ตระกูลหลิน
“หลันฮวาเมื่อครู่เ้าพูดอะไรออกมาเ้ารู้ตัวหรือไม่”หลินเหวินไท่เอ่ยถามบุตรสาวของตนอย่างมีโทสะ
“ข้ารู้ตัวเ้าค่ะข้าจะหมั้นกับพี่เหวิน ข้ารักพี่เหวินข้าจะทำทุกอย่างเพื่อพี่เหวิน”หลันฮวาเอ่ยตอบบิดาของตนอย่างเอาแต่ใจ
เพี๊ยะ! ทันทีที่ได้ยินคำพูดไร้ยางอายจากบุตรสาวของตนเหวินไท่ที่ทนไม่ไหวจึงได้ตบให้บุตรสาวของตนตื่นจากความหลงผิดนี้ทันที
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อตบข้าหรือเ้าคะ”หลินหลันฮวาที่หายจากความตกตะลึงหันไปเอ่ยถามบิดาของตนด้วยความน้อยใจเพราะั้แ่เล็กจนโตบิดาของนางนั้นไม่เคยแม้แต่จะขัดใจนางแต่มาวันนี้เพียงแค่นางบอกว่า้าหมั้นหมายกับชายคนรักของนางก็ถูกท่านพ่อของนางตบต่อหน้าบ่าวรับใช้และท่านผู้าุโโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว
“ใช่ข้าตบเ้าข้าตบเพื่อให้เ้าตื่นจากความหลงผิดของเ้าคนดีมีความสามารถมีมากมายเหตุใดเ้าจึงได้ไปสนใจเ้าคนที่ไร้ทั้งความสามารถและความดีเช่นนั้นได้เ้ายอมยกเลิกหมั้นกับอาฝูที่เก่งกาจและเป็คนดีเพื่อไปหมั้นหมายกับหลิ่งเหวินที่สอบเพิ่งสามารถสอบเข้าสำนักได้ในปีนี้หรือฮวาเออร์เ้าทำให้ข้าอับอายจริงๆ ต่อไปนี้พ่อจะเลือกคู่ครองให้เ้าเองเ้ารอเพียงแค่แต่งงานก็พอพานางไปกักบริเวณที่เรือนของนางห้ามนางออดมาจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากข้า”เหวินไท่เอ่ยสั่งฉีอิ๋งพ่อบ้านคนสนิทของตนแล้วเดินจากไปอย่างมีโทสะ
“ไม่นะท่านพ่อ ข้าจะแต่งงานกับพี่เหวิน หากท่านไม่ยอมให้ข้าหมั้นหมายกับพี่เหวินข้าจะฆ่าตัวตายให้ท่านดู หากท่านจะให้ข้าแต่งงานกับชายอื่นท่านก็เอาศพของข้าไปเข้าพิธีก็แล้วกันหากท่านพ่อไม่เชื่อก็ลองดู”หลันฮวาะโข่มขู่บิดาของตนขณะที่นางถูกลากตัวไปกักขังที่เรือนของตน
“ส่งสามใช้เข้าไปดูแลนางตลอดเวลาอย่าลืมมอบยากักลมปราณให้นางด้วยข้าจะกักลมปราณของนางจนกว่าข้าจะจัดการเื่นี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”เหวินไท่เอ่ยสั่งเสียงดังทำให้อย่างมีโทสะนั้นจึงทำให้หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นกรี๊ดร้องออกมาอย่างขัดใจ ทำให้หญิงรับใช้เผลอปล่อยมือออกจากหลันฮวาด้วยความใ
“พานางไปให้พ้นหน้าข้า”เหวินไท่ที่ทนเห็นกิริยาที่ไม่น่ามองของบุตรสาวจึงได้เอ่ยสั่งเสียงเคร่งพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่บรรดาหญิงรับใช้นั้นจึงทำพวกนางรีบพาดตัวของหลันฮวากลับไปกุมขังที่เรือนของนางในทันที
ห้องทำงานของเหวินไท่
“ทำไมหลันฮวาจึงได้ไปหลงรักหลิ่งเหวินได้นะทั้งๆที่ตลอดมานางไม่แม้แต่จะชายตามองไปเ้าหลิ่งเหวินเลยแม้แต่หางตาแต่วันนี้นางกลับมาร่ำร้องขอหมั้นหมายกับหลิ่งเหวินเสียอย่างนั้น เ้าไม่คิดว่ามันมีอะไรที่ดูแปลกประหลาดบ้างหรือ”หลินหานเซี่ยหรือาุโหลินหันไปมาเหวินไท่อย่าง้าตั้งคำถาม
“เ้าเหวินไท่ต้องทำอะไรบ้างอย่างกับหลันฮวาอย่างแน่นอนท่านผู้าุโเื่นี้เราต้องช่วยกันนะขอรับเราจะยอมให้เ้าหลิ่งเหวินมันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับอนาคตของตระกูลหลินของเราไม่ได้นะขอรับท่านผู้าุโ”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองมาที่หลินหานเซี่ยด้วยสายตาเคร่ง
“ข้าไม่ยอมรับเ้าคนไร้ความสามารถเช่นนั้นเข้ามาเป็ผู้นำตระกูลหลินของเราอยู่แล้วเ้าสบายใจได้ข้าจะช่วยตรวจดูอีกทางก็แล้วกัน”หลินหานเซี่ยเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เหวินไท่ด้วยรอยยิ้มบางเพื่อ้าปลอบโยนให้เหวินไท่คลายกังวลเกี่ยวกับหลันฮวาลง
“ขอบคุณขอรับท่านาุโ”เหวินไท่ที่ตอนนี้มีเพียงาุโหลินที่สามารถเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเขาได้เอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจที่ไม่ว่าจะมีเื่ใดเข้ามาเขาก็มีเพียงาุโหลินเท่านั้นที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับตนและตระกูลหลิน
“เหวินไท่ข้าขอบอกอะไรเ้าได้หรือไม่”หลินหานเซี่ยเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เหวินไท่ด้วยสายตาเหนื่อยอ่อน
“ท่านาุโจะบอกให้ข้ามีทายาทใหม่ใช่หรือไม่ขอรับ”เหวินไท่ที่รู้ทันเอ่ยพร้อมกับมองไปที่าุโหลินด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพราะหลายปีมานี้าุโหลินมักจะบอกให้เขาหาฮูหยินดีๆ มาสักหนึ่งคนเพื่อสร้างทายาทคนใหม่ให้กับตระกูลหลินเพราะดูท่าแล้วอนาคตของตระกูลหลินคงไม่ดีนักเมื่ออยู่ในมือของหลันฮวาบุตรสาวของตน
“ใช่หากเ้าเห็นแก่ตระกูลหลินจริงๆ เ้าจะรู้ว่าอะไรสำคัญและอะไรที่ไม่สำคัญและอะไรที่ดีที่สุดสำหรับตระกูลหลินของเรา ข้าหวังว่าจ้าวบ้านเช่นเ้าจะรู้ดีว่าควรทำอะไรเพื่อตระกูลหลินของเรา”าุโหลินเอ่ยพร้อมกับตบไปที่ไหล่ของเหวินไท่แล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นายท่านขอรับนายท่านหลินเฟยหรงขอเข้าพบขอรับ”พ่อบ้านหลินหรือฉีอิ๋งเดินเข้ามาเอ่ยรายงานนายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“คาราวะพี่หลินขอรับ”ทันทีที่หลินเฟยหรงเดินเข้ามาในตระกูลเหวินไท่ที่มีสีหน้าทุกข์ใจเมื่อครู่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มสดใสในทันที
“ตามสบายเถอะข้ามารบกวนอะไรเ้าหรือไม่”เฟยหรงที่ทันสังเกตเห็นสีหน้ากังวลของเหวินไท่ในยามแรกที่เขาได้เดินเข้ามาเขาจึงได้เอ่ยถามอย่างเกรงใจที่ตนอาจจะมารบกวนเวลาของน้องร่วมสาบานของตน
“ไม่เลยขอรับพี่เฟยหรงมาทันใน่เวลาที่ข้า้าพอดีขอรับ”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองมาที่เฟยหรงอย่างหนักใจ
“คงเป็เื่การสร้างทายาทตระกูลหลินอีกแล้วใช่หรือไม่”เฟยหรงเอ่ยถามอย่างรู้ทันเพราะมีไม่กี่เื่ที่จะสามารถทำให้เหวินไท่ทุกข์ใจเช่นที่เขาเห็นได้
“ฮึๆพี่ใหญ่ยังรู้ทันข้าอยู่เสมอเลยนะขอรับ”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆอย่างขบขันให้กับชีวิตของตนที่ถึงแม้ว่าจะเป็จ้าวบ้านแต่ก็ยังต้องทำตามความ้าของผู้คนในตระกูลหลินอยู่เสมอ
“เ้าก็ทำตามแบบที่เ้ามีความสุขเถอะหากเ้ามีความสุขแบบใดเ้าก็ใช้ชีวิตแบบนั้นเถอะอย่าให้อะไรมาทำให้เ้าไม่มีความสุขเลย ชีวิตเป็ของเ้า เ้ามีสิทธิ์ที่จะเลือก”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มบางให้กับเหวินไท่อย่าง้าให้กำลังใจเพราะเขารู้ดีว่าการเป็จ้าวบ้านมันมีอะไรที่มากกว่าความสุขของตนเองและมีอีกหลายร้อยหลายพันชีวิตที่ต้องดูแล
“ขอบคุณพี่ใหญ่มากขอรับที่แนะนำข้าจะลองก้าวเดินต่อไปดูขอรับเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นบ้าง”เหวินไท่เอ่ยเมื่อเขาพอจะตัดสินใจอะไรได้บ้างแล้ว
“แล้วว่าแต่ที่พี่ใหญ่มาหาข้าวันนี้มีอะไรหรือขอรับ”เหวินไท่ที่รู้ดีว่าสถานการณ์ในตระกูลเย่ยังไม่สงบนักจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจที่เฟยหรงมาเยี่ยมเยือนเขาใน่นี้
“ไม่มีอะไรพี่แค่เบื่อๆเลยอยากมาพูดคุยกับเ้าเท่านั้น”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับแอบกวาดตามองรอบๆจวนเพื่อมองหาหลันฮวาอย่างแเี
“แล้ว่นี้พี่ใหญ่กับหลานๆสบายดีหรือไม่ขอรับ”เหวินไท่ที่จะเอ่ยถามถึงพฤติกรรมของหลิ่งเหวินใน่นี้แต่ก็กระดากปากที่จะถามถึงจึงได้เลี่ยงไปถามถึงจิวฝูและจิวฮวาแทนนั้นจึงทำให้เฟยหรงที่นั่งอยู่รู้แล้วว่าเหวินไท่เองก็เริ่มจะสงสัยหลิ่งเหวินแล้วเช่นกัน
“ข้าสบายกับเด็กๆดี”เฟยหรงเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่สวนด้านหน้าของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เหวินไท่หากวันข้างหน้ามีเื่อะไรเกิดขึ้นข้าจะขอให้เ้ารู้เอาไว้ว่าตระกูลเย่ของเราจะรับผิดชอบความผิดนั้นเองเ้าสบายใจได้ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้เ้าได้รับความอยุติธรรมอย่างแน่นอน”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับเหวินไท่ด้วยสายตาเคร่ง
“ข้าไว้ใจพี่ใหญ่ขอรับ”เหวินไท่ที่เชื่อใจเฟยหรงที่สุดเอ่ยตอบพร้อมกับมองสบตากับเฟยหรงด้วยสายตาจริงจัง
“เฮ้อวันนี้แดดออกแล้ว ข้าว่าเราออกไปเดินเล่นกันที่นอกจวนดีหรือไม่เผื่อว่ามันจะช่วยให้เ้าสบายใจขึ้นบ้าง”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นมายืดเส้นพร้อมกับหันมามองที่น้องชายร่วมสาบานของตนอย่าง้าคำตอบ
“ก็ดีขอรับเพราะั้แ่ที่ท่านาเ็ข้าก็ไม่ได้ออกไปเดินเล่นอีกเลย”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาเฟยหรงด้วยรอยยิ้มยินดีแล้วตัดสินใจที่จะใช้เวลาร่วมกับเฟยหรงในวันนี้เพื่อสนุกแล้วทิ้งปัญหาของตระกูลเอาไว้เื้ัเสียหนึ่งวัน
“ฮวาเออร์”เสียงเคร่งเอ่ยเรียกจิวฮวาที่กำลังเดินเข้าร้านค้าทาสของตระกูลเหอด้วยน้ำเสียงเคร่งผิงเหยียนเร่งเดินเข้ามาคว้าแขนของหลานสาวของตนแล้วพาตัวออกมาให้ห่างจากร้านค้าทาสแห่งนั้นทันที
