“เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ตามข้ามา”เฟยหลงพูดแค่นั้น ก่อนจะตัดสินใจแหกกฎของเผ่า แอบออกไปยังเผ่าหงส์ไฟเพราะเป็ห่วงคู่ของตนยิ่งนัก จะให้นั่งดูเฉยๆ เหมือนเคยคงไม่ได้อีกแล้ว เป็ไงเป็กัน พวกเขายอมรับโทษแต่โดยดีหากถูกจับได้ขึ้นมา อี้เฟยรีบตามพี่ชายตนมาอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาพวกเขาสองคนก็มายืนอยู่ในที่เกิดเหตุ และเห็นเย่วซินกำลังจะเพลี่ยงพร้ำ โดนอีกฝ่ายฟันลงมา แต่หลิงซานพุ่งตัวเข้าไปรับคมดาบแทน ท่ามกลางความใจหายของทุกคน อี้เฟยที่สติดีกว่าใครในตอนนี้ เลยรีบใช้พลังเวทย์ของตนสกัดคมดาบเล่มนั้นทัน ก่อนที่มันจะฟันลงมาบนลำตัวของคนที่เขารัก จนดาบเล่มนั้นหล่นลงมาตกอยู่ที่พื้นดิน
เขายังใไม่หายกับภาพที่เห็นว่าคนที่เขารัก กำลังจะโดนคมดาบเล่นงานเอา ถ้าเขาช้าไปอีกเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น คนที่เขารักจะเจ็บหนักขนาดไหน นี่คงฝันเสียมิใช่น้อย ดูจากอาการสั่นสะท้านของคนตัวเล็กก็รับรู้ได้เป็อย่างดี หลิงซานกับเย่วซินกอดกันกลม เฟยหลงเห็นดังนั้นเลยตรงเข้าไปจับทั้งคู่ ให้แยกออกจากกันเพราะความหึงหวง
ถึงเด็กคนนั้นจะเอาตัวเข้าไปรับคมดาบแทนคู่ของเขา แต่นั่นมันคนละเื่กัน เย่วซินใเลยเอ่ยประท้วงออกมา
“ท่านทำอะไรออกไปนะ หลิงซานเ้ามาหาข้า”
“ข้ามาช่วยเ้านะ ยังจะร้องเรียกใครได้อีกรึ! “เฟยหลงตอบออกมาด้วยความโกรธคนตรงหน้า
“นั่นมันน้องชายข้า แล้วท่านเป็ใครมาจับข้าไว้ทำไม ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะข้าจะไปหาเขา”เฟยหลงรวบร่างบางเอาไว้ในอ้อมกอด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้า มันชื่นใจเขาเหลือเกิน เลยสูดเข้าไปเสียเต็มปอด ให้คุ้มค่ากับการที่เอาแต่เฝ้ามองอีกฝ่ายมานาน ในเมื่อคนตัวเล็กอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยไปง่ายๆ แน่นอน ขอตักตวงความสุขให้ตัวเองหน่อยเถิด เขาใช้ปลายจมูกโด่ง ซุกไซ้เคลียคลอที่ซอกคอขาวผ่องของร่างบาง
อี้เฟยเห็นดังนั้นก็ดึงตัวของหลิงซานหลบออกมา ก่อนที่จะเห็นอะไรที่ไม่ควร ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าพี่สะใภ้ตนเป็ใคร เลยลดความหึงหวงลงไปได้
“เฮ้อ ค่อยเบาใจหน่อย เ้ามากับข้า”อี้เฟยลากร่างเล็กออกมาจากตรงนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้พี่ชายตน ใช้เวลากับคู่ของเขาได้มากขึ้น
หลิงซานดิ้นรนขัดขืน ไม่ยอมให้อีกฝ่ายลากไปง่ายๆ
“นายเป็อะไรมากไหมเนี่ย มาถึงก็ลากเอาๆ แบบนี้ เดี๋ยวพ่อก็เตะก้านคอให้ลงไปนอนนับดาวเสียเลยนี่ ปล่อยสิบอกว่าให้ปล่อย นี่ถือว่าช่วยไว้เมื่อกี้นะ”
