อันธกานต์วิ่งหอบแฮก ขณะที่ในมือถือโทรศัพท์เปิดแผนที่เพื่อดูสถานที่นัดหมาย เพียงไม่ถึง 10 นาทีเขาก็มาถึงสถานที่ ั์ตาสีน้ำตาลเข้มปราดมองหาลูกสาวทันที
ร่างสูงถอนหายใจอย่างโล่งใจเมื่อมองสบเข้ากับร่างเล็กของวาเลนไทน์
เด็กน้อยเบิกตาโต รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าอย่างปีติยินดีที่เห็นแด๊ดดี๊ของเธอปรากฏตัวขึ้น
“แด๊ดดี๊” วาเลนไทน์ที่กำลังเพลิดเพลินกับจานวาฟเฟิลตรงหน้าทิ้งช้อนส้อมลง ก่อนจะวิ่งพุ่งไปหาอันธกานต์
ชายหนุ่มย่อตัวรับลูกสาวขึ้นอุ้มทันที
ทันทีที่ลูกสาวอยู่ในอ้อมกอด ความมั่นคงทางจิตใจของอันธกานต์ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับพร้อมกับการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเก้าอี้ที่ลูกสาวเขาวิ่งจากมา เธอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหวานจับจ้องเขา ั์ตาสีน้ำตาลส่องประกายวาววับเมื่อเห็นใบหน้าเธออย่างชัดเจน..
‘ตะวันวาด’ กะพริบตาปริบ ๆ เสียงจากภายนอกอื้ออึง ทว่าเธอได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง..
คนตัวเล็กทำเพียงนั่งอยู่ตรงนั้น.. ขณะที่เขาเดินใกล้เข้ามา
‘ลุงจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ รบกวนหนูตะวันรีบโทรบอกพ่อของแกหน่อยได้ไหม เขาน่าจะอยู่ใกล้กว่าลุง’.. เสียงในสายของสินธพที่ตอบเธอทำให้สมองของตะวันวาดหมุนติ้ว
ลูกสาว.. ความจริงที่กำลังคืบใกล้เข้ามานั้นทำให้ตะวันวาดตกอยู่ในภวังค์ของความคิด..
เด็กน้อยหน้าตายังกับลูกฝรั่ง.. เป็ลูกของเขางั้นเหรอ? หญิงสาวยังคงหยุดคิดไม่ได้
“มันใช่เื่ที่แกควรคิดตอนนี้มั้ยตะวัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว.. นิสัยนี้เธอแก้ไม่หายจริงๆ ..
อันธกานต์ก้าวประชิดโต๊ะที่ตะวันวาดนั่งอยู่ ั์ตาสีน้ำตาลเข้มปราดมองวาฟเฟิลที่วาเลนไทน์กินค้างเอาไว้
“แด๊ดดี๊ พี่ซันนี่ค่ะ ที่โทรหาแด๊ดดี๊” เสียงคนตัวเล็กดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของทั้งคู่ อันธกานต์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตะวันวาด
‘ซันนี่’ เป็ชื่อที่ตะวันวาดใช้อธิบายเธอเมื่อสาวน้อยถามว่า ‘ตะวัน’ แปลว่าอะไร.. ก่อนวาเลนไทน์จะตัดสินใจเรียกเธอด้วยชื่อนั้นเพราะมันง่ายกว่ามาก..
เขาหันไปยิ้มให้ลูกสาว ก่อนจะมองหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่
“ขอบคุณนะ ตะวัน” เสียงทุ้มกล่าว ตะวันวาดนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตัวเองจากปากอีกฝ่าย.. เธอไม่เข้าใจความรู้สึกนี้..
