กว่าบ้านเล็กหลังร้านพร้อมเข้าอยู่ใช้เวลาซ่อมแซมต่อเติมนานถึง10 วัน ระหว่างรอหลิวหลวนจ้างเริ่มตรวจสอบความผิดปกติร้านผ้า โดยแบ่งงานให้ลูกชายสืบจากคู่ค้าและโรงทอส่วนเขาตรวจสอบใบสั่งซื้ออย่างละเอียด รั่วเฟย อี้เฉินคอยจับตาดูพฤติกรรมคนในร้าน ทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น
“นายท่านขอรับ” หลิวหลวนจ้างเงยหน้าจากใบสั่งซื้อ
“ท่านผู้ช่วยหวางมาขอพบขอรับ”
“เชิญเข้าเข้ามา” หลิวหลวนจ้างหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดเมื่อลืมตาอีกครั้งแววตาเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
“เชิญนั่งก่อนขอรับ” เขาลุกขึ้นยืนต้อนรับอีกฝ่าย
“ท่านหลิวคงรู้ว่าข้ามาด้วยเื่อะไร”
“เื่ท่านแม่ข้าฟ้องข้าใช่หรือไม่ขอรับ”ผู้ช่วยหวางพยักหน้า
“นางฟ้องท่านข้อหาอกตัญญู ไม่เลี้ยงดูมารดา กล่าวหาพี่น้องเพื่อยึดสมบัติเป็ของตน”
“ในสายตาท่านผู้ช่วยข้าเป็คนเช่นนั้นหรือไม่ขอรับ”
“เพราะแบบนั้น ข้าถึงได้มาหาท่านก่อน”
“ข้าไม่เคยคิดไม่เลี้ยงดู นางยังสามารถอยู่ที่บ้านตระกูลหลิวได้ข้ายังรับผิดชอบเงินค่าใช้จ่ายเหมือนเช่นเดิม ไม่เคยคิดละเลยนาง”
“เหตุผลใดที่นางต้องฟ้องท่านแบบนั้น”
“ข้า้าตัดขาดกับครอบครัวอี้ถ่งไม่ให้พวกเขาใช้แซ่หลิว เพราะเขาไม่ใช่ลูกชายของท่านพ่อ” ผู้ช่วยหวางใ
“ท่านพูดความจริงหรือ?”
“เื่ร้ายแรงขนาดนี้ข้าคงไม่เอามาพูดเล่นสาวใช้ในบ้านต่างได้ยินกันหมด ข้าเตือนท่านแม่ไปแล้วหากนางฟ้องข้า ข้าก็จะพูดท่านแม่คงคิดว่าข้าแค่ขู่ เพราะที่ผ่านมาข้าไม่เคยขัดใจนางเลยสักครั้งไม่ว่านางพูดอะไร ้าอะไร ข้าล้วนทำตามทั้งสิ้น”
“แบบนี้มันร้ายแรงมากเลยไม่ใช่หรือต่อให้ตอนนี้บิดาของท่านไม่อยู่ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่านางมีลูกกับผู้ชายอีกคนก่อนบิดาท่านเสียยังสามารถเอาผิดกับนางได้ นอกจากว่าท่านไม่ถือสา”
“ข้าทำแบบนั้นคงกลายเป็ลูกอกตัญญูตามที่นางกล่าวหาข้าแค่้าตัดขาดกับอี้ถ่ง ไม่ให้ใช้แซ่ของบิดาของข้าเท่านั้น”
“อี้ถ่งรู้เื่นี้หรือไม่” หลิวหลวนจ้างพยักหน้า
“ตอนท่านแม่สารภาพความจริงเขาก็อยู่ด้วย ข้าจึงได้ยื่นข้อเสนอให้เขาลงชื่อและย้ายออกไปเงียบๆ”
“เฮ้อ...เดี๋ยวข้าจะลองเกลี้ยกล่อมทางนั้นดูท่านควรสืบหาตัวบิดาอี้ถ่งเอาไว้ด้วย หากนางกลับคำขึ้นมาคงไม่เป็ผลดีกับท่านเท่าไหร่”
“ขอบคุณท่านผู้ช่วยที่อุตส่าห์มาเตือนข้า”
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่คนแบบนั้น เอาละ...ข้าควรกลับเสียทีไม่ต้องไปส่งข้าหรอก” ผู้ช่วยหวางห้ามเขาเอาไว้ก่อน
