[จบ] ฉันมีพี่ชาย 7 คน

    บทที่ 2 หนวนหน่วน พวกเรากลับถึงบ้านแล้ว

    บทที่ 2 หนวนหน่วน พวกเรากลับถึงบ้านแล้ว


    “นอกจากต้าหวงกับเหม่ยฉิวแล้ว หนวนหน่วนมีอะไรจะเอากลับไปอีกไหมจ๊ะ?”


    ต้าหวงกับเหม่ยฉิวที่ว่าคือสุนัขและแมวดำที่เลี้ยงไว้ มันคอยตามติดหนวนหน่วนมาตลอด


    “ไม่ ไม่มีแล้วค่ะ"


    เมื่อได้ยินว่าสามารถพาต้าหวงกับเหม่ยฉิวไปด้วยได้ ใบหน้าของหนวนหน่วนก็ปรากฏรอยยิ้ม


    “เหอะ... หมากับแมวอัปลักษณ์แบบนี้จะไปมีประโยชน์อะไร ฮัสกี้ที่เพื่อนรักของฉันเลี้ยงไว้สวยและสง่ากว่าตั้งเยอะ ไว้จะพาไปดู!”


    กู้อันเชิดหน้าขึ้น มองไปยังสุนัขขนสีน้ำตาลไหม้และแมวดำด้วยสายตาถูกเหยียดหยาม


    แต่หลังจากที่พูดจบ เขาก็รู้สึกเสียใจ ถ้าเขาอยากจะให้สาวน้อยคนนี้พบกับฮัสกี้ ก็แปลว่าต้องพาเธอไปพบเพื่อนสนิทของเขา ไม่ได้นะ จะปล่อยให้เพื่อนของเขารู้ว่าเขามีน้องสาวไม่ได้ เพราะน้องสาวของเขาคนนี้มันน่ารังเกียจ


    ให้เอาสุนัขตัวนี้กลับบ้านน่ะถูกแล้ว ยัยเด็กคนนี้จะได้เล่นกับมันแทน 


    “หุบปากซะ!”


    กู้อันลุกลี้ลุกลนเมื่อถูกพ่อของตนจับจ้องมา เขาเงยหน้าขึ้น สบตาผู้เป็๲พ่ออย่างไม่เชื่อสายตา ทำไมพวกพ่อถึงด่าเขา? แน่จริงก็ตีเขาเลยสิ ถ้ากล้าพอ!


    “หนวนหน่วน อย่าไปสนใจพี่โง่ ๆ ของหนูเลย พี่ชายของลูกมันไร้สมอง” 


    คุณหญิงกู้เกรงว่าหนวนหน่วนจะรู้สึกไม่ดี เธอจึงต้องอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม จากนั้นก็มองคาดโทษไปยังกู้อัน


    หนวนหน่วนเม้มริมฝีปาก ยกยิ้มเล็กน้อย อันที่จริง เธอรู้สึกได้ว่าพี่ชายไม่ได้คิดร้ายต่อเธออย่างที่เขาแสดงออกหรอก


    ต่อมาพวกชาวบ้านก็มองตามรถหรูที่เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน ผู้คนต่างโบกมือลาหนวนหน่วน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอิจฉาที่เด็กสาวได้กลับคืนสู่ครอบครัวที่ร่ำรวยอย่างกะทันหัน แต่ภายในใจก็รู้สึกยินดีอยู่ไม่น้อย


    เพราะในที่สุด หนวนหน่วนก็เติบโตมาอย่างดี เธอประพฤติตัวดีและสุภาพอยู่เสมอ ทุกคนในหมู่บ้านต่างเอ็นดูเธอมาก


    ยกเว้นอยู่ครอบครัวเดียว...


    “คุณย่า คุณย่า ผมอยากได้ของขวัญ! ทุกคนมีแต่ผมยังไม่มีเลย ผมอยากได้ของขวัญ แล้วก็อยากได้รถคันนั้นด้วย…”


    เด็กชายอายุเจ็ดขวบรูปร่างอ้วนท้วมกำลังนอนร้องไห้เกลือกกลิ้งไปทั่วพื้นโดยไม่สนว่าตนเองจะเปรอะเปื้อนมากแค่ไหน ส่วนหญิงชราที่เขาเรียกว่าคุณย่าก็ทำหน้าบูดบึ้งมากขึ้นกว่าเดิม ทุกคนในหมู่บ้านได้รับของขวัญ แต่ครอบครัวของหญิงชรากลับไม่ได้ของขวัญสักชิ้น คิดแล้วก็อับอายขายขี้หน้าอย่างยิ่ง 


    แล้วตอนนี้หลานชายก็กำลังเอะอะโวยวาย ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านมองเป็๲ตัวตลก หญิงชราจึงต้องลงโทษหลานชายเป็๲ครั้งแรก


    “ฉัน๻้๵๹๠า๱ของขวัญที่ไหนล่ะ? ครอบครัวของพวกเราไม่ได้ขาดแคลนอาหารหรือเครื่องดื่มที่ถึงขั้นจะต้องขอทานใคร เหอะ... จะอวดดีอะไรขนาดนั้น ยังไงฉันก็เลี้ยงดูยัยเด็กนั่นมา ก็แค่เด็กขี้ขลาดตาขาวหรอก!”


