“พี่ใหญ่? ข้ามีสิทธิ์จะไปเป็นพี่ใหญ่ของหลานผู้นำฝ่ายวานรยุทธ์ได้อย่างไรกัน?”เสี่ยหยวนหัวเราะเยาะตนเองแต่ความเคียดแค้นในดวงตาของเขากลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อก่อนเขาเกิดมาพร้อมพลังการหวนคืนของบรรพชน จนเป็นที่ตกตะลึงของหยาจื้อทั้งสิบสามฝ่ายจึงถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่จะกลายเป็นคนของวานรบรรพกาลได้มากที่สุดเมื่อเริ่มเติบโตขึ้น พละกำลังของเสี่ยหยวนก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าวานรยุทธ์ตัวอื่นๆในหยาจื้อสิบสามฝ่าย พละกำลังของเขาสามารถจัดอยู่ในสามอันดับแรกได้อย่างแน่นอนและนั่นจึงทำให้เขาถูกเรียกว่าเป็นพี่ใหญ่ในฝ่ายวานรยุทธ์
หลานของผู้นำฝ่ายวานรยุทธ์? หนังตาของฉินอวี่กระตุก เขารู้แล้วว่าเหตุใดเสี่ยหยวนจึงมีความเกลียดชังถึงขั้นเป็นศัตรูต่อกันได้ถึงเพียงนี้ในตอนนั้น ผู้นำของฝ่ายวานรยุทธ์คือคนหนึ่งที่ร่วมชิงเลือดวานรบรรพกาลของเขาไป!
“การตายของท่านอาซานและอาสะใภ้เป็นเพียงอุบัติเหตุ หลายปีมานี้เจ้าเข่นฆ่าคนในเผ่าไปเป็นจำนวนไม่น้อย วางมือเสียเถอะข้าจะเป็นคนร้องขอให้เจ้าเอง ให้เจ้าได้กลับสู่ฝ่ายวานรยุทธ์” อันดับห้าค่อยๆพูดอย่างช้าๆ
“เลิกเสแสร้งเสียเถอะ ลงมือเลยสิ ให้ข้าได้ดูหน่อยว่าหลังจากเจ้าได้รับเลือดวานรบรรพกาลไปแล้ว พละกำลังเป็นเช่นไร!”เสี่ยหยวนยกพลองฟันหมาป่าที่พาดไว้บนบ่าลงมา จับประคองด้วยมือทั้งสองและจ้องตรงไปทางอันดับห้าด้วยสายตาอันดุร้าย
“เรื่องในตอนนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเลือดของวานรบรรพกาลหยดนั้นนำมาจากเจ้า! อันที่จริงเรื่องนี้หยาจื้อทั้งสิบสามฝ่ายต่างรู้สึกผิดต่อเจ้า แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้วพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ หากเจ้ายอมปล่อยวางทุกเรื่องทิ้งไปหยาจื้อทั้งสิบสามฝ่ายจะต้องชดเชยเจ้าเป็นอย่างดีแน่นอน”ใบหน้าของอันดับห้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และพูดต่อไป“นำศีรษะของเขาไปแลกกับเลือดหนึ่งหยดของผู้นำฝ่ายรุ่นแรกของฝ่ายหยาจื้อและเข้าไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง บางทีเจ้าอาจจะสามารถกลั่นสายเลือดหยาจื้อออกมาก็ได้”
“หุบปาก!” เสี่ยหยวนตะโกนอย่างโกรธจัดพลองฟันหมาป่าในมือเปล่งแสงสว่างออกมา และฟาดมันออกไปทางอันดับห้า
“เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ข้าเองก็ไม่อยากทำร้ายเจ้า ปล่อยเขาไว้และเจ้าก็ไปเสียเถอะ!” ใบหน้าอันหยาบกร้านของอันดับห้าเต็มไปด้วยการต่อสู้เขากวาดมือออกไป พัดพาเอาพายุแห่งพลังถาโถมเข้าใส่พลังจากพลองของเสี่ยหยวน
“ตูม ตูม!”