หลิวหลวนจ้างยกมือขึ้นนวดขมับ ปัญหาร้านยังหาทางแก้ไขไม่ได้มารดากลับนำปัญหามาเพิ่ม เขาเหนื่อยทั้งกายทั้งใจจนไม่เหลือแรงสู้ต่อแล้ว
ซุนเลี่ยงเฟิ่งลืมตาขึ้นแขนเรียวยกขึ้นเท้าคางมองดอกกุหลาบตรงหน้า อีกมือยื่นไปออกไป นกน้อยบินลงมาเกาะรอยยิ้มนางทำให้นกน้อยเอียงอายท่าทางน่ารัก
“เฟิ่งเอ๋อร์เป็ของข้า” อ้อมแขนหนาคว้าตัวนางเข้าไปกอด นกน้อยบนมือบินจากไป
“ต๋าไป๋ยังไม่กลับมาเหรอ”
“ไม่กลับมาเลยได้ยิ่งดี”
“เ้านี่นะ”
“ที่จริงให้เสี่ยวไป๋สอนแทนต๋าไป๋ก็ได้นี่”เฟยเฟิ่งหอมแก้มนางฟอดใหญ่ ก่อนเอนกายลงนอนหนุนตักนาง
“ถึงเวลาเขาต้องกลับแล้ว ข้าไม่อยากรั้งเขาเอาไว้”
“อาจารย์เขาช่างใจดีเหลือเกิน ปล่อยให้อยู่ได้ตั้งเดือน”
“ปกติไม่ใช่แบบนี้เหรอ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งก้มลงมองคนบนตัก
“ใช่ที่ไหน คงเห็นว่าอยู่ช่วยเ้า เขาเลยอนุญาตไม่อย่างนั้นคงเรียกกลับไปนานแล้ว”
“ข้าอยากรู้แล้วสิ”
“อย่ารู้เลย ไม่ดีหรอก”
“หวงข้า?”
“ข้ารักของข้านี่” เฟยเฟิ่งดันตัวเท้าแขนรั้งท้ายถอยคนรักให้ตอบรับริมฝีปากของเขา
“ข้าอยากให้ท่านลุงใช้แซ่ซุนรับหนิงเฉิงเป็น้องสาวบุญธรรม” ซุนเลี่ยงเฟิ่งพูดขึ้นหลังจากอีกฝ่ายปล่อยริมฝีปากให้นางเป็อิสระ
“พวกเขาสมควรแล้ว”
“เฟยเฟิ่ง”
“หือ?”
“ช่วยข้าสักอย่างสิ”
“อยากให้ข้าช่วยหาชู้รักยายแก่ใช่หรือไม่?” เสียงหัวเราะดังมาจากลำคอเนียน
“เฮ้อ..ปิดบังเ้าไม่ได้เลยสินะ”
“เ้าไม่อยากให้ร้านผ้าหลุดไปอยู่ในมือคนที่ไม่คู่ควรใช่ไหม?”
“ข้าสงสารเขา”
“ไม่ใช่เพราะเ้ายังรักลูกชายเขาอยู่?” ซุนเลี่ยงเฟิ่งก้มมองเฟยเฟิ่งอีกครั้ง
“ความรักที่ข้าให้พวกเขามันไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“แน่นะ?”
“คำพูดข้าดูไม่น่าเชื่อถือมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ข้าเชื่อใจเ้า แต่ก็กลัวเสียเ้าไปอีกเหมือนกัน”
“ไม่จากไปไหนแล้ว” เฟยเฟิ่งคว้ามือนางมาจูบ
“เดี๋ยวข้าลองดู ขอไม่รับปาก”
“อือ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งแน่ใจว่าเฟยเฟิ่งสามารถทำได้ ขนาดชี้จุดผิดพลาดให้หลิวหลานจ้างให้เขาตรวจสอบยังทำมาแล้วเลย
ดั่งคำที่กล่าวเอาไว้คนเห็นแก่ตัวมักไม่เคยมองว่าตัวเองผิด เหมือนเช่นฮูหยินผู้เฒ่าหลิวซุนฮว๋าในเวลานี้นางและครอบครัวหลิวอี้ถ่งอยู่กันพร้อมหน้าในที่ว่าการกำลังร้องให้สะอึกสะอื้นต่อหน้านายอำเภอ โดยมีผู้ช่วยหวางมาเป็สักขีพยานอีกคน
หลิวหลวนจ้างฟังสิ่งที่มารดาเล่าด้วยใบหน้าราบเรียบแต่ภายในใจกลับเ็ปเสียใจ หลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งมองท่านย่าของพวกเขาด้วยสายตาผิดหวัง
“หลิวหลวนจ้าง เ้ามีข้อโต้แย้งหรือไม่?”
