เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 36 สมุดบันทึกปริศนา

    “เอ้าชน!!!”

    เสียงอึกทึกเฮฮาดังขึ้นที่บ้านหลัก ผู้ร่วมแผนการทุกคนต่างนั่งหน้าสลอนกันอยู่บนโต๊ะที่มีอาหารและเครื่องดื่มถูกเตรียมไว้จนเต็มโต๊ะ ทั้งยังมีอาหารอีกหลายชุดที่เตรียมเอาไว้พร้อมจะนำมาจัดวางไว้แทนที่จานเดิมที่กินหมดแล้ว แน่นอนว่าอาหารหลายอย่างที่ถูกปรุงและนำมาวางเต็มโต๊ะคือเนื้อสวรรค์ คืนนี้ของที่ดีที่สุดถูกนำมาจัดวางอย่างเต็มที่ ความสำเร็จของแผนการคราวนี้แม้จะยังไม่ทราบว่ามันมีมูลค่าเท่าไหร่ แต่จากที่แกรนด์กะได้จากสายตา มูลค่าของสมบัติทั้งหมดที่ได้มาคงไม่ด้อยไปกว่าของมิคาเอลแน่นอน

    “อริสเพิ่งติดต่อเข้ามาเมื่อเมื่อครู่ เห็นว่ากองกำลังที่ไปปราบโอเกอร์กลับเข้าเมืองแล้ว ตอนนี้กำลังเอาหัวเจ้าโอเกอร์แห่รอบเมืองอยู่ เห็นทหารที่รอดกลับมาได้บอกว่าจู่ๆ เจ้าโอเกอร์มันก็คลั่งเพราะรังมันระเบิด พอมันคลั่งก็โจมตีไม่เลือกทั้งฝั่งตัวเองฝั่งตรงข้ามตายไปไม่น้อย จนเคเซอร์เองถึงขนาดต้องใช้วอริเออร์ฟอร์ซเพื่อหยุดมัน สงสัยจะจวนตัวจริงๆ ฮ่าๆ ๆ”

    แกรนด์เล่าในวงสนทนาพลางหัวเราะ ความสำเร็จในวันนี้เป็นที่น่าพอใจอย่างที่สุด อีกอย่าง โอเกอร์มันจะตายยังไงรึเอามันไปทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาอยู่แล้ว

    “เห็นว่าเคเซอร์เองก็ได้แผลกลับมาด้วยหนิ”

    “ขนาดผู้ที่ได้ชื่อว่ามีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้ยังบาดเจ็บกลับมา เจ้าโอเกอร์มันคงอาละวาดจนเสียสติจริงๆ”

    “จะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหนพอเสียสติแล้วก็ไม่ต่างจากสัตว์ที่คลั่งหรอก ว่าแต่ เรายังไม่ตกลงกันเลยว่าสมบัติที่ได้มาจะแบ่งกันยังไง มันอยู่ในแหวนมิติของข้า ข้ายังไม่สำรวจด้วยสิว่ามันมีเท่าไหร่กันแน่”

    “ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เงิน จะเรียกว่าใช้ไม่เป็นคงเหมาะกว่า ส่วนของข้าก็เหมือนของท่านนั่นแหละ”

    บ็อบตอบปัดไปแบบส่งๆ เขาสนใจเขมือบอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าที่จะสนใจเรื่องอื่น

    “ข้าไม่มีปัญหาเรื่องทรัพย์สินอยู่แล้ว ขาดเหลืออะไรข้าจะบอกเอง”

    เอเลน่าเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น จริงๆ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มาแต่แรกแล้ว ทั้งเงินจากภารกิจในช่วงแรกหรือจากยาและชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ควรจะเป็นส่วนแบ่งของเธอด้วย เอเลน่าก็ปัดเข้าเงินกองกลางไปหมด

    “ข้าเป็นข้ารับใช้ของนายท่าน แม้กระนั้นท่านยังปฏิบัติกับข้าเฉกเช่นสหาย ของสิ่งนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ”

    “ข้าก็เช่นกัน”