“เ้าพูดจาอะไรของเ้าข้าฟังไม่เข้าใจ”อี้เฟยถามขึ้นเพราะงงกับคำพูด
“เอ่อจริงสิลืมไป ข้าบอกว่าปล่อย ข้าจะไปหาพี่ชายข้า”
“เ้าจะไปขวางเขาทำไมกัน ปล่อยเขาสองคนให้อยู่ตามลำพังเถิด”หลิงซานไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูด เขาพยายามมองอีกฝ่ายให้เห็นชัดกว่านี้แต่ก็ไร้ผล เพราะมันมืดเสียจนมองอะไรไม่เห็น แต่อี้เฟยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ในเวลากลางคืนก็ตาม เขาจึงเห็นว่าตามเนื้อตัวของคนตัวเล็กมีแต่รอยขีดข่วน บางแห่งถึงกับมีเืไหลซึมออกมา คงจะเจ็บน่าดู
ใบหน้าก็บวมเป่ง เพราะแรงที่ตบลงมาอย่างไม่ยั้งของไอ้คนชั่วช้านั่น คิดแล้วมันยิ่งโมโห รอสักประเดี๋ยวเถิด เขาจะเอาคืนให้สาสมเชียว ที่บังอาจทำคนที่เขารักเจ็บปานนี้
เย่วซินก็เช่นกัน เขาพยายามมองหน้าอีกฝ่าย แต่มันมืดเหลือเกินจึงมองไม่เห็น เห็นแค่เงาตะคุ่ม ๆ กับเสียงที่ดูทรงอำนาจอย่างไรก็ไม่รู้ เขารู้สึกคุ้นเคยมากกับเสียงแบบนี้แต่ก็นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
หารเปาโมโหมากที่ตนโดนขัดขวาง เลยยกดาบฟันมายังเฟยหลงทันที แต่เฟยหลงเร็วกว่าปัดดาบทิ้งอย่างง่ายดาย
“เ้าอยากตายมากใช่หรือไม่ ที่บังอาจทำร้ายคนของข้า”
“เ้าเป็ใครมายุ่งอะไรกับเื่ของข้า ไสหัวไปซะถ้าไม่อยากตาย”มันมีสีหน้าหงุดหงิด พอดีถ่งท่ายที่เพิ่งจะฟื้นจากอาการสลบ ก็เข้ามาสมทบกับสหายทันที เฟยหลงเห็นดังนั้นก็รำคาญใจยิ่งนัก
“ทำอะไรลงไปยังไม่สำนึกอีก”เฟยหลงพูดออกมาด้วยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมทรงอำนาจจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดุร้าย หมายชีวิตคนตรงหน้า
“มันน่ารำคาญเสียจริง สงสัยพวกเ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”อี้เฟยกล่าวออกมาอย่างรำคาญ เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่ยอมหยุด เลยตรงดิ่งมากระชากตัวคนที่ทำร้ายหลิงซานเอาไว้
“เมื่อสักครู่เ้าใช้มือข้างไหน ตบหน้าคนของข้า ข้างนี้รึเปล่า”
เขาพูดพลาง กระชากมือของมันมาจับไว้อย่างมั่นคง ก่อนที่จะดึงกระบี่ออกมา สายตาวาววับมีแววสนุกกับการกระทำของตน จ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง
ถ่งท่ายมองสายตาคมนั้นอย่างหวาดกลัว เขารู้สึกได้ว่า สายตาคู่นั้นมันมีอำนาจลึกลับแฝงอยู่ กำลังมองมาทางเขาอย่างโกรธจัด ถ้าหากมันมีไฟอยู่ในนั้น ก็คงจะเผาเขาเสียมอดไหม้
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เ้าเป็ใครกันถึงมาสอดเื่ของข้า”
“ข้าถามว่ามือข้างไหนที่ทำร้ายคนของข้า หูหนวกหรือไรตอบมา”