“เ้ามาที่นี้ทำไม”ผิงเหยียนเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“ข้าก็มาหาซื้อทาสเช่นไรละเ้าคะอีกเดี๋ยวท่านพ่อก็ต้องออกไปใช้ชีวิตกับท่านย่าบุญธรรมเพียงลำพังแล้วข้าก็ต้องจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของท่านพ่อนะสิเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับมองมาที่ผิงเหยียนด้วยสายตาสงสัย
“แล้วท่านอามาที่นี้ทำไมหรือเ้าคะท่านอามาสืบเื่ของเกาหยวนหรือเ้าคะ”จิวฮวากระซิบถามอาของตนด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ชู่วว!เบาๆสิเดี๋ยวผู้อื่นมาได้ยินเข้าแล้วหนีหายไปจะทำเช่นไรเล่า”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตาตำหนิ
“คิกๆขอโทษเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านอาสนใจจะเข้าไปซื้อทาสพร้อมกับข้าหรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเอ่ยถามอาของตนด้วยรอยยิ้มขบขัน
“อาก็คิดจะเข้าไปอยู่แล้วละ”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยรอยยิ้มขบขัน
“เช่นนั้นก็ไปสิเ้าคะเราจะได้รีบเข้าไปซื้อทาสแล้วส่งไปหมู่บ้านอสูรคลั่งเพื่อดูแลจวนที่กำลังสร้างที่นั้นด้วย”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองออกไปที่ผู้คนผ่านไปมาด้วยความสนใจ
“เช่นนั้นก็เข้าไปสิเดี๋ยวอาจะช่วยเ้าเลือกซื้อทาวด้วยอีกแรง”ผิงเหยียนที่เก่งเื่ดูคนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หน้าร้านค้าทาสที่พวกตนเพิ่งออกมาด้วยสายตาเคร่งเมื่อเขาเห็นว่าหลิ่งเหวินที่สวมใส่ผ้าคลุมสีดำเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางเร่งรีบ
“เราไปกันเถอะ”เสียงเคร่งเอ่ยพร้อมกับเดินนำจิวฮวาที่สวมหมวกพรางตัวไปด้วยท่าทางเร่งรีบ
“ท่านอามีอะไรหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เร่งฝีเท้าของตนจนเดินอยู่ในระดับเดียวกับผิงเหยียนเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกเรารีบเข้าไปกันเถอะ”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“เ้าเลือกทาสฝั่งนี้ไปก่อนเดี๋ยวอาจะไปเลือกทาสที่ใช้แรงงานให้”ผิงเหยียนที่เห็นว่าหลิ่งเหวินเดินเข้าไปอีกทางจึงได้เอ่ยแล้วแสร้งเดินเข้าดูทาสที่กรงที่อยู่บริเวณใกล้กับห้องที่หลิ่งเหวินเข้าไปอย่างแเี
“ได้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าอาของตนมีท่าทีแปลกไปนางจึงสั่งให้ไป่ฉีแปลงกายเป็แมวน้อยน่ารักแล้วซ่อนตัวอยู่ในชุดคลุมของตน แล้วค่อยๆเดินออกไปจากเสื้อคลุมของนางในตอนที่คนขายเข้ามาพูดคุยกับนาง
“ท่านตาดูเหมือนว่าตระกูลหลินจะไม่เห็นด้วยกับความรักของข้ากับหลันฮวานะขอรับ”หลิ่งที่เดินเข้ามาพบเกาหยวนที่นั่งตรวจดูบัญชีอยู่เขาจึงได้เอ่ยระบายความเครียดของตนออกมาในทันที
“แล้วเ้ารู้ได้เช่นไร”เกาหยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หลันฮวาเขียนจดหมายมาบอกข้าว่านางถูกกักขังอยู่ที่เรือนของนางขอรับหากเป็เช่นนี้ข้าจะทำเช่นไรจึงจะทำให้พวกตาแก่พวกนั้นยอมรับในตัวของข้าดีขอรับท่านตาพอจะมีวิธีใดที่จะช่วยให้ตาแก่พวกนั้นยอมรับในตัวของข้าหรือไม่ขอรับหรือไม่ท่านตาก็ช่วยหายาพิษที่ไม่สามารถตรวจสอบมาให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ”หลิ่งเหวินที่ใจร้อนไม่้าให้ผู้ใดขวางทางเอ่ยถามผู้เป็ตาของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“เ้าคิดจะทำอะไร”ชายชราที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้เอ่ยถามหลานชายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดด้วยเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยสังเกตเห็นความอำมหิตของหลานชายของเขาเลยจนกระทั่งเมื่อครู่ที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นมันผ่านแววตาของหลิ่งเหวิน
“ข้าต้องแต่งเข้าตระกูลหลินให้เร็วที่สุดข้าจะได้ใช้คนของตระกูลหลินมาจัดการกับพวกกากเดนพวกนั้นเพื่อแย่งตำแหน่งและอำนาจของข้ากลับมาคืนขอรับ ข้าไม่มีทางกลับไปอยู่ใต้เท้าของพวกมันอีกและก็ไม่มีทางยอมก้มหัวให้ไอ้ลูกขี้ข้านั้น”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบด้วยสายตาเย็นจากความโกรธแค้นที่เขามีให้กับเฟยหรงและครอบครัว
“อาเหวินเ้าแต่งเข้าตระกูลหลินแล้วหยุดการแก้แค้นได้หรือไม่การแก้แค้นไม่เคยให้ผลดีกับผู้ใด เ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ วันนี้เ้าอาจะชนะแล้วเ้าจะสามารถมั่นใจได้เช่นไรว่าในวันข้างหน้าลูกหลานของคนพวกนั้นจะไม่กลับมาแก้แค้นลูกหลานของเ้าอีก”เกาหยวนที่เห็นสายตาที่มีแต่ความแค้นของหลิ่งเหวินเอ่ยขอร้องหลานชายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ท่านตาไม่ต้องมาสนใจในเื่นี้หรอกขอรับท่านตาแค่ไปหาวิธีให้คนพวกนั้นยอมรับข้าก็พอหรือหากหาวิธีไม่ได้ท่านตาก็เพียงแค่หายาพิษที่สามารถฆ่าคนได้โดยที่ไม่มีผู้ใดจับได้แล้วกันขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยสั่งตาของตนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด
“ตาทำให้เ้าไม่ได้เ้าไปหาวิธีเอาเองเถอะ ตาไม่้าให้เ้าทำอะไรที่มันผิดมากเกนไปกว่านี้อีกแล้วเพียงแค่เ้าใช้เสน่หาจันทรากับคุณหนูตระกูลหลินเท่านี้ก็ถือว่าผิดต่อตระกูลหลินมากพอแล้วอาเหวินเ้าหยุดเถอะนะ”เกาหยวนเอ่ยขอร้องหลานชายของตนอีกครั้ง
“ข้าจะไม่หยุดจนกว่าข้าจะได้ทุกอย่างมา”หลิ่งเหวินที่ไม่เห็นว่าตาของตนนั้นจะช่วยเหลือในเื่นี้เขาจึงได้เดินออกจากห้องทำงานของตาของตนอย่างไม่สบอารมณ์เกาหยวนที่เห็นเช่นนั้นก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“นายท่านไม่ทราบว่าท่านสนใจทาสคนใดหรือขอรับ”คนงานในร้านที่สังเกตเห็นว่าชายตรงหน้ามายืนอยู่หน้ากรงขังทาสตรงหน้าเป็เวลานานเขาจึงได้เดินเข้ามาถามด้วยความสงสัยเพราะั้แ่ที่ชายตรงหน้าเดินเข้ามาเขาก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปดูทาสในร้านเลยแม้แต่น้อย
“ข้าสนใจเขาเขาแล้วก็ชายผู้นั้น”ผิงเหยียนที่เห็นว่าการสนทนาในห้องจบลงแล้วเขาจึงได้แสร้งชี้ไปที่ทาสหนุ่มทั้งสามคนที่อยู่ในกรงขัง
“นายท่านช่างสายตาแหลมคนทาสทั้งสามคือชายหนุ่มที่เราเพิ่งได้มาไม่นาน พวกเขาเคยทำงานในเหมืองทาสเราสามารถรับรองได้เลยขอรับว่านายท่านจะสามารถได้วัวควายชั้นดีเอาไปใช้งานอย่างแน่นอนขอรับ”คนงานที่เห็นว่าทาสที่ชายตรงหน้า้านั้นคือทาสชั้นดีมีราคาแพงเขาจึงได้เอ่ยอธิบาลักษณะงานของเหล่าทาสทั้งสามด้วยความตั้งใจ
“เอาไปรวมกับทาสที่คุณหนูผู้นั้นเลือก”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าหาจิวฮวาที่มองตามแผ่นหลังของหลิ่งเหวินด้วยรอยยิ้มร้ายเมื่อเขารู้แล้วว่าหลิ่งเหวิน้าจะทำสิ่งใด
“ท่านอาเลือกเสร็จแล้วหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าผิงเหยียนเดินมาหาตนนางจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะทาสที่เดินตามหลังอาของนางมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น
“อืมเ้าอยู่เลือกต่อเถอะอาเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องจัดการ”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับเดินจากไปในทันที
“เอาทาสชายมาอีกสามคน”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ทาสชายที่เหลืออยู่ในกรงขังด้วยสายตาเรียบ
“ช่วยไปส่งเขาที่หอโอสถด้วย”จิวฮวาที่นัดให้พ่อบ้านหยูไปรับทาสที่หอโอสถเอ่ยสั่งเสียงเรียบ
“ได้ขอรับนี้คือสัญญาทาสของพวกเขาขอรับ”คนงานที่ทำหน้าที่ทำสัญญาซื้อขายทาสเอ่ยพร้อมกับยื่นสัญญาทาสให้กับจิวฮวาเมื่อเขาตรวจนับเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เหมี๊ยวว”เสียงเล็กร้องดังจากข้างเท้าของจิวฮวาทำให้สายตาของทุกคนก้มลงมามองที่ที่มาของเสียงด้วยความแปลกใจ
“กลับมาแล้วหรือเด็กน้อยของข้า”จิวฮวาที่เห็นว่าไป่ฉีกลับมาแล้วนางจึงได้ก้มลงไปอุ้มน้อยขึ้นมากอดรัดด้วยความรักใคร่นั้นทำให้เหล่าคนงานที่มองมาด้วยความสงสัยในเมื่อครู่เลิกสนใจเ้าแมวน้อยในทันที
“เรากลับกันเถอะวันนี้เ้าคงเดินจนเหนื่อยเลยละสิ”จิวฮวาที่เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงได้เร่งเดินออกมาจากร้านในทันที
“เป็เช่นไรชายผู้นั้นใช่หลิ่งเหวินจริงๆใช่หรือไม่”จิวฮวาที่เดินออกมาได้ไกลจากร้านเอ่ยถามด้วยเรียบ
“ใช่เขามาขอความช่วยเหลือจากตาของเขานะ”ไป่ฉีเอ่ยตอบเสียงเรียบพร้อมกับพยายามดันหน้าของตนออกจากหน้าอกของจิวฮวา
“ไป๋ไป๋น้อยไม่ชอบหรือ”จิวฮวาที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของไป่ฉีจึงได้เอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงขบขันแล้ววางเ้าแมวน้อยลงที่พื้นเมื่อนางเห็นว่าในตรอกแห่งนี้ไม่มีผู้คนแล้ว
“ถึงข้าจะเป็อสูรแต่ข้าก็เป็บุรุษนะเ้าไม่ควรทำเช่นนี้”ไป่ฉีที่ตอนนี้รู้สึกว่าหน้าของร้อนผาวราวกับถูกไฟเผาเอ่ยตอบพร้อมกับมองอย่าง้าตำหนิการละเล่นพิเรนของจิวฮวาในครั้งนี้
“แล้วตกลงหลิ่งเหวินมาขอความช่วยเหลืออะไรจากที่นี้”จิวฮวาที่ถูกมองค้อนแรงจากไป่ฉีเอ่ยถามพร้อมกับแอบหัวเราะในลำคอต่ออย่างขบขันนั้นจึงทำให้ไป่ฉีที่จะตอบเขาถึงกับถอนหายใจออกมาเสียดัง