    ไคลน์กับเวนไฮร์ก็ปฏิเสธอย่างจริงจัง

    “ข้าก็คิดเหมือนพวกเขานะ ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ขาดเหลืออะไรก็ไปเบิกที่กองกลางเอาสิ เนี่ย พรุ่งนี้ข้าว่าจะไปแฝงตัวหาข่าวในเมืองพอดี ฮ่าๆ ๆ”

    ครีทพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ในมือถือทองคำแท่งขนาดเท่าแขนเด็กโยนเล่นไปมา ทองคำแท่งนี้เขาเจอมันซ่อนที่โพรงลับเล็กๆ ข้างผนังโบราณสถานขณะที่เขากำลังไปติดตั้งระเบิด นี่คงเป็นสมบัติที่มีก็อบลินบางตัวที่ขโมยออกมาจากห้องสมบัติแล้วเอามาซ่อนไว้เชยชมเป็นการส่วนตัวแน่นอน ทองคำแท่งนี้น่าจะทำให้เขามั่งคั่งและเที่ยวเตร่ได้นานพอดู

    “ข้าก็ว่าจะไปเหมือนกัน อริสบอกว่าเธอได้แกนชีวิตของกูลมาแล้ว แถมยังมีหลายร้อยชิ้นด้วย”

    “ห๊ะ!! หลายร้อยชิ้น! ไปหามาได้ยังไง?”

    เอเลน่าถามด้วยความแปลกใจ ในตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการเป็นอันดับต้นๆ คือแกนชีวิตของกูล เพื่อที่จะเอามาใช้เป็นส่วนผสมยาเบิกจันทราและเพื่อฝึกความชำนาญในการกลั่นยานี้ออกมาทั้งตัวเธอเองละผู้ช่วย หลังจากคราวก่อนที่ไปป่ามรณะแล้วไม่ได้แกนชีวิตกูลสักชิ้น ซ้ำยังกลับมาในสภาพร่อแร่ ทำให้ในตอนนี้ไม่มีวัตถุดิบพอที่จะกลั่นยาขึ้นมาได้อีก เรื่องที่แกรนด์บอกว่าหาแกนชีวิตของกูลได้แล้ว ทั้งยังมีหลายร้อยชิ้นทำให้เธอตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

    “ข้าก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดนักหรอก แต่เห็นอริสบอกว่าพ่อของเธอใช้เส้นสายจนติดต่อซื้อกับสาวกระดับสูงในโบสถ์ใหญ่กลางเมืองได้น่ะ น่าจะเป็นแกนชีวิตที่แอบสะสมมาจากพิธีกรรมชำระล้างวิญญาณที่โบสถ์ทำประจำนะ”

    “ก็เป็นไปได้ แล้วของจะมาวันไหน”

    “ส่งมาพรุ่งนี้ อีกอย่างพรุ่งนี้ข้ากับครีทจะเข้าไปหาข่าวในเมืองด้วย เหมือนข้าจะได้กลิ่นตุๆ จากพวกในโบสถ์ใหญ่กลางเมือง”

    “เลิกๆ คุยเรื่องเครียดๆ กันไว้วันหลัง วันนี้ฉลองกันก่อน เอ้าชนๆ ๆ”

    “มาๆ ชนๆ”

    หลังจากงานเลี้ยงฉลองเลิกไปทุกคนก็แยกย้ายกันกลับที่พักของตน แกรนด์เข้าไปในห้องและนำสมบัติต่างๆ ที่ได้มาออกมา แต่เขานำมันออกมาแค่เพียง 1 ใน 10 เท่านั้น เพราะสมบัติที่ได้มาถ้ารวมๆ แล้วมันกองใหญ่มาก เอาออกมาครั้งเดียวพร้อมกันห้องของเขาคงพังแน่นอน