“มันเื่ของข้า และอีกอย่าง เ้านั่นมันไปเป็คนของเ้าั้แ่เมื่อไร ข้าจะบอกเ้าไว้เอาบุญก็แล้วกัน เ้านั่นมันเป็บุคคลต้องห้าม เป็คู่ชะตาของาาั เ้าไม่มีทางสมหวังหรอก เ้ามันหน้าโง่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ เ้ามันโง่เง่าสิ้นดี! “
“รู้ขนาดนี้แล้ว เ้ายังจะกล้าล่วงเกินเขาอยู่อีกรึ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริงๆ สินะ”
“มันเื่ของข้า เ้าอย่าแส่! ”
“เื่ของเ้าใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นแล้ว... เ้าคงไม่อยากจะมีมือ เอาไว้ใช้แล้วซินะ”
“อ๊าก... นี่เ้ากล้าทำร้ายข้ารึ ตายซะเถิด”
หลังจากที่เขาพูดจบ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน อย่างเ็ปทรมาน ออกมาจากปากของถ่งท่าย อี้เฟยยืนมองผลงานของตนอย่างพอใจ ก่อนที่จะเอี้ยวตัวหลบคมดาบ ที่อีกฝ่ายฟันลงมาด้วยมือที่เหลืออยู่ข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะเข้าไปกระชากอีกฝ่าย แล้วจับไว้อย่างมั่นคง
“เ้าอยากรู้นักใช่หรือไม่ว่าข้าคือใคร ข้าจะให้เ้ารู้ก่อนตาย เพราะอย่างไรเสีย วันนี้เ้าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปอย่างแน่นอน โทษฐานที่คิดร้ายต่อคู่ชะตา ว่าที่ชายาข้า”
อี้เฟยพูดพลางมองหน้าอีกฝ่ายซึ่งตอนนี้ดวงตาของเขา จากสีน้ำตาลอ่อนๆ กลายมาเป็สีอำพันมองเขาอย่างดุร้าย
“มะ-หมายความว่าท่านคือ”
“ใช่ข้ากับท่านพี่นี่แหละ คือาาัตัวจริง”
สิ้นคำพูด ร่างกายที่เคยเป็บุรุษรูปงาม ก็กลับกลายเป็ัตัวใหญ่ดำทะมึนอย่างน่ากลัว เพียงเท่านั้นถ่งท่ายถึงกับเข่าอ่อน ยืนไม่อยู่แข้งขาสั่นไปหมด รับรู้ถึงชะตากรรมของตนทันที
ว่าอย่างไรเสียาาัตนนี้ คงไม่ปล่อยเขากับหารเปาเอาไว้แน่ ที่บังอาจไปแตะต้องว่าที่ราชินีของตน ดูจากท่าทางโกรธจัดของอีกฝ่าย อย่างไรเขาคงไม่รอดอย่างแน่นอน ขาที่สั่นอยู่แล้วตอนนี้มันไม่มีแรงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างใหญ่เลยทรุดลงไปนั่งอย่างหมดแรง ก่อนจะก้มลงเอาหน้าผากโขกลงกับพื้นเพื่อร้องขอชีวิต
“ข้าผิดไปแล้วโปรดไว้ชีวิตข้าเถิด องค์าาไว้ชีวิตข้าด้วย”
“สำนึกได้มันก็สายไปเสียแล้ว ข้าคงให้เ้าไม่ได้หรอก”
อี้เฟยคงยื่นความปราณีให้อีกฝ่ายไม่ได้ เพราะความลับที่เขาเเละพี่ชายแอบหนีมาที่นี่ จะให้ใครรู้ไม่ได้ หลิงซานเองก็ไม่รู้เพราะเขาใช้เวทย์บังตาอีกฝ่าย ไม่ให้เห็นร่างจริงที่เขาเผยให้ถ่งท่ายได้เห็น ดาบเล่มยาวคมกริบ ได้ตวัดไปที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ เป็เหตุให้หัวของมัน ขาดกระเด็นออกมาจากลำคอของอีกฝ่ายตกลงมาบนพื้น ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของหลิงซาน เล่นเอาหลิงซานถึงกับตาค้างอ้าปากเหวอ