“จะหยุดได้หรือยังหากว่ายังข้าจะได้กลับเข้าไปในมิติของข้า”ไป่ฉีเอ่ยเสียงเคร่ง นั้นจึงทำให้จิวฮวายกมือยอมแพ้แล้วพยายามกลั่นขำอย่างสุดความสามารถทำให้หน้าตาของจิวฮวาในตอนนี้ดูพิลึกจนไป่ฉีถอนหายใจออกมาอีกหนอย่างเหนื่อยใจ
“เ้าไปที่ใดมา”ทันทีที่จิวฮวากลับมาถึงเรือนพักของนางเสียงเรียบของจิวฝูก็เอ่ยถามน้องสาวของตนในทันที
“ข้าไปเลือกซื้อทาสมาเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับรินชาให้กับตนด้วยท่าทีเรียบเฉย
“เ้าไปแอบตามสืบเื่ของหลิ่งเหวินอีกแล้วใช่หรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามอย่างรู้ทันเขาจ้องเขม็งมาที่น้องสาวของตนอย่าง้าคำตอบเมื่อเขาเห็นว่าจิวฮวานั้นเอาแต่มองไปที่อื่นไม่หันมาสบตากับตนดังเช่นปกติทำให้รู้ทันทีว่าจิวฮวาออกไปสืบเื่ของหลิ่งเหวินมาจริงๆ
“ฮวาเออร์ไม่ใช่เื่ของหลิ่งเหวินเป็หน้าที่ของท่านอาหรอกหรือเ้าไม่ควรสอดมือเข้าไปวุ่นวายกับเื่นี้อีกแล้วนะ”จิวฝูเอ่ยเตือนน้องสาวของตนแล้วจ้องมองมาที่น้องสาวของตนด้วยสายตาเคร่ง
“ก็ได้เ้าค่ะข้าจะไม่ยุ่งแล้วก็ได้แต่ข้าขอรู้วิธีที่ที่ท่านอาจะใช้จัดการกับเขาหน่อยไม่ได้หรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยขอร้องพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนพี่ชายของตนจิวฝูที่เห็นว่าเพียงแค่อยู่ดูเหตุการณ์น่าจะไม่มีอะไรอันตรายเขาจึงได้พยักหน้าตอบอนุญาตไป
“ขอบคุณมากเ้าค่ะพี่ใหญ่ที่เข้าใจข้า”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มยินดี
“พี่ฝูมาหาข้าเพียงแค่นี้หรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“วันพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปดูจวนและที่ดินให้กับท่านพ่อเ้าสนใจจะไปกับพี่หรือไม่”จิวฝูที่เพิ่งขายอาวุธลงอักขระเอ่ยตอบน้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่ละเ้าค่ะข้าไม่สนใจข้าว่าข้ารอดูเื่สนุกที่นี้ดีกว่าเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มนึกสนุกแล้วมองไปที่จิวฝูอย่างตั้งคำถาม
“พี่ฝูมาด้วยเื่แค่นี้หรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าจิวฝูเอาแต่นิ่งเงียบนางจึงได้เลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“อืมเช่นนั้นพี่ขอตัวก็แล้วกันนะ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปดื้อๆทำให้จิวฮวาที่เห็นท่าทางเหม่อลอยของพี่ชายของตนในวันนี้ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆอย่างขบขัน
หอโอสถ
“ซานหง”เสียงหวานเอ่ยเรียกจิวฝูที่กำลังเดินเข้าไปหาหยูป๋อจิ้งที่กำลังจัดการเกรียนของเหล่าทาสทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินถึงกับหยุดชะงักลงในทันที
“ซานหง”เสียงหวานยังคงเอ่ยเรียกอยู่อย่างนั้นทำให้จิวฝูหันไปมองตามที่มาของเสียงแต่เพราะผู้คนที่เดินผ่านไปมามีมากเกินไปทำให้เขาไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดเป็คนเรียกเขาในตอนนี้
“คุณชายมาแล้วหรือขอรับ”พ่อบ้านหยูที่เห็นว่านายของตนมาถึงแล้วเขาจึงได้เดินเข้ามาหานายของตนด้วยสายตากระตือรือร้นเพราะการเดินทางของพวกเขาในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเริ่มสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่นั้นจึงทำให้พ่อบ้านหยูอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ
“ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองท่านพ่อบ้านมีอะไรจะไปทำก็ไปทำเถอะเดี๋ยวข้าเดินดูอยู่แถวนี้เสียหน่อย”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับเริ่มกวาดตามองไปที่ที่เขาได้ยินเสียงรียกเมื่อครู่อีกครั้ง
“คุณชายเย่จำข้าได้หรือไม่เ้าคะ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยที่เห็นจิวฝูั้แ่ไกลๆเดินเข้ามาเอ่ยทักทายจิวฝูด้วยรอยยิ้มหวาน
“เอ่อต้องขออภัยจริงๆ เราเคยพบกันมาก่อนหรือ”จิวฝูที่ไม่สามารถจำเด็กสาวตรงหน้าได้เอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ตอนนั้นคุณชายคงยังไม่สังเกตข้าคือคนที่คุณชายช่วยเอาไว้ในตอนนั้นเช่นไรละเ้าคะ คนที่คุณชายช่วยเหลือข้าจากอันธพาลหน้าโรงเตี๊ยมเหออันเช่นไรเล่าเ้าคะ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยตอบพร้อมกับมองมาที่ผู้มีพระคุณของตนด้วยสายตาเป็ประกาย
“อ้อท่านคือคุณหนูผู้นั้นเอง ว่าแต่มีอะไรกับข้าหรือ”จิวฝูเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย
“วันนั้นเพราะข้ามัวแต่ใเลยไม่ได้ขอบคุณ วันนี้ข้าเลยตั้งใจมาขอบคุณคุณชายนะเ้าค่ะ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฝูด้วยรอยยิ้มหวาน
“อ้อไม่เป็ไรข้าช่วยท่านเพราะเป็เื่ปกติที่ผู้ชายอย่างข้าสมควรทำอยู่แล้วขอรับ”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่มาของเสียงอีกครั้งเมื่อเขารู้สึกว่าตนในตอนนี้นั้นกำลังถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา
“คุณชายเย่ช่างเป็คนดีจังเลยเ้าค่ะ”เล่อเหยียนอี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยสายตาชื่นชม
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกข้าเพียงทำในสิ่งที่ควรทำท่านไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้าหรอก”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“คุณชายเย่จะออกเดินทางหรือเ้าคะ”เล่อเหยียนอี้ที่เห็นว่าด้านหลังของจิวฝูนั้นมีขบวนรถม้าและเกรียนหลายคันจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นด้วยวันนี้นางและกลุ่มเพื่อนกำลังจะออกเดินทางเพื่อทำภารกิจที่สำนักมอบหมายให้นั้นจึงทำให้นางอดที่ขอให้เส้นทางที่นางต้องเดินทางไปเป็เส้นทางเดียวกับจุดมุ่งหมายของชายตรงหน้าของตนอย่างสุดหัวใจ
“ข้าต้องไปทำธุระให้กับท่านพ่อคงไม่สามารถบอกคุณหนูได้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง
“นายน้อยทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ”พ่อบ้านหยูที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาเอ่ยบอกนายของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับเดินกลับไปพร้อมกับหยูป๋อจิ้งในทันทีนั้นจึงทำให้เล่อเหยียนอี้ค่อยๆหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อเห็นว่าชายในฝันของตนนั้นไม่มีทีท่าว่าจะสนใจในตัวของนางเลย
“คุณชายรู้จักคุณหนูท่านเมื่อครู่หรือขอรับ”พ่อบ้านหยูที่เดินตามหลังของจิวฝูมาเอ่ยถามนายน้อยของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ข้าเคยช่วยนางเอาไว้นะมีเื่อะไรหรือ”จิวฝูเอ่ยถามพร้อมกับมองมาที่พ่อบ้านหยูด้วยสีหน้าสงสัย
“เอ่อข้าเคยเห็นนางมาที่จวนตระกูลหลินเพื่อขอเข้าพบคุณหนูหลินขอรับ ข้าเลยคาดว่านางน่าจะเป็สหายของคุณหนูหลินขอรับ”พ่อบ้านหยูเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“ก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับข้านิ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับก้าวขาขึ้นรถม้าของตนอย่างไม่ใส่ใจเื่ที่พ่อบ้านหยูเอ่ยเท่าใดนักนั้นจึงทำให้พ่อบ้านหยูที่ถูกเมินถึงกับยิ้มเจื่อนออกมาในทันที
บ้านตระกูลเย่
“ท่านอาจะทำอะไรเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นผิงเหยียนสั่งอะไรบางอย่างกับพ่อบ้านคนใหม่ที่เป็อดีตลูกน้องที่ช่วยคุมทาสด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าไม่ต้องรู้หรอกแค่รอดูเื่สนุกๆก็พอ”ผิงเหยียนเอ่ยตอบหลานสาวของตนด้วยสายตาเ้าเล่ห์แล้วเดินออกไปจากศาลาอย่างอารมณ์ดี
“เ้าคงคิดว่าพวกเ้าชนะพวกเราแล้วใช่หรือไม่”เสียงแหลมเอ่ยทำลายความเงียบทำให้จิวฮวาที่นั่งชมดอกไม้อยู่ถึงกับถอนหายใจออกมาเสียงดัง
“ข้าไม่เคยคิดว่าข้าและครอบครัวของข้าชนะพวกท่านหรืออะไรเลยเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ข้ารู้ว่าในใจของเ้าคงหัวเราะด้วยความสาแก่ใจทุกวันไม่ต้องมาแสร้งเป็คนดีต่อหน้าข้าหรอกเพราะข้าไม่เชื่อ”ฟางเซียนที่บังเอิญเดินมาพบจิวฮวานั่งอยู่ที่ศาลาเพียงคนเดียวนางจึงเดินเข้ามาทักทายจิวฮวาด้วยสายตาเกลียดชัง
“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเพราะว่าข้าไม่เคยคิดเอาชนะพวกท่านพวกข้าเพียงแค่กลับมาทวงความยุติธรรมเท่านั้น”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองฟางเซียนที่ยืนค้ำหัวของตนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบ
“หึทวงความยุติธรรมเท่านั้นหรือ หากพวกเ้า้าเพียงแค่นั้นจริงๆ แล้วเหตุใดพวกเ้าจึง้าให้ไอ้ลูกสาวใช้นั้นมายืนบนหัวพวกข้าด้วยเล่า”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตาไม่พอใจ
“นั้นมันคือทางรอดของตระกูลเย่หากไม่ได้ท่านอาเล็กตระกูลเย่อาจจะกลายเป็เพียงอดีตตระกูลที่เคยใหญ่ก็ได้นะเ้าคะพวกท่านคิดว่าพวกท่านมีความสามารถมากพอที่จะดูแลตระกูลเย่ทั้งหมดได้จริงๆหรือเ้าคะ”จิวฮวาเลิกคิ้วถามฟางเซียนอย่างยียวน