    สมบัติกองแรกถูกนำออกมา แม้จะแค่ 1 ใน 10 ส่วนแต่พอกองในห้องแล้วก็ดูเหมือนห้องมันจะแคบไปเลย เมื่อแกรนด์พิจารณาดีๆ เขาถึงกับเบิกตากว้าง ทุกชิ้นในนี้ล้วนเป็นของหายากแทบทั้งสิ้น แกรนด์นึกถึงคำพูดของเลออน ลุงของเขาที่เคยพูดเอาไว้ว่า ในชีวิตของโจรหรือพวกนักล่าสมบัติ การได้ครอบครองสมบัติของโอเกอร์ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้ มันเป็นความฝันของผู้ที่เดินทางสายนี้ที่อยากได้มาครอบครองก่อนตาย เลออนเองก็ฝันอยากจะครอบครองเช่นกัน แกรนด์มองไปที่สมบัติที่กองอยู่ตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ

    “ท่านลุง ข้าทำสำเร็จแล้ว มิใช่ได้มาหอบสองหอบ ข้ายกเค้ามันมาทั้งรัง!”

    แกรนด์จัดการแยกของในกองออกเป็นแต่ละประเภทแล้วนำใส่หีบแยกเอาไว้ ซึ่งมีทั้งเหรียญทอง ทองคำแท่ง เครื่องประดับทองคำ อัญมณี เทวรูปทองคำ หินเสริมพลังธาตุต่างๆ แร่หายาก วัตถุดิบที่ใช้ทำยา ชิ้นส่วนสัตว์อสูร ตำรา อาวุธ ชุดเกราะ และอื่นๆ

    “มันไปเอาของมากมายขนาดนี้มาจากไหน?”

    แกรนด์เอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ ปกติแล้วโอเกอร์หรือพวกก็อบลินมันควรจะสะสมแค่ทองคำ อาวุธ อัญมณีที่แวววาวสวยงามสิ มันจะสะสมทำไมพวกยา ชิ้นส่วนสัตว์อสูร รึตำราเก่าๆ แล้วมันไปหาของพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ ปล้นชาวบ้าน? ปล้นขบวนสินค้า? จู่ๆ ก็มีความคิดแว็บเข้ามาในหัวของแกรนด์

    “ตำราเก่า?”

    ข้อสันนิษฐานของแกรนด์ที่เขาคาดหลังจากตรองแล้วคือ โบราณสถานแห่งนั้นคงเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาก่อนในอดีต ไม่มีบันทึกจากเมืองกลอเซนถึงสถานที่แห่งนี้เลย หมายความว่ามันล่มสลายก่อนที่เมืองกลอเซนจะถูกก่อตั้งขึ้นมา และไม่มีใครที่ให้ความสนใจกับซากอิฐซากหินเก่าๆ นี้ สมบัติที่อยู่ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนที่เหลือและถูกค้นพบโดยพวกก็อบลิน ที่มันพากันขุดอุโมงค์เพื่อสร้างฐานใต้ดินของมันแล้วเกิดไปค้นบนสมบัติที่หายสาบสูญในบางส่วน ทั้งสมบัติเกือบทุกชิ้นเป็นของเก่าแก่ที่ยังหลงเหลือมาจนถึงตอนนี้ อาวุธที่เห็นมีแต่อาวุธคุณภาพสูงทั้งนั้น เพราะอาวุธที่ผุพังพวกก็อบลินมันลงโยนทิ้งไปหมดแล้ว

    “ช่างโง่เง่ายิ่งนัก ถ้าเจ้าโอเกอร์มันแบ่งอาวุธพวกนี้ให้ลูกน้องใช้ซะบ้างแทนที่จะหวงเอาไว้ตัวเดียวคงเป็นกองทัพนี่น่ากลัวกว่าเดิมมากทีเดียว”

    แกรนด์กะมูลค่าโดยรวมของสมบัติที่ได้มาในครั้งนี้ มันทำให้ใจเขาเต้นรัวอย่างคุมไม่ได้ มัน ‘อาจจะ’ มากมายยิ่งกว่าที่ได้มาจากมิคาเอลอย่างเทียบกันไม่ติด แต่มันกะได้ยากมากเพราะของส่วนใหญ่ในนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมูลค่าเท่าไหร่กันแน่ ไม่เหมือนคราวก่อนที่แทบทั้งหมดเป็นเหรียญทองในหีบ มันเลยกะจำนวนได้ง่ายมาก

    “หืม? ออร่านี่มัน?”

