แผ่นดินเทียนเหอ...หลังจากวันที่จักรพรรดิไห่หลิงเปิดากับนิกายันพเก้าและพ่ายแพ้ลงด้วยการคงอยู่ของบรรพชนโบราณทั้งสองทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงการประกาศศักดาครั้งนี้ของนิกายันพเก้าราวกับว่าพวกเขาใช้หนึ่งฝ่ามือในการบดบังท้องฟ้า!มันไม่ใช่เพียงแค่ในแผ่นดินเทียนเหอเท่านั้น ข่าวการปรากฏตัวของบรรพชนโบราณได้แพร่ออกไปย่างรวดเร็วและมันทำให้ขุมอำนาจของแผ่นดินใกล้เคียงเริ่มเกิดการเคลื่อนไหว
ในวันเดียวกันนั้นเย่ฉี...ประมุขรุ่นที่สิบเอ็ดของนิกายันพเก้าได้สั่งให้ทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอกวาดล้างราชวงศ์ต้าไห่เมื่อคำสั่งนี้ส่งออกไปกลับไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน!สายเืตรงของจักรพรรดิไห่หลิงทั้งหมดถูกปะาในวันต่อมาและผู้ใดก็ตามที่มีแซ่ไห่จะถูกเนรเทศออกไปจากดินแดนเทียนเหอในเวลาเดียวกันตระกูลผู้ฝึกตนฝ่ายมารดาขององค์ชายไห่หยวนก็ได้ยอมศิโรราบต่อนิกายอย่างสมบูรณ์...พวกเขาได้ทำสัญญาโลหิตกับนิกายันพเก้าและปิดตระกูลลงไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกเป็เวลาหนึ่งพันปี!
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้นามของเย่ฉีแพร่สะพัดออกไปและคนทั้งแผ่นดินเทียนเหอนี้ล้วนหวาดกลัวในความเด็ดขาดของเขาการจัดการกับราชวงศ์ต้าไห่ของเย่ฉีนั้นย่อมเป็เื่โหดร้ายแต่ความเด็ดขาดนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเช่นกันทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้เหลือเสี้ยนหนามใดๆที่จะผุดขึ้นมาทิ่มตำนิกายันพเก้าในอนาคตเมื่อเขาจากไป
ภายในเวลาเพียงสามวันเท่านั้นนิกายันพเก้าก็ได้แต่งตั้งตระกูลราชวงศ์ขึ้นมาใหม่และเข้าควบคุมแผ่นดินเทียนเหอนี้อย่างสมบูรณ์...มันราวกับว่าทั้งหมดเป็ความฝัน...นับั้แ่เย่ฉีก้าวเท้าเข้ามาในนิกายันพเก้าจนถึงวันนี้กินเวลาไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น!
จากนิกายที่ตกต่ำจนถึงคราวล่มสลายก็ถูกพลิกกลับตาลปัตรไปกลายเป็ผู้กุมอำนาจสูงสุดของแผ่นดิน!
***
บนที่ราบขนาดใหญ่ที่อยู่ในส่วนลึกของแผ่นดินเทียนเหอ...พื้นที่แห่งนี้ถูกรายล้อมด้วยแม่น้ำและป่าเขาเย่ฉียืนอยู่ด้านหน้าประตูสีดำขนาดใหญ่ที่กั้นขวางระหว่างด้านในและด้านนอกโดยมีกำแพงสูงเสียดฟ้าสีดำสนิทล้อมไปทั้งแปดทิศ!
‘หลุมฝังศพนิรันดร์!’
ดวงตาของเย่ฉีมองไปยังป้ายสลัก้าประตูบานใหญ่ก่อนที่เขาจะตกอยู่ในห้วงความคิดเป็เวลานานสุดท้ายประกายในดวงตาของเขาก็ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง มันเต็มไปด้วยความขี้เล่นและดูเหมือนว่ามุมปากของเขาจะปรากฏเป็รอยยิ้มอยู่ด้วยเช่นกัน...
