ตอนที่ 11 หมู่บ้านแรนโดฮอล์ 2
เมื่อตัดสินใจได้แล้วอากอร์นก็ออกจากปราสาทไปเพื่อคัดสรรทหารฝีมือดีร้อยนายที่เขาจะพาไปด้วยตัวเองซึ่งทหารทั้งร้อยคนนั้นล้วนอยู่ในใจของเขาแล้วเนื่องจากเขาคุ้นเคยกับทหารของเขาดีอีกอย่างเป็เขาเองที่เป็คนฝึกทหารเหล่านี้มา.....
ดังนั้นแล้วมันจึงง่ายมากที่จะตัดสินใจเลือกทหารทั้งร้อยนายนี้แน่นอนว่าทหารทุกคนย่อมอยากที่จะติดตามอากอร์นไปด้วย เพราะทุกครั้งที่พวกเขาไปกับอากอร์นพวกเขามักได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอมาแต่พวกเขาก็รู้ว่ายิ่งผลตอบแทนสูงค่าความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย.....
ณ ลานฝึกทหารที่ค่ายทหารของเมืองเซนต์จูรี่ ค่ายทหารแห่งนี้มีขนาดกว้างยาวหลายร้อยเมตรมีลานฝึกทหารขนาดกว้างสำหรับทหารหลายพันคนและมีสนามขนาดเล็กสำหรับฝึกเป็กลุ่มอีกสิบสนามรวมถึงสนามซ้อมยิงธนูและสนามม้าด้วยเรียกได้ว่าครบวงจรมากสำหรับค่ายทหารนี้.......
“เ้า แล้วก็เ้า และก็เ้าอีกคนเป็คนสุดท้าย”
เย้!! เย้!!
“ข้าได้รับเลือก ข้าได้รับเลือก!!” ทหารนายสุดท้ายร้องะโออกมาด้วยความดีใจที่เขาได้รับเลือกให้กับร่วมหนึ่งในร้อยทหารกล้าที่ตามอากอร์นไปในครั้งนี้.....
“น่าเสียดายจังเลยที่รอบนี้ไม่ได้ไป”
“อย่าเศร้าใจไปเลยเพื่อน ครั้งนี้ยังมีน่า”
“ใช่ ใช่ ใช่เมืองเรายังอยู่ใน่พัฒนาข้าคิดว่าท่านอากอร์นต้องออกเดินทางอีกแน่และครั้งนั้นพวกเราอาจจะได้ถูกเลือกบางก็ได้”
ทหารหลายๆคนที่ไม่ได้รับเลือกต่างรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่มีใครที่คิดอิจฉากันเพราะพวกเขาเป็ดั่งครอบครัวที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่ได้คิดอิจฉาคนที่ได้รับเลือกในครั้งนี้อีกอย่างทุกครั้งที่มีภารกิจเช่นนี้อากอร์นมักจะเลือกพวกเขาอย่างเป็ธรรมเสมอ.....
“เอาละพวกเ้าทั้งหมดเตรียมตัวให้พร้อมข้าจะออกเดินทางในรุ่งเช้านี้”หลังจากที่อากอร์นเลือกทหารทั้งร้อยคนเสร็จเขาก็กลับไปที่ปราสาทอีกครั้งเพราะการเดินทางจะมีขึ้นในเช้าวันต่อไปดังนั้นแล้วทุกคนจึงมีเวลาในการเตรียมตัวอีกหนึ่งวัน......
ปราสาทของเ้าเมือง......
“เริ่มที่จะเป็รูปเป็ร่างมากขึ้นแล้วสินะ? ไม่!! นี้แค่พึ่งจะเริ่มเท่านั้นมันยังเรียกว่าเป็รูปเป็ร่างยังไม่ได้เรารวมประชากรให้ได้และทำให้เมืองดีขึ้นกว่านี้”อากอร์นพูดพร้อมกับจ้องมองไปออกไปที่นอกหน้าต่างห้องของเขาจ้องมองไปยังเมืองที่กำลังพัฒนาและปรับปรุงใหม่......
