My guy ผู้ชายคนนี้ มินนี่จอง

    เหตุที่ทำให้ชิดใกล้ 2

            “ตัวเล็ก.. พี่เข้าห้องก่อนนะครับ” เขาพูดเสียงอ่อน

     

            “ค่ะ” เธอตอบรับโดยไม่หันกลับมามองกัน

     

            คนตัวสูงอุตส่าห์เรียกร้องความสนใจ แต่เด็กขี้งอนก็ยังคงนิ่งไม่หันมาสนใจใยดี เขาเลยยื่นส้มในมือชิ้นนึงไปจ่อไว้ใกล้ริมฝีปากเล็กๆของเธอเพื่อรอป้อนอีกคำแทน

     

            “หนูอิ่มแล้วค่ะ” คนตัวเล็กเบือนหน้าหลบเล็กน้อย และยังคงสนใจแค่หน้าจอโทรศัพท์ ไม่ได้หันมามองเขาเลยสักนิด

     

            “งอนพี่?”

     

            มนธิชาไม่ตอบแค่หันมามองเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆแล้วหยิบถ้วยที่ตัวเองกินเสร็จแล้วขึ้นมา เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อล้างทำความสะอาด

     

            จีรภัทร์ที่นั่งกอดอกบนเก้าอี้กำลังมองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กตัวน้อยที่ยืนล้างถ้วยอยู่ เธอเงียบแบบนี้เขาก็ไปต่อไม่ถูกไม่รู้ว่าจะเข้าหายังไง เขาไม่มีประสบการณ์โดนผู้หญิงเงียบใส่แบบนี้เลยสักครั้ง สาวๆที่เขาคุยด้วยในตอนนี้ไม่เคยทำท่าง้องอนใส่ ไม่กล้างี่เง่าใส่เขาเลยสักคนเดียวเพราะกลัวเขาจะรำคานตัวเองเอา

     

            มนธิชาที่ล้างถ้วยเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะกินข้าว เพื่อจะหยิบเอาโทรศัพท์ตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกลับขึ้นห้องไป แต่จังหวะที่เอื้อมมือไปหาโทรศัพท์อยู่นั้น ข้อมือเล็กของเธอก็ได้ถูกคนตัวสูงที่นั่งมองอยู่คว้าหมับไว้ พร้อมกับออกแรงดึงเบาๆ ให้ตัวเธอถลาเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าของเขาที่นั่งอยู่

     

            “หนูจะไปไหน?”

     

            “ขึ้นห้องค่ะ หนูกินอิ่มแล้ว” พูดทั้งที่ไม่ยอมมองหน้าคนที่นั่งอยู่

     

            “ไหนเราบอกคิดถึงพี่อยากคุยกับพี่ไง? พอพี่มาหาแล้วทำไมไม่เห็นมาคุยด้วยหล่ะฮึ?”

     

            “มินนี่มีสิทธิ์คุยกับพี่เจย์ด้วยหรอคะ?” คนตัวเล็กปราดมองเขาด้วยสายตาคมกริบยิ่งกว่าคมมีด จนคนตัวสูงนิ่งค้างไป ตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกก่อนเธอจะเริ่มพูดต่อ

     

            “พี่เจย์มีเวลาคุยกับมินนี่ด้วยหรอคะ?” เธอถามตอกย้ำเขาไปอีกครั้ง 

     

            “แล้วถ้าวันนึงที่มินนี่โทรหาพี่เจย์ เพราะว่ามินนี่กำลังจะโดนลากไปขาย.. โดนลากไปขมขื่น.. หรือกำลังจะโดนลากไปฆ่าทิ้งในป่าที่ไหนซักแห่ง พี่เจย์จะเสียใจมั้ยคะ? ที่ไม่ยอมรับสายของหนูในวันนั้น”

     

            “น้องมินนี่!!” 

     

            คนตัวสูง๻ะโ๠๲ดุใส่เธอเสียงดังก่อนรีบจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไว เขาหายใจเข้าออกแรงมากเพราะหัวใจเขามันร้อนรุ่มเต้นไม่เป็๲ส่ำ ราวกับหัวใจจะกระเด็นออกมาข้างนอกหน้าอกให้ได้ตอนนี้ ใบหน้าหล่อของเขากำลังกัดกรามกรอดด้วยความโมโหและหงุดหงิด ก่อนเขาจะกระชากเด็กตัวเล็กเข้ามาหาตัวเองอย่างแรง จนใบหน้าเธอกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาเข้าอย่างจัง ตอนนี้เขาโกรธมาก! โกรธที่เธอพูดออกมาแบบนั้น เขารู้สึกโกรธและโคตรจะปวดร้าวหัวใจไปพร้อมกัน แบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน

     

            “อ๊ะ!! พี่เจย์ทำหนูเจ็บนะคะ! จมูกมินนี่หักหมดแล้วเนี่ย!? มันยิ่งไม่ค่อยจะมีสันเหมือนกับคนอื่นอยู่อ่ะคนนิสัยไม่ดี!”

     

            เธอโวยวายพร้อมกับกระหน่ำทุบหน้าอกเขาด้วยกำปั้นเล็กทั้งสองข้างรัวๆหลายที ในขณะที่เขาเองก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร ยังคงยืนนิ่งปล่อยให้เธอทุบตีตัวเองได้อย่างตามใจชอบ

     

            “หนูห้ามพูดออกมาแบบนั้นอีก! เข้าใจมั้ย!?”

     

            “ก็มันคือความจริงอ่ะ! ทำไมหนูจะพูดไม่ได้หล่ะคะ!?”

     

            “หนูจะแช่งตัวเองทำไมฮ่ะ!?”

     

            “หนูไม่ได้แช่ง! หนูแค่ยกตัวอย่างขึ้นมาถามพี่เจย์ดูเฉยๆ! ว่าถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาจริงๆ พี่เจย์จะรู้สึกเสียใจมั้ย!?”

     

            ‘ถ้าไม่ติดว่าเป็๲เด็กล่ะก็นะ จะจับมากดจูบซะให้เข็ด! เถียงคำไม่ตกฟาก เดี๋ยวตบด้วยปาก กระแทกด้วยลิ้นซะเลย ยัยเด็กคนนี้นี่! พูดจาไม่เข้าหูฉิบหาย!!’

     

            “ใครมันกล้าทำร้ายหนูแม้แต่นิดเดียว พี่จะตามฆ่ามันทิ้งแม่งให้หมด หนูจำเอาไว้นะน้องมินนี่.. ว่าพี่จะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้น ถ้าใครมันคิดจะทำอะไรหนู ไอ้เหี้ยนั่นมันต้องข้ามศพพี่ไปก่อน!!”

     

            แม้มันจะเป็๲คำพูดเกรี้ยดกราดที่ถูกเขา๻ะโ๠๲ออกมาด้วยความโมโหและใส่อารมณ์ แต่มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเธอรู้สึกดีใจมีความสุขและอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถึงพี่เขาจะไม่บอกออกมาตรงประเด็นว่าจะเสียใจมั้ย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็เหอะ

     

            “หนูก็รักพี่เจย์มากๆเหมือนกันค่ะ” 

     

            เด็กตัวน้อยเข้าไปโผกอดเอวสอบเขาไว้แน่น พร้อมกับแหงนหน้าขึ้นไปยิ้มน่ารักให้คนตัวสูงที่ก้มมองเธอด้วยสีหน้างุนงงและขมวดคิ้วยุ่งตั้งคำถามกับตัวเองในใจไปด้วย

            ‘กูพูดคำว่ารักออกไปตอนไหนว่ะ??’

     

            “ประโยคบอกรัก ที่ไม่มีคำว่ารักไงคะ แฮะๆ~” เด็กตัวเล็กที่ส่งสายตาตาเป็๞ประกาย ตอบคำถามที่เขานึกสงสัยออกมาเองราวกับว่าเธอนั้นเชื่อมจิตได้ยังไงยังงั้น

     

            “หนูขอโทษพี่เลยครับ ที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา” จีรภัทร์มีน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นมา เป็๞คนละคนกับก่อนหน้านั้นที่ดุเสียงดังใส่มนธิชาไป เพราะแววตาออดอ้อนและน้ำเสียงน่ารักของเด็กน้อยทะเล้นที่กอดเขาอยู่ มันได้แทรกซึมเข้ามาละลายความโมโหของเขาที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นให้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว

     

            “มินนี่ขอโทษค่ะ.. น้องมินนี่ขอโทษพี่เจย์นะค๊า~”เธออ้อนเสียงหวาน

     

            “ครับ.. พี่ก็ขอโทษที่ทำจมูกหนูเจ็บนะ เจ็บมากมั้ยฮึ~?”

     

            “ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วค๊า~ หนูหายเจ็บแล้ว”

     

            “อือฮึ~”

     

            ทั้งคู่ยิ้มกว้างสบตากัน เธอกอดเขาออดอ้อน ส่วนเขาเองก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบหัว และบีบแก้มป่องเป็๞ซาลาเปาทั้งสองข้างของน้องเล่นไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว

     

            “พี่เจย์ขา~ น้องมินนี่มีการบ้านจะต้องทำ.. พี่เจย์ช่วยสอนการบ้านคณิตศาสตร์น้องมินนี่หน่อยได้มั้ยค๊า~?” คนน้องอ้อนขนาดนี้ มีหรือคนพี่อย่างเขาจะไม่อ่อนระทวย

     

            “ได้ครับผม~ น้องมินนี่ไปเอามาเลยครับ.. เดี๋ยวพี่ช่วยสอน”“เย้ๆๆ~ มีแฟนเรียนเก่งมันดียังงี้นี่เอง~ แฟนใครน๊า~ ทั้งหล่อทั้งเก่ง~ภูมิใจที่สุดเล้ย~ แฮะๆ~”

            

    วันนี้ทั้งวัน.. เขาไม่ได้ห่างเด็กขี้อ้อนไปไหนเลย นั่งสอนการบ้านที่โซฟาห้องนั่งเล่นจนเสร็จ ตอนเที่ยงก็พาเธอออกไปกินข้าวที่ห้างฯ พอกินข้าวเสร็จ เขาก็พาเธอไปเดินช้อปปิ้งกันต่อ 

     

            แม้จีรภัทร์จะพามนธิชาเข้าร้านของใช้ ร้านเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งร้านกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูหรามากขนาดไหน มนธิชาก็แค่เดินดูเฉยๆ ไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์อยากได้หรือชอบอะไรเป็๞พิเศษเลยสักนิด จนคนตัวสูงต้องหยิบนั่นซื้อนี่ให้เธอเอง แล้วค่อยพาเธอออกไปซื้อไอติมโคนกินต่อ 

     

            “พี่เจย์ซื้ออะไรเยอะแยะเลยคะ? ถือถุงพะรุงพะรังเต็มไปหมดเลย”

     

            มนธิชาเอ่ยถามจีรภัทร์ที่ยืนตัวติดกัน ในขณะที่พี่เขากำลังพาเธอลงบันไดเลื่อนกันอยู่ เด็กตัวเล็กถามขึ้น เมื่อเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าพี่เขาซื้อของมาเยอะ เพราะก่อนหน้านั้นเธอมัวแต่มองไปเรื่อยและเดินเล่นไปทั่ว เข้าร้านนั้นที เข้าร้านนี้ที เลยไม่รู้ว่าพี่เขานั้นชอปปิ้งอะไรมาบ้าง

     

            “ซื้อของให้หนูไงครับ”

     

            “ซื้ออะไรหรอคะ?”

     

            “เดี๋ยวค่อยไปแกะดูที่บ้านกัน ไม่รู้หนูจะชอบมั้ยนะ เพราะจะให้มาเลือกสีเอง หนูก็วิ่งเล่นไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ พี่เลยเลือกมาให้ก่อน ถ้าหนูไม่ชอบเดี๋ยวเราค่อยมาเลือกซื้อใหม่อีกทีละกันนะ.. พี่พามาซื้อใหม่ครับ..”

     

            มนธิชายิ้มกว้างพร้อมกับเขินจนแก้มแดงระเรื่อขึ้นมา ก็ตอนนี้จีรภัทร์ทำราวกับเป็๞แฟนที่กำลังปรนเปรอเธอ เหมือนที่กีรติชอบปรนเปรอพี่สาวของเธอไม่มีผิด จะไม่ให้เธอยิ้มแก้มจะแตกได้ยังไงไหว คนอะไรไม่รู้ใจดีและอบอุ่นที่สุดเลย

     

            “พี่เจย์ซื้ออะไรให้หนูก็ชอบหมดแหละค่ะ เพราะพี่เจย์คือคนที่ใช่.. ทำอะไรก็ถูกใจหนูเสมอค่ะ แฮะๆ~” 

     

            มันฟังดูเลี่ยนซะมัด แต่แปลก… ที่เขากลับกำลังอมยิ้มให้กับมุกเลี่ยนๆ ที่ยัยเด็กน้อยข้างตัวนั้นขยันหยอดมาให้

     

            พอจีรภัทร์พามนธิชาไปส่งที่บ้านแล้วเขาก็ตรงกลับบ้านตัวเองทันที เพราะพ่อกับแม่นั้นเริ่มโทรตาม หลังจากที่พวกท่านทั้งสองคนนั้นไม่ได้เจอหน้าลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียวติดต่อกันมานานหลายวัน..