ถูกเว่ยเสียงขัดจนล่าช้า กว่าจะถึงเฮาส์เทนบอชก็ค่ำแล้ว
พวกเราทำเื่เข้าพักเรียบร้อย มาอยู่ในบ้านไม้เดี่ยวหลังเล็กสำหรับสี่คนที่จองไว้ก่อนหน้า บ้านกลางป่านี้ถูกสร้างขึ้นรอบๆ ทะเลสาบ เมื่อไน่ไน่วางสัมภาระลงก็ร้องลั่นวิ่งเข้าไปในห้องรับแขก เปิดหน้าต่างจรดพื้นที่ระเบียงออก
ใต้ระเบียงคือทะเลสาบ ไน่ไน่ตาโตชี้ไปในทะเลสาบ “คุณพ่อ คุณพ่อ ปลาตัวใหญ่มากเลยค่ะ!”
“ใหญ่ขนาดไหน” ผมถามเธอ
“ใหญ่ขนาดนี้!” ไน่ไน่กางแขนเป็ระยะความยาวเหลือเชื่อ
“น่ากลัวจริงๆ ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ ระวังมันกินลูกเข้าไปนะ ลูกระวังตัวด้วย” ผมหิ้วกระเป๋าเดินทางเตรียมขึ้นชั้นบน เว่ยเสียงซึ่งตามมาข้างหลังคอยช่วยผม เขาลากกระเป๋าเดินทางตัวเอง แล้วช่วยยกกระเป๋าเดินทางของผมด้วย
หลังขึ้นมาถึงชั้นสอง ผมมองสภาพแวดล้อมรอบๆ “นายนอนห้องฝั่งซ้ายแล้วกัน!”
เขาพยักหน้า โยนกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องที่ผมชี้ให้ดู ก่อนจะเดินออกมาใหม่
ผมนั่งยองๆ อยู่ในห้อง เปิดกระเป๋าเดินทางออกถ่ายเทอากาศ ไน่ไน่ใส่ของเล่นโมเดลของเธอใส่กระเป๋าเป็กอง ของเล่นพวกนั้นเพิ่งถูกตักขึ้นจากอ่างอาบน้ำที่บ้านเมื่อเช้า บางชิ้นยังไม่แห้ง
ผมเรียงเรือเล็กของเธอบนพื้นพรมทีละลำ รวมถึงเรือไททานิคอับปางที่เธอชื่นชอบที่สุด...ลำนี้หนักถึงสองกิโลกรัม
“บอกตามตรง ฉันยังไม่สนิทกับนาย นายนี่ใจกล้าจริงๆ ตามพวกเราพ่อลูกมาเที่ยวถึงที่นี่” ผมจัดความเรียบร้อยของสัมภาระไปพลาง หยิบเสื้อผ้าที่ใส่พรุ่งนี้ออกมาแขวนไปพลาง
ในบ้านไม้มีกลิ่นหอมจากป่า ภายในห้องที่ขนาดไม่ใหญ่นัก มีเว่ยเสียงขวางอยู่ด้านหนึ่งซึ่งยึดพื้นที่ไปแล้วกว่าครึ่ง
“นายช่วยกลับไปห้องนายได้ไหม” ผมชักรำคาญ เขาเอาแต่ตามติดเงียบๆ แบบนี้ รกหูรกตามาก
“ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณไม่พอใจ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมแค่ไม่สบายใจนิดหน่อย”
“ทำไมต้องไม่สบายใจ” ผมจัดระเบียบชุดกะลาสีของไน่ไน่ ที่จริงลูกสาวผมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองอ่อนต้องสวยมากแน่ๆ แต่เ้าตัวน้อยดันเป็คนรักสีฟ้า
“ผมคิดมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว เป็ไปได้ไหมว่าพอผมกะพริบตา คุณจะหายไปจากตรงหน้าผมอีกครั้ง”
ผมหัวเราะพรืด “เมื่อก่อนพวกเราสนิทกันมากเหรอ” กังวลขนาดนี้ ช่างเป็คนประหลาดจริงๆ
“อืม...” เว่ยเสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ถึงพยักหน้าแช่มช้า
“เพื่อนรักเหรอ”
“อืม...”
“เฮ้อ เพื่อนรัก! ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่หายไปกลางอากาศหรอกน่า!” ผมตบบ่าเขา ก่อนจะเดินผ่านเขาะโลงจากบันได
“น้องไน่ไน่ ได้เวลาอาบน้ำแล้วนะ! หลังอาบน้ำเสร็จพวกเราต้องเตรียมตัวไปกินข้าว!”