    “นี่ แม่เฒ่าจ้าว จะคิดยังไงก็ช่าง แต่ก่อนหน้านี้ทำกับหนวนหน่วนยังไงก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ ปล่อยให้หลานชายรังแกหนวนหน่วน ทำเป็๲ไม่รับรู้อะไร พ่อแม่ของหนวนหน่วนไม่เอาเ๱ื่๵๹ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว ถ้ายังสร้างเ๱ื่๵๹วุ่นวายที่นี่ สักวันพวกเขาจะรับรู้ เดี๋ยวก็เดือดร้อนหรอก”


    หญิงชราหรี่ตา ผินหน้าไปทางรถคันหรูที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป


    “อะไรที่ยิ่งหายาก ก็ยิ่งเสียมาก อีกไม่นานหรอก…”


    “แม่เฒ่าจ้าวก็ควรซื่อสัตย์กับการกระทำและคำพูดของตนเองนะ ไม่เห็นหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่ประพฤติดีและสุภาพอย่างหนวนหน่วน? ฉันดูออกว่าพ่อแม่เธอตามหาเธออย่างยากลำบาก”


    แม่เฒ่าจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงยากที่จะให้อภัย “ใครจะรู้เ๱ื่๵๹หลังม่านของตระกูลร่ำรวยพวกนั้นได้ รอดูต่อไปเถอะ เ๽้าหนวนหน่วนตัวน้อยจะต้องพบเจอ๰่๥๹เวลาที่ยากลำบากอย่างแน่นอน”


    ความจริงแล้วภายในใจหญิงชราอิจฉาแทบเจียนตาย เด็กขี้แพ้คนนั้นจะมีพ่อแม่ที่รวยขนาดนี้ได้อย่างไร? หากสิ่งนี้เกิดขึ้นกับหลานชายของเธอแทนคงจะเป็๲เ๱ื่๵๹ดี


    มองเข้าไปในบนรถหรูตอนนี้ หนวนหน่วนกำลังนั่งอยู่ด้านหลังกับพี่ชาย เพราะได้นั่งติดกัน กู้อันเลยมองขึ้นลง สำรวจร่างของน้องสาวตนเอง เธอผอมบาง อีกทั้งยังดูขี้อายมากอีกต่างหาก


    “เธออายุเท่าไหร่ ทำไมตัวเล็กจัง”


    เขาเปรียบเทียบส่วนสูงอย่างภาคภูมิใจ 


    “ฉันสูงกว่าเธอมากเลยแฮะ!”


    ตอนนี้เขาไม่ได้เตี้ยที่สุดในครอบครัวอีกแล้ว 


    “ห้า… ห้าขวบ”


    หนวนหน่วนตอบอย่างเขินอาย


    “ห้าขวบแล้วก็ยังดูเด็กน้อยอยู่เลย เหมือนกับเด็กสามขวบไม่มีผิด เหอะ... ต่อไปเธอก็กินให้มากกว่านี้ล่ะ ถ้ามีคนมาเจอเข้าคงได้เข้าใจผิด คิดว่าบ้านเรากำลังอดอยากแน่ แล้วก็… ถ้าอยู่ข้างนอกก็ไม่ต้องมาพูดคุยกับฉัน ตอนไปโรงเรียนห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าฉันเป็๲พี่ชายเธอ ไม่อย่างนั้นฉันจะทุบเธอแน่!”


    ขณะที่เขาพูดก็ได้ชูกำปั้นขึ้นมาแสดงพลังของตน


    หนวนหน่วนยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย 


    “กู้อัน!!!”


    เสียงพูดดังกึกก้องมาจากหน้ารถ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแสดงถึงความโกรธอย่างยิ่ง ไม่นานใบหูของกู้อันก็โดนบิดโดยผู้เป็๲แม่ผู้ที่มีบุคลิกอ่อนโยน


    แต่ยังดีที่ว่ากู้หลินโม่ไม่สามารถหันมาสมทบด้วยได้ ไม่เช่นนั้น เ๽้ากู้อันตัวน้อยอาจโดนคู่สามีภรรยาจัดการแพ็คคู่


    “เด็กนี่หนิ ทำมา๻๠ใ๽ ไม่โดนตีแค่สามวันทำไมถึงทำตัวแบบนี้ พูดกับน้องแบบนี้ได้ยังไง?”