ตะวันวาดมองเขา เธอพบว่าเธอต้องฝืนยิ้มอย่างลำบากจึงเลือกเบี่ยงความสนใจของตัวเองไปยังวาเลนไทน์แทน
มือบางยกแตะแขนเล็ก
“แด๊ดดี๊มาแล้ว พี่ไปก่อนนะ” เธอกล่าวกับวาเลนไทน์ เธอยกมือลูบศีรษะคนตัวเล็กครั้งหนึ่ง ก่อนเดินเลี่ยงอันธกานต์ออกไป
“เดี๋ยวสิ ตะวัน” เสียงทุ้มที่ท้วงขึ้นทำให้ตะวันวาดชะงักไปชั่วขณะ
“พี่ไปส่ง”
ตะวันวาดยังคงไม่หันกลับมามองอีกฝ่าย เธอเพียงส่งเสียงตอบกลับ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกลับเองได้” เธอกล่าว
‘ฉัน’ กลับเองได้..
คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปกระตุกความรู้สึกของอันธกานต์ได้ไม่มากก็น้อย แม้จะไม่ประหลาดใจ.. แต่เขาก็รู้สึก..
ไม่ชอบ..
“พี่ซันนี่ให้แด๊ดดี๊ไปส่งสิคะ พี่ซันนี่ไปเที่ยวบ้านวาเลนไทน์มั้ย” คนตัวเล็กถามขึ้น เรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเต็มเมื่อพูดกับคนที่เธอยังไม่สนิทสนม
สาวน้อยจ้องแด๊ดดี๊ของเธอด้วยตาใสแป๋ว
“แด๊ดดี๊ขา เลิฟไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว” คนตัวเล็กกลับไปออดอ้อนแด๊ดดี๊ของเธอ หวังให้เขาช่วยพูดให้ตะวันวาดกลับบ้านไปเล่นกับเธอต่อ
อันธกานต์เงียบไป..
“เลิฟก็ไม่ได้อยู่คนเดียวนี่คะ” เขาตอบลูกสาว
วาเลนไทน์ใบหน้าบึ้งตึงทันที
“เลิฟไม่ชอบพี่บูหลาน พี่บูหลานใจร้าย! พี่บูหลานบอกว่าแด๊ดดี๊จะไม่กลับมาหาเลิฟ”
เสียงเล็กตะเบ็งดังขึ้น เธอเรียกชื่อบุหลันด้วยสำเนียงไทยแปร่งแต่ตะวันวาดก็พอจะฟังออก.. ชื่อของพี่สาวเรียกความสนใจของเธอได้ทันที หญิงสาวหันมองวาเลนไทน์ก่อนจะสบเข้ากับั์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ปราดมองมายังเธอเช่นกัน
“เลิฟ” เสียงทุ้มเรียกชื่อลูกสาวด้วยน้ำเสียงเข้มดุ
ใบหน้าวาเลนไทน์ยิ่งงองุ้มเข้าไปอีก คนตัวเล็กบ่ายเบี่ยงใบหน้าไม่มองแด๊ดดี๊ของเธอ
“หนูตะวัน คุณหนู”
เสียงเรียกของคนมาใหม่ดึงความสนใจของทั้งสามคนไป..
สินธพปรากฏตัวขึ้น
ตะวันวาดผงะ การที่อันธกานต์เป็พ่อของวาเลนไทน์ทำให้เธอประหลาดใจจนลืมไปว่าจริง ๆ แล้วเธอจำวาเลนไทน์ได้ เพราะเคยเจอเด็กน้อยอยู่กับสินธพ..
แล้วอันธกานต์รู้จักกับสินธพได้ยังไง..
คำถามที่เธอพอจะเดาคำตอบได้.. ตะวันวาดแทบลืมหายใจ ใบหน้าหวานมองสินธพสลับกับอันธกานต์
“ค่อยยังชั่ว ตอนหนูตะวันโทรบอกลุง ลุงก็เป็ห่วงแทบแย่” ชายวัยกลางคนกล่าว ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดทั้งสามคน
อันธกานต์มองคนเป็ลุงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด.. จะว่าไปเขาก็เป็ห่วงลูกสาวจนลืมตั้งคำถามถึงการที่ตะวันวาดโทรหาเขาในฐานะ ‘คุณพ่อ’ ของวาเลนไทน์
“บังเอิญจริง ๆ โชคดีจริง ๆ ” เขาเดินเข้าไปหาวาเลนไทน์ที่ยังคงหน้าบึ้งอยู่ สินธพสังเกตได้ถึงความงุนงงของทั้งคู่จึงต้องอธิบายอย่างเสียไม่ได้
“หนูตะวันจำวาเลนไทน์ได้เพราะบังเอิญเจอกันที่โรงแรมวันงานแต่งงานครับ แกรีบโทรบอกลุง.. แต่ลุงกลัวมาช้าก็เลยให้เบอร์คุณหนูกับหนูตะวันไปครับ” เขาบอกอันธกานต์ ก่อนจะหันหน้าไปหาตะวันวาด
“ขอบใจมากนะตะวัน” ชายสูงวัยเอ่ยกับเธอ ตะวันวาดละสายตาจากชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคงอุ้มลูกสาวอยู่ หันมาพยักหน้าให้กับสินธพ
“ค่ะ..” เธอตอบสั้นๆ .. ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
“โลกมันกลมจริงๆ นะ.. ในที่สุดก็ได้เจอกันสักที”
“นี่คุณ..”
สินธพเผยมือทำท่าจะแนะนำอันธกานต์ให้ตะวันวาดรู้จักอย่างเป็ทางการ
“ลุงครับ” เสียงทุ้มเรียกสินธพสวนขึ้นขัดจังหวะ.. สินธพรู้ทันทีจากสายตาที่ส่งมาว่าเขาไม่้าให้อีกฝ่ายแนะนำฐานะ “เ้าหนี้” ให้กับตะวันวาด..
คนเป็ลุงได้แต่อ้าปากค้าง.. ก่อนเบี่ยงความสนใจไปที่วาเลนไทน์..
“นี่คุณ..วาเลนไทน์ เหลนลุงเอง” เขากล่าวพร้อมกับยิ้มแห้งให้ตะวันวาด ก่อนจะหันไปหาสาวน้อยที่ยังคงหน้าบึ้งอยู่บนอ้อมกอดของอันธกานต์
“ลุงเป็ห่วงแทบแย่รู้ไหม ถ้าพี่ตะวันไม่เจอหนูจะทำยังไง” เขากล่าวกับสาวน้อย พลางส่ายศีรษะไปมา
ตะวันวาดกำมือแน่น.. คนตัวเล็กโพล่งถามสินธพอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“ลุงคะ.. พี่ธะ.. คุณอันธกานต์คือ ‘คุณหนู’ ของลุงเหรอคะ” คำถามพร้อมกับใบหน้าที่หันมองอันธกานต์ทำให้สินธพต้องหันกลับมาหาเธอ.. ชายวัยกลางคนไม่ตอบแต่หันไปมองคุณหนูของเขาเช่นกัน
ชัดเจนขนาดนี้..
“ใช่” เสียงทุ้มกล่าวสวนขึ้น.. อันธกานต์ตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง
ตะวันวาดพูดไม่ออก.. ความจริง 2 เื่ที่เธอได้รับรู้วันนี้ทำให้ตะวันวาดรู้สึกหมดเรี่ยวแรงจนแทบจะก้าวขาไม่ออก คนตัวเล็กรู้สึกชาไปทั้งร่างกาย ตะวันวาดพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่ไม่มากสบตามองทั้งคู่
เธอยิ้มบางให้สินธพ.. ั์ตากลมตวัดมองชายหนุ่มร่างสูง..
เขารู้มาตลอด.. ทั้งเื่พี่บุหลัน.. เื่คอนโด.. ทำไม..