พลังที่ระเบิดออกอย่างรุนแรงของเสี่ยหยวนถูกอันดับห้ารับมือไว้อย่างง่ายดาย
“โฮก!” เสี่ยหยวนส่งเสียงคำรามอย่างต่อเนื่องจากนั้นจึงกระโดดขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง ใช้มือทั้งสองประคองพลองเอาไว้จนแน่นหมุนตัวขึ้นกลางอากาศ เหวี่ยงหมัดออกไปจนสุดแรง จุดตันเถียนของเขาแตกสลายจึงต้องเปิดจุดทะเลทุกข์ ดังนั้นพลังที่เขาใช้จึงไม่ใช่แก่นจากพลังปราณแต่เป็นพลังของจุดทะเลทุกข์
ตั้งแต่โบราณกาลมาจุดตันเถียนเป็นแหล่งรวบรวมพลังของฟ้าดินและแม้ว่าจุดทะเลทุกข์จะมีความใกล้เคียงกับจุดตันเถียนแต่ท่ามกลางทะเลทุกข์จะเป็นที่รวบรวมพลังอันบริสุทธิ์ที่สุดของเลือดเนื้อเอาไว้เมื่อพัฒนาจนถึงระดับที่เหมาะสมพลังที่มีอยู่ภายในจะมีความแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างยิ่ง
แต่ด้วยพลังอันไม่รู้ประมาณของอันดับห้านั้นคงสามารถต้านทานมันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อฉินอวี่กวาดสายตามองอย่างละเอียดเขาจึงพบว่าผิวหนังของอันดับห้านั้นดูเหมือนจะมีม่านแสงจางๆ ปกคลุมอยู่ม่านแสงนี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากจนยากจะทำลาย
“ไม่มีประโยชน์หรอก! ออกไปจากหอคอยขัดเกลาเถอะการอยู่ในหอคอยขัดเกลาแห่งนี้มีแต่จะทำให้พละกำลังของเจ้าหยุดนิ่ง”หลังจากอันดับห้าชกหมัดใส่เสี่ยหยวนจนกระเด็นถอยออกไปแล้ว เขาก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชา
เมื่อเห็นว่าเสี่ยหยวนเตรียมจะโจมตีอีกครั้งอันดับห้าก็พูดขึ้นพลางขมวดคิ้วแน่น “เสี่ยหยวน พวกเราจะต่อสู้กันเองจริงหรือ?”
“ไร้สาระ!” เสี่ยหยวนตะโกนอย่างดุเดือด ร่างกายของเขาเปล่งแสงสว่างออกมาพลองฟันหมาป่าได้ปล่อยแสงสว่างดั่งทองสัมฤทธิ์ออกมาพลังจากพลองที่ดูเหมือนจะมีพลังแห่งการบุกเบิกฟ้าดินได้กระแทกลงมาอย่างรุนแรง
“ตูม!”
เสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นสู่โสตประสาทพลังแพร่กระจายออกไปทันที ก่อตัวเป็นพายุรูปทรงกลมที่รุนแรงเคลื่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากฉินอวี่
หลังจากทรงตัวได้มั่นคงสายตาของฉินอวี่ก็มองตรงไปเบื้องหน้า และตกตะลึงอยู่ในใจพลังของอันดับห้านี่ดูแข็งแกร่งกว่าเจ้าสิบเอ็ดยิ่งนักขณะที่เผชิญกับการโจมตีอันดุเดือดของเสี่ยหยวนอันดับห้ากลับดูเหมือนจะสงบนิ่งไม่ไหวติงราวกับว่าการโจมตีของเสี่ยหยวนทำให้เขารู้สึกคันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นี่แค่อันดับห้าเช่นนั้นแล้ว อันดับหนึ่งของหยาจื้อสิบสามฝ่ายจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ขนาดไหนกัน?