“นั้นมันไม่ใช่ความผิดของข้านั้นมันคือความผิดของคนงานต่างหากเล่าพวกมันรวมหัวกันโกงเงินของข้า”ฟางเซียนเอ่ยแก้ตัว
“เื่ในตระกูลในตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วข้าว่าท่านเอาเวลาที่เหลือไปมองหาคุณชายดีๆสักคนมาแต่งท่านออกจากตระกูลไม่ดีกว่าหรือเ้าคะหากถึงตอนนั้นท่านอยากจะกอบโกยเท่าใดนั้นมันก็เื่ของท่านแล้ว”จิวฮวาที่เห็นว่าตอนนี้ฟางเซียนมีอายุเกินสิบห้าปีแล้วจึงได้เอ่ยเตือนสติของฟางเซียนด้วยความหวังดี เพราะหากนางปล่อยให้ฟางเซียนตามระรานนางและครอบครัวอยู่เช่นนี้ไม่แน่ว่าท่านอาผิงเหยียนของนางอาจจะช่วยมองหาสามีให้กับนางด้วยอีกคนก็ได้
“เ้า!หึ เ้าพูดไปเถอะข้าเชื่อว่าอีกไม่นานข้าจะสามารถเอาชนะพวกของเ้าได้อย่างแน่นอน”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาราวกับจะกินเืกินเนื้อของนาง
“ข้าจะรอนะเ้าคะแต่ข้าต้องบอกให้รีบๆหน่อยนะเ้าคะเพราะหากช้าท่านอาจจะถูกท่านจ้าวบ้านส่งไปให้ชายแก่ก่อนก็ได้นะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของฟางเซียนจึงได้เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายแล้วลุกขึ้นแล้วเดินออกนอกศาลาทันที
“ข้าไม่มีทางยอมให้พวกข้าเป็ทุกข์ฝ่ายเดียวเป็แน่วันหนึ่งข้าจะต้องทำให้พวกเ้าได้รับผลกรรมในการกระทำของเ้าของพวกเ้าให้ได้”ฟางเซียนเอ่ยบอกจิวฮวาที่กำลังจะเดินจากไปด้วยน้ำเสียงเย็นเมื่อเห็นท่าทีไม่ใส่ของจิวฮวา
“หากท่านยังเอาแต่คิดเช่นนี้ระวังนะเ้าคะ ระวังจะได้สามีไม่ดีระวังชีวิตของเ้าจะไม่ได้จบไม่สวยหากยังไม่เลยระรานข้ากับครอบครัว”จิวฮวาที่ได้ยินคำพูดของฟางเซียนนางจึงหันไปเอ่ยเตือนเป็ครั้งสุดท้ายแล้วจากออกมาทันที
“ข้าจะไม่มีวันยอมให้มันจบง่ายๆเช่นนี้เป็แน่”ฟางเซียนที่มองตามแผ่นหลังบางของจิวฮวาเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่จิวฮวาด้วยสายตาโกรธแค้นแล้วกำมือของตนเพื่อสะกดข่มอารมณ์ของตน
“เป็เช่นไรเรียบร้อยหรือไม่”เสียงเรียบเอ่ยถามทันทีที่ลูกน้องคนสนิทของตนเดินเข้ามาในห้องทำงาน
“ระดับข้าจะมีคำว่าพลาดหรือลูกพี่”ฉีจ้านที่เพิ่งกลับมาจากการเตรียมพร้อมจัดการศัตรูรุ่นเยาว์ของลูกพี่ของตนเอ่ยตอบพร้อมกับเดินเข้ามารินเหล้าที่โต๊ะข้างหน้าต่างด้วยความเคยชิน
“อย่าให้ผิดพลาดก็แล้วกันแล้วนี้เ้ากับครอบครัวเริ่มปรับตัวได้หรือยัง”ผิงเหยียนที่ให้ฉีจ้านและครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ตระกูลเย่เอ่ยถามลูกน้องของตนด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ก็สบายดีขอรับตอนนี้ลูกกับเมียของข้าแทบไม่อยู่บ้านเลยขอรับนางกับลูกๆของข้าพวกเขาออกไปเที่ยวทุกวันเลย ทิ้งให้ข้าอยู่บ้านเหงาคนเดียวรู้งี้ไม่มาตามคำชวนของลูกพี่ยังจะดีกว่า”ฉีจ้านที่ถูกลูกเมียทิ้งเอาไว้เพียงลำพังอยู่บ่อยเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ลูกพี่ของตนด้วยสายตาแง่งอน
“หึเอาหน่าถึงอย่างน้อยลูกเมียของเ้าก็มีชีวิตที่ดีขึ้นมีโอกาสได้เลือกสิ่งที่้าได้มากกว่าแต่ก่อนที่อยู่ในค่ายกักกันทาสนะ”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ลูกน้องของตนด้วยสายตาขบขัน
“มันก็จริงนะขอรับว่าแต่ลูกพี่มีอะไรที่พอจะช่วยให้พวกนางสามแม่ลูกอยู่บ้านบ้างหรือไม่ขอรับ”จิ้งเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ลูกพี่ของตนอย่างจนปัญญา
“อืมงั้นเอาเช่นนี้ให้พวกนางมาเป็สาวใช้ที่เรือนของข้าจะได้ไม่ไปสร้างเื่ให้ผู้อื่นต้องรำคาญในภายหลัง”ผิงเหยียนเอ่ยเสนอ
“ไม่ดีหรอกขอรับพวกนางไม่เคยเป็ขี้ข้าใคร คงไม่ยอมหรอกขอรับให้พวกนางนั่งกินนอนกินอยู่ที่เรือนนั้นแหละดีแล้วขอรับ อย่าให้มารบกวนลูกพี่เลย”ฉีจ้านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ลูกพี่ของตนด้วยรอยยิ้มแหย่
“เอาตามที่เ้าสบายใจเถอะแต่ทางที่ดีข้าว่าเ้าสอนให้ลูกๆของเ้ารู้จักทำงานบางนะเ้าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงพวกนางมากนักในยามที่พวกนางแต่งออกไป”ผิงเหยียนเอ่ยแนะนำลูกน้องของตนด้วยความหวังดี
“ขอบคุณลูกพี่ที่เป็ห่วงเดี๋ยวรอพวกนางมาข้าจะถามความเห็นของนางอีกทีขอรับ”ฉีจ้านเอ่ยตอบพร้อมกับยกเหล้าขึ้นมาลิ้มรสอย่างเพลิดเพลิน
“เฮ้อเอาตามที่พวกเ้าสบายใจเถอะ”ผิงเหยียนที่เหนื่อยใจกับความตามอกตามใจลูกสาวของฉีจ้านเอ่ย
“อย่ามาสนใจเื่ของข้าเลยขอรับลูกพี่เอาเวลาอันแสนมีค่าของลูกพี่ไปจัดการกับคนในตระกูลของท่านเถอะขอรับ”ฉีจ้านเอ่ยบอกผิงเหยียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงขบขัน
“ได้เวลาแล้วรีบออกไปทำงานแล้วอย่าให้ผิดพลาดด้วยเล่างานนี้ข้าไว้ใจเ้านะ”ผิงเหยียนที่เห็นว่าตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วเขาจึงได้เอ่ยเร่งลูกน้องของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ขอรับข้าไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”ฉีจ้านเอ่ยตอบรับแล้วเร่งออกไปทำงานของตนในทันที
“ท่านอาสั่งให้ท่านลุงฉีจ้านไปทำอะไรหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่มาทันได้ยินคำสนทนาของคนทั้งสองเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกว่าแต่เ้าเถอะมาหาอาที่ห้องทำงานมีอะไร”ผิงเหยียนเอ่ยถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของจิวฮวา
“ท่านพ่อให้ข้ามาตามท่านอาไปกินข้าวเย็นเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงอาหารเย็นในวันนี้
“เ้ายิ้มกว้างเช่นนี้อาหารเย็นคงไม่ใช่อาหารธรรมดาๆใช่หรือไม่”ผิงเหยียนเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
“เ้าค่ะหน้าหนาวเช่นนี้หม้อไฟดีที่สุดเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
“หืมหม้อไฟหรือมันคืออะไร ไม่ใช่ว่าเ้าหรอกอาไปเล่นอะไรแผลงๆอีกนะ”ผิงเหยียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยพร้อมกับมองไปที่จิวฮวาด้วยสายตาหวาดระแวง
“เป็อาหารที่อร่อยมากเ้าค่ะหากท่านอาไม่มากินวันนี้ข้ารับรองว่าวันหน้าท่านต้องเสียใจอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหันหลังเตรียมเดินจากไปแต่เมื่อคิดอะไรบ้างอย่างได้นางจึงได้หันกลับมาเอ่ยบอกอาของตนด้วยความเป็ห่วงเพราะใกล้เวลาที่นางต้องกลับสำนักแล้วทำให้นางกลัวว่าอาของนางอาจจะพลาดท่าให้กับครอบครัวของจิ้นหงได้
“อ้อท่านอาข้าอยากเตือนให้ท่านระวังครอบครัวของท่านอาจิ้นหงให้ดีนะเ้าคะหากเป็ไปได้ข้าอยากให้ท่านเลือกสามีที่เราสามารถควบคุมเขาได้ให้กับฟางเซียนและและหนิงเหม่ยในภายภาคหน้าเราจะได้ไม่ถูกแว้งกัดในภายหลัง”จิวฮวาเอ่ยบอกอาของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วเดินจากไปในทันที
“ดูท่าเราคงต้องจัดการเสียแล้วสิหากเราปล่อยไว้เช่นนี้คงทำให้พี่ใหญ่กับหลานๆเป็ห่วงไม่น้อยเลยทีเดียว”ผิงเหยียนบ่นกับตนเองเบาๆแล้วเดินตามหลังของจิวฮวาไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คาราวะพี่ใหญ่ขอรับ”ผิงเหยียนที่ไม่ได้พบพี่ชายของตนั้แ่เช้าเอ่ยทำความเคารพพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“นั่งลงเถอะวันนี้ฮวาเออร์ทำอาหารให้เ้ากินครั้งแรก”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับโบกมือสั่งให้เหล่าสาวใช้ยกอาหารเข้ามาด้านข้างหม้อไฟขนาดใหญ่กลางศาลาที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยท่าทางนอบน้อม
“ขอรับพี่ใหญ่”ผิงเหยียนเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“เราจะกินมันเช่นไรละนี้หม้อใหญ่ถึงเพียงนี้”ผิงเหยียนเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่บรรดาเนื้อและผักที่วางอยู่ใกล้ๆกับตนแล้วมองไปที่หม้อขนาดใหญ่ตรงหน้าของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ดูข้านะเ้าคะ”จิวฮวาแล้วหยิบใส่ผักลงในไปตะกร้อแล้ววางลงไปในหม้อพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบเนื้อแล้วแกว่งไปมาในหม้อสองสามรอบแล้วนำขึ้นมาจิ้มที่น้ำจิ้มในถ้วยแล้วนำใส่เข้าปากขงนางทั้งชิ้น
“วู้! อร่อยเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เร่งเคี้ยวเนื้อในปากหันมาเอ่ยกับคนทั้งสองด้วยแววตาเป็กายเนื้อบางๆที่วิ่งผ่านน้ำซุปร้อนที่มีทั้งเครื่องเทศและการไขกระดูกสัตว์ทำให้จิวฮวาอร่อยจนแทบจะน้ำตาเล็ด
“อืมอร่อยจริงๆด้วย จิวฮวาเ้าช่างเก่งกาจนักที่สามารถคิดค้นอาหารเช่นนี้ขึ้นมาได้”ผิงเหยียนที่เล่นใหญ่เกินเบอร์เอ่ยชมหลานสาวของตนเสียงดัง
“ข้าไม่ได้คิดค้นเ้าค่ะแต่เป็ผู้อื่นพาทำ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับคีบผักเข้าปากด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น
“ถึงเช่นนั้นเ้าก็เก่งที่ทำอาหารเลิศรสเช่นนี้ขึ้นมาได้มันเหมาะกับฤดูหนาวเช่นที่เ้าว่าจริงๆ”ผิงเหยียนเอ่ยเห็นด้วยพร้อมกับคีบเนื้อเข้าปากของตนไม่หยุด