ซึ่งในตอนนี้บ้านเรือนส่วนใหญ่เริ่มที่จะดีขึ้นมากแล้วจากการที่ทุกคนช่วยกันซ่อมแซมกันอย่างขยันขันแข็งรวมถึงกำแพงเมืองที่ในตอนนี้สามารถป้องกันการบุกของพวกโจรได้อย่างดีด้วยทุกอย่างล้วนกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น......
การเกษตรเองก็ดีขึ้นตามลำดับเพราะมีแหล่งน้ำตัดผ่านเข้ามาหลังจากที่ฮอล์สันและทหารช่วยกันจัดการพวกอสูรที่ต้นน้ำให้ออกไป ทำให้กำแพงน้ำที่ทำขึ้นมาเพื่อกันอสูรน้ำจากแหล่งน้ำไม่ให้เข้ามาสามารถเอาออกไปได้......
ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นมาแล้วแต่มันก็ยังไม่เพียงพอซึ่งอากอร์นคาดการว่าเขาต้องใช้เวลาอีกเป็ปีอย่างแน่นอนหากจะทำให้เมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้กลับมาเป็เมืองอีกครั้งและภารกิจการรวบรวมประชากรที่อยู่รอบๆ นี้ก็สำคัญมาก......
แน่นอนว่าการกำจัดกองโจรต่างๆ เองก็สำคัญด้วยเช่นกันแต่เื่นั้นอากอร์นได้คิดเอาไว้หลังจากที่เขาได้เพิ่มกองกำลังของเขาแล้วต่างหากเพราะด้วยทหารเพียงเท่านั้นนอกจากจะกำจัดกองโจรไม่ได้แล้ว เขายังคงอาจจะถูกพวกมันแว้งกัดข้างหลังด้วย......
เช้าวันรุ่งขึ้น.......
พรึบ!! พรึบ!! พรึบ!!
ทหารทั้งร้อยนายที่อากอร์นได้เลือกไว้เมื่อวานนี้ตอนนี้พวกเขาได้ตั้งแถวรอที่หน้าปราสาทเรียบร้อยแล้วพร้อมกับสวมชุดเกราะเต็มยศและอาวุธเต็มอัตราศึกมายืนเรียงกันอย่างพร้อมเพรียงและเป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างมากโดยที่ด้านหน้าของพวกเขานั้นมีเจมส์วิชกับลอลิยืนอยู่.......
“คารวะท่านอากอร์น!!”
อะ!!
“ดูท่าทางพวกเ้าจะคึกคักกันน่าดูเลยนะ”อากอร์นที่พึ่งเดินออกมาจากปราสาทได้พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ของเขายิ้มให้กับทหารทุกคนรวมถึงเจมส์วิชกับลอลิด้วย......
“เยสเซ่อ!!”
“ดีมาก!! เราละพวกเราออกเดินทางได้!!”
“เยสเซ่อ!!”
อากอร์นขึ้นม้าของตนทันทีหลังจากที่เขาพูดจบและควบม้านำคนอื่นๆ ไป ซึ่งในขณะที่เขากำลังออกจากเมืองนั้นเหล่าชาวบ้านต่างก็พากันมาส่งเขาพร้อมกับโปรยดอกไม้ให้เขาอย่างนอบน้อมและเคารพพร้อมกับะโส่งเสียเชียร์และขอพรให้กับพวกอากอร์น......
“ขอพระเ้าทรงคุ้มครองท่านเ้าเมือง!!”
“ขอพระองค์จงสถิตอยู่กับท่าน!!”
“ขอให้ท่านอากอร์นเดินทางปล่อยภัยด้วยเถอะ!!”
“ขอให้ทหารทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย!!”
เสียงของเหล่าชาวบ้านยังคงดังมาขาดสายจนอากอร์นกับสองอัศวินและทหารทั้งร้อยนายออกไปพ้นนอกกำแพงเมืองเซนต์จูรี่เสียงถึงค่อยๆเงียบลงอย่างช้าๆ และหลังจากที่อากอร์นนำทีมออกไปแล้วเหล่าชาวบ้านก็พากันกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ.......
หนึ่งวันผ่านไปสำหรับการเดินทางของอากอร์นและทีมของเขา......
ในตอนนี้อากอร์นใช้เวลาไปหนึ่งวันแล้วในการเดินทางไปยังหมู่บ้านแรนโดฮอล์ที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้ซึ่งในระหว่างทางที่พวกเขาผ่านนั้นไม่มีเหตุใดเกิดขึ้นเพราะมีลอลิคอยสอดส่องเส้นทางล่วงหน้าเอาไว้ให้ตลอดทางเลยทำให้การเดินทางเป็ไปได้ด้วยดี......
และเส้นทางที่พวกเขาใช้เดินทางนั้นยังมีสภาพที่ง่ายต่อการเดินทางมากราวกับว่าเส้นนี้มีการใช้เดินทางอยู่บ่อยครั้งและเป็ประจำ เพราะดูจากสภาพของผิวดินที่ดูเรียบและเป็ผืนเดียวกันแล้วแสดงว่าต้องมีคนใช้เส้นทางนี้อยู่เป็ประจำแน่......
“การที่เส้นทางและถนนอยู่ดีเช่นนี้อาจเป็เพราะผู้คนจากแรนโดฮอล์ใช้มันในการเดินทางอยู่เป็ประจำไม่งั้นก็ต้องเป็พวกโจรป่าที่อยู่แถวนี้ๆ ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางไปมา”อากอร์นพูดขึ้นหลังจากที่เขาสังเกตดูถนนหนทางที่พวกเขาใช้.....
ภายในหัวของเขาคิดความเป็ไปได้อยู่สองอย่างด้วยกันคือเป็เพราะชาวบ้านกับเป็เพราะพวกโจรซึ่งทั้งสองอย่างนี้โอกาสที่เป็ไปได้มากที่สุดคืออย่างที่สองเพราะดินแดนของเขานั้นเต็มไปด้วยโจรการที่อากอร์นจะคิดว่าเป็ข้อที่สองนั้นมันเป็เื่ธรรมดาที่จะคิด.....
แต่ไม่ว่าจะเป็ข้อไหนอากอร์นก็ขอให้ชาวบ้านยังคงอยู่ดีเช่นเดิมและเขาก็หวังว่าจะสามารถโน้มน้าวพวกชาวบ้านให้มาอยู่กับเขาได้สำเร็จและด้วยความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่เขาพามาด้วยอากอร์นคิดว่าเขาน่าจะสามารถทำมันได้.......
“ท่านอากอร์นขอรับเดินทางผ่านเนินนี้ไปก็ถึงหมู่บ้านแรนโดฮอล์แล้วขอรับ”ชาวบ้านที่อาสารับหน้าที่มาช่วยอากอร์นในครั้งนี้พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่น.....
“อือ......ขอบคุณเ้ามากหลังจากที่ภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นข้าจะมอบรางวัลให้กับเ้าอย่างเหมาะสมอย่างแน่นอน”อากอร์นพยักหน้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณและคิดที่จะมองรางวัลให้หลังจากที่เขาสามารถโน้มน้าวพวกชาวบ้านได้......
“ข้าน้อยไม่ได้้าของรางวัลใดๆแล้วเพียงที่ท่านอากอร์นได้ทำให้พวกเาาวเมืองเซนต์จูรี่มันก็มากเกินพอแล้วการที่ข้ามาทำภารกิจนี้เพียงเพราะข้าเต็มใจที่จะทำมันขอรับ”ชาวบ้านคนดังกล่าวพูดขึ้นพร้อมกับปฏิเสธที่จะรับเอารางวัลที่อากอร์นจะมอบให้กับเขาและกล่าวว่าสิ่งที่อากอร์นทำให้เขาและชาวบ้านนั้นมันก็มากเกินพอแล้ว......