“เรียนท่านนายอำเภอข้าน้อยไม่ได้คิดทอดทิ้งมารดาเหมือนที่นางกล่าวหา...”
“เ้าคิด!!”
“เงียบ!!” นายอำเภอตวาด ครอบครัวหลิวอี้ถ่งต่างไม่กล้าหายใจแรงฮูหยินผู้เฒ่าส่งสายตามาทางหลิวหลวนจ้าง เขากลับมองตรงไปด้านหน้าด้วยแววตาแน่วแน่
“สิ่งเดียวที่ข้า้าคือตัดอี้ถ่งออกจากตระกูลหลิวห้ามใช้แซ่หลิว และตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกตลอดชีวิตขอรับ”
“หลิวหลวนจ้าง!! ลูกอกตัญญู!!”
ตึง! ตึง! ตึง!
“เงียบ!” ฮูหยินผู้เฒ่ากำมือแน่นหลิวอี้ถ่งตัวสั่นด้วยความกลัว
“เ้ามีเหตุผลหรือไม่?”หลิวหลวนจ้างหันมาทางมารดา
“ท่านแม่้าให้ข้าพูดหรือท่านจะสารภาพด้วยตัวเอง”
“เ้ากล้า!!”ฮูหยินผู้เฒ่าชี้หน้าหลิวหลวนจ้าง
“ท่านแม่ยังกล้ากล่าวหาข้าว่าอกตัญญูทั้งที่ท่านรู้ดีอยู่แก่ใจทำไมข้าต้องกลัวการพูดความจริงด้วยขอรับ”
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าแนะนำให้อี้ถ่งลงชื่อในหนังสือตัดขาดจะดีกว่าเพราะหากท่านยังดื้อดึงผลที่ออกมาจะไม่ดีต่อตัวท่านอย่างแน่นอน”
“ท่านแม่...ข้าไม่ลงชื่อนะ ถ้าข้าลงชื่อข้าจะไปอยู่ไหน”
“ข้าไม่ยอมออกไปอยู่ที่อื่นหรอกนะ ท่านย่า ท่านช่วยพวกเราด้วย”หลิวเจียเยี่ยนจับแขนฮูหยินผู้เฒ่าแน่น
“ข้าไม่ยอมกลับไปอยู่บ้านเดิมแน่ ท่านแม่เห็นแก่หลาน ๆท่านแม่ก็สารภาพเถอะ” หลิวเซียนหยุนเร่งเร้าฮูหยินผู้เฒ่าหลิวหลวนจ้างอดขำออกมาไม่ได้
“พวกเ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ต่อให้ท่านแม่สารภาพพวกเ้ายังต้องลงชื่อในหนังสือตัดขาดอยู่ดี”
“ท่านลุงทำกับพวกเราแบบนี้ไม่ได้ จะมาไล่พวกเราออกจากบ้านไม่ได้ข้าไม่ยอม!!”หลิวเจียเยี่ยนก้าวออกมาะโใส่หน้าหลิวหลวนจ้าง
“เงียบ!!ทหารตบปากนางสิบที!” นายอำเภอหมดความอดทนสั่งทหารทำโทษหลิวเจียเยี่ยนทันที
“ไม่นะ!ข้าน้อยผิดไปแล้วเ้าค่ะ ยกโทษให้ข้าน้อยด้วย” หลิวเจียเยี่ยนคุกเข่าลงกับพื้นยิ่งเห็นทหารเดินเข้ามาใกล้ตัวนางยิ่งสั่น
เพี้ยะ! เพี้ยะ! คนที่เหลือต่างสะดุ้งทุกครั้งที่ฝ่ามือกระทบแก้มหลิวเจียเยี่ยนกว่าจะครบสิบครั้งใบหน้านางบวมแดง ปากเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื
“ท่านพี่ ท่านยืนบื้ออะไรอยู่รีบขอโทษพี่ใหญ่ของท่านเร็วเข้า” หลิวอี้ถ่งคุกเข่าคลานไปหาหลิวหลวนจ้าง
“พี่ใหญ่...ข้าผิดไปแล้ว ท่านอย่าตัดขาดกับข้าเลยนะ ฮือๆ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะกลับตัว ไม่ทำผิดอีกแล้ว พี่ใหญ่ยกโทษให้ข้าด้วย ฮือๆ” หลิวหลวนจ้างก้มมองหลิวอี้ถ่งด้วยสายตาสมเพชน้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าสภาพดูไม่ได้
“ข้าไม่คิดให้โอกาสคนอย่างเ้าอีกต่อไป”หลิวหลวนจ้างดึงขาตัวเองออก เดินหนีไปหลายก้าว
“เสี่ยวถ่งลูกแม่ ลุกขึ้น อย่าลดศักดิ์ศรีไปขอร้องคนไม่มีหัวใจอย่างเขาเลยในเมื่อเขาไม่เห็นพวกเราเป็ครอบครัว เราไม่จำเป็ต้องง้อ ลุกขึ้น ๆอย่าร้องนะลูก” ฮูหยินผู้เฒ่าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาภายใต้แขนเสื้อมือหลิวหลวนจ้างกำมือแน่น
“ข้าจะให้เสี่ยวถ่งลงชื่อในหนังสือตัดขาดก็ได้แต่เ้าต้องจ่ายเงินให้ข้าหนึ่งแสนตำลึงทอง ยกร้านผ้ากับบ้านให้ข้าไม่อย่างนั้นข้าไม่ยอมให้เขาลงชื่อเด็ดขาด” หลิวหลวนจ้าง หลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งหันควับ ขนาดผู้ช่วยหวางและนายอำเภอยังคาดไม่ถึง
“ท่านบ้าไปแล้วรึไง เงินจำนวนมากขนาดนั้นข้าจะไปหามาจากไหน”
“เื่ของเ้า หากข้าไม่ได้ตามที่้า เ้าก็ไม่สมควรได้สิ่งที่้าเหมือนกัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หลิวหลวนจ้างหัวเราะเหมือนคนเสียสติในที่สุดเขาก็เข้าใจ ในใจมารดาไม่เคยมีเขาอยู่แม้แต่เศษเสี้ยว ผู้ช่วยหวางมองเขาด้วยความเป็ห่วง
“ได้!!ในเมื่อท่าน้า ข้ายินดียกให้ ต่อจากนี้ไปข้ากับท่านไม่เกี่ยวข้องกันอีกในเมื่อท่านไม่เคยเห็นข้าเป็ลูก ข้าก็ไม่คิดว่าท่านเป็แม่เหมือนกัน!!” หลิวหลวนจ้างสั่นเทิ้ม ดวงตาแดงกล่ำด้วยความโกรธ
“ท่านพ่อ...” ลูกชายทั้งสองรีบเข้าไปประคองบิดา
“ก็ดี!ข้าไม่คิดว่าเ้าเป็ลูกมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน เ้ามันก็แค่ขี้ข้ารองมือรองเท้าเหมือนพ่อของเ้านั้นแหละ!!” หลิวหลวนจ้างกัดฟันแน่นสูดลมหายใจเข้าปอด
“ท่านนายอำเภอ รบกวนท่านช่วยเขียนหนังสือสัญญาได้หรือไม่”
“ข้าจะไม่ลงชื่อจนกว่าข้าจะได้ทุกอย่างครบ”
“ข้าไม่คิดมอบให้จนกว่าท่านจะลงชื่อเหมือนกัน”
“เ้า!!”
