ทันทีที่ประตูปิดลงเื้ั ความเงียบก็เข้าครอบงำ
หลิงเซียวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถูกดูดกลืนลงสู่ความว่างเปล่า ไม่มีพื้น ไม่มีเพดาน ไม่มีทิศ ไม่มีแสง ทุกสิ่งรอบตัวคือสีดำสนิท ราวกับเขาหลุดเข้าสู่อีกภพหนึ่งที่ไม่มีแม้กระทั่งกฎแห่งการดำรงอยู่
“นี่…คือเขาวงกตกลแห่งจิตงั้นหรือ?”
เสียงของเขาดับหายไปในทันที ไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อน
หลิงเซียวก้าวเท้าอย่างช้า ๆ แต่แทนที่จะรู้สึกถึงแรงต้านหรือพื้นรองรับ เขากลับรู้สึกเหมือนก้าวลอยอยู่ในสุญญากาศ ความเวิ้งว้างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ทันใดนั้น—
“เ้ากำลังหนีอะไรกันแน่?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่จากรอบกาย…แต่จากในอก
หลิงเซียวหยุดก้าวทันที
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของผู้อื่น แต่เป็ เสียงของตนเอง—เสียงที่เขาเคยพยายามเงียบเสียงมันลงเสมอมา
“เ้าคิดว่าการสร้างกลจักรใหม่จะลบอดีตที่ล้มเหลวได้หรือ?”
เบื้องหน้าปรากฏประกายแสงสีเงินเป็เส้นริ้ว ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็เงาของชายผู้หนึ่งในชุดนักประดิษฐ์ กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นโลหะเผาร้อนลอยคละคลุ้ง
ชายผู้นั้น…หน้าตาเหมือนเขาทุกประการ
แต่ในแววตาของอีกฝ่าย ไม่มีความตั้งใจ ไม่มีแววฝัน มีเพียงความเหนื่อยล้า ปริแตก และสิ้นหวัง
“เ้า…คือข้าในวันนั้น” หลิงเซียวพึมพำ
ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ตอบ แต่เพียงจ้องเขา แล้วเอ่ยช้า ๆ
“เ้ารอดจากโลกเก่า แต่เ้านำเอาภาระทั้งหมดมาด้วย”
“ข้าไม่ได้หนี…ข้าแค่—”
“โกหก” เสียงนั้นกรีดเฉียบ
ในพริบตา เงาร่างนั้นแยกร่างเป็หลายร้อยเงา ร่างของหลิงเซียวในวัยต่าง ๆ—ั้แ่เด็กชายที่ล้มลงกลางโรงงาน, วัยรุ่นที่เผาแผนแบบที่ล้มเหลว, จนถึงชายหนุ่มที่ยืนมองเครื่องจักระเิต่อหน้าตา
“เ้าคิดว่าการได้พลังในโลกนี้จะล้างสิ่งเ่าั้ได้หรือ?”
หลิงเซียวกำหมัดแน่น
ไม่ใช่เพราะโกรธเงานั้น
แต่เพราะมันพูดความจริง
เงาร่างนับร้อยเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาเขา พร้อมเสียงกระซิบกระซาบที่บีบคั้นจิตใจ
“เ้าอ่อนแอ…”
“เ้าล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า…”
“เ้าทิ้งคนที่เชื่อใจเ้าไว้เื้ั…”
“หยุด!” หลิงเซียวคำราม เสียงก้องสะท้อนออกจากใจ
เงารอบตัวหยุดนิ่งชั่วขณะ
เขาหายใจหนัก สายตาสั่นไหว แต่ยังไม่ถอย
“ข้าล้มเหลวจริง… ข้าทำพังมาหลายครั้งจริง… ข้ายังหนีจากบางอย่างไม่ได้…”
เสียงของเขาเบาลง
“…แต่ข้ากำลังพยายามอยู่มิใช่หรือ?”
เขายกมือขึ้นแตะอกตนเอง
“ข้าไม่ได้ลืมอดีต ข้าแค่ไม่ยอมให้มันเป็กรงขังอีกต่อไป…”
เงาทุกเงาสะท้อนแสงสีทองออกจากร่าง ราวกับค่อย ๆ ถูกชำระ
ในที่สุด ร่างเ่าั้รวมกันอีกครั้ง กลับกลายเป็ชายหนุ่มในชุดประดิษฐ์เช่นเดิม แต่คราวนี้…เขาไม่พูดอะไรอีก
เขาเพียงเดินเข้ามาช้า ๆ วางมือบนบ่าของหลิงเซียว
แล้วกล่าวเสียงเบา
“เ้าพร้อม…ที่จะเริ่มสร้างใหม่แล้ว”
ทันใดนั้น—
แสงสีทองจากพื้นด้านล่างพุ่งขึ้นโอบร่างหลิงเซียว กลายเป็ลำแสงกลจักรพุ่งสูงขึ้นสู่ฟ้า
ประตูทางออกของเขาวงกตกลแห่งจิตปรากฏตรงหน้า
ในแววตาของหลิงเซียว ไม่มีความหวาดกลัวหรือสับสนอีกต่อไป
มีเพียงความเงียบสงบ…และประกายของผู้ที่เลือกจะ ไม่หลบหน้าเงาของตนเองอีกแล้ว
เขาก้าวไปข้างหน้า
และประตูเปิดออก
…
ด้านนอก เฟิ่งเหยานั่งรอด้วยใจเต้นระทึก
หลิงจื้อกับซ่งหลี่เองก็ออกมาแล้ว แต่เมื่อพวกเขาเห็นประตูแง้มออกอีกครั้ง ทั้งสามก็หันขวับพร้อมกัน
แสงสีทองสาดออกมาก่อนที่เงาร่างจะปรากฏ
และเมื่อหลิงเซียวก้าวออกมา ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ
แต่ในแววตาของพวกเขา—คือความเข้าใจร่วมกันในสิ่งที่ไม่อาจถ่ายทอดเป็คำพูดได้
เยว่อี้ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้เงียบสงบ เอ่ยเพียงคำเดียว…
“ผ่าน”