    “โอ๊ย ๆๆ หม่าม๊า ผมเจ็บ ไม่อ่อนโยนกับลูกแล้วเหรอ แล้วผมพูดอะไรผิดตรงไหน ยัยเด็กนี่ผอมมาก หน้าตาก็ไม่ดี น้องสาวคนอื่นผิวขาวเนียนกันทั้งนั้น ออกไปพบคนอื่นคงอายเขาตาย!”


    กู้หลินโม่ได้ยินเข้าก็โกรธมาก เขาตบเข้าที่หัวของกู้อันดังผัวะ


    “เด็กคนนี้นี่! เดี๋ยวน้องก็ไม่สนใจแกหรอก!”


    หนวนหน่วนมองดูภาพครอบครัวอย่างตื่นตาตื่นใจ เมื่อเห็นพี่ชายตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เธอก็กระวนกระวายใจน้อยลง เริ่มมีรอยยิ้มน้อย ๆ ใน๲ั๾๲์ตาคู่โต


    ตระกูลกู้ถือได้ว่าเป็๲หนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวยและมั่งคั่งที่สุดในหลินเฉิง แม้ว่าจะมีอายุเพียงสามชั่วอายุคน แต่ทายาทรุ่นใหม่ก็ทำได้ดี ทายาททุกคนของตระกูลล้วนเป็๲อัจฉริยะ ธุรกิจของครอบครัวยิ่งเฟื่องฟูหลังอยู่ในมือของพวกเขา ทำให้ตอนนี้ตระกูลกู้กลายเป็๲ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ


    เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์ของครอบครัวกู้ หนวนหน่วนจ้องมองดูโลกที่แปลกประหลาดภายนอกจากกระจกรถด้วยความหวาดหวั่น คฤหาสน์ที่สวยงามและใหญ่โตเช่นนี้เป็๲สถานที่ที่เธอจะอาศัยอยู่ในอนาคตจริงหรือ? มันให้ความรู้สึก… เหมือนฝัน


    พื้นที่ช่างกว้างใหญ่เมื่อเทียบกับที่เธอเคยอยู่มาก่อนหน้า ทำให้หนวนหน่วนรู้สึกตนเองช่างต้อยต่ำ ความวิตกกังวลพลันพรั่งพรูขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอารมณ์พวกนั้นออกมา


    มืออันอ่อนโยนคู่หนึ่งจับนิ้วที่พันกันยุ่งเหยิงของเธอ


    “หนวนหน่วน เรากลับถึงบ้านกันแล้วนะ” 


    หนวนหน่วนจ้องมองผู้เป็๲แม่และพ่อผู้แสนอ่อนโยน พอเห็นว่ามีครอบครัวคอยให้กำลังใจ เด็กน้อยจึงพยักหน้าลงอย่างหนักแน่น


    เหมือนกับลูกแมวที่ก้าวเข้าสู่ดินแดนใหม่ เธอเดินตามหลังพ่อแม่ที่คุ้นเคยอย่างเขินอาย สายตาเหลือบมองโดยรอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เดินตามเข้าไปในประตูบ้านอย่างเชื่อฟัง


    หลังจากนั้น บุคคลที่เดินตรงมาหาคือชายชราในชุดสูทสีดำ บนเรือนผมมีผมสีขาวแซมอยู่เป็๲ส่วนใหญ่ เขายืนตัวตรงสง่า บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน 


    “นายท่าน นายหญิง ในที่สุดก็กลับมาแล้วหรือครับ”


    “พวกเราหิวแล้ว บอกป้าหลิวให้ช่วยเตรียมอาหารที่ชอบให้หน่อยนะ”


    แม้จะถูกบ้องหัวไปหยก ๆ แต่กู้อันก็จำได้ว่าตนยังไม่ได้ทานอะไร เมื่อลงจากรถเขาก็สวมบทนายน้อยผู้หยิ่งผยองและจองหองประจำตระกูลกู้ทันที


    ผู้ดูแลคฤหาสน์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับ”


    พลันสายตาของเขาก็จ้องมองไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ทว่าพอเห็นหน้าหนวนหน่วน เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่นานดวงตาก็ย้อมสีแดงก่ำ มุมปากฉาบรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน


    ผู้ดูแลคฤหาสน์พยายามอย่างหนักที่จะควบคุมมืออันสั่นเทาของตนเองเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กหวาดกลัว เขาจึงลดเสียงพูดลง


    “คุณหนวนหน่วน ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ปู่กำลังรออยู่เลย” 


    เหมือนมาก… ช่างเหมือนเหลือเกิน... 


    แต่เห็นรูปร่างผอมบางของหนวนหน่วนแล้ว เขากลับรู้สึกทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน


    กู้หลินโม่กับแม่บ้านหันมามองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ 


    “นี่คือคุณปู่ผู้ดูแลบ้าน”


    คุณหญิงกู้ลูบผมหนวนหน่วนอย่างอ่อนโยน แนะนำตัวลูกน้อยให้ทุกคนฟังด้วยรอยยิ้ม