ในขณะที่อีกด้านของจวนกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขอีกด้านของจวนกลับมีเสียงกรีดร้องจากความเ็ปดังขึ้นไม่หยุดนั้นจึงทำให้เ้าของเรือนต้องเรียกหมอเข้ามาดูอาการอย่างเร่งด่วน
หนึ่งเค่อก่อนเกิดเหตุ
“ให้อภัยข้าด้วยนะเด็กน้อยก็ใครใช้ให้เ้าเป็ศัตรูกับลูกพี่ของข้าเล่า”ฉีจ้านที่แอบเทยาปลุกกำหนัดลงในอาหารของหลิ่งเหวินเอ่ยออกมาเบาๆพร้อมกับส่งมันให้กับนางโลมที่เขาไถ่ตัวออกมาเพื่อใช้งานในครั้งนี้โดยเฉพาะ
“เอาไปให้เขา แล้วเ้าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะหลับนอนกับเขาเข้าใจหรือไม่อย่าผิดพลาดเป็อันขาดไม่เช่นนั้นอิสระที่เ้าโหยหาจะไม่ใช่ของเ้าอีกต่อไป”ฉีจ้านเอ่ยกำชับเสียงเคร่ง
“เ้าค่ะแล้วถ้าหากข้าหลับนอนกับเขาเสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อหรือเ้าคะให้ข้าออกมาเลยหรือเป็อนุของคุณชายท่านนั้นต่อหรือเ้าคะ”เสียงหวานเอ่ยถามแล้วมองไปที่หลิ่งเหวินด้วยสายตาเป็ประกายเพราะเป็เื่ยากที่นางโลมเช่นนางจะได้รับโอกาสเลื่อนฐานะทางสังคมเช่นนี้
“เื่นั้นมันก็แล้วแต่เ้าจะอยู่หรือจะไปมันก็เป็เื่ของเ้า”ฉีจ้านที่เห็นแววตาทะเยอทะยานของนางโลมตรงหน้าเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“ขอบคุณเ้าค่ะนายท่านพระคุณในครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิตเ้าค่ะ”นางโลมสาวที่เห็นว่าหลิ่งเหวินทั้งรูปงามแล้วยังเป็คุณชายในตระกูลใหญ่เช่นนี้นางจึงได้เอ่ยตอบรับแล้วเดินไปส่งอาหารหลิ่งเหวินที่นั่งอยู่ที่ชานหน้าเรือนของเขาด้วยความกระตือรือร้น
“อาหารเ้าค่ะคุณชาย”นางโลมในคราบสาวใช้เอ่ยพร้อมกับแอบส่งสายตาหวานให้กับหลิ่งเหวิน
“เป็สาวใช้ใหม่หรือ”เสียงเย็นเอ่ยถามทันทีที่เห็นสาวใช้ที่กล้าหาญให้ท่าคุณชายเช่นเขา
“เ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยตอบพร้อมกับแสร้งแสดงท่าทีเอียนอายเช่นสาวบริสุทธิ์แล้วขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่าแเี
เพล้ง!หลิ่งเหวินที่เห็นกิริยาที่สาวใช้ทำเช่นนั้นจึงได้โยนจอกชาใส่สาวใช้อย่างมีโทสะในทันที
“กรี๊ด!อุ๊บ!”นางกรี๊ดร้องด้วยความใ แต่เมื่อนางเห็นสายตาเย็นที่มองมาที่นางนั้นจึงทำให้นางต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตนด้วยความหวาดกลัวในทันที
“รีบเก็บกวาดแล้วไปให้พ้นหน้าข้า”หลิ่งเหวินที่อารมณ์ไม่ดีจากการกระทำที่ตระกูลหลินไม่ยอมให้เขาเข้าพบหลันฮวาอยู่เป็ทุนเดิมเอ่ยสั่งเสียงเย็นแล้วเริ่มลงมือกินอาหารตรงหน้าของตนเงียบๆ
“เ้าค่ะคุณชาย”นางโลมสาวเอ่ยตอบพร้อมกับแอบลอบสังเกตอาการของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรอเวลาและยาของฉีจ้านก็ไม่ทำให้นางผิดหวังเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ห้าลมหายใจจังหวะหายใจของชายตรงหน้าของนางก็เริ่มถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แกร็ก แกร็ก ตะเกียบในมือของหลิ่งเหวินถูกทิ้งลงพื้นพร้อมกับๆความพยายามในการพาร่างของเข้าไปหลบซ่อนในห้องของตน
“คุณชายเป็อะไรไปหรือเ้าคะ”นางโลมสาวที่มองเห็นโอกาสเร่งเข้าไปช่วยประคองหลิ่งเหวินที่กำลังจะเดินผ่านนางไปพร้อมๆกับการใช้ฝ่ามือนุ่มลูบไล้หน้าอกของชายหนุ่มตรงหน้าของตนอย่าง้าปลุกเร้า
“อึกเ้าคิดจะทำอะไร”หลิ่งเหวินที่พยายามควบคุมร่างกายเอ่ยพร้อมกับพยายามดันตัวออกจากสาวใช้ตรงหน้าแล้วมองมาที่สายตาเกลียดชัง
“แห่มคุณชายข้าทำถึงขนาดนี้คุณชายยังไม่รู้อีกหรือเ้าคะว่าข้า้าอะไร”หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับเลื่อนมือลงต่ำทำให้หลิ่งเหวินที่ถูกกระทำเช่นนั้นถึงกับครางออกมาเบาๆ
“ออกไป”หลิ่งเหวินกัดฟันข่มอารมณ์ของตนพร้อมกับดันร่างบางของหญิงสาวตรงหน้าออกอย่างแรง
“แห่มคุณชายชอบแบบเร้าร้อนก็ไม่บอก ได้เ้าค่ะข้าจัดให้”หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับเข้าไปประคองร่างหนาเข้าไปในห้องด้วยสายตาเ้าเล่ห์
ตุ๊บ!ร่างหนาถูกผลักลงที่เตียงอย่างอย่างแรง
“ปะปล่อย”หลิ่งเหวินเอ่ยเสียงกระตุกเมื่อถูกมือบางลูบไล้ที่ร่างกายของเขา
“ข้าเป็คนแรกของคุณชายใช่หรือไม่เ้าคะไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าจะทำให้ครั้งแรกของท่านเป็ค่ำคืนที่น่าจดจำเองเ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับก้มลงไปซุกไซ้ที่ต้นคอของชายหนุ่มและด้วยทักษะที่สะสมมาแรมปีในที่สุดเส้นความอดทนของหลิ่งเหวินก็ขาดลงเขาพลิกตัวขึ้นไปคร่อมร่างของสาวใช้ตรงหน้าด้วยสายตาเข้มแล้วลงมือฉีกกระชากเสื้อของหญิงสาวจนขาดติดมือของหลิ่งเหวินและแล้วหญิงนางโลมก็ได้มอบค่ำคืนอันเร้าร้อนให้กับหลิ่งเหวินตามที่นาง้าโดยที่นางไม่รู้เลยว่าค่ำคืนนี้จะเป็ค่ำคืนสุดท้ายของนางเพราะฉีจ้านได้ตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายว่าจะไม่มอบยาแก้พิษให้กับนางโลมที่เขาได้ไถ่ตัวออกมาเมื่อเขาได้เห็นสายตาละโมบและทะเยอทะยานของนาง
“อึกเเค่ก”ทันทีที่เขาได้ปลดปล่อยเืก็พุ่งออกมาจากปากของเขาออกมาในทันทีทำให้ร่างบางที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขาตอนนี้มีเืเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าของนางทันที
“กรี๊ดด”เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากความเ็ปทำให้หลิ่งเหวินที่เริ่มจะหายจากฤทธิ์ยาถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกจากความเ็ปแต่เมื่อเขาเห็นสภาพของเขากับสาวใช้นั้นก็ทำให้เขาใทันทีแต่ไม่ทันที่เขาจะตั้งตัวทันก็ได้มีเปลวไฟลุกท่วมร่างของเขาในทันที
“อ้ากก”เสียงกรีดร้องจากความเ็ปทำให้เหล่าคนรับใช้เร่งเข้ามาดูหลิ่งเหวินในทันทีและภาพที่เห็นก็ทำให้พวกเขาถึงกับต้องตาค้างด้วยความใเมื่อเห็นร่างไร้สติของสาวงามที่นอนอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มที่ถูกไฟลุกท่วมตัวอยู่แต่เมื่อพวกเขาตั้งสติได้ก็เร่งวิ่งออกไปตามเหอฮุ่ยหวงและฟางเซียนที่อยู่ไม่ไกลและส่วนที่เหลือก็จะเป็คนรับใช้ที่มีธาตุน้ำช่วยกันดับไปที่ลุกลามออกมาจากร่างของชายหนุ่มบนเตียง
“เกิดอะไรขึ้น!”เหอฮุ่ยหวงที่เห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในเรือนของหลิ่งเหวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งนางกวาดตามองหาบุตรชายของตนและเมื่อนางไม่พบนางจึงได้เร่งวิ่งเข้าไปดูภายในห้องของบุตรชายของตนด้วยท่าทีร้อนใจ
“อาเหวินเกิดอะไรขึ้นกับบุตรชายของข้าอาเหวินลูกแม่”เหอฮุ่ยหวงที่เห็นร่างที่ถูกไฟครอกอยู่นั้นกรี๊ดร้องด้วยความใ
“อาเหวิน”ฟางเซียนที่มาถึงก็เอ่ยเรียกน้องชายของตนด้วยความใเช่นเดียวกับเหอฮุ่ยหวงที่กำลังยืนมองบุตรชายของตนอย่างทำอะไรไม่ถูก
ฟู่ววเสียงเปลวเพลิงที่ถูกดับด้วยธาตุน้ำบริสุทธิ์ของฟางเซียน
“อาเหวิน!”นางเหอที่เห็นว่าเนื้อตัวของบุตรชายของตนเป็แผลผุผองจึงได้รีบเข้าไปดูอาการของบุตรชายของตนทันที
“เกิดอะไรขึ้น”ฟางเซียนที่ดับๆไฟเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วนางจึงได้หันไปเอ่ยถามเหล่าคนรับใช้ที่อยู่ด้านข้างด้วยสายตาเคร่ง
“ไม่มีผู้ใดรู้เลยหรือน้องชายข้าเจอเื่ร้ายแรงเช่นนี้แต่กลับไม่มีผู้ใดรู้อะไรเลยหรือ หึช่างเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ แล้วหญิงนางนั้นเป็ใคร”ฟางเซียนเอ่ยถามหญิงที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“นางเป็สาวใช้ใหม่ขอรับข้าได้ยินนางเอ่ยบอกคุณชายเช่นนั้นขอรับ”คนสวนที่เข้ามาช่วยดับไฟในห้องเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ
“นางเป็สาวใช้ใหม่เช่นนั้นหรือ”ฟางเซียนที่ได้ยินเช่นนั้นหันไปเอ่ยถามคนสวนเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ขอรับ”คนสวนยังเอ่ยตอบยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านแม่เดี๋ยวข้ามานะเ้าคะข้ามีเื่ที่้าพิสูจน์”ฟางเซียนที่คาดเดาว่านี้อาจจะเป็การลงมือของผิงเหยียนเอ่ยบอกมารดาของเสียงเย็นแล้วเดินออกจากห้องในทันที
“เซียนเออร์เซียนเออร์อย่าไปลูก ฮึกฮืออ”เหอฮุ่ยหวงที่ยังกอดร่างไร้สติของบุตรชายของตนเอ่ยเรียกบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงจะขาดใจเพราะหากมีใครเป็อะไรเพิ่มขึ้นมาในระหว่างนี้นางต้องสติแตกเป็แน่
“ยืนเซ่ออยู่ทำไมละรีบตามไปดูฟางเซียนเร็วเข้า”เหอฮุ่ยหวงที่หันมาพบกับสาวใช้ของฟางเซียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนางจึงได้หันไปตวาดสั่งสาวใช้เสียงดัง
“จะเ้าค่ะ”สาวใช้ที่ถูกตวาดเอ่ยขานรับแล้วรีบเร่งออกไปทันที
“เอามันออกไปแล้วไปตามหมอมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยสั่งพร้อมกับมองไปที่ร่างไร้ิญญาของหญิงสาวที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ไม่ไกลจากนางด้วยสายตารังเกลียด
ศาลากลางสวน