“หะ-หัว หัวคน ว้าก!! ช่วยด้วยเอามันออกไปที เอามันออกไป”
หลิงซานยืนมองหัวคน ที่กลิ้งมาหยุดอยู่ที่เท้าตัวเองด้วยความสยดสยอง ก่อนจะแหกปากออกมาอย่างหวาดกลัว กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ตอนนี้เขาช็อคตาตั้งไปแล้วเพราะมันเกินจะรับได้จริงๆ
ที่เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ดับวูบไป อี้เฟยเห็นดังนั้นก็รีบตรงมารับร่างของอีกฝ่ายก่อนที่จะลงไปกองกับพื้น เขารู้ว่าอีกคนคงจะหมดสติเพราะรับไม่ได้กับภาพโหดร้ายที่เห็น อี้เฟยอุ้มร่างเล็กไปหาที่เหมาะๆ ก่อนจะวางร่างบางที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำลงอย่างเบามือ
ตอนนี้ร่างเล็กมิหวาดกลัวในตัวเขาไปแล้วหรอกหรือ เขาคิดพลางถอนหายใจออกมาเสียเฮือกใหญ่ เอาเถิด ค่อยคิดหาวิธีให้ร่างเล็กเลิกหวาดกลัวเขาในภายหลังก็แล้วกัน
“ข้าไม่ได้อยากทำให้เ้าหวาดกลัวเช่นนี้ แต่ข้าปล่อยมันไปไม่ได้จริงๆ เ้าอย่าได้หวาดกลัวข้าไปเลยคนดีของข้า ข้าไม่มีวันทำร้ายเ้า ไม่มีวัน”
เขาพร่ำบอกร่างเล็กที่นอนหมดสติอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สายตาคมจ้องมองาแบนตัวของคนตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด เขาน่าจะมาให้เร็วกว่านี้ ไม่น่าลังเลจนทำให้คนตรงหน้าได้รับาเ็มากขนาดนี้ ก่อนจะใช้เวทย์รักษาาแของคนตรงหน้าจนหายสนิท
มือหนาล้วงหยิบสร้อยคอเส้นเล็ก ที่ห้อยจี้รูปัออกมาจากอกเสื้อ มันหวนกลับคืนมาที่เขาเพาะเขาเป็เ้าของสร้อยเส้นนี้ เมื่อมันหลุดหายก็มิอาจไปไหนได้นอกจากกลับคืนเ้าของ หลิงซานคงทำตกไว้ตอนวิ่งหนีซินะ มือหนาค่อยๆ สวมกลับคืนให้กับเ้าของอีกคนอย่างเบามือ
จริงๆ แล้วสร้อยเส้นนี้มันมีอยู่สองเส้น เป็ของเขาและพี่ชาย มันเป็สร้อยของผู้ที่จะได้ขึ้นรับตำแหน่งชายา หรือราชินีของาาัองค์ต่อไป หากแต่ของเขามันหายไปนานมากแล้ว ไม่รู้หายไปได้อย่างไร
เขาจึงให้ช่างฝีมือดีทำขึ้นมาใหม่ ส่วนของพี่ชายก็ยังคงอยู่ อี้เฟยก้มลงจุมพิตอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลทะนุถนอม
“ถือเสียว่าข้าขอกำลังใจจากเ้าก็แล้วกันชายาข้า”
ทางด้านเฟยหลง ตอนนี้ก็ไม่แตกต่างจากอี้เฟยสักเท่าไรนัก เขาได้สังหารอีกฝ่ายในดาบเดียว เย่วซินมองเหตุการณ์อย่างใ แต่ไม่มากเท่าหลิงซาน รายนั้นสลบยังไม่ฟื้นเลย
“ท่านถึงกับต้องฆ่าแกงกันเลยรึ”
“ก็มันคิดจะฆ่าเ้า จะให้ข้าไว้ชีวิตมันได้อย่างไร”
