กองทัพสมาคมโลหิตัที่นำโดยเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงปรากฏตัวขึ้นที่ชายแดนของสำนักัฟ้า
เหล่าศิษย์ต่างยืนหยัดในตำแหน่งของตนและเตรียมพร้อมรับการโจมตี
อี้หลงที่อยู่ในตำแหน่งแนวหน้าของทิศตะวันออกมองเห็นศัตรูที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการทำลายล้าง
เขารับรู้ได้ถึงแรงปราณอันชั่วร้ายที่คุกรุ่นในอากาศ
การโจมตีเริ่มต้นผู้บัญชาการของสมาคมโลหิตมังกรสั่งการให้ทหารของเขาเริ่มต้นโจมตีพร้อมกัน พวกเขาเปิดฉากด้วยพลังอำนาจแห่งปราณมืดที่ทำให้สำนักมังกรฟ้าต้องเผชิญกับพายุแห่งการโจมตี อี้หลงยกมือขึ้นเรียก “มังกรอัคคีพิฆาตสุริยัน” ออกมา ปล่อยพลังเพลิงร้อนแรงพุ่งไปยังทหารศัตรูเบื้องหน้า เปลวเพลิงนั้นเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางทางเสียงะเิดังสนั่น เหล่าศิษย์ในทีมป้องกันของอี้หลงก็รวมพลังสร้างกำแพงป้องกันตามที่ฝึกฝนมา
พวกเขาสร้างปราการกำแพงัเพลิงขึ้นเพื่อปกป้องสำนัก
ความร้อนและแสงสว่างจากกำแพงเพลิงทำให้ทหารของสมาคมโลหิตัต้องถอยไปบ้าง แต่พวกมันยังไม่ยอมถอดใจ
การเผชิญหน้ากับยอดฝีมือของสมาคมท่ามกลางเสียงการต่อสู้ หานเถิง รองหัวหน้าสมาคมโลหิตมังกร ปรากฏตัวขึ้นพร้อมพลังปราณอันแข็งแกร่ง เขาเห็นอี้หลงและรู้ว่าเขาคือศัตรูสำคัญ หานเถิงกล่าวเสียงเย้ยหยัน"เด็กน้อย ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะขอลองดูว่ามันแข็งแกร่งสมคำร่ำลือหรือไม่!"อี้หลงไม่พูดตอบ เขากระชับหมัดและใช้พลังของัศักดิ์สิทธิ์ในการเผชิญหน้ากับหานเถิง การปะทะของทั้งสองส่งแรงสั่นะเืไปทั่วบริเวณ
อี้หลงใช้ ัอัคคีพิฆาตสุริยัน ในการโจมตีรุนแรงใส่หานเถิง
ขณะที่หานเถิงก็ตอบโต้ด้วย คลื่นปราณมืดมรณะ วิชาที่อัดแน่นด้วยพลังแห่งความมืด
การปะทะกันของทั้งสองยิ่งทวีความดุเดือด การโจมตีของทั้งคู่ทำให้ผืนดินสั่นะเื
อี้หลงพยายามคงสมาธิและใช้ทักษะที่เขาฝึกฝนมาอย่างเต็มที่ แม้จะยากลำบาก แต่เขายังคงยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับหานเถิง
ความสามัคคีของเหล่าศิษย์ในขณะที่อี้หลงต่อสู้กับหานเถิง หลี่หรงและเจิ้งหยางในทีมของเขาก็เริ่มนำทีมจัดการกับเหล่าทหารของสมาคมโลหิตมังกร พวกเขาใช้ทักษะของตนในการสร้างความเสียหายให้กับศัตรูและเสริมกำลังให้กับแนวป้องกันของสำนัก ความร่วมมือของเหล่าศิษย์ช่วยเสริมให้การป้องกันมั่นคงขึ้น แม้จะมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมถอยเจิ้งหยางใช้ดาบเพลิงฟ้าในการฟาดฟันศัตรูและเรียกเพลิงแห่งพลังแห่งสายฟ้าเข้ามาผสมผสาน
เขาแผดเสียง "เราจะไม่มีวันยอมให้พวกมันผ่านไปได้!" คำพูดของเจิ้งหยางกระตุ้นให้เหล่าศิษย์ต่างฮึกเหิมขึ้น
และพวกเขาต่างสู้เต็มกำลังเพื่อปกป้องสำนักของตน
การพลิกสถานการณ์ของอี้หลงในการต่อสู้กับหานเถิง อี้หลงเริ่มเรียนรู้ถึงจุดอ่อนของศัตรู เขารวบรวมปราณมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดแล้วใช้ "หมัดมังกรคำรามสลายมืด" วิชาที่เฒ่ามังกรผาอัคคีถ่ายทอดให้เขา ซึ่งเป็นวิชาที่เน้นการทำลายพลังปราณมืดโดยตรงเมื่อหานเถิงโดนการโจมตีครั้งนี้เข้าที่จุดสำคัญ เขาถึงกับเสียสมาธิและถอยหลังไปหลายก้าว อี้หลงไม่ปล่อยโอกาสนี้
เขาใช้ปราณัเสริมพลังและปล่อยหมัดสุดท้ายโจมตีหานเถิงเต็มแรง หานเถิงพ่ายแพ้และถูกซัดกระเด็นออกไป
ทหารของสมาคมโลหิตัที่เห็นรองหัวหน้าต้องล่าถอยต่างพากันหนีถอยไป
ชัยชนะครั้งแรกและความท้าทายใหม่เหล่าศิษย์ต่างโห่ร้องยินดีในชัยชนะครั้งนี้ แต่ทุกคนรู้ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น สมาคมโลหิตมังกรยังคงไม่หมดไป และพันธมิตรมังกรดำยังคงเฝ้ามองอี้หลงอยู่ในเงามืดอี้หลงยืนมองท้องฟ้าพร้อมความรู้สึกที่ปนเประหว่างความพึงพอใจและความกังวล
ในใจเขารับรู้ว่าเส้นทางการเป็ะนั้นยังยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เขาก็ไม่ยอมถอย
เพราะเขารู้ว่าชะตาของเขาคือการปกป้องพี่น้องและยืนหยัดเพื่อตนเอง
หลังจากสมาคมโลหิตัพ่ายแพ้และล่าถอยไป สำนักัฟ้าก็กลับมาสงบอีกครั้ง
แต่ความสงบนี้กลับไม่ได้นำมาซึ่งความผ่อนคลายสำหรับอี้หลง หัวใจเขายังคงตื่นเต้นจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
และสิ่งที่ชายผู้ลึกลับอย่างหยางเฉินเตือนเขาก่อนหน้านั้นยังคงก้องอยู่ในความคิด
การปรากฏตัวของข้อความปริศนาในค่ำคืนหนึ่ง อี้หลงที่กำลังพักฟื้นจากการต่อสู้ได้ยินเสียงกระซิบลึกลับในอากาศ เสียงนั้นพาเขาเดินไปยังลานฝึกซ้อมร้างที่ไม่มีใครใช้มาเป็นเวลานาน ที่นั่น เขาพบกับแผ่นหินโบราณที่ตั้งอยู่กลางลานฝึก แผ่นหินนั้นเรืองแสงด้วยอักขระโบราณที่อี้หลงไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่ออี้หลงแตะที่แผ่นหิน อักขระโบราณเหล่านั้นพลันเปลี่ยนรูปร่างเป็นข้อความที่อ่านได้:"ผู้ครอบครองสายเลือดศักดิ์สิทธิ์... เจ้าได้ผ่านบททดสอบแรกแล้ว แต่การเดินทางของเจ้ายังไม่สิ้นสุด หากเจ้าใฝ่ฝันถึงพลังที่แท้จริง จงตามหาป้อมปราการมังกรนิรันดร์ในดินแดนต้องห้าม มันคือกุญแจที่จะปลดล็อกชะตาของเจ้า"ข้อความนั้นหายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงคำถามในใจของอี้หลง
การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางเมื่อกลับมาถึงที่พัก อี้หลงไตร่ตรองถึงข้อความปริศนานั้น เขารู้สึกได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขา แต่การเดินทางไปยังดินแดนต้องห้ามไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นสถานที่ที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงยังหลีกเลี่ยงเขาเริ่มปรึกษาเหล่าศิษย์พี่น้องที่ใกล้ชิดอย่างหลี่หรงและเจิ้งหยาง ทั้งสองคนแสดงความเป็นห่วง แต่ก็ตัดสินใจที่จะช่วยเขาในการเตรียมตัว หลี่หรงกล่าวอย่างจริงจัง"ถ้านี่เป็นเส้นทางของเจ้า ข้าก็จะช่วยเจ้าจนสุดทาง แต่อย่าลืมว่าสถานที่นั้นเต็มไปด้วยอันตราย เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด"เจิ้งหยางเสริมว่า "ข้าจะเตรียมแผนที่และอาวุธเสริมให้ ข้ารู้ว่าดินแดนต้องห้ามนั้นมีกับดักและสิ่งที่ยากจะคาดเดา"
เบาะแสจากหอสมุดโบราณอี้หลงเดินทางไปยังหอสมุดโบราณของสำนักมังกรฟ้าเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับป้อมปราการมังกรนิรันดร์ เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงพลิกดูตำราที่เก่าแก่ที่สุดจนพบเบาะแสเล็กๆ เกี่ยวกับมัน"ป้อมปราการันิรันดร์เคยเป็สถานที่ฝึกฝนของัยุคโบราณ"
เชื่อกันว่าผู้ที่สามารถผ่านบททดสอบของมันได้ จะได้รับพลังที่สามารถพลิกชะตาได้
แต่ข้อมูลนั้นยังคงคลุมเครือ และไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเข้าสู่ป้อมปราการหรือสิ่งที่รออยู่ข้างใน
การปรากฏตัวของหยางเฉินอีกครั้งในคืนก่อนการเดินทาง อี้หลงได้รับการเยือนจากหยางเฉินอีกครั้ง คราวนี้เขาปรากฏตัวพร้อมพลังที่ดูน่ากลัวกว่าเดิม หยางเฉินยิ้มเย็น"ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังจะไปยังป้อมปราการมังกรนิรันดร์... ข้าไม่แปลกใจ เจ้าอาจคิดว่ามันคือเส้นทางสู่พลังที่แท้จริง แต่จงรู้ไว้ว่าสถานที่นั้นไม่เคยต้อนรับผู้ใดโดยปราศจากการเสียสละ"อี้หลงจ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาแน่วแน่ "ข้าไม่สนว่าเ้าคิดอะไร หรือมีจุดประสงค์อะไร ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อเดินไปข้างหน้า
ไม่มีใครหรืออะไรมาขวางทางข้าได้"
หยางเฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าว "ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ล้มเหลว... เพราะหากเ้าทำสำเร็จ ข้าอาจต้องเผชิญหน้ากับเ้าจริงๆ ในอนาคต"
หยางเฉินหายตัวไปในเงามืด ทิ้งอี้หลงไว้กับความตั้งใจที่แน่วแน่
การออกเดินทางรุ่งเช้า อี้หลง หลี่หรง และเจิ้งหยางเตรียมตัวออกเดินทางไปยังดินแดนต้องห้าม ทั้งสามคนรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายที่อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาลด้วยแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ เส้นทางสู่ป้อมปราการันิรันดร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...