“ฮ่าๆ”เสียงหัวเราะลอยอบอวนทั่วทั้งสวนอย่ามีความสุขทำให้ฟางเซียนที่มาถึงสวนแห่งนี้มองไปตามที่มาของเสียงด้วยแค้นเคืองในทันทีนางก้าวเดินไปที่ศาลาตรงหน้าด้วยความโกรธเกลียดที่คนที่ทำร้ายครอบครัวของนางกลับกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขในขณะที่ครอบครัวของนางกำลังร้องไห้อย่างทุกใจ
“มีความสุขมากหรือได้”ฟางเซียนที่ทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ได้ใช้พลังปราณของตนควบคุมน้ำที่อยู่ในหม้อที่ตั้งอยู่บนโต๊ะให้พุ่งออกมาจนหมดหม้อในทีเดียว
ติ๋งๆหยาดน้ำค่อยๆหยดลงมากระทบที่พื้นเพราะเฟยหรงที่ััพลังปราณที่พุ่งเข้าหาพวกตน จึงได้ใช้ธาตุลมของตนควบคุมลมให้พัดน้ำลงในหม้อตามเดิมทำให้มีน้ำส่วนน้อยเท่านั้นที่หยดลงพื้น
“เ้าทำอะไร!”เป็ผิงเหยียนที่อารมณ์ร้อนหันไปตวาดถามอย่างไม่พอใจเขามองลงไปที่เหล่าเนื้อและผักที่ตอนนี้ได้ลงไปนอนนิ่งอยู่ที่พื้นอย่างสงบ
“คำถามนั้นเป็ข้าที่ต้องถามพวกท่านต่างหากละเ้าคะพวกท่านทำอะไรน้องชายของข้า”ฟางเซียนเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองมาที่คนทั้งสามด้วยสายตาแข็งกร้าว
“เ้าต้องไปถามกับน้องชายของเ้าเอาเองเถอะว่าน้องชายของเ้าไปทำอะไรมา”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับฟางเซียนด้วยสายตาเย็น
“ท่านหมายความว่าเช่นไร”ฟางเซียนเอ่ยถามพร้อมกับมองตอบผิงเหยียนอย่างไม่ยอมแพ้
“นั้นไม่ใช่หน้าที่ของข้าที่จะตอบแต่มันคือหน้าที่ของเ้าที่ต้องไปถามความเอากับน้องชายของเ้าเองว่าเขาไปทำอะไรมา”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับเหยียดยิ้มให้กับฟางเซียนเพราะเขาแน่ใจว่าหลิ่งเหวินจะไม่มีทางบอกความจริงที่เขาทำกับหลันฮวาอย่างแน่นอน
“ท่านรู้อะไรมา”ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสนเพราะในตอนนี้นางไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าสิ่งที่น้องชายของนางเผชิญอยู่ในตอนนี้เกิดจากการที่น้องชายของนางทำตัวเองหรือว่าเป็ฝีมือของศัตรูของนาง
“เื่นั้นข้าก็ไม่สามารถตอบเ้าได้เช่นกันข้าว่าทางที่ดีเ้ากลับไปดูแลน้องชายของเ้าให้ดีเถอะอย่ามาเสียเวลาโต้เถียงกับข้าให้เสียเวลาเลย”ผิงเหยียนเอ่ยตอบด้วยท่าทางยียวนนั้นจึงทำให้ฟางเซียนที่ไม่สามารถหาคำตอบตอบได้จากคนทั้งสามสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยท่าทางเร่งรีบในทันที
“เ้าทำอะไร”เฟยหรงเอ่ยถามน้องชายของตนทันทีที่เห็นว่าฟางเซียนเดินไปไกลแล้ว
“ข้าไม่ได้ทำอะไรขอรับเขาทำตัวเองทั้งนั้น”ผิงเหยียนเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วก้มลงมองอาหารมื้ออร่อยของตนด้วยความเสียดาย
“ผิงเหยียนเราไม่ควรบีบบังคับให้พวกเขาหลังชนฝาจนเกินไปนักข้าเตือนเ้าได้เท่านี้เพราะที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับกรตัดสิ้นใจของเ้าทั้งสิ้นว่าจะพาตระกูลเย่ของเราก้าวหน้าได้เพียงใด”เฟยหรงที่พอจะคาดเดาได้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นล้วนเป็ฝีมือของน้องชายของตนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งแล้วเดินออกจากศาลาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ท่านอาทำอะไรเ้าคะ”จิวฮวาหันไปเอ่ยถามผิงเหยียนท่านอาเล็กของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้าไม่ได้ทำเ้าถามความเอากับฉีจ้านสิเค้าเป็ผู้ลงมือ”ผิงเหยียนที่ไม่อยากเป็ผู้ร้ายในสายตาของหลานสาวของตนโยนความผิดให้กับลูกน้องของตนแล้วเดินออกจากไปในทันที
“อะอ้าว”ฉีจ้านที่จัดการเื่ศพของหญิงสาวนางนั้นเรียบร้อยแล้วเดินมาทันได้ยินคำที่ลูกพี่โยนความผิดมาให้ตนเต็มๆถึงกับอุทานออกมาด้วยความใทันที
“ท่านลุงฉีมาพอดีเลยเ้าค่ะข้ามีเื่จะถามท่านลุงพอดีเลยเ้าค่ะ”จิวฮวาที่สายตาเหลือบไปมองเห็นฉีจ้านที่กำลังจะหลบออกไปพอดีนางจึงได้เรียกเขาเอาไว้ได้ทันเวลา
“คะคงไม่ได้ขอรับพอดีข้ามีเื่ที่ต้องทำนะขอรับ เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าคุณชายหลิ่งเหวินาเ็จึงต้องรีบไปดูนะขอรับข้าที่เพิ่งเข้ามาเป็พ่อบ้านได้ไม่นานควรไปดูเหตุการณ์ที่นั้นขอรับ ผู้อื่นจะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างมาด่าว่าข้าได้ในภายหลัง”ฉีจ้านเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนให้กับเด็กหญิงตรงหน้าของตนพร้อมกับค่อยก้าวเท้าถอยหลังออกห่างจากจิวฮวาทีละก้าวอย่างแเี
“อย่าเพิ่งไป”จิวฮวาที่เห็นว่าชายตรงหน้าคิดจะหาทางหลีกหนีการตอบคำถามของนางนางจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็น ทำให้ขาของฉีจ้านหยุดชะงักเลยทันที
“คะคุณหนู”ฉีจ้านที่ไม่้าบอกสิ่งที่ต้องได้ลงมือกับหลิ่งเหวินเอ่ยเรียกจิวฮวาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรแค่พยักหน้าตอบหน้าก็ได้”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่ฉีจ้านอย่างกดดัน
“ก็ได้ขอรับ”ฉีจ้านเอ่ยตอบอย่างยอมจำนนเพราะหากเขาไม่ตอบตกลงในวันนี้เขาคงจะไม่มีทางหลีกหนีจากนางได้เป็แน่
“เ้ากับท่านอามีส่วนกับเื่นี้ใช่หรือไม่”จิวฮวาเอ่ยถามเสียงเคร่งฉีจ้านพยักหน้าตอบช้าๆแล้วเงยหน้าขึ้นมามองจิวฮวาด้วยรอยยิ้มอ่อนใจ
“ไปเถอะรีบไปดูอาการของเขาหากเป็หนักก็ให้เ้าเสนอท่านอาสะใภ้ให้มาขอร้องข้าเกี่ยวกับการรักษาหลิ่งเหวิน”จิวฮวาเอ่ยเสียงเย็นแล้วเดินจากไปด้วยท่าทีไม่เร่งรีบนั้นจึงทำให้ฉีจ้านที่เห็นท่าทีเช่นนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจที่ในที่สุดเด็กหญิงตรงหน้าก็ปล่อยเขาไปเสียที
เรือนพักของหลิ่งเหวิน
“ลูกข้าเป็เช่นไรบ้าง”เหอฮุ่ยหวงที่เห็นว่าเหล่าแพทย์ที่เข้ามาตรวจอาการของบุตรชายของนางเอาแต่ส่ายหน้านางจึงได้เอ่ยถามถึงอาการของตนอย่างร้อนใจ
“เรียนนายหญิงอาการของคุณชายหลิ่งเหวินนั้นเกิดจากมีธาตุไฟเข้ามาในเส้นลมปราณทำให้เส้นลมปราณของคุณชายเสียหายจนพวกเราคิดว่าคุณชายน่าจะไม่น่ากลับมาฝึกปราณได้แล้วขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยตอบพร้อมกับมองกลับไปที่หลิ่งเหวินที่นอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีหนักใจเพราะไม่ว่าพวกเขาจะขบคิดเท่าใดก็ไม่มีวิธีใดเลยที่พวกเขาจะสามารถรักษาให้คุณชายตรงหน้าหายกลับมาเป็ปกติเช่นเดิมเลยแม้แต่วิธีเดียว
“เป็ไปไม่ได้ลูกชายของข้าจะมากลายเป็คนพิการเช่นนี้ไม่ได้”เหอฮุ่ยหวงที่ได้ยินคำตอบถึงกับทิ้งตัวลงไปนั่งที่พื้นแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
“นายหญิง!”เหล่าสาวใช้ที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เข้ามาช่วยประคองนางหญิงของตนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยสายตาเป็ห่วงทันที
“ท่านแม่!หลิ่งเหวินเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ”ฟางเซียนที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงเอ่ยถามมารดาของตนเสียงเคร่ง
“ฮึกฮืออเซียนเออร์เ้าต้องหาทางช่วยน้องของเ้าให้ได้นะเ้าจะปล่อยให้เขากลายเป็คนพิการเช่นนี้ไม่ได้นะ อาเหวินเป็อนาคตของเราเ้าต้องช่วยอาเหวินให้ได้นะ”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างยากจะยอมรับ
“เกิดอะไรขึ้นหลิ่งเหวินเป็อะไร”ฟางเซียนที่เห็นว่าแม่ของตนนั้นคงไม่สามารถให้คำตอบกับนางได้นางจึงได้หันไปเอ่ยถามเหล่าหมอชราที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่ที่พวกนางยืนอยู่ด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เอ่อคือคุณชายอาจจะกลายเป็คนพิการจากอาการาเ็ครั้งนี้ขอรับ”ชายชราเอ่ยตอบอีกครั้ง
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร”เหอฮุ่ยหวงเอ่ยถามเสียงเคร่งแล้วมองไปที่ฉีจ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสายตาเย็นะเืเพราะตอนนี้นางคิดว่าผิงเหยียนและคนของเขาคือคนที่ทำร้ายน้องชายของนาง
“เป็ธาตุไฟเข้าแทรกเส้นลมปราณของคุณชายขอรับ”หมอประจำตระกูลเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มด้วยท่าทีหนักใจที่พวกเขาไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าอาการาเ็ของชายหนุ่มตรงหน้านั้นเกิดมาได้อย่างไร
“ธาตุไฟหรือมันจะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อหลิ่งเหวินมีเพียงธาตุไม้และธาตุลมเท่านั้นแล้วจะมีธาตุไฟเข้ามาในเส้นลมปราณของเขาได้เช่นไร”ฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่นด้วยสีหน้าสงสัย
“เื่นั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจขอรับแต่มีเื่หนึ่งที่พวกเราแน่ใจขอรับนั้นคือคุณชายได้รับยาปลุกกำหนัดมาขอรับ”หมอเฒ่าที่ตรวจพบยาปลุกกำหนัดในเืของหลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของเหอฮุ่ยหวงและฟางเซียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“หึต้องเป็สาวใช้นางนั้นเป็แน่ นางคงคิดจะเลื่อนฐานะโดยใช้ร่างกายสินะน่าสมเพชสิ้นดี”เหอฮุ่ยหวงที่คิดถึงร่างไร้ิญญาของสาวใช้ที่คนรับใช้แบกออกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