“ขอบใจเ้ามาก” อากอร์นรู้สึกดีใจและยินดีมากที่ชาวบ้านรู้สึกขอบคุณเขาและชื่นชอบเขาและแน่นอนว่าเขาจะทำให้ชาวเมืองของเขาประชาชนของเขาอยู่ดีกินดีให้ได้ทุกคน.......
ณ หมู่บ้านแรนโดฮอล์.....
ตึก ตึก ตึก!!
ปัง!!
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ห่างออกไปไม่ไกลจากหมู่บ้านของเรามีกองกำลังทหารจำนวนกว่าร้อยคนกับชาวบ้านหนึ่งคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ!!”
หือ...?
“เมื่อกี้เ้าว่ายังไงนะ?!”
“กองทหารร้อยกว่าคนกับชาวบ้านหนึ่งคนอย่างนั้นรึ?”
“ชาวบ้านคนนั้นเป็คนของหมู่บ้านเราหรือเปล่า?”
“กองทหารพวกนั้นเป็โจรจากที่ไหน?”
ในขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังประชุมกับเหล่าคนสำคัญๆของหมู่บ้านอยู่นั้นชายหนุ่มคนหนึ่งที่วิ่งมาด้วยความเร็วด้วยใบหน้าแตกเต้นก็ได้เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรายงานให้ทุกคนที่กำลังประชุมกันอยู่ได้ฟังถึงสิ่งที่เขาได้เห็นจากด้านนอกหมู่บ้าน......
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านผู้เฒ่า ท่านลุงกองทหารที่มานั้นไม่ใช่พวกโจรครับ เพราะพวกเขาล้วนแต่งกายด้วยชุดเกราะอย่างดีส่วนชาวบ้านที่มากับพวกเขาก็ไม่ใช่ชาวบ้านของหมู่บ้านเราแต่เป็คนจากเมืองเซนต์จูรี่ญาติของป้าแองครับ” ชายหนุ่มกล่าวอธิบายถึงลักษณ์ของกองทหารและชาวบ้านคนดังกล่าวให้ทุกคนฟังในทันที......
“ไม่ใช่พวกโจรแต่เป็ทหารสวมชุดเกราะอย่างดี? แถมชาวบ้านที่มาด้วยก็มาจากเมืองเซนต์จูรี่และยังเป็ญาติกับย้ายแองปากจัดอีกด้วยอย่างนั้นรึ?”ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าสงสัยและอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างมาก......
“แสดงว่าข่าวลือเื่เ้าเมืองคนใหม่ของเมืองเซนต์จูรี่ที่พึ่งมาก็เป็ความจริงนะสิ?”
“น่าจะใช่ข่าวที่ว่ามีเ้าเมืองคนใหม่มารับ่ต่อจากไอ้ชาติชั่วนั้นคงจะเป็ความจริง”
“แล้วพวกนั้นจะมาที่นี้ทำไมกัน?”
“ไม่ว่าพวกมันจะมาที่นี้ทำไมก็แล้วแต่พวกเราจะไม่ยอมให้พวกมันมาทำร้ายพวกเราได้เหมือนกับไอ้พวกโจรชาติชั่วที่อยู่รอบๆนี้”
ใช่!! ใช่!!
ตึก ตึก ตึก!!
หยุดดดดดด!!
เสียงของอากอร์นะโดังขึ้นสั่งให้ทหารทั้งร้อยนายและขบวนของเขาหยุดที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านหมู่บ้านแรนโดฮอล์ซึ่งที่หน้าทางเข้ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนรวมตัวกันอยู่ พร้อมด้วยอาวุธเก่าๆในมือของพวกเขาที่พร้อมจะพังได้ตลอดเวลา......
“พวกท่านใช่คนของเ้าเมืองคนใหม่หรือไม่?”