“ข้ากับท่านไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ท่านจะมาปกป้องข้าเพื่ออะไร”เย่วซินถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่้า
“เ้าแน่ใจรึว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อน ช่างลืมง่ายดายเสียจริง”
เฟยหลงถามพลางรวบร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเย่วซินหันหน้าหนี เขารู้สึกว่าบุรุษผู้นี้ ชอบถึงเนื้อถึงตัวเขาเหลือเกิน
“ท่านจะทำอะไรปล่อยข้าเถิดข้าอึดอัด”
“ข้าปล่อยเ้าแน่นอนแต่หลังจาก… ”
พูดจบริมฝีปากหนาก็ประกบเข้ากับริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว เย่วซินยืนนิ่งเสียอย่างนั้นเพราะใ เลยไม่ทันที่จะคิดรับมือ อีกฝ่ายจึงใช้โอกาสตอนที่เขาเผลอบดจูบลงมาอย่างนุ่มนวล บังคับอีกฝ่ายให้เปิดปากรับลิ้นร้อนๆ ของเขา ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวรัดลิ้นเล็กของเย่วซินอย่างหลงใหล ดูดซับเอาความหอมหวานอย่างละโมบ ไม่รู้จักพอ
จนรู้สึกว่าอีกฝ่ายอ่อนแรงลง เพราะจุมพิตเขาเหมือนจะ่ชิงลมหายใจของร่างบางให้หมดไปเรื่อยๆ เลยถอนจุมพิตออกจากปากอิ่มอย่างแสนเสียดาย ดวงตาคมจ้องมองมายังดวงตาหวาน ซึ่งตอนนี้เบิกโตค้างอยู่อย่างนั้น เฟยหลงระบายรอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้า จ้องมองใบหน้างามที่เขาเฝ้ารอมาตลอด
ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพียงมองอยู่ไกลๆ อีกต่อไปแล้ว แต่ร่างบางมาอยู่ในอ้อมกอด และยังได้ััอีกฝ่ายอย่างไม่คาดคิด นี่สิที่ทำให้เขาไม่อยากปล่อยอีกฝ่ายออกจากอกตนไปเลย เขาก้มลงไปกระซิบที่ใบหูเล็กๆ เล่นเอาคนฟังสะดุ้งเฮือก หันมาจ้องหน้าอีกคนตาแป๋ว แต่ก็หาได้เห็นใบหน้าอีกคนอย่างที่คิดหวังเอาไว้
“นี่ถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่ข้าช่วยเ้าก็แล้วกัน หึ หึ”
เย่วซินได้สติทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มดังชิดใบหู เล่นเอาขนลุกเกรียวอย่างไม่มีเหตุผล หันมาถามอีกฝ่ายทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็เพราะอะไรกันแน่ เฟยหลงมองคู่ของตนอย่างรู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก ท่าทางเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูกของอีกฝ่าย มันช่างน่ากลั่นแกล้งอะไรเยี่ยงนี้
“ทะ-ท่านทำเช่นนี้ทำไมกัน”เขาเลยตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ ไม่ต้องถามอะไรข้าในตอนนี้ อีกไม่นานเ้าก็จะรู้เอง เอาล่ะได้เวลากลับบ้านแล้ว ไปเถิดข้าจะไปส่ง แล้วอี้เฟยล่ะไปอยู่เสียที่ไหน”
เขาหันไปมองหาน้องชายของตน ก่อนจะเห็นน้องชายกำลังอุ้มอีกคนเดินมา
“ท่านพี่ข้าอยู่นี่”