“สุดท้ายแล้วผีจอมเพ้อฝันเช่นเ้าก็สามารถทำมันได้จริงๆ....เพื่อตอบแทนที่เ้าเคยช่วยข้าในปีนั้นหากผู้ที่ดูแลหลุมฝังศพตอนนี้เป็ลูกหลานของเ้า...ข้าจะเล่าเกี่ยวกับเื่นั้นให้เขาได้ฟัง”
เย่ฉีเดินตรงไปยังประตูสีดำบานใหญ่อย่างช้าๆโดยมีเสี่ยวเฮยติดตามไปด้วยที่ด้านหลังประตูของหลุมฝังศพนิรันดร์นั้นไม่ได้เปิดออกมาเป็เวลานานนับหมื่นปีภายในสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยศพและสมบัติโบราณจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้ในอดีต...ในสมัยก่อนนั้นหลุมฝังศพแห่งนี้จะถูกใช้เป็สถานที่สุดท้ายเผื่อกลบฝังร่างของบรรพบุรุษของตระกูลใหญ่หรือแม้กระทั่งศพของจักรพรรดิ!
หลุมฝังศพนิรันดร์นั้นเป็สถานที่ที่ลึกลับและไม่มีผู้ใดสามารถรุกล้ำเข้าไปได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลในขณะเดียวกันด้วยเหตุนี้ก็ทำให้คนจำนวนมากปรารถนาจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่สุดท้ายเพื่อกลบฝังร่างของตัวเองและจากไปอย่างสงบ...ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหลุมฝังศพนิรันดร์เกิดขึ้นมาเมื่อใดและคงอยู่มานานแค่ไหนแต่ครั้งแรกที่มันปรากฏขึ้นก็เป็เวลาหลังจากที่นิกายันพเก้าถูกสร้างขึ้นโดยประมุขรุ่นแรกไม่นาน
ภายในโลกมนุษย์แห่งนี้หลุมฝังศพนิรันดร์เป็สถานที่เดียวที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปได้หากไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ดูแลหลุมฝังศพ!
อย่างไรก็ตามยามนี้เย่ฉีได้เดินตรงไปและหยุดลงที่หน้าประตูฝ่ามือของเขาทาบลงไปก่อนจะค้อมตัวลงไปเล็กน้อยและพึมพำบางอย่างออกมาราวกับว่าเขากำลังกระซิบบอกกับใครบางคนโดยที่ความจริงแล้วมีเพียงบานประตูสูงเสียดฟ้าอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเย่ฉีกล่าวสิ่งใดออกไปทว่าพริบตาต่อมาภายในประตูบ้านใหญ่ที่สูงเสียดฟ้ากลับเกิดการสั่นะเืเล็กน้อยก่อนที่ตรงส่วนกลางของบานประตูจะเกิดเป็แสงสีดำเรืองรองขึ้นมาสับเปลี่ยนรูปสลักราวกับว่าพวกมันมีชีวิตรูปสลักของผีจำนวนมากค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปทำให้ตรงบริเวณนั้นเกิดเป็ประตูบานเล็กๆบานหนึ่งสูงราวๆ สิบจั้งปรากฏขึ้น
“เ้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย...”
เย่ฉียิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหัวก่อนจะเดินเข้าไปเปิดประตูบานนั้นและก้าวเข้าสู่หลุมฝังศพนิรันดร์!
“เดินตามทุกย่างก้าว...ห้ามผิดไปแม้แต่น้อย!”
ภายในหลุมฝังศพนิรันดร์หลังจากเย่ฉีเข้ามาเขาก็มองกวาดไปรอบด้านที่เต็มไปด้วยหลุมฝังศพนับล้านมันมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่...หรูหราและธรรมดา...ในหลุมฝังศพจำนวนมากเหล่านี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาและรวมตัวกันอย่างหนาแน่เป็กลุ่มก้อนสีดำที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
กลุ่มก้อนเหล่านี้ลอยไปมาอยู่ภายในหลุมฝังศพนิรันดร์และมีให้เห็นอยู่แทบจะทุกที่!อย่างไรก็ตามในจำนวนหลุมฝังศพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายเ่าั้สายตาของเย่ฉีก็ยังกวาดมองออกไปและพบว่ามีอยู่ไม่น้อยเช่นกันที่ภายในกลิ่นอายแห่งความตายนั้นยังปรากฏให้เห็นเป็เศษเสี้ยวของชีวิตสายหนึ่งมันแสดงให้เห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่หลับลงในสถานที่แห่งนี้เพื่อรอคอยบางอย่างและไม่ยอมจากไปตามกฎแห่งความตาย!