“แล้วมันเกี่ยวกับอาการาเ็ของน้องชายของข้าอย่างไร้”ฟางเซียนที่ไม่สามารถหาที่มาที่ไปของอาการาเ็กับการหลับนอนกับสาวใช้เอ่ยถามอย่างสงสัย
“เอ่อเื่นั้นเราก็ไม่ทราบขอรับั้แ่รักษาคนมาสี่สิบข้าเองก็เพิ่งเคยพบคนป่วยเช่นนี้เป็ครั้งแรกขอรับ”ชายชราเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างจนใจที่ตนไม่สามารถรักษาคนป่วยของตนได้
“ต้องมีเื่อะไรที่เราไม่รู้เป็แน่เ้าค่ะท่านแม่หลิ่งเหวินต้องแอบทำอะไรลับหลังของเราเป็แน่เ้าค่ะ”ฟางเซียนที่ไม่สามารถเชื่อมโยงการหลับนอนกับสาวใช้และการาเ็ของน้องชายของตนได้จึงได้หันกลับไปเอ่ยกับมารดาของตนอย่างจนใจแต่ทุกอย่างมันกลับตรงกันข้ามกับนางเหอ(เหอฮุ่ยหวง) ที่ตอนนี้นางนิ่งเงียบจนน่าใ
“เดี๋ยวข้ามาเซียนเออร์แม่ฝากเ้าดูแลน้องก่อนแม่ต้องไปหาคนผู้หนึ่ง”นางเหอที่พอจะคาดเดาบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้เอ่ยพร้อมกับเร่งเดินออกจากไปด้วยท่าทีเร่งรีบทันที
บ้านสกุลเหอ
“ท่านพ่อท่านให้อะไรกับอาเหวิน”เหอฮุ่ยหวงที่มาถึงห้องทำงานของบิดาของตนก็เอ่ยตวาดถามอย่างไม่พอใจ
“หวงเออร์! เ้าเป็อะไรเหตุใดเ้าจึงมีสภาพเช่นนี้”เหอเกาหยวนเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยความใ
“ท่านพอเอาอะไรให้อาเหวิน”นางเหอ(เหอฮุ่ยหวง)เอ่ยถามอีกครั้ง
“อาเหวินหรือมีอะไรเกิดขึ้นกับอาเหวิน!”เกาหยวนที่เห็นสายตาโกรธเคืองของบุตรสาวที่มองมายังตนจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเพราะการที่บุตรสาวของเขามาถามเช่นนี้แสดงว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับหลานชายของเขาเป็แน่
“ตอนนี้ธาตุไฟเข้าแทรกในเส้นลมปราณของอาเหวินท่านพ่อให้เสน่หาจันทรากับอาเหวินใช่หรือไม่เ้าคะ”เหอฮุ่ยหวงที่รู้ว่าบิดาของตนมีสิ่งใดเหลืออยู่เอ่ยถามเสียงเคร่ง
“ใช่อาเหวินมาขอมันกับพ่อ”เกาหยวนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“แล้วตอนนี้อาเหวินเป็เช่นไร”เกาหยวนเอ่ยถามถึงอาการของหลานชายของตนด้วยสายตาเป็ห่วง
“ทั้งหมดเป็เพราะท่านพ่อหากท่านไม่เข้ามายุ่งกับข้าและลูกๆ อาเหวินคงไม่ต้องมาพิการเช่นนี้ท่านเป็คนทำให้อาเหวินลูกชายของข้าพิการ”นางเหอ(เหอฮุ่ยหวง)เอ่ยพร้อมกับมองบิดาของตนด้วยสายโกรธเคือง
“ท่านพ่อต้องรับผิดชอบชีวิตของอาเหวินต้องมาจบลงเพราะมารู้จักกับท่าน”นางเหอที่เห็นแววตาเศร้าของบิดาของตนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอันดัง
“พ่อให้ยาแก้ไปอาเหวินไม่ได้ใช้หรือ”เกาหยวนเอ่ยถามเสียงสั่นจากความเสียใจ
“ข้าจะไม่มีวันยอมให้ท่านทำลายชีวิตของข้ากับลูกๆอีกต่อไปท่านห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีกไม่ว่าเราจะเป็หรือจะตายท่านก็ห้ามเข้ามายุ่งกับพวกเราอีกหากข้ารู้ว่าท่านยังคิดจะเข้ามาวุ่นวายกับเราอีก วันนั้นจะเป็วันตายของข้าหากท่านพร้อมที่จะจัดงานศพให้ข้าก็ลองเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของพวกเราดูอีกสิเ้าคะ”นางเหอเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่บิดาของตนอย่างเกลียดชังแล้วเดินออกจากห้องทำงานด้วยพายุอารมณ์ในทันที
“นายท่าน!”ทันทีที่นางเหอออกจากห้องเกาหยวนก็กระเืออกมาทันทีนั้นจึงทำให้สาวใช้ที่อยู่ไม่ไกลต้องเรียกนายของตนด้วยความใในทันที แต่เสียงเรียกของสาวใช้ก็ทำให้การก้าวเดินสะดุดลงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้น
“ท่านแม่ท่านไปที่ใดมาหรือเ้าคะ”ฟางเซียนที่อยู่ดูอาการของน้องชายของตนเอ่ยถามมารดาของตนทันทีที่นางเดินเข้ามาในห้องของหลิ่งเหวิน
“แม่ไปถามคนที่รู้ว่าอาเหวินทำอะไรมา”นางเหอเอ่ยตอบเสียงเรียบพร้อมกับรื้อค้นตามจุดต่างๆ ในห้องของบุตรชายของตนทันที
“ท่านแม่ท่านทำอะไรเ้าคะ”ฟางเซียนเดินเข้าไปหยุดมือของนางเหอด้วยสีหน้าสงสัย
“น้องของเ้าใช้ยาเสน่ห์ที่มีชื่อว่าเสน่หาจันทรากับหลันฮวานั้นจึงทำให้อาเหวินต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้เซียนเออร์เ้าต้องช่วยแม่หายาแก้ให้พบเ้าต้องหายาแก้ให้พบมันอาจจะช่วยให้อาการของน้องชายเ้าลุเลาลงก็ได้”นางเหอเอ่ยพร้อมกับเริ่มรื้อข้าวของในเรือนของหลิ่งเหวินอีกครั้ง
ตระกูลหลิน
“ท่านพ่อท่านสั่งขังข้าทำไมหรือเ้าคะ”หลันฮวาที่ตื่นมากลางดึกเอ่ยถามบิดาของตนด้วยสีหน้ามึนงง
“เ้าจำอะไรไม่ได้เลยหรือ”เหวินไท่ที่ได้รับรายงานจากสาวใช้เอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเข้ม
“จำอะไรได้หรือเ้าคะแล้วเหตุใดท่านพ่อกับท่านาุโต้องมองมาที่ข้าเช่นนี้ละเ้าคะ”หลันฮวาเอ่ยถามบิดาของตนอย่างมึนงง
“เ้าจำไม่ได้จริงๆหรือ”หานเซี่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“เ้ายัง้าหมั้นหมายกับหลิ่งเหวินอีกหรือไม่”เหวินไท่เอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองมาที่บุตรสาวของตนอย่าง้าจับผิดด้วยเขาคิดว่านี้อาจจะเป็แผนการหลอกให้เขากับาุโหลินหลงเชื่อเพื่อหนีออกไปหาชายคนรักของนาง
“ท่านพ่อพูดอะไรจะให้ข้าที่เปรียบเสมือนอัญมณีของตระกูลหลินไปหมั้นหมายกับคนเช่นหลิ่งเหวินได้เช่นไรละเ้าคะหรือท่านพ่อ้าให้ข้าอับอายผู้คนไปชั่วชีวิตหรือเ้าคะ”หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นหันไปขึ้นเสียงใส่บิดาของตนอย่างโกรธเคือง
“แต่เ้าเป็คนเรียกร้องเราเื่นี้เองนะ”หานเซี่ยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลานสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัยเพราะพวกเขายังไม่ได้ทำสิ่งใดเลย แต่อยู่ๆหลานสาวของเขาก็กลับมาเป็ปกติเสียอย่างนั้นนั้นจึงทำให้เขารู้สึกสงสัยไม่น้อยเลยทีเดียว
“ไม่มีทางคำขอโง่ๆเช่นนั้นต้องไม่มีทางหลุดออกมาจากปากของข้าอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”หลันฮวาที่ได้ยินผู้าุโของตนเอ่ยเช่นนั้นเอ่ยพร้อมกับส่ายหน้าของตนอย่างยากจะเชื่อ
“วันนี้เ้ายังะโอ้อนวอนขอข้าอยู่เลยแล้วมาตอนนี้เ้าจะมาบอกว่าไม่รักไม่ชอบหลิ่งเหวินแล้ว จะให้พวกข้าเชื่อคำพูดของเ้าในตอนนี้ได้เช่นไร”เหวินไท่เอ่ย
“ท่านพ่อข้าไม่เคยคิดจะรักเขาหรือชายตามองคนที่ไม่ได้เื่พันธุ์นั้นเลยนะเ้าคะแล้วจะให้ข้าไปบอกรักมันเสียปากได้เช่นไร”หลันฮวาเอ่ยบอกบิดาของตนอย่างจนปัญญาเพราะั้แ่ที่นางตื่นมาผู้คนก็เอาแต่บอกว่านางเรียกร้องอ้อนวอนขอหมั้นหมายกับเ้าคนไร้ความสามารถเช่นหลิ่งเหวินอยู่ร่ำไป
“ก่อนที่เ้าจะกลับจวนเ้าไปที่ใดมา”เสียงเคร่งเอ่ยถามหลานสาวของตนเมื่อเขารับรู้ได้ว่าเื่นี้ต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับหลานสาวของตนเป็แน่
“ข้าไปเดินตลาดกับซีซีเ้าค่ะ”หลันฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่สาวใช้ข้างตัวของตนด้วยสายตาสงสัย
“แล้วหลังจากนั้นข้าก็เหมือนว่าจะจำอะไรไม่ได้อีกแล้วเกิดอะไรขึ้น!”หลันฮวาที่เพิ่งมานั่งคิดย้อนหลัง หันไปเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทของตนด้วยสีหน้าตื่นใด้วยเพราะนางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางจึงทำให้นางทำเื่โง่ๆลงไปเช่นนั้น
“ข้าไม่รู้อะไรเลยนะเ้าคะวันนั้นอยู่ๆคุณหนูก็บอกข้าว่าอยากพบหน้าคุณชายรองเย่(เย่หลิ่งเหวิน)แล้วก็เดินเข้าไปหาคุณชายที่เดินอยู่ไม่ไกลละหลังจากนั้นคุณหนูก็แสดงตัวว่าเป็คนรักกับคุณชายตลอดทางเดินกลับจวนเ้าค่ะ”ซีซีก้มหน้าตอบและเมื่อนางได้รับสายตาจิกกัดจากผู้เป็นายนางจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยอธิบายต่ออย่างร้อนรนด้วยกลัวว่าเื่นี้จะทำให้นางถูกลงโทษ
“แต่ข้าเอ่ยเตือนคุณหนูแล้วนะเ้าคะแต่ตอนนั้นคุณหนูกลับเชื่อฟังแต่คำพูดของคุณชายรองเย่ ไม่ว่าคุณชายรองเย่จะพูดอะไรคุณหนูก็ยิ้มหวานแล้วทำตามทุกคำจนกระทั่ง”ซีซีเอ่ยพร้อมกับคุกเข่าลงไปนั่งที่พื้นพร้อมกับมองไปที่นายของตนด้วยสายตาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“จนกระทั่งอะไร”เสียงแหลมตวาดถามเสียงดังอย่างเป็กังวลสายตาของนางสั่นไหวด้วยความสับสนเพราะทุกคำที่สาวใช้ของนางพูดมาไม่มีสิ่งใดอยู่ในความทรงจำของนางเลยแม้แต่น้อย
“คุณหนูตอบตกลงที่จะหมั้นหมายกับคุณชายรองเย่เ้าเ้าค่ะอีกทั้งคุณหนูยังไปบอกกับคนที่ตระกูลเย่ด้วยตนเองอีกด้วยเ้าค่ะ”ซีซีเอ่ยตอบเสียงแ่แล้วรีบก้มหน้าลงในทันที
“เป็ไปได้เช่นไร”หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นเอ่ยถามตนเองเบาๆสายตาของนางสั่นไหวด้วยสายตาสับสน
“ไม่ต้องกังวลไปดูเหมือนเมื่อวานก่อนที่พี่เฟยหรงมาหาข้าก็เพื่อมาดูท่าทีของเราเ้าไม่ต้องกลัวท่านลุงของเ้าเขาไม่คิดเชื่อคำพูดของเ้าในตอนนั้น และที่เ้าหายเช่นนี้ต้องเป็เพราะพวกเขาช่วยเ้าอย่างแน่นอนสองสามวันนี้อย่าเพิ่งออกจากจวนเดี๋ยวพ่อจะไปดูท่าทีของตระกูลเย่ให้เ้าในวันพรุ่งนี้เอง”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับมองสบตากับาุโหลินอย่างรู้กัน
“วันนี้เ้าพักผ่อนเถอะอย่าได้เก็บเื่ไร้สาระพวกนี้มากคิดให้ปวดหัวเดี๋ยวจะป่วยเสียเปล่าคิดซะว่าเป็เพียงแค่ฝันร้ายก็แล้วกันนะ”าุโหลินที่มีส่วนในการเลี้ยงดูเด็กสาวมาั้แ่เล็กเอ่ยปลอบใจแล้วเดินตามหลังของเหวินไท่ออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“พรุ่งนี้เราจะไปดูให้เห็นกับตาว่าตระกูลเย่จะลงโทษเช่นไรกับคนชั่วเช่นมัน”เสียงเย็นเอ่ยกับาุโหลินแล้วเดินจากไปในทันที
“เฮ้อ”าุโหลินที่เห็นเปลวเพลิงแห่งโทสะที่ฉายในแววตาของเหวินไท่ก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเพราะไม่รู้ว่าครั้งนี้ตระกูลเย่จะต้องเสียสิ่งใดบ้างเพื่อจะทำให้โทสะของเหวินไท่คลายตัวลง
ห้องโถงตระกูลเย่
“ข้า้าคำอธิบายสำหรับเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับบุตรสาวของข้า”เสียงเย็นเอ่ยถามอย่าง้าระงับความโกรธของตนที่มีต่อคนตระกูลเย่ที่อาจหาญคิดชั่วลงมือกับบุตรสาวที่เปรียบเสมือนหัวใจของเขา
“น้องเล็กเื่นี้เราแก้ไขแล้วเ้าใจเย็นลงหน่อยเถอะ”เฟยหรงที่เห็นท่าทางโกรธเคืองเช่นนั้นของเหวินไท่จึงได้เอ่ยบอกให้เหวินไท่ลดโทสะลงเผื่อจะทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้น
“หึใจเย็นหรือขอรับ จะให้ข้าใจเย็นได้เช่นไรละขอรับในเมื่อลูกสาวของข้าถูกิ่เกียรติเช่นนี้”เหวินไท่แค่นเสียงด้วยความแค้นที่จุกอก
“ข้ารู้ว่าเ้าแค้นใจไม่พอใจ แต่เื่มันเกิดขึ้นมาแล้วเราก็ควรมาช่วยกันแก้ไขไม่ใช่มั่วแต่มานั่งโกรงเคืองกันเช่นนี้ไม่ใช่หรือ”เฟยหรงเอ่ยเตือนสติน้องชายของตนเสียงเคร่ง
“แล้วเกียรติของลูกสาวของข้าละขอรับจะเอาไปไว้ที่ใด เกียรติของนางใช่สิ่งที่เราสมควรจะมองข้ามได้หรือขอรับ”เหวินไท่เอ่ยพร้อมกับกวาดตามองเหล่าบรรดาสมาชิกทั้งหมดในตระกูลเย่อย่างไม่พอใจ
“นายท่านหลินใจเย็นก่อนเถอะขอรับ”เย่เวยหงหรือาุโสามเอ่ยบอกเหวินไท่เสียงเคร่ง
“ใจเย็นจะให้ข้าเย็นหรือ ลองให้ลูกสาวของตระกูลพวกท่านถูกกระทำเช่นที่หลิ่งเหวินทำกับลูกสาวของข้าดูสิข้าเองก็อยากจะเห็นเช่นกันว่าหากถึงตอนนั้นพวกท่านยังจะใจเย็นเช่นที่พวกท่านบอกข้าได้อีกหรือ”เหวินไท่เอ่ยเสียงดังอย่างไม่พอใจนั้นจึงทำให้บรรยากาศในห้องโถงเคร่งเครียดไปอีกเป็เท่าตัว
“แล้วถ้าหากข้ายอมรับนางเข้ามาเป็ฮูหยินของข้าท่านจะคิดเห็นเช่นไรหรือขอรับ”ผิงเหยียนที่ตอนนี้มีฐานะเป็จ้าวบ้านของตระกูลเย่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“มันไม่เกี่ยวว่านางจะมีฐานะเช่นไรในอนาคตแต่ข้า้าให้เ้าลงโทษหลิ่งเหวินและครอบครัวของเขา มันทำเช่นนี้กับตระกูลหลินของเราแล้วยังไม่คิดจะมาขอโทษพวกเราอีกหรือมันอยู่ที่ใด”เหวินไท่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดันที่แสดงถึงความโกรธเคืองที่ปะทุอยู่ในใจของเขาในตอนนี้
“เฮ้ออ เ้า้าพบพวกเขาใช่หรือไม่เช่นนั้นตามข้ามาสิแล้วเ้าจะรู้ว่าเหตุใดพวกเขสจึงไม่ได้มาพบเ้าในวันนี้”เฟยหรงเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินนำเหวินไท่และหานเซี่ยไปที่เรือนพักของหลิ่งเหวินในทันที
“พวกท่านไม่ต้องตามมาข้าจะไปกับพวกเขาเพียงลำพังเท่านั้น”เฟยหรงหันไปเอ่ยบอกกับเหล่าสมาชิกที่จะตามมากับพวกตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“-ขอรับ/เ้าค่ะ”เหล่าบรรดาสมาชิกเอ่ยตอบรับแล้วเริ่มปลีกตัวออกจากห้องโถงคงเหลือแต่าุโสองาุโสามและาุโห้าที่ยังคงยืนนิ่งไม่มีการขยับออกจากห้องโถงแต่อย่างใด
“หึข้าบอกแล้วว่าสักวันครอบครัวของเ้าจิ้นหงจะนำภัยเข้าตระกูลเย่ของเราดีแล้วที่ตอนนี้ผิงเหยียนเป็ผู้นำตระกูลเย่ของเรา หากครอบครัวจิ้นหงยังคงเป็อยู่ข้าไม่อยากจะคิดเลยจริงๆว่าความสัมพันธ์ของระหว่างสองตระกูลจะเป็เช่นไร”าุโสองเอ่ยทันทีที่กลุ่มของเฟยหรงและเหวินไท่เดินออกไปจากห้องโถงเรียบร้อยแล้ว
“ข้าไม่รู้เลยจริงๆว่าหลิ่งเหวินไปเอาความกล้าหาญมาจากที่ใดจึงได้กล้าลงมือกระทำต่ำช้ากับคุณหนูหลินเช่นนั้น”าุโสามเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะเมื่อครู่เขากลัวว่าตระกูลหลินที่เป็ตระกูลที่คอยช่วยเหลือและเป็คู่ค้าสำคัญของตระกูลเย่หากทางตระกูลหลินตัดสัมพันธ์กับทางตระกูลเย่จริงๆมีหวังกิจการสำคัญเช่นการค้าอาวุธของพวกเขานั้นต้องมีอันต้องปิดกิจการกันจริงๆเสียแล้วละ
“แล้วนี้พวกเราต้องเสียอะไรให้พวกตระกูลหลินเพื่อดับโทสะของพวกเขากันละเงินทองก็เพิ่งได้มาไม่นานคงไม่ใช่ว่าพวกเขาจะหาเื่เอากลับไปคืนหรอกนะหากเป็เช่นนั้นจริงๆ ข้าว่ายอมให้นางแต่งเข้ามาเป็นายหญิงคนใหม่ของตระกูลเราจะไม่ดีกว่าหรือ”าุโห้าเอ่ยพร้อมกับมองไปที่าุโทั้งสองตรงหน้าของตนด้วยความหนักใจ
“เฮ้อเื่นี้ก็คงต้องแล้วแต่์กำหนดแล้วละ”าุโสองเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“นี้ถ้าเ้าไม่ไปรวมมือกลั่นแกล้งครอบครัวของนายท่านเฟยหรงมีหรือที่ตระกูลเย่ของเราจะตกต่ำจนพึ่งพาตระกูลอื่นจนไม่กล้ากระดิกตัวเช่นนี้”าุโสองเอ่ยพร้อมกับมองไปที่าุโสามตรงหน้าของตนด้วยสายตาเคร่งแล้วเดินออกไปจากห้องโถงในทันที
“ในตอนนั้นใครจะไปรู้เล่าว่าเ้าจิ้นหงกับลูกและเมียของมันจะเป็คนสิ้นคิดไร้ความสามารถอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นนี้หากข้ารู้ข้าคงไม่หาเื่ให้ตนเองต้องเป็อยู่ในตอนนี้หรือไร เหอะมันเองก็คิดจะขึ้นมาดูครองตระกูลเย่เช่นกันพอมาตอนนี้กลับโยนทุกอย่างมาที่ข้าเสียอย่างนั้น เหอะ อย่างผิดพลาดบ้างก็แล้วกันมองอะไร! ไม่เคยเห็นคนเลือกข้าผิดหรือ”าุโสามเอ่ยถามาุโห้าที่มองไปที่เขาด้วยท่าทีหงุดหงิดใจแล้วสะบัดแขนเสื้อจากห้องไปอีกคนทิ้งให้าุโห้าถึงกับอ้าปากค้างอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ๆนางก็กลายเป็กระโถงรองอารมณ์ของาุโสามเสียอย่างนั้น
เรือนพักของหลิ่งเหวิน
“ทำไม ทำไมไม่พบอาเหวินเก็บมันไว้ที่ใดกันแน่นะ”นางเหอที่รื้อค้นเรือนทั้งเรือนของบุตรชายของตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“ท่านแม่จะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะที่อาเหวินจะเก็บยานั้นเอาไว้กับตัวแล้วพอถูกเพลิงลุกไหม้ยาเม็ดนั้นก็ถูกเผาไหม้ไปจนสิ้นแล้ว”ฟางเซียนเอ่ยบอกข้อสันนิษฐานของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“หากเป็เช่นนั้นอาเหวินต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือแม่ทนเห็นอาเหวินทนทุกข์เช่นนั้นไม่ได้หรอกนะ เราจะทำเช่นไรดีจึงจะสามารถช่วยอาเหวินให้พ้นทุกข์ได้”นางเหอเอ่ยพร้อมกับร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ
“เช่นนั้นข้าจะให้คนที่รู้จักช่วยหาทางรักษาอาเหวินด้วยอีกทางเผื่อเราจะได้วิธีดีๆในการรักษาอาเหวิน”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มารดาของตนด้วยรอยยิ้มอ่อน
“ไม่ได้!”หลิ่งเหวินที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นของฟางเซียนพี่สาวของตนเขาก็ได้ฝืนความเจ็บะโห้ามพี่สาวของตนเสียงดัง
“อาเหวินเป็เช่นไรบ้างลูกเจ็บที่ใดบ้าง”นางเหอเอ่ยพร้อมกับเข้าไปช่วยพยุงตัวของหลิ่งเหวินแล้วป้อนน้ำดื่มให้กับบุตรชายของตนด้วยความระมัดระวัง
“ทะท่านแม่”เสียงแหบเอ่ยเรียกมารดาของตนอย่างยากลำบาก
“อาเหวิน”นางเหอเอ่ยเรียกบุตรชายของตนเสียงสั่นพร้อมกับใช้มือทั้งแตะไปที่แก้มบุตรชายของตนอย่างแ่เบาเพราะกลัวว่าการััของนางจะทำให้บุตรชายของตนเจ็บ
“พวกท่านเข้ามาทำไม”ฟางเซียนที่กำลังจะออกไปตามหมอมาดูอาการของน้องชายของตนเอ่ยถามกลุ่มคนที่อยู่หน้าห้องของน้องชายของตนเสียงแข็ง
“ข้าเพิ่งรู้ว่าคุณหนูฟางเซียนที่มีชื่อเสียงเื่การปฏิบัติตัวดีเป็แบบอย่างให้กับคุณหนูทั้งหลายแท้จริงแล้วเป็คนมารยาทเสื่อมทรามมากถึงเพียงนี้”าุโหลินที่เห็นสายตาแข็งกร้าวของฟางเซียนที่มองมายังพวกตนแค่นเสียงใส่หญิงสาวตรงหน้าของตนอย่างไม่ชอบใจ
“คาราวะท่านจ้าวบ้านหลิน ท่านผู้าุโหลินเ้าค่ะ”ฟางเซียนที่ไม่้าให้ชื่อเสียงของนางต้องมีรอยด่างพล่อยจึงได้ค้อมหัวทำความเคารพคนทั้งสองแล้วปลีกตัวออกไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลให้ออกไปตามหมอมาดูอาการน้องชายของตนทันที
“ท่านแม่อย่าให้ใครรู้เื่อาการป่วยของข้า”เสียงแหบเอ่ยบอกมารดาของตนด้วยความยากลำบาก
“อาเหวินหากไม่ให้บอกผู้ใดแล้วเราจะสามารถหาวิธีรักษาเ้าได้เช่นไร”นางเหอเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่บุตรชายของตนด้วยสีหน้าหนักใจ
“ข้าจะหาวิธีรักษาเองขอรับพวกท่านไม่ต้องลำบากเื่ของข้าหรอกขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบเสียงแ่
“แล้วเ้าคิดจะทำเช่นไรกับบุตรสาวของข้า”เสียงเย็นเอ่ยถามขัดบรรยากาศซาบซึ้งของสองแม่ลูก
“พวกท่านเข้ามาได้เช่นไร”นางเหอเอ่ยถามคนทั้งห้าพร้อมกับมองเลยไปที่ฟางเซียนอย่าง้าตำหนิที่บุตรสาวของนางได้ปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาที่แห่งนี้โดยง่าย
“ว่าเช่นไร เ้าคิดจะใช้ลูกสาวของข้าเป็บันไดเพื่อทวงความแค้นของพวกเ้าได้ง่ายๆหรือ”เสียงเย็นยังคงเอ่ยถามอยู่เช่นเดิมเหวินไท่เอ่ยถามพร้อมกับก้าวเดินเข้ามาหาหลิ่งเหวินที่ตอนนี้มีาแพุพองอยู่ตามตัวของเขาอย่างมากมาย