อี้เฟยรีบตอบพี่ชายทันที เขาอุ้มคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยังไม่ได้สติไว้ในอ้อมแขนอย่างห่วงหา เย่วซินเห็นดังนั้นเลยตรงไปหาน้องชายทันที
“หลิงซานเ้าเป็อะไร เ้าทำอะไรน้องข้า”
“เดี๋ยว ท่านใจเย็นๆ ก่อนเถิดพี่สะใภ้”อี้เฟยรีบพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะโดนอีกฝ่ายซัดเข้าให้ เพราะเป็ห่วงคนตัวเล็ก และเข้าใจผิดคิดว่าเขาทำร้ายคนที่หมดสติอยู่ในอ้อมกอด แต่เขาคงปากไวไปหน่อยกระมัง
“พี่สะใภ้รึ นี่เ้าพูดอะไรออกมาห๊ะ! “
“ข้าพูดผิดตรงไหน ก็ท่านเป็คู่ของพี่ชายข้า ข้าเรียกพี่สะใภ้น่ะถูกแล้ว”
“เ้าคนปากเสีย ข้าจะเฉือนปากเ้าทิ้งซะ เ้าจะได้ไม่มีปากไว้พูดจาพล่อยๆ อีกต่อไป “
“ท่านพี่ ช่วยข้าด้วยพี่สะใภ้จะฆ่าข้า” อี้เฟยฟ้องพี่ชายตนทันที
“ข้าบอกว่าให้เ้าหยุดเรียกข้าเช่นนั้น หยุดเดี๋ยวนี้ถ้าเ้ายังไม่อยากตาย!! “
“พอเถิด เ้าก็เช่นกันอี้เฟยหยุดแกล้งเขาสักที”
“ส่งหลิงซานมา ข้าจะพาเขากลับบ้าน”เย่วซินร้องขอจากอีกฝ่าย
“ท่านไม่ต้องลำบากหรอกพี่สะใภ้ ข้าจะพาเขาไปส่งเอง”
เย่วซินหมดคำพูดกับความดื้อรั้นของคนตรงหน้า จึงปล่อยเลยตามเลย มองแค่นี้เฟยหลงก็รู้ทันทีว่า คนที่น้องชายตนอุ้มเอาไว้คือคู่ของอี้เฟย มองจากสายตารักใคร่ห่วงใย ก็พอจะเดาออกได้ไม่ยาก ทั้งหมดเลยพากันกลับบ้าน โดยที่เย่วซินไม่ลืมที่จะแจ้ง ให้คนที่ติดตามเขามาว่าเจอหลิงซานแล้ว ให้แยกย้ายกันกลับบ้านได้
ส่วนศพของสองคนนั้น เฟยหลงก็จัดการฝังอย่างเรียบร้อย หลังจากส่งคนทั้งคู่กลับที่พักอย่างปลอดภัย อี้เฟยและเฟยหลงก็รีบกลับวังัทันที ครั้งนี้ถือว่าพวกเขาโชคดีมากที่ไม่ถูกจับได้ จึงรีบกลับไปยังตำหนักตน แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า องครักษ์จอมแสบของเขาทั้งคู่กลับรับรู้เื่นี้เป็อย่างดี
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หลิงซานก็ไม่กล้าหนีอีกเลย ท่านผู้นำเองก็ไม่กล้าต่อว่า หรือทำอะไรรุนแรงเพราะกลัวเขาจะหนีอีก กลัวเขาจะเป็อะไรไป เขาเลยใช่วิธีขู่เอาไว้ ว่าหากบังคับเขามากนักเขาจะทำร้ายตนเอง และมันก็ได้ผลเกินคาด ท่านหัวหน้ายอมตามใจเขาทุกอย่าง แต่ก็ให้คนคอยจับตาดูเขาไว้ตลอดเวลา ป้องกันการหลบหนีอีกกระมัง หากเขา้าจะหนีจริงๆ ใครก็ห้ามเขาไม่อยู่หรอก
แต่ตอนนี้ขอผ่าน ยังช็อคไม่หายเลยกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่แล้ว เขาเข็ดจริงๆ ตอนนี้ก็ยังสงสัยว่า คนที่มาช่วยตนกับท่านพี่เอาไว้เป็ใครกัน จะหาคำตอบได้จากที่ใด พี่ชายเขาก็ยังสงสัยอยู่จนถึงตอนนี้ ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน