ตอนที่ 5 — เงื่อนงำใต้ผืนทรายดิจิทัล
สายลมยามค่ำคืนพัดพาเอาละอองฝุ่นและกลิ่นไอของมหานครอุตสาหกรรมลอยเข้ามาปะทะกับโครงเหล็กขึ้นสนิมของโกดังร้างแห่งหนึ่งในเขตทดสอบที่ 4 ภายในอาคารทึบแสงไร้หน้าต่าง มีเพียงแสงไฟกะพริบสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสามเครื่องที่ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ สะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดของลูคัสและรินะที่กำลังงละม่อมอยู่กับการถอดรหัสแพ็กเก็ตข้อมูลชุดใหญ่
ลูคัสดึงนิ้วออกจากแป้นพิมพ์ พลางใช้มือขยี้ตาที่แดงก่ำจากการจ้องหน้าจอนานหลายชั่วโมง เขาหันไปมองรินะที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการส่งสัญญาณของระบบ AI ควบคุมพฤติกรรมผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง
ลูคัส:
"รินะ... นายดูนี่สิ ข้อมูลการส่งกระแสประสาทและข้อความกระตุ้นที่ส่งไปยังมือถือของคนในเขตนี้ไม่ได้มาจากเสาสัญญาณโทรคมนาคมทั่วไป แต่มันถูกยิงตรงมาจากสถานีทวนสัญญาณใต้ดินที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทโฆษณาเครือข่ายใหญ่ในเครือเน็กสัส กรุ๊ป"
รินะเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาสะท้อนแสงเรืองรองของโค้ดโปรแกรม เธอกวาดสายตาอ่านค่าพิกัดที่ปรากฏขึ้นบนแผนที่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
รินะ:
"ไม่น่าแปลกใจเลย... การใช้บริษัทโฆษณาเป็ฉากหน้าในการกระจายข้อมูลคือวิธีที่แเีที่สุด เพราะมันทำให้การส่ง 'ตัวกระตุ้น' ไปยังสมองของประชาชนกลายเป็เื่ปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็การเลื่อนดูฟีดข่าว การเห็นป้ายโฆษณาข้างทาง หรือแม้แต่เสียงดนตรีประกอบในร้านค้า ทุกอย่างถูกคำนวณความถี่และน้ำเสียงไว้หมดแล้ว เพื่อไปปลุกเร้าเชื้อต้นกำเนิดนิสัยเฉพาะตัวของแต่ละคนให้ตื่นตัวขึ้นมาทำงานโดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวเลย"
ในมุมมืดของโกดัง เซบาสเตียนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้พับตัวเก่า หลับตาลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกของเขาแ่เบาและละเอียดอ่อน ราวกับผืนน้ำนิ่งสงบที่ไร้แรงกระเพื่อม ท่ามกลางความวุ่นวายของข้อมูลดิจิทัลรอบตัว จิตใจของเขากลับดิ่งลึกลงไปสู่ "ความแว๊บว่างบริสุทธิ์" ััได้ถึงกระแสคลื่นพลังงานความโลภ ความหวาดระแวง และความโกรธเกรี้ยวที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศรอบตัวราวกับฝูงแมลงเม่าที่บินเข้าหาแสงไฟ
เซบาสเตียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาสุกสกาวสะท้อนประกายความนิ่งสงบ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาสมทบกับคนทั้งสอง
เซบาสเตียน:
"กระแสพลังงานในเขตนี้หนาแน่นมาก... ไม่ใช่เพราะพวกเขาอยากเกลียดชังกันเอง แต่เพราะทุกย่างก้าว ทุกการมองเห็น และทุกเสียงที่ได้ยิน ถูกออกแบบมาเพื่อป้อนอาหารให้แก่เชื้อร้ายเ่าั้ตลอด二十四ชั่วโมง หากปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่นาน พฤติกรรมความสัมพันธ์ในกลุ่มที่คงตัวของคนในชุมชนนี้จะกลายเป็กรงขังถาวรที่แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ไม่มีวันหนีพ้น"
ลูคัสถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกอึดอัด
ลูคัส:
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีเซบาสเตียน? เรามีแค่สามคน จะไปหยุดยั้งระบบส่งสัญญาณที่ครอบคลุมพื้นที่นับตารางกิโลเมตรได้อย่างไร?"
เซบาสเตียนยิ้มรับด้วยความมั่นใจ แววตาเต็มไปด้วยเมตตาและปัญญา
เซบาสเตียน:
"เราไม่ต้องไปทำลายเสาสัญญาณทั้งหมดหรอกลูคัส... เพราะต่อให้เราทำลายเสานี้ วันหน้าพวกมันก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือการ 'เปิดกระจกส่องใจ' ให้พวกเขารู้จักสังเกตเห็นตัวเชื้อในตัวเอง และเรียนรู้ที่จะใช้ความว่างตัดขาดจากวงจรอุบาทว์นั้นต่างหาก"
รินะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอดึงข้อมูลรายชื่อบุคคลสำคัญในชุมชนที่กำลังตกเป็เหยื่อของการทดลองขึ้นมาแสดงบนหน้าจอ
รินะ:
"ฉันมีแผน... ในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า จะมีการประชุมประชาคมครั้งใหญ่ที่ลานอเนกประสงค์กลางชุมชน ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มผู้นำท้องถิ่นที่ถูก AI ครอบงำให้ปลุกปั่นกระแสความเกลียดชังต่อต้านบริษัทคู่แข่ง ถ้าเราแฝงตัวเข้าไปที่นั่น และใช้เครื่องกระจายสัญญาณคลื่นสมองความถี่ต่ำที่เราเพิ่งดึงรหัสมาได้ ส่งข้อความสติเตือนสติเข้าไปแทนที่ข้อมูลกระตุ้นความโกรธ..."
เซบาสเตียนพยักหน้าเห็นด้วยทันที
เซบาสเตียน:
"ยอดเยี่ยมมากรินะ... การใช้ช่องทางเดียวกันกับที่พวกมันใช้ส่งตัวกระตุ้น ส่งผ่านความว่างและสติสัมปชัญญะกลับเข้าไป จะทำให้ผู้คนที่กำลังไหลตามกระแสเชื้อนิสัยเกิด 'อาการสะดุดทางความคิด' และนั่นคือโอกาสเดียวที่เราจะทำให้เชื้อร้ายเ่าั้ฝ่อแคระแกร็นลง"
ลูคัสลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าอุปกรณ์ขึ้นมาสะพายหลัง แววตาฉายแววฮึกเหิมพร้อมลุย
ลูคัส:
"ถ้าอย่างนั้นก็อย่ารอช้าเลย... ไปกันเถอะ ไปกระชากหน้ากากของระบบ AI ตัวนี้ให้คนทั้งเมืองได้เห็นกัน"
รัตติกาลเบื้องนอกยังคงมืดมิด ทว่าในใจของพวกเขาทั้งสามคน เปลวไฟแห่งการตื่นรู้ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว และกำลังจะลุกลามไปเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างไม่มีวันหวนกลับ