    ดาบเล่มหนึ่งที่มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มใบดาบวางอยู่ข้างๆ อาวุธและชุดเกราะอื่น แกรนด์เอาผ้าเช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่ออกพร้อมทั้งพิจารณาดาบเล่มนี้ มันเป็นดาบประเภทดาบยาวที่เรียกว่า ‘ลองซอร์ด’ ตัวดาบกว้างกว่าดาบปกติเล็กน้อย ปลายโค้งแหลมเข้าหากัน ความยาวของตัวดาบไม่รวมด้ามจับยาวกว่า 1.5 เมตร เจ้าขอคนเดิมต้องเป็นนักรบธาตุสายฟ้าแน่นอน เพราะดาบเล่มนี้ได้รับการเสริมพลังจากหินเสริมพลังธาตุสายฟ้ามากพอสมควร หากผู้ที่ไม่ใช่ธาตุสายฟ้ามาแตะต้องมันก็คงจะโดนช็อตไปแล้ว

    “ไม่เลวแฮะ ขอรับไปใช้ด้วยความยินดี หึหึ”

    แกรนด์แยกสมบัติเป็นประเภทใส่หีบและเก็บเข้าแหวนมิติตามเดิม มีหลายอย่างที่ต้องไปปรึกษากับทุกคนก่อนว่าจะทำยังไงกับมันดี กว่าจะแยกจัดของเสร็จเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตี 3 แล้ว แกรนด์ที่กำลังว่าจะงีบสักหน่อยสายตาก็มองลอดผ่านหน้าต่าง เห็นเงารางๆ เดินไปที่ลานฝึก เงานั้นคือบ็อบนั่นเอง บ็อบเดินไปที่ลานฝึกและฝึกเงียบๆ อยู่คนเดียว แกรนด์สังเกตบ็อบตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว เขามักจะออกมาฝึกคนเดียวเป็นประจำ

    “ขยันจังนะบ็อบ”

    แกรนด์เดินไปตบที่ไหล่ขณะที่บ็อบกำลังฝึกอยู่ ตอนนี้เหมือนเขากำลังรวบรวมพลังอะไรสักอย่างไว้ที่กำปั้น

    “เอ้า ลูกพี่ ตื่นแต่เช้าเลยนะ”

    “ไม่หรอก ข้ายังไม่ได้นอนเลย ว่าแต่ เจ้ากำลังฝึกอะไร ทักษะใหม่หรอ?”

    “อืม ข้าเพิ่งรู้สึกถึงพลังนี้ตอนที่ฝึกอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากกินยานั่นแหละ ตอนนี้ข้ากำลังฝึกควบคุมมันอยู่น่ะ”

    บ็อบพูดพร้อมกับยื่นกำปั้นให้แกรนด์ดู ตอนนี้กำปั้นของบ็อบมีแสงใสๆ อ่อนๆ เป็นออร่าหุ้มกำปั้นของเขาไว้ บ็อบหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาพร้อมกับเอากิ่งไม่กระทบเข้าที่กำปั้น ขณะที่กิ่งไม้สัมผัสกับออร่าใสๆ มันก็แตกหักทันที แตกหักตั้งแต่ยังไม่สัมผัสกับหมัดของบ็อบเลยด้วยซ้ำ

    “นี่มัน...พลังคลื่นกระแทก!”

    “ใช่แล้วล่ะ ข้าเพิ่งฝึกมันได้อย่างสมบูรณ์ กะจะเซอร์ไพรส์เลยนะเนี่ย แต่ท่านดันมาเห็นเข้าซะก่อน ไม่เป็นไร ข้ากำลังอยากที่จะทดสอบพลังมันพอดี”

    “จัดให้ตามคำขอ แต่ก่อนอื่นต้องหาที่ไกลๆ หน่อยแล้วล่ะ”

    แกรนด์กับบ็อบออกมากลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร ถ้าจะทดสอบกันที่ลานฝึกอีกก็คงเละเทะอีกเช่นเคย ทั้งคู่เลยเลือกที่จะออกมายังทุ่งหญ้าแห่งนี้

    “ตูม!!”

    บ็อบใช้กำปั้นที่หุ้มด้วยออร่าพลังใสๆ ชกเข้าใส่ก้อนหินขนาดหลายคนโอบ หินก้อนนั้นแตกกระจายออกเหมือนโดนค้อนเหล็กหลายตันทุบด้วยแรงมหาศาล หมัดปกติของบ็อบไม่ได้รุนแรงพอที่จะทำลายหินก้อนขนาดนี้ให้อยู่ในสภาพแตกพังถึงขนาดนี้ได้ นั่นเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ว่าพลังใหม่ของเขามีความอันตรายมากแค่ไหน โดยพื้นฐานแล้ว พลังคลื่นกระแทกถูกบันทึกไว้ในตำราทักษะระดับสูง ผู้ที่ฝึกได้จะต้องเป็นนักรบที่มีพลังกายสูงส่ง แต่หลังๆ มานี้มันไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะฝึกได้ยากและผู้ที่ฝึกได้ล้วนแต่เชี่ยวชาญทักษะอื่นหรือทักษะประจำตระกูลอยู่ก่อนแล้ว การที่จะทิ้งทักษะที่ตนเชี่ยวชาญมาฝึกพลังใหม่หรือฝึกทักษะเดิมให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ผู้คนคงเลือกที่จะฝึกอย่างหลังมากกว่า แต่สำหรับเผ่าออร์ค มีการบันทึกว่าทักษะนี้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ใช่ออร์คทุกตนจะมีพลังแบบนี้ได้เองหรือออร์คทุกตนจะฝึกพลังนี้ได้ บ็อบคงเป็นข้อยกเว้นเสียกระมัง

    คุณสมบัติเฉพาะตัวของพลังคลื่นกระแทกคือ การสร้างออร่าพลังห่อหุ้มร่างกายรึกระทั่งสิ่งของ และใช้พลังนั้นโจมตีกระแทกระเบิดใส่ศัตรูโดยตรง คล้ายกับการสร้างระเบิด แต่เป็นการใช้พลังของตนสร้างและพอมันโดนเป้าหมายพลังนั้นจะระเบิดออกมาโจมตีอวัยวะภายในหรือถ้าเป็นสิ่งของจะเป็นการโจมตีไปยังแกนกลาง

    “ข้าใส่เต็มแรงไม่ออมมือนะ เจ็บตัวมาอย่าว่ากันเลย”

    บ็อบเกร็งพลังไว้ที่กำปั้น คลื่นพลังใสเป็นวงกลมส่องสว่างขึ้นกว่าเดิม พลังที่อัดแน่นอยู่ในนั้นแกรนด์รู้สึกได้ทันทีว่าบ็อบเอาจริงแน่นอน ความเข้มข้นของพลังนั่นถ้าปะทะกับหน้าอกของเขาคงต้องกลับไปนอนโรงพยาบาลอีกรอบแน่

    “ใส่มาเต็มที่เลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้าเจ้าเคยเห็นของข้าเจ้าจะไม่มีทางพูดแบบนี้”

    พูดจบกำปั้นของแกรนด์ก็มีสายฟ้าห่อหุ้มเอาไว้ ทั้งสองจ้องตากันอยู่ไม่นานก็พุ่งเข้าหากัน กำปั้นที่รวบรวมพลังไว้ของทั้งคู่ถูกซัดออกไปเข้าหาอีกฝ่าย

    “อิมแพคชาร์จ!”

    “หมัดเหล็กเทพสายฟ้า!”

    เปรี้ยงงงงงงงงงงง!!!!!!