“ท่านแม่ รีบลงชื่อเถอะยังไงเขาไม่กล้าผิดคำพูดอยู่แล้ว” หลิวอี้ถ่งเร่งเร้าให้มารดาลงชื่อ เมื่อได้ยินจำนวนเงิน
“ท่านย่าลงชื่อเถอะ” หลิวอี้เทียนเขย่าแขนนาง
“ได้ ๆ พวกเ้าใจเย็น ๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าเชิดหน้าขึ้นมองสามพ่อลูกจากหางตา
“รบกวนท่านนายอำเภอด้วย”
หลิวหลวนจ้างมองหนังสือตัดขาดสองแผ่นในมือ น้ำตาร่วงหล่นอาบแก้มในที่สุดความเสียใจที่กั้นเอาไว้ได้พังทลายลง
“ท่านหลิว...” ผู้ช่วยหวางเดินมาหา นายอำเภอยืนอยู่ข้างๆ
“ดีแล้วที่ตัดขาดกันได้คนแบบนั้นไม่สมควรเป็แม่ของเ้า” นายอำเภอตบบ่าหลิวหลวนจ้างเขายกแขนเสื้อเช็ดน้ำตา
“จากนี้ค่อยหาทางเริ่มต้นใหม่คนมีความสามารถอย่างท่านอยู่ไหนย่อมไม่ลำบาก”สีหน้าเป็ทุกข์ของบิดาทำให้ลูกชายเป็ห่วง เงินจำนวนมากขนาดนั้นต่อให้ขายสมบัติทั้งหมดที่มียังไม่ได้ถึงครึ่งด้วยซ้ำ แล้วพวกเขาจะไปหามาจากไหนในเวลานี้
ในวันเดียวกันหลิวหลวนจ้างได้กลับมาบ้านเพื่อเก็บข้าวของที่เหลือนายอำเภอได้สั่งให้ทหารตามมาช่วย เพราะกลัวอีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลง รถม้าเพียงสองคันสามารถบรรจุหีบทั้งหมดของสามพ่อลูกได้หลิวหลวนจ้างยิ้มสมเพชตัวเอง ทำงานมา 30 กว่าปี สมบัติที่มียังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของหลิวอี้ถ่ง
“เื่ตรวจสอบพวกเราควรทำต่อหรือไม่” หลิวห้าวเหลียงถามบิดา
“ไม่ต้องแล้ว ให้พวกเขาจัดการกันเอาเอง”
“เราควรบอกคุณหนูซุนไหมท่านพ่อ”
“...คงต้องบอก”
ซุนเลี่ยงเฟิ่งนั่งฟังเื่ราวทั้งหมดสีหน้านางไม่ได้ใสักนิด เหมือนนางรู้มาก่อนอยู่แล้ว
“ท่านลุง ช่วยเจรจากับบ่อนพนันที่อี้ถ่งกับอี้เทียนไปประจำให้ข้าได้หรือไม่”
“ปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
“คุณหนูซุนคิดจะทำอะไรหรือ”
“รอเวลา”
“รอเวลา?”
“ท่านคิดว่าคนไม่เคยทำงาน สามารถทำการค้าได้งั้นหรือข้าคิดว่าไม่ได้ เขาคงปล่อยให้หลงจู๊บริหารแทน ส่วนตัวเองคงคลุกอยู่ที่บ่อนพนันไม่นานคงเอาโฉนดร้านไปขาย เผลอ ๆ บ้านหลังนั้นคงไม่เหลือ”
“ข้าขอโทษด้วย ที่รักษาร้านเอาไม่ได้ทั้งที่ร้านนั้นมีความหมายกับตระกูลซุนมาก”
“ไม่จำเป็ขอโทษข้าหรอก ร้านของท่านท่านจัดการยังไงก็แล้วแต่ท่าน...ตอนนี้ท่านเหลือเงินที่ต้องจ่ายเท่าไหร่”
“...แปดหมื่นตำลึงทอง” หลิวหลวนจ้างตอบเสียงเบา เงินเก็บของมีค่าถูกขายไปจนหมดยังไม่พอกับสิ่งที่มารดาเรียกร้อง
ซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่แม้แต่จะคิดนางหยิบตั๋วเงินจำนวนแปดหมื่นตำลึงทองออกมาจากห้วงหงส์ไฟมอบให้กับหลิวหลวนจ้างเขาเบิกตากว้าง ก้มมองตั๋วเงิน เงยหน้ามองนางสลับกันไปมาอยู่นานสองนาง
“ข้ารวย” คำเดียวสั้น ๆ ทำให้เฟยเฟิ่งหัวเราะดังลั่นต๋าไป๋เพียงแค่อมยิ้ม
สมบัติเก่านางมีไม่น้อยแต่อาจไม่เหลือถึงหลานหากนางใช้แบบไม่คิดคงไม่เหลือถึงลูก แต่สมบัติต๋าไป๋มีให้นางใช้ไปอีกหลายชั่วอายุคนไม่นับสมบัติเฟยเฟิ่งที่รอวันเปิดผนึก เงินแค่แปดหมื่นตำลึงทองมันแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ที่ไม่มีผลกระทบอะไรเลย
หลิวหลวนจ้างยังไม่อยากเชื่อตาตัวเอง ไม่ใช่ญาติแท้ ๆ แต่อีกฝ่ายกลับช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยเอ่ยถึงสิ่งตอบแทนเขาละอายต่อนางเหลือเกิน แต่เงินจำนวนนี้สามารถช่วยเขาไม่ให้ติดอยู่ในวังวนปัญหาสามารถตัดขาดความสัมพันธ์ได้ทันที