1
หนึ่งดาบทะลวงอกคมดาบที่เสียบเข้าหัวใจให้ความรู้สึกเย็นเยียบช่างขัดกับตะวันรอนใกล้ลาลับที่ยังร้อนระอุอ้าว
เจียงสวินอี้ควรจะรู้สึกยินดีเป็ที่สุดยามมองดวงหน้าคุ้นเคยเบื้องหน้าทว่าภายในใจกลับอึดอัดสิ้นดี
หวนนึกถึงหลายปีมานี้ที่ตนโชคร้ายทะลุเข้ามาเป็มินิบอสไร้สมองผู้ทรงเกียรติในหนังสือไม่ว่าในใจจะเป็อย่างไรภายนอกก็ยังทำเื่รนหาที่ตายเก่งตามคุณสมบัติของตัวร้ายได้เรื่อย ๆอย่างน่าชื่นชม เขาตระหนักว่าเวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตจึงทุ่มเททุกนาทีไปกับการหาเื่ตาย คอยปูเส้นทางความรุ่งโรจน์ให้พระเอกสุดกำลัง
และท้ายที่สุดก็ทำภารกิจสุดท้ายของชีวิตสำเร็จเสียที...
ภารกิจให้พระเอกลงมือสังหารตัวเขาเอง
ตามที่เคยตกลงไว้ในที่สุดเขาก็วางมือกลับบ้านอย่างมีความสุขได้แล้ว!
แต่ทำไมกันนะชั่วพริบตานั้นจึงนึกเสียใจหน่อย ๆ ที่ตัวละครสมมติในหนังสือตัวหนึ่งไม่เชื่อใจเขา
เฮ้อช่างมันเถอะ อย่างไรก็จะจากไปแล้ว
เจียงสวินอี้หลับตาลงแล้วเอ่ยบทพูดประโยคสุดท้ายของตนก่อนสิ้นใจ
“อวิ๋นเซียข้า...เ้า”
[ตื๊ดๆ ๆ ๆ – แจ้งเตือน OOC[1]บทพูดผิดพลาด บทบาทถูกทำลาย ภารกิจล้มเหลว เปิดระบบเกิดใหม่!]
จู่ ๆก็มีคำพูดประโยคนี้ดังขึ้นในสมองของเขา
ฮะ!ก็บทมันเขียนไว้แบบนี้อยู่แล้วนี่!
เจียงสวินอี้สูดหายใจเฮือกหวังโต้เถียงทว่าเขาทำได้เพียงสูดเข้าไป ไม่อาจผ่อนลมออกมาได้อีกเลย
เพราะเขาตายแล้ว
‘เขาตายแล้ว’
อวิ๋นเซียมองคนตรงหน้าล้มลงอย่างมึนงงราวกับตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นครั้นกระบี่ยาวถูกร่างที่เอนล้มของเจียงสวินอี้ดึงหลุดจากมือชายหนุ่มจึงคล้ายจะได้ยินเสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งกล่าวกับตน
ไม่เป็ไปไม่ได้!
ราวกับเพิ่งตื่นจากฝันเขาคุกเข่าทั้งที่ร่างแข็งทื่อ นึกอยากกดาแเืทะลักของเจียงสวินอี้เอาไว้ทว่าสองมือกลับสั่นเทาจนขยับสะเปะสะปะ หยาดน้ำตาอาบรินข้างแก้มร่วงหล่นกระทบใบหน้าซึ่งยังคงงดงามเกลี้ยงเกลา ทว่ากลับค่อย ๆ เย็นเยียบลงทุกที
น้ำตาที่ไหลพรั่งพรูนั้นจะกลั้นอย่างไรก็มิอาจกลั้นอยู่อวิ๋นเซียอยากหลับตานัก ทว่าเจียงสวินอี้กำลังอยู่ตรงหน้าเครื่องหน้าของอีกฝ่ายคมคายดูประณีตเลิศล้ำ เขามองคนผู้นี้โดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดยังคงรู้สึกว่าอีกประเดี๋ยวชายตรงหน้าจะลุกขึ้นมานั่งเลิกคิ้วกระบี่สูงอย่างดื้อรั้นพลางเยาะหยันเขาว่า
‘ทุเรศสิ้นดีชายชาตรีอกสามศอกร้องไห้เช่นนี้ได้อย่างไร!’
แต่ก็ไม่มีไม่มี! อีกฝ่ายทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว!
อวิ๋นเซียตัวสั่นสะท้านราวกับถูกคนราดน้ำเย็นรดหัวทั้งร่างเย็นะเืลึกไปถึงกระดูก
เืยังไหลทะลักจากปากแผลความโศกเศร้าสิ้นหวังอันไร้ที่มาอัดแน่นเต็มอก เขามองมือตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อแทบจะนึกสงสัยว่านี่ใช่เล่ห์กลที่ศัตรูวางไว้หรือไม่
ข้าไม่ได้้าสังหารเ้าทั้งที่ข้าชอบเ้าถึงเพียงนั้นแท้ ๆ แล้วไยระหว่างเราจึงดำเนินมาถึงจุดนี้ได้
“อาสวินข้าอ้อนวอนเ้าละ เ้าลุกขึ้นมาเถอะ เป็ข้าที่ผิดเองข้าไม่โทษเ้าแล้ว...เ้าเกลียดใคร พวกเราก็ไปสังหารพวกมันให้ราบคาบด้วยกันนะหรือหากเ้าชอบพวกมารพวกเราไปสวามิภักดิ์ต่อประมุขมารด้วยกันก็ได้...ได้โปรดลุกขึ้นมาเถิด...ข้าขอร้อง...”
ร่างกายเขาไร้เรี่ยวแรงไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจอุ้มเจียงสวินอี้ขึ้นมาจากพื้นได้จึงทิ้งตัวนอนแผ่ข้างร่างไร้ลมหายใจเอาเสียดื้อ ๆ
ตะวันลับขอบฟ้าลมราตรีโชยอ่อน แสงจันทร์ค่อย ๆ แย้มจรจากใต้ชั้นเมฆขมุกขมัวดูคล้ายคลื่นน้ำที่เอ่อท่วมกลืนกินทิวเขาลูกนี้ทีละน้อยเสียงต่อสู้ที่ดังแว่วมาแต่ไกลเริ่มเงียบสงัดพวกเขาราวกับกำลังนอนอยู่ก้นบึ้งมหาสมุทรสุดลึกล้ำใจทั้งดวงไม่ต่างอะไรจากน้ำทะเลแวววาวกระจ่างใส
“อาสวิน”อวิ๋นเซียเรียกคนข้างกายเสียงอ่อน ภายในใจพลันสงบลง “เ้ายังจำได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเ้าว่าข้าชอบศิษย์พี่ชิวแล้วเตือนเ้าว่าอย่ามาแย่งกับข้า”
“นั่นข้าหลอกเ้า”
“ข้าเพียงแค่...ไม่พอใจที่เ้าชอบอยู่กับนางบ่อยๆ ...”
“ข้าไม่เคยบอกเลยว่าคนที่ข้าชอบคือเ้าต่างหาก”
“อาสวิน...สวินอี้...พาข้าไปด้วยเถิดนะ...”
[1] OOC (Out of Character) หมายถึงการที่ตัวละครผิดแผกไปจากบทที่กำหนด