“ในเมื่อเจ้ายืนยันเช่นนี้ ข้าคงมีทางเพียงตีเจ้าให้สลบและพาออกไปจากที่นี่แล้วล่ะ” ดูเหมือนว่าอันดับห้ากำลังหมดความอดทนเขาพูดออกมาอย่างเฉยเมย ลำแสงสว่างสามชนิดได้ปะทะออกมาจากร่างกายทันที
“โฮ่ว!”
“โฮ่ว!”
“โฮก!”
เสียงคำรามทั้งสามเสียงดังสั่นสะเทือนก้องไปทั่วฟ้าดินสิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องตกใจคือภาพสามภาพที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางลำแสงที่เปล่งออกมาจากร่างกายของอันดับห้า
ภาพหนึ่งเป็นรูปเสือดาวที่มีศีรษะเป็นมังกรอีกภาพหนึ่งเป็นวานรยุทธ์ที่กำลังโก่งตัวอยู่ อีกภาพหนึ่งคือภาพของเสวียนอู่ซึ่งมีกายเป็นเต่าศีรษะเป็นงู
สายเลือดทั้งสามประเภท
อันดับห้าผู้นี้รวมสายเลือดหยาจื้อวานรยุทธ์ และเสวียนอู่เข้าไว้ด้วยกัน!
มิน่าล่ะไม่แปลกใจเลยที่อันดับห้าจะสามารถรับมือกับการโจมตีที่น่ากลัวของเสี่ยหยวนได้อย่างง่ายดายที่แท้เขาก็มีสายเลือดของเสวียนอู่!
ดูเหมือนว่าในกลุ่มของหยาจื้อทั้งสิบสามฝ่าย จะมีฝ่ายเสวียนอู่รวมอยู่ด้วย!
ฉินอวี่ระงับความตกใจเอาไว้นำเลือดที่รวบรวมเอาไว้ในช่วงไม่กี่วันนี้ออกมา กวาดสายตามองไปโดยรอบก่อนจะยกซดไปคำโต การต่อสู้นี้อาจทำให้คนอื่นตื่นตระหนกแต่สำหรับฉินอวี่นั้นเขาเตรียมพร้อมกับการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
เสี่ยหยวนหยุดการโจมตีมือทั้งสองกำพลองไว้แน่นมองตรงไปยังอันดับที่ห้าซึ่งมีภาพทั้งสามชนิดนั้นปรากฏอยู่ในร่างกายใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขานึกไม่ถึงเลยว่าอันดับห้าจะกระตุ้นสายเลือดทั้งสามได้จริงๆ!
พลังของวานรยุทธ์นั้นมีความดุร้ายพลังของหยาจื้อก็ทรงพลัง พลังป้องกันของเสวียนอู่นั้นยากจะทำลาย ต้องบอกเลยว่าอันดับห้ามีทั้งพลังการโจมตีและพลังป้องกันอยู่รวมกันนับว่าเป็นพลังการโจมตีที่ไร้ที่ติ
“ยังจะมัวเสียเวลาอยู่อีกหรือ?” อันดับห้ายังไม่โจมตีทันทีแต่ยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ มีภาพมายาทั้งสามปรากฏขึ้นอย่างทรงพลังและจ้องมองลงมายังเสี่ยหยวน ก่อนจะพูดอย่างเฉยเมย
เสี่ยหยวนไม่ได้ตอบอะไรพลองฟันหมาป่าได้หลุดออกจากมือของเขาไปแล้ว พุ่งตรงเข้าหาอันดับห้าและเสี่ยหยวนก้าวเท้าขวาถอยไปอย่างดุเดือด ย่ำกระแทกลงบนพื้นที่จนแตกร้าวก่อนจะพุ่งทะยานตรงเข้าหาอันดับห้า
บางทีโอกาสชนะของเสี่ยหยวนนั้นมีน้อยยิ่งนักแต่เขาสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในหอคอยขัดเกลามาได้ตั้งแต่ยังเล็ก เสี่ยหยวนคงอาศัยพลังอันดุร้ายที่มีอยู่ในกระดูกของเขาเขาไม่มีวันก้มหัวให้ใครง่ายๆ และไม่มีทางยอมรับชะตากรรมเช่นนั้นอย่างแน่นอน
ฉินอวี่ก้าวถอยหลังไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนออกมายืนดูพวกเขาต่อสู้กันในระยะห่างกว่าร้อยจ้างและตอนนี้เลือดที่เก็บมาตลอดหนึ่งเดือน ถูกฉินอวี่กลืนเข้าไปแล้วเกินกว่าครึ่งเพลิงแอ่งธรณีที่เป็นดั่งเด็กทารกน้อยได้ลอยเคว้งอยู่ในช่องท้องคอยดูดซับเลือดเหล่านี้เข้าไปอย่างเมามัน และพลังของพลังปราณที่ถูกทิ้งไว้ก็แทบจะทะลุออกจากร่างกายของเขา
