กลุ่มที่กำลังขวางทางประตูอยู่ก็เริ่มเข้าใจบางอย่าง เมื่อรุ่นน้องอารมณ์ดีกำลังเงียบกริบ ถึงแม้ว่าใบหน้าและท่าทางยังคงร่าเริงและยิ้มแย้มก็ตามที
“เรโช ฉันไม่เป็นไร ถอยไป นายกำลังขวางทางอยู่น่ะ” เสียงหวานเอ่ยนิ่ง ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องเหล่มองรุ่นพี่ชายที่ยืนยิ้มนิ่ง ความไม่พอใจบางอย่างพุ่งขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
“ไม่ ก็เห็นอยู่ว่ารุ่นพี่คาลิน่าไม่สบาย”
“นี่ น้องค่ะ คาลินก็บอกอยู่ว่า ไม่เป็นอะไร นายจะเอาอะไรอีก แฟนเธอก็อยู่ ถอยไปเถอะ” เฟลิโอน่าพูดขึ้นมาอีกอย่างอารมณ์เสีย เมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง
“เธออย่ามายุ่งนี่ ไม่ใช่เรื่องของเธอ เธอไม่เกี่ยว” เรโชตะคอกหญิงสาวทำให้ความอดทนของเฟรินถึงขีดสุด ไอทมิฬพวยพุ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ใบหน้าคมคายยังยิ้มแย้มอยู่ก็ตาม
“ป้อมนี่มีกฎมีระเบียบ ถึงนายจะอายุเทียมเท่ารุ่นปีสองก็ตามที หรือมียศเป็นเจ้าชายก็ตามที แต่เมื่ออยู่ที่นี่นายมีศักดิ์เป็นรุ่นน้อง หน้าที่ของรุ่นน้องคือเคารพรุ่นพี่ ถอยออกไป ก่อนที่ฉันจะคิดบทลงโทธไว้ให้นาย” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ แต่ทรงอำนาจอย่างที่คนในป้อมไม่เคยได้ยินจากรุ่นน้องคนนี้มาก่อน ทำให้พวกเขาอดยอมรับไม่ได้ว่าชายหนุ่มคนนี้เหมาะสมกับตำแหน่งเสนาธิการฝ่ายซ้ายโดยไม่มีข้อแม้
“ใช่แล้ว เก่งนี่ เฟริน วันเดียวจำกฎได้แล้ว เรโช ไปเสียดีกว่าน่ะ ฉันว่าเสนาธิการคนใหม่คนนี้ท่าทางจะเอาเรื่องอยู่ ถ้าฉันเป็นนายจะไปนั่งเงียบ ๆ แทนดีกว่า” รุ่นพี่โรเวนที่เดินมาถึงทันเห็นเหตุการณ์เอ่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ มือหนาแตะบ่ารุ่นน้องเบา ๆ เพื่อเรียกสติ “เดี๋ยวกินเสร็จแล้ว เรียกคิล กับโร ไปที่ห้องทำงานด้วยล่ะ นายต้องแบ่งหน้าที่นิดหน่อย วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรก เข้าใจมั้ย?”
อดีตสภาสูงทั้งหกมองรุ่นน้องคนโปรดที่เดินกลับไปนั่งรวมกับเพื่อนร่วมรุ่น
“เจ้าเด็กนี่ แน่จริง ๆ โรเวน สมแล้วที่นายแนะนำมา” ไธนอสเอ่ยขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก
“ใช่ ควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ดี แปบเดียวก็ได้ใจคนในป้อมแล้ว เหมือนนายเมื่อก่อนเลยน่ะ โรเวน แถมแผนการที่วางไว้ตอนแข่งศึกชิงตำแหน่งก็คาดเดาได้แม่นยำ ตรงแป๊ะ” โซมาเนียที่ได้รวมกลุ่มกับ เฟรินในศึกชิงตำแหน่งบอกอย่างชื่นชอบ
“โซมี่ ถ้าจะติดใจหัวหน้าคนใหม่ของเราซะแล้วล่ะสิเนี่ย ชิวี่ปวดใจแย่ เนอะ ลอรี่” ซาตานขี้เล่นเสริม
เฟี้ยว ฉึก...