    การปะทะกันของทั้งสองทำให้เกิดคลื่นพลังผสมสายฟ้ากระจายออกไปทั่วบริเวณ พลังของกำปั้นทั้งสองที่เข้าปะทะกันเกิดการต้านกันอยู่กับที่ และผ่านไปไม่ถึง 2 วินาที ร่างของบ็อบก็พุ่งกระเด็นถอยหลังเกลือกกลิ้งไปไกลกว่า 50 เมตร มือของเขาสั่นสะท้านไม่หยุด ที่แขนชาหนึบจากสายฟ้าที่ช็อตในตอนปะทะกัน บ็อบตื่นตะลึงจนแทบไม่อยากจะเชื่อ ถ้าเป็นพลังเวทย์พอแกรนด์ก็พอเข้าใจได้ แต่ตอนนี้เขาแพ้ แพ้กระทั่งการปะทะทักษะทางกายภาพ

    “เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมมาก มันต้านหมัดของข้าได้ครู่หนึ่งเลย ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะเพิ่งฝึกมันได้ไม่กี่วัน”

    “นั่นทักษะใหม่ท่านหรอ ทรงพลังจริงๆ”

    “ไม่เชิงหรอก เป็นของเก่าที่ข้าใช้ประจำแล้วมันพัฒนาขี้นมาใหม่น่ะ แต่ของเจ้าสิ ถ้าฝึกจนเชี่ยวชาญอีกไม่นานต้องล้มข้าได้แน่ กลับกันเถอะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับทุกคนอยู่พอดี”

    “อืม”

    บ็อบลุกขึ้นเดินกลับไปที่บ้านพร้อมกับแกรนด์ ทุกครั้งที่เขาพ่ายแพ้บ็อบจะมีแรงฮึดจนสามารถไล่ทันแกรนด์ได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องปกติของพวกเขาที่อยู่ด้วยกันมาร่วมสิบปี เมื่อกลับมาถึงก็เห็นเหล่านักล่ารวมตัวฝึกอยู่ที่ลานกันแล้ว

    “มีเรื่องอะไรกันหรอ เรียกมาแต่ไก่โห่เลย”

    ครีทถามด้วยใบหน้าสะลึมสะลือเหมือนยังไม่สร่างเมาจากเมื่อคืน ในตอนนี้สมาชิกก็มากันครบแล้ว แกรนด์จึงเปิดประเด็น

    “ที่ข้าจะพูดก็เกี่ยวกับเรื่องสมบัติของเจ้าโอเกอร์นั่นแหละ ข้าตรวจสอบมันดูแล้ว มีหลายอย่างที่ข้าไม่รู้จักและระบุไม่ได้ว่ามันคืออะไร”

    แกรนด์นำหีบสองใบที่ใส่ของไว้เต็มหีบออกมาให้เอเลน่าดู หลังจากตรวจสอบอยู่พักหนึ่งเอเลน่าบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นยาหายากและมูลค่าสูงมาก มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เธอรู้จักและรู้ว่ามันควรนำไปใช้ทำอะไร ส่วนที่เหลือบ้างก็รู้จักแค่ชื่อไม่รู้คุณสมบัติ บ้างก็รู้แค่ว่ามันเป็นวัตถุดิบยาเท่านั้น เธอจึงติดต่อไปหาพ่อของเธอเพื่อให้มาช่วยตรวจสอบวัตถุดิบยาเหล่านี้ ไม่แปลกใจเลยที่แกรนด์ไม่รู้จัก ขนาดเอเลน่ายังปวดหัวเมื่อเจอกับของเหล่านี้

    ประเด็นที่ 2 คืออาวุธ ประเด็นนี้ปัดตกไปได้เลย เพราะแต่ละคนมีอาวุธประจำกายที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ส่วนเรื่องชุดเกราะนั้นของเดิมที่อยู่ในกองที่แยกไว้ไม่มีใครอยากใส่ สั่งเรื่องขนาดตัวของบ็อบ เรื่องสรีระของไคลน์กับเวนไฮร์ ครีทก็บอกว่ามันไม่เท่อีก แกรนด์ได้นำแร่มีค่าและชิ้นส่วนสัตว์อสูรต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่ได้มาใหม่ออกมาเพื่อใช้ประโยชน์ อย่างเช่นหนังทั้งผืนของกระทิงเขาเกลียวที่คิดไม่ออกว่าจะเอามันไปทำอะไร แกรนด์ก็คิดที่จะเอามันมาทำชุดเกราะพร้อมๆ กับแร่มีค่าและหินเสริมพลังให้กับบ็อบ ซึ่งถือว่าเป็นแนวหน้าของทีม ส่วนคนที่เหลือก็เลือกชิ้นส่วนสัตว์อสูรและวัสดุที่จะเอาไปทำชุดเกราะเบารึเกราะหนักได้ตามใจ ซึ่งงานนี้บอกได้เลยว่าช่างทำชุดเกราะปวดสมองแน่นอน