“การเฝ้ารอที่ไร้ความหมายเช่นนี้...สมกับเป็เ้าผีน้อยเสียจริง!”
เย่ฉีส่ายหัวให้กับสิ่งที่เห็นก่อนจะเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาวเขาไม่แม้แต่จะสนใจกับสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถูกฝังอยู่คู่กับศพเหล่านี้ แน่นอนว่าเื่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือตลอดเส้นทางในการเดินของเขาไม่ได้ทำให้เกิดการกระตุ้นต่อกลุ่มก้อนความชั่วร้ายเลยสักนิดเดียว
ภายในหลุมฝังศพอันกว้างใหญ่แห่งนี้เป้าหมายของเย่ฉีมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นก็คือปราสาทหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นได้อยู่ไกลๆเบื้องหน้าการเดินของเย่ฉีนั้นช้าเป็อย่างมากและคดเคี้ยวไปมาจนสุดท้ายเขาก็ใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของปราสาท
การบุกรุกเข้ามาของเย่ฉีในครั้งนี้เป็สิ่งที่เรียบง่ายและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างเป็ธรรมชาติจนราวกับว่าตัวตนของเขาถูกลบออกไปอย่างสมบูรณ์ั้แ่ด้านหน้าของประตูสีดำที่สูงเสียดฟ้าจนมาถึงหน้าปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เกิดความผิดปกติต่อหลุมฝังศพนิรันดร์เลยแม้แต่นิดเดียว
ด้านหน้าของปราสาทสีดำหลังนี้นั้นคือซุ้มขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากโครงกระดูกสีขาวและด้านล่างคือกระจกใสที่ทอดยาวเข้าไปด้านในของปราสาทโดยมีบ่อน้ำโลหิตอยู่ด้านล่าง...มันเป็ภาพที่ดูหน่าสยดสยองและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความชั่วร้ายไร้สิ้นสุด
เย่ฉีนำเสี่ยวเฮยก้าวเข้าไปด้านในโดยเดินผ่านแอ่งน้ำโลหิตไปจนถึงห้องโถงห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยรูปปั้นของชนเผ่าโบราณที่ตรงกลางห้องโถงนั้นคือระฆังขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่้าของแท่นบูชาสีเื
“สั่นระฆังให้ข้า...เราจะแจ้งให้ผู้ดูแลหลุมฝังศพนิรันดร์รับรู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องออกมาต้อนรับแขกแล้ว”
เสี่ยวเฮยพยักหน้ารับคำในทันทีก่อนจะะโขึ้นไปและใช้ฝ่ามือของเขาฟาดไปยังระฆังบนแท่นบูชาสีเือย่างแรงทันทีที่ฝ่ามือของเขากระทบลงไปก็เกิดเป็เสียงกังวานก้องไปทั่วทั้งหลุมฝังศพแห่งนี้...เป็เวลานานมากแล้วที่ระฆังของหลุมฝังศพนิรันด์ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา
ในเวลาเดียวกันนั้นตรงส่วนลึกของปราสาทในห้องโถงที่มีโลงศพสีดำตั้งอยู่บนแท่นบูชาขนาดใหญ่ก็สั่นไปมาราวกับว่าจะแตกออกก่อนที่ฝาของโลงศพนั้นจะแง้มออกมาเล็กน้อยเผยให้เห็นฝ่ามืออันเหี่ยวแห้งราวกับโครงกระดูกยื่นออกมา
บรรยากาศที่เงียบสงบในปราสาทแห่งนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็น่าขนลุกอย่างฉับพลันพร้อมกับเสียงเล็กแหลมที่เต็มไปด้วยโทสะดังออกมาจากโลงศพบนแท่นบูชาแห่งนั้น
“เป็ผู้ใดที่บังอาจกล้าบุกรุกหลุมฝังศพนิรันดร์ของข้า!”