ภาพในร้านอาหาร.. บทสนทนา.. จุมพิต.. งานแต่งงาน.. ทุกอย่างผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของตะวันวาดภายในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะเธอตวัดสายตาออกจากอันธกานต์
“ตะวันไปก่อนนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเป็เชิงบอกกล่าวสินธพ ใบหน้าสวยตึงเรียบไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไร ขาเล็กรีบก้าวออกเดินไม่รีรออะไรทั้งสิ้น
“ตะวัน” อันธกานต์เรียกเธอ แต่นั่นยิ่งทำให้ตะวันวาดก้าวเท้าเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
อันธกานต์ส่งวาเลนไทน์ให้กับสินธพ เขาทำท่าจะเดินตามเธอไป..
“พี่ธัน!”
บุหลันรังสรรค์เดินสวนกับตะวันวาด เธอมองหน้าน้องสาวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“มาอยู่นี่ได้ยังไง” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะเป็การถามน้องสาว
ทว่าตะวันวาดไม่มีกระจิตกระใจจะอธิบายอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น เธอมองพี่สาว ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ และรีบเดินออกไปจากร้าน
“อยู่ที่นี่กันนี่เอง บุหลันหาตั้งนาน โทรหาก็ปิดเครื่อง” เสียงหวานจี๊ดกล่าวทันทีที่เห็นเขา
บุหลันรังสรรค์สาวเท้าเข้ามาในร้าน ก่อนจะจับหมับเข้าที่ท่อนแขนแข็งแกร่งของอันธกานต์ ร่างสูงหยุดชะงัก ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของตะวันวาดที่หายเข้าไปในความมืดของยามค่ำคืน ั์ตาสีน้ำตาลเข้มกลับมามองบุหลันรังสรรค์
วาเลนไทน์พุ่งตัวออกจากสินธพไปหาแด๊ดดี๊ของเธอทันทีที่หญิงสาวคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น คนตัวเล็กยืนติดร่างสูงกอดขาเขาไว้แน่น
“แด๊ดดี๊มาหาวาเลนไทน์” คนตัวเล็กพูด ใบหน้าเล็กเชิดมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยชัยชนะ
บุหลันรังสรรค์มองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพึงพอใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจเธอ หล่อนมองไปยังสินธพ รีบยกมือไหว้เขา
“สวัสดีค่ะคุณลุงสินธพสินะคะ.. พี่ธันพูดถึงคุณลุงบ่อยมาก ได้เจอสักทีค่ะ” เธอกล่าว
สินธพรับไหว้หญิงสาวด้วยรอยยิ้มเรียบยาง เขาอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบหญิงสาวทั้งสองคน.. บุหลันรังสรรค์และตะวันวาดที่เพิ่งหายลับไปเมื่อครู่.. ช่างเป็สองพี่น้องที่เหมือนกัน.. แต่ก็แตกต่างกันจนน่าสนใจ..
หนึ่งบุหลัน.. สวยดั่งจันทร์สรรค์สร้าง
ผ่องสะอางประทับจิต.. บัณฑิตหมาย..
หนึ่งตะวัน.. ครองแย้ม.. ยิ้มละไม
หากผ่านตา.. คงต้องใจไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะบุหลัน.. สวยเปล่งปลั่งดั่งจันทรา..
ชม้อยชม้ายชายตา.. พาหลง..
เพราะตะวัน.. ครองแย้มสรวลสุริยง
หมื่นแสนล้าน.. บุษบงก็ไม่เทียม
คนพี่.. ใบหน้ากลมเกลี้ยงเกลาขาวนวลเนียนสะอาดตาราวกับพระจันทร์ดวงเด่นท่ามกลางท้องฟ้าในคืนเดือนมืด ขณะที่คนน้องใบหน้ารูปไข่กับั์ตากลมดำสนิทนั้นเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงตะวันที่ถ่ายทอดความอบอุ่นท่ามกลางพงไพร..
“กลับกันเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น สินธพจึงพยักหน้ารับ
“ลุงดีใจที่ไม่มีใครเป็อะไร” ชายวัยกลางคนกล่าวต่อ
“เดี๋ยวผมขับไปส่งที่บ้านครับ” อันธกานต์กล่าว ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินไปที่รถของชายหนุ่ม..