    “เจ้าไม่สนชุดเกราะเหมือนคนอื่นหรอ”

    “ไม่เอาหรอก เทอะทะ ข้ามีน้ำแข็งเป็นเกราะอยู่แล้ว”

    “ข้ามีอะไรจะให้ดูอีก มีหีบแปลกๆ ใบนึงที่น่าสนใจ”

    แกรนด์นำหีบเก่าๆ ใบนึงออกมา มันก็รูปทรงเหมือนหีบปกติทั่วไป แต่บนฝาหีบมีอักษรแปลกๆ สลักไว้อยู่ บริเวณปากหีบตรงช่องไขกุญแจมีรอยทุบแตกออกใหญ่พอสมควร

    “มันล็อคเอาไว้ ไม่มีกุญแจด้วยสิ ข้าเลยเอากำปั้นทุบมันออก ข้างในมีผ้าไหมม้วนใหญ่กับสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มนี้”

    เอเลน่ามองดูของที่อยู่ด้านในหีบ มันเป็นม้วนผ้าไหมสีครามเข้ม เมื่อจับดูแล้วก็พบว่าเป็นผ้าไหมคุณภาพดีมาก มีความสวยงามมันวาว เนื้อผ้านุ่มและทนทาน ดูเหมือนว่ามีดธรรมดาๆ จะตัดฉีกมันไม่ได้ด้วยซ้ำ แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานก็ยังรักษาคุณภาพขนาดนี้เอาไว้ได้? ไม่ต้องเดาเลยว่าช่วงที่มันถูกผลิตออกมาใหม่ๆ จะคุณภาพดีและสวยงามแค่ไหน อีกอย่าง ที่มันยังคงสภาพได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะการเก็บรักษาอย่างดีในหีบปิดตายใบนี้ล่ะนะ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือสมุดบันทึกเก่าๆ ที่อยู่ข้างในต่างหาก เมื่อเปิดดูภายในสมุดก็มีตัวอักษรอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ทั้งยังมีรูปคล้ายๆ แผนที่และตำแหน่งพิกัดของสถานที่ที่อ้างอิงกับพิกัดดวงดาวอีกด้วย

    “มันเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ ข้าอ่านไม่ออกเลย เจ้ารู้รึเปล่าว่ามันเป็นภาษาอะไร?”

    “ข้าก็ไม่รู้นะ แต่มันก็คุ้นๆ อยู่ นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”

    เอเลน่าเอามือเท้าคางพลางคิดอยู่ครู่นึงก็ยังคิดไม่ออกว่าเธอเองเคยเห็นที่ไหน

    “นี่มัน ภาษาเซติคหนิ มีของแบบนี้ในกองสมบัติด้วยหรอ?”

    “เจ้ารู้จักมัน?”

    แกรนด์หันมาถามครีทที่เดินหาเลือกวัสดุทำชุดเกราะอยู่ เขาพูดขึ้นลอยๆ หลังจากที่เห็นตัวอักษรที่สลักไว้บนฝาหีบใบนั้น ซึ่งมันเป็นตัวอีกษรที่คล้ายๆ กันกับในสมุดบันทึก

    “ข้ารู้แค่ว่ามันเป็นภาษาที่ใช้บันทึกเพื่อเป็นรหัสลับ ถ้าจะรู้ข้อความข้างในต้องถอดรหัสออกก่อน อาจารย์ของข้าเคยพูดถึงมันอยู่แต่ข้าจำไม่ได้แล้วสิ ดูนี่ ที่วงด้านในแหวนมิติของข้าก็มีภาษาเซติคที่อาจารย์สลักไว้เหมือนกัน”

    ครีทถอดแหวนมิติเงินของเขาพร้อมกับชี้บริเวณที่ตัวอักษรถูกสลักไว้ให้ทั้งสองดู

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน