ตอนที่ 30: หมากลวงที่เดินด้วยรอยยิ้ม
ณ ตำหนักบัวเงิน ในวังหลวง
หนานหรูเหยียนวางกล่องของขวัญที่เพิ่งได้รับจาก “เจิ้งซืออวี่” ลงบนโต๊ะเบา ๆ
ภายในคือผ้าคลุมไหล่ผืนบางปักลายเมฆอ่อน ด้วยไหมเงินจากเมืองชายแดน
เธอยิ้มรับ…แต่แววตาไม่เหมือนเดิม
“ชายคนนี้…มีคำพูดที่เหมือนสายลม แต่ในสายลมนั้น กลับมีคมดาบซ่อนอยู่”
…
หญิงสาวเดินไปยังห้องหนังสือในตำหนัก
หยิบรายงานลับฉบับหนึ่งที่สายข่าวของเธอจากฝ่ายราชินีส่งมาให้
รายชื่อกลุ่มพ่อค้าและค่ายทหารที่กำลังถูกรวบซื้อโดยบริษัทเงา
ผู้ก่อตั้งมีชื่อเพียงคนเดียว—
“เจิ้งซืออวี่”
…
“เขาไม่ได้มาเพื่อคุยเื่เสบียง…”
“เขามาเพื่อปักราก ‘ใหม่’ ในราชสำนัก และกำจัด ‘รากเก่า’ ของศัตรูเขาทีละคน”
หนานหรูเหยียนกระชับพู่ห้อยมือ
ในหัวเธอมีชื่อหนึ่งผุดขึ้นโดยไม่ต้องคิด
เหยียนซือหรง
…
ด้านชายแดน เมืองกู่เป่ย
องค์ชายเฉิงพบว่าเสบียงกองทัพถูกเปลี่ยนเส้นทางลับโดยใช้ตราราชการปลอม
และรายชื่อผู้อนุมัติ…คือชื่อที่ไม่ควรปรากฏในเอกสารใด ๆ
“คนที่ปลอมชื่อก็คือคนที่เคยสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะวีรบุรุษ”
“…เจิ้งซืออวี่กำลังใช้ความกลัวในอดีต บังตาความผิดในปัจจุบัน”
…
เหยียนซือหรงอ่านลายมือในบันทึกเก่า แล้วเงียบงันไปนาน
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“เจิ้งซืออวี่…อาจไม่้าบัลลังก์”
“แต่อาจ้าให้บัลลังก์ ‘ถูกมองว่าไร้ค่า’”
…
อีกด้านหนึ่ง ณ ศาลาวังในยามค่ำ
หนานหรูเหยียนพบกับเจิ้งซืออวี่เป็การส่วนตัว
ภายใต้บรรยากาศอ่อนโยน ชายหนุ่มกล่าวเพียงเบา ๆ
“ข้าไม่ได้เกลียดเหยียนซือหรง…แต่ข้าเกลียดทุกอย่างที่สกุลเหยียนเคยเงียบใส่ความตายของคนในตระกูลข้า”
“เ้าจะช่วยข้าไหม…ไม่ใช่ด้วยการหักหลัง แต่เพียงแค่ไม่ยื่นมือ”
…
หนานหรูเหยียนนิ่งไปนาน
ก่อนกล่าวคำหนึ่ง—เสียงเบาราวกับไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน
“ข้าช่วยเขาไม่ได้…แต่ข้าก็ยังรักคนที่เขารัก”
…
ฉากสุดท้ายของบท
กลางแนวเขตทหาร ชายแดนภาคเหนือ
ข้อความลับฉบับหนึ่งถูกส่งกลับเมืองหลวงด้วยรหัสพิเศษ—“เขากำลังเตรียมเคลื่อนพลภายใน 7 วัน”
และผู้รับสารคนนั้น…
ไม่ใช่ราชสำนัก
…แต่เป็มือเงาของตระกูลกู้ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างของขุนนางใหม่
⸻
ตอนที่ 31
แผนการรบของเจิ้งซืออวี่จะเริ่มต้น
ในขณะที่เหยียนซือหรงกับองค์ชายเฉิงต้องหาทางหยุดเขาโดยไม่มีา
และหนานหรูเหยียนจะต้องตัดสินใจครั้งใหญ่—อยู่ข้างแสง หรือเงา