ฉินอวี่ยังคงไม่หยุดนิ่งแต่ความเร็วของเขาเริ่มช้าลง ดื่มเลือดไปพลางมองไปรอบด้าน เขาสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา
“เสี่ยหยวน เจ้าเตรียมไปเผชิญกับคนอื่นๆ เถอะ ข้าจัดการกับเขาเอง”ฉินอวี่พูดอย่างหนักแน่น
เสี่ยหยวนยังมีสติบริบูรณ์และเขารู้ดีว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่อันตราย เขาจึงอาศัยจังหวะนี้ปลีกตัวออกไปและพูดขึ้น “เขาแข็งแกร่งมาก ระวังด้วย!”
ฉินอวี่กลืนเลือดในน้ำเต้าลงไปอีกคำโตพลังปราณเต็มไปทั่วทั้งร่างของเขา เกิดลำแสงสีแดงจางๆ ปกคลุมทั้งร่างกายทันทีที่เริ่มต้น ฉินอวี่ก็จะไม่ลังเลที่จะใช้วิชาปีศาจคลั่ง
มีการกระตุ้นพลังสายเลือดของทั้งสามประเภทเช่นนี้หากเป็นแดนเซียนอู่ในอดีต เขาคงถูกจัดให้เป็นอัจฉริยะระดับชั้นนำ
การต่อสู้ครั้งนี้กลายเป็นสนามนองเลือดอย่างไม่ต้องสงสัย ฉินอวี่ไม่เคยนึกว่าจะเอาชนะอันดับห้าได้เป้าหมายของเขาเพียงแค่โจมตีอันดับห้าให้บาดเจ็บ และมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นเขาและเสี่ยหยวนจึงจะมีโอกาสรอดชีวิตไปได้
ด้วยพลังอันน่ากลัวของเสี่ยหยวนหากผู้ที่เข้ามาใหม่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนในสิบอันดับแรกของรายนามระดับสามัญเขาสามารถเอาชนะได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน และหลังจากตนเองใช้วิชาปีศาจคลั่งพละกำลังจะเริ่มอ่อนแอลง ถึงตอนนั้น อันดับห้าก็จะได้รับบาดเจ็บเสี่ยหยวนก็จะพาตนเองออกไป
“เยี่ยม! ข้าก็อยากรู้นักว่าเจ้าใช้อะไรในการเอาชนะเจ้าสิบเอ็ด”อันดับห้าจ้องฉินอวี่อย่างเฉยเมย และพูดออกไปอย่างเรียบเฉย เขาค่อยๆก้าวเดินอย่างช้าๆ พลังปราณในร่างระเบิดออกอย่างรุนแรง ตอนที่เผชิญหน้ากับเสี่ยหยวนก่อนหน้านี้เขายังคงนึกถึงความสัมพันธ์ในอดีตจึงไม่ใช้พลังทั้งหมดแต่ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉินอวี่เขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออมมือไว้อีกต่อไป
พลังอันแข็งแกร่งของอันดับห้าเปรียบดั่งภูเขาที่กดทับหัวใจของฉินอวี่ฉินอวี่เงียบขรึมอย่างไม่อาจเปรียบได้ ในครั้งก่อนเจ้าสิบเอ็ดระงับระดับการฝึกฝนของตนเองไว้ แต่ในครั้งนี้อันดับห้าไม่มีการลดระดับการฝึกตนสิ่งนี้ทำให้หัวใจของฉินอวี่รู้สึกจมดิ่งลงไปทันที
หากอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นเทียนชุ่ยก็ยังพอไหวแต่หากอยู่ระดับสูงสุดของขั้นกุมารทิพย์ ก็นับว่ามีความห่างกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่การต่อสู้ครั้งนี้... นับว่าเป็นการต่อสู้ที่น่าสังเวชใจเป็นที่สุดนับตั้งแต่เขาได้กลับมาเกิดใหม่!
ฉินอวี่ยังไม่ใช้หอกศึกในทันทีแต่กลับเริ่มการจู่โจมโดยทั่วไปออกไปก่อน หอกศึกถือเป็นไม้ตาย หากเรียกออกมาตอนนี้นอกจากจะสังหารอันดับห้าไม่ได้ ตนเองก็อาจต้องบาดเจ็บสาหัส ในตอนนี้ต้องลองหยั่งเชิงกันดูก่อนจึงค่อยว่ากันใหม่อีกครั้ง
ขณะที่ฉินอวี่กำลังขยับตัวอันดับห้าก็ค่อยๆ ยกมือข้างขวาขึ้น มองฉินอวี่ที่เพิ่งหายลับไปพร้อมรอยยิ้มอย่างเย้ยหยัน จากนั้นจึงกวาดพลังฝ่ามือออกไปทางด้านหลัง
ฝ่ามือนี้มีพลังที่มหาศาลพร้อมคลื่นความร้อนโหมกระหน่ำเข้ามาในพื้นที่รอบบริเวณจนพื้นที่ทั้งหมดต่างสั่นสะเทือน ทันทีที่ฉินอวี่ปรากฏตัวขึ้น ฝ่ามือนั้นก็กระแทกใส่หน้าอกของฉินอวี่เข้าอย่างจัง
ด้วยพละกำลังที่ต่างกันอย่างมากความเร็วของฉินอวี่จึงไม่สามารถจะช้าลงต่อหน้าต่อตาของอันดับห้าได้อีกแล้ว
“เฮือก!” ฉินอวี่กระอักเลือดออกมารู้สึกได้เพียงพลังของอสูรอำมหิตที่แข็งแกร่งกำลังโจมตีเข้ามาทันทีที่กระแทกเข้าหากัน
เพียงฝ่ามือเดียวฝ่ามือเดียวที่ดูสุดแสนจะธรรมดา แต่เกือบพรากชีวิตของฉินอวี่ไปแล้ว
แต่พลังฝ่ามือนี้กลับทำให้พละกำลังของฉินอวี่เพิ่มสูงขึ้นพลังปราณในร่างกายถูกจุดขึ้นอีกครั้งด้วยฝ่ามือนี้ พลังที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนต่างปรากฏขึ้นเต็มร่างกายของฉินอวี่และพลังนี้ยังไหลเวียนเข้ารักษาอาการบาดเจ็บในร่างกายของฉินอวี่อีกด้วย
“เอ๊ะ! ยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่งจริงๆ ยิ่งบาดเจ็บยิ่งมีพลังนี่มันทักษะยุทธ์แบบไหนกัน?” อันดับห้ามองด้วยดวงตากลมโตเขาสัมผัสได้ว่าพลังปราณของฉินอวี่เปลี่ยนแปลงไป จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง
เขานึกไม่ถึงว่าหลังจากฉินอวี่รับพลังจากฝ่ามือของเขาแล้วพละกำลังจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
เมื่อหวนนึกถึงการต่อสู้ระหว่างเจ้าสิบเอ็ดและฉินอวี่ดวงตาของอันดับห้าก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ และเริ่มการโจมตีอย่างแข็งขัน
เขาก็อยากจะรู้นักว่าฉินอวี่มีขีดจำกันเพียงใดกันแน่