“หนูกำลังดูปลาอยู่ค่ะ!” ไน่ไน่ะโขึ้นมาจากชั้นล่าง เสียงดังจนสะท้อนไปทั้งบ้านไม้หลังเล็ก
“ห้องอาบน้ำมีแค่ห้องเดียว นายจะอาบก่อนไหม” ผมหันไปถามเว่ยเสียง
เว่ยเสียงส่ายหัว
“ถ้าอย่างนั้นฉันอาบก่อน” ผมหยิบเสื้อผ้า ถอดแว่นออก เดินเข้าไปในห้องอาบน้ำแล้วล็อกประตู
หลังปล่อยน้ำอุ่นจนเต็มอ่าง ล้างตัวสะอาดสะอ้านแล้ว ผมก้าวเข้าไปในอ่าง เอนกายพ่นลมหายใจช้าๆ
วันหยุดเอ๋ยวันหยุด ที่จริงตั้งใจไปแช่บ่อน้ำร้อนที่ฮอกไกโด เพียงแต่อากาศปีนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แช่บ่อน้ำร้อนในอากาศแบบนี้ไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลย ถ้าเลือกมาเฮาส์เทนบอชไน่ไน่ยังเที่ยวสนุกกว่า
แต่ถ้าไปฮอกไกโด ไม่แน่คงไม่ได้เจอเว่ยเสียงที่สถานีชินจูกุแล้วมั้ง! ถ้าไปฮอกไกโด คงไม่รู้ว่าเคยมีคนคนหนึ่งหายไปจากความทรงจำของผม
เพียงแต่ทำไมถึงมหัศจรรย์ถึงขั้นนึกเื่เขาไม่ออกเลยสักนิดล่ะ ผมคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก พิศวงจริงๆ
“เพื่อนรัก...” นึกถึงเื่นี้ ผมอดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ ผมมีเพื่อนรักด้วยหรือนี่
แช่ตัวไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ประตูห้องอาบน้ำก็ถูกกระแทกออกดัง “ปั้ง...”
“คุณพ่อ หนูจะอาบน้ำกับคุณพ่อค่ะ” ไน่ไน่ที่ล่อนจ้อนแล้วกอดของเล่นโมเดลกองหนึ่งพุ่งเข้ามาในอ่าง เทซากเรือหนักอึ้งของเธอลงน้ำดังซ่า ก่อนจะะโเข้ามา
“อุก...” หลังคลื่นแรงกระแทกถาโถม ความเ็ปแสนสาหัสก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายท่อนล่าง เจ็บจนผมหน้ามืดตามัว เหงื่อเย็นแตกพลั่ก
“คุณพ่อเป็อะไรไปคะ” ไน่ไน่ถามผมด้วยความงุนงง
“เ้าตัวเล็ก...ไททานิคของลูกกระแทกพ่อ...”
“กระแทกโดนตรงไหนคะ ขอหนูดูหน่อย” ไน่ไน่ไถลเข้ามาอย่างอารมณ์ดี
“กระแทกกับนกน้อยของคุณพ่อน่ะสิ เ้าเด็กบ้า ตั้งใจทำให้คุณพ่อใช้งานไม่ได้อีกเลยใช่ไหม!” ผมโมโหจนหยิกแก้มเธอ ออกแรงดึงไปด้านข้าง
“ฮ่าๆๆ!” ไน่ไน่หัวเราะลั่น สลัดตัวออกจากผมแล้วหนีออกจากห้องอาบน้ำ
“กระแทกนกน้อยของคุณพ่อเข้าแล้ว!” เธอวิ่งออกไปทั้งตัวเปลือยเปล่า
“ไน่ไน่ ไหนว่าจะอาบน้ำ วิ่งออกไปอีกแล้ว!” ผมอยู่ในอ่าง จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น กลั้นใจกับความเจ็บแล้วะโออกไป
“ฮ่าๆๆๆ!” เธอหัวเราะเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
หน้าประตูห้องอาบน้ำ เว่ยเสียงชะโงกหัวเข้ามา “คุณไม่เป็ไรใช่ไหม” เขาถามสั้นๆ
“ช่วยปิดประตูให้ฉันที” ผมปกปิดส่วนสำคัญ เจ็บจนขดตัวเป็ก้อนในอ่าง
แบบนี้ดูเหมือนไม่เป็ไรเหรอ
“ถ้า้าความช่วยเหลือก็เรียกผม” เขาค่อยๆ ปิดประตู “ผมอยู่ข้างนอกนี่แหละ”
ท่าปิดประตูของเขาเชื่องช้ามาก บางทีผมอาจคิดมากไป ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเขาจ้องมองผมไม่วางตาเลยล่ะ แต่ผมเจ็บเจียนตาย แถมยังสายตาสั้นสามร้อยบวกสายตาเอียง ไม่อาจไตร่ตรองได้ว่าสีหน้าแฝงความหมายของเขาบ่งบอกอะไร
“บ้าเอ๊ย ยายไน่ไน่...” ผมโหยหวนอยู่ในอ่าง