“หุบปากไปซะ ไองี่เง่า แต่เฟริน หมอนั่นมีข้อเสียที่ใหญ่เกินไป” ลอเรนซ์หันไปตวาดซาตานหน้าเป็น ก่อนจะพูดนิ่งกับเพื่อน ๆ
“ข้อเสีย?” โรเวนทวน
“หัวใจ ดูเหมือนว่าเจ้าหญิงนั่นจะทำให้เฟรินเขวเอาเรื่อง แล้วนายก็ดันไปแยกเจ้าตัวกับเจ้าหญิงออกจากกันอีก ถ้าไม่แก้ได้เป็นเรื่องแน่ สำหรับเรื่องหัวใจ ถ้าหมอนั่นมันรักขึ้นมาล่ะก็ มันไม่สนใครหน้าไหน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าสำคัญหรือไม่สำคัญ” ลอเรนซ์อธิบายอย่างหนักใจ
“นายพูด เหมือนว่าเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้วนั่นแหละ ลอเรนซ์” ไธนอสถามขึ้น
“ก็ใช่ น่ะสิ ตอนนี้ไอเจ้านี่รู้จักความรักแรก ๆ ล่ะมั้ง ตอนนี้แฟนคนแรกมันตาย มันก็อาละวาดอยู่สักพัก หลังจากนั้นก็เงียบกลายเป็นหุ่นไร้ชีวิตอยู่นาน นานมาก จนมันเริ่มทำใจได้ก็ออกเที่ยวผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวัน เจ้าชู้ไม่เลือกหน้า และไม่คิดจะจริงจังกับใครอีกเลย แต่ที่ดู ๆ มันคงรักเจ้าหญิงนี่จริง ๆ แล้วล่ะ”
คำเตือนของ ลอเรนซ์น่าสนใจและน่ากังวลจริง ๆ อย่างที่เจ้าตัวบอก เรื่องของความรัก ถ้าจะมองให้สวยงามก็เป็นเรื่องสวยงาม แต่ในความสวยงามนั้นก็แฝงไปด้วยความน่ากลัวอยู่มากเหมือนกัน ทันเท่าความคิดสายตาทั้งหกคู่ก็หันไปทางรุ่นน้องหนุ่มที่มีเจ้าหญิงแฟนสาวเอาใจอยู่ข้าง ๆ เป็นพิเศษ
“คาลิน วันนี้เอาใจท่านเสนาเราดีจังเลยน้า อิจฉาแล้วอ่า แองจี้จ๋า” ครี้ดส่งเสียงแซวอย่างอดปากไม่ได้ พร้อมกับกระโดดเข้าไปให้เจ้าแม่คทาทุบหัวรับขวัญ เรียกเสียงฮาครืนในหมู่เพื่อน ๆ
“นั้นอ่ะดิ จะหวานเกินหน้าเกินตาไปแล้วน่ะเว้ย” คิลแซวอีกคน แต่คนถูกแซวกลับยักไหล่ ยักคิ้วให้
“ก็หวานกับ เรนอนให้มาก ๆ สิว่ะ แค่นี้ก็ไม่รู้ พับผ่าสิ” เฟรินแซวกลับ กลายเป็นว่าคู่ใหม่หน้าแดงระรื่นขึ้นมาทันที
“นั้นสิครับ เห็นแล้วอยากมีแฟนขึ้นมาเลยน่ะครับเนี่ย” ซีบิลเอ่ยอย่างอิจฉา
“งั้นฉันสอนเคล็ดลับเจ็ดกลเม็ดจีบสาวที่สืบทอดกันในตระกูลเดอเบอโรว์ให้เอาป่าว รับประกันได้เลย จีบปุ๊บติดปั๊บ ว่าไงไม่มีค่าครูด้วยน่ะเว้ย” เฟรินไม่ว่าป่าวแถมกระโดดเข้ากลางวงด้วย ไม่นานเหล่าทโมนทั้งหลายที่ไร้คู่ชูชื่นก็พากันจดแลคเชอร์จากอาจารย์เฟรินและอาจารย์ครี้ด สองเจ้าพ่อเรื่องสาวกันทันที ทิ้งให้คนมีคู่แล้ว กับห้าสามงามมองอย่างระอา
“ไอเฟริน ท่าจะลืมน่ะนั้นว่าวันนี้มีประชุมสภาป้อมครั้งแรก” คิลพูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้
“ปล่อย ๆ ไปก่อนน่า คิล ยังเหลือเวลาอีกสักพัก ให้มันได้ปลดปล่อยหน่อย เดี๋ยวก็มีงานให้ทำอีก” โรบอกเพื่อนร่วมงาน ก่อนจะหันไปหามาทิลด้าเหมือนนึกขึ้นได้ “เออ มาทิลด้าวันนี้ ฉันว่าจะออกไปข้างนอกกับ เฟรินน่ะ สัญญาที่นัดกันไว้ขอยกเลิกได้รึป่าว”
“หือ? วันนี้เลยหรอ นายจะออกไปไหนกัน ไม่ใช่พากันก่อเรื่องยุ่งอีกน่ะ” มาทิลด้าเหวให้เจ้าตัวต้นเหตุคราวที่แล้วต้องทำหน้าหนักใจ
“งั้น คิล นายไปด้วยกันไหม” โรชวนเพื่อนนักฆ่าแทน
“ไปสิ ไปไหนล่า ไป” คิลที่เห็นว่าเพื่อนทั้งสองต้องไปทำอะไรสนุก ๆ แน่เลยตัดสินใจไปด้วย ใครจะปล่อยให้พวกมันไปสนุกกันเองสองคนกันเล่า
“นายจะพา เฟรินไปไหน โร ก็รู้อยู่ว่าตอนนี้เฟรินต่อสู้หรือใช้เวทย์ไม่ได้” เฟลิโอน่าย้ำอย่างหนักใจ เธอไม่อยากให้พี่ชายเธอเป็นอะไรไปอีกแล้ว “ฉันไปด้วย”
“ไม่ได้ เธอไปด้วยไม่ได้” โรปฏิเสธทันที ทำให้ทุกคนที่นั่งฟังอยู่มองหน้าด้วยความสงสัย
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ย่ะ จะพากันไปก่อเรื่องที่ไหนอีก หา!” แองจี้เหวเข้าให้ คทาในมือควงไปมาอย่างน่าหวาดเสียว โรทำสีหน้าหนักใจแต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้ เลี่ยงจิบน้ำชาซะดื้อ ๆ
“โร” คาลินที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมานิ่ง ๆ ทำให้คนถูกเรียกถอนหายใจ
“เอาเป็นว่าถ้ามีปัญหาล่ะก็ ฉันจะรีบหา เฟรินกลับมาทันที ตกลงมั้ย? ฉันขอให้สัญญา” โรเอ่ยอย่างหนักแน่น
“อือ อย่าให้อันตรายนักล่ะ” คาลินยอมในที่สุดถึงแม้ว่าเธอจะกระวนกระวายใจอย่างไงบอกไม่ถูกก็ตามที
“งั้นเดี๋ยวฉันไปด้วย” คาโลพูดตัดปัญหา โรคิดสักพักก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้ทุกคนโล่งใจและหายกังวล
..................................................................................