บทที่ 6 จงใจเลือกทางขรุขระ
“รองหัวหน้าเหอ พี่สะใภ้” เจียงเยว่ทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “ลู่อวี้จะพาฉันไปเอาของในเมืองน่ะค่ะ คืนนี้เรากะว่าจะทำอาหารกินกันที่บ้าน”
เมื่อเหอลี่ได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ เขารู้สึกประหลาดใจมาก
ก่อนหน้านี้ภรรยาเขาเล่าเื่นี้ให้ฟัง เขายังไม่ค่อยเชื่อ ไม่คิดว่าเจียงเยว่จะตั้งใจทำอาหารกินเองจริง ๆ
แต่เจียงเยว่ทำอาหารไม่เป็นี่นา? อย่างนั้นก็ต้องให้ผู้พันลู่เหนื่อยอีกสินะ
ลู่อวี้เห็นรอยยิ้มของเจียงเยว่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปดึงเจียงเยว่ แล้วเดินนำหน้าไป
“เธอจะทำอาหารจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลย” เหอลี่อุทาน
“ฉันบอกแล้วไงว่าสหายเจียงเปลี่ยนไป คุณยังไม่เชื่ออีก” ถังจาวตี้พูด “วันนี้ของที่เธอซื้อล้วนเป็ของใช้ที่จำเป็ทั้งนั้น”
ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพง แต่มันก็ซื้อครั้งเดียวจบ ไม่เหมือนกับพวกเธอที่ค่อย ๆ ทยอยซื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ลู่อวี้ไปขอยืมจักรยานจากจางวั่ง
“ขึ้นมาสิ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเยว่จึงขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง เธอยื่นมือออกไปจับชายเสื้อของลู่อวี้
“นั่งให้ดี ๆ ล่ะ”
ลู่อวี้กำชับ
“กริ๊ง กริ๊ง”
เสียงกระดิ่งจักรยานดังขึ้น ลู่อวี้ปั่นจักรยานไปยังตัวเมือง โดยมีเจียงเยว่นั่งซ้อนท้าย
ตอนแรกเจียงเยว่แค่จับชายเสื้อของลู่อวี้เอาไว้ แต่พอถนนขรุขระ เธอจึงใโผเข้ากอดเอวของลู่อวี้แน่น
“ภรรยา กอดแน่น ๆ นะ ถนน่นี้ขรุขระหน่อย” ลู่อวี้กำชับอีกครั้ง
เมื่อรู้สึกว่าเจียงเย่วกอดเอวเขาแน่นขึ้น ลู่อวี้ก็ยิ้มมุมปาก เขาเหลือบมองถนนข้างหน้า แล้วเลือกเส้นทางที่เรียบที่สุด ไม่ปั่นไปทางขรุขระอีก
เจียงเยว่กอดเอวลู่อวี้แน่น ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
เจียงเยว่ เธอเป็อะไรไปเนี่ย? แต่งงานแล้ว ทำไมแค่กอดเอวผู้ชายถึงได้หน้าแดงขนาดนี้?
เจียงเยว่บ่นตัวเองในใจ
แต่เอวของลู่อวี้มันก็...
ไหล่กว้าง เอวบาง ขายาว หุ่นดี แถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก ผู้ชายแบบนี้เป็ของเธอคนเดียว
เมื่อคิดแบบนี้ เจียงเยว่ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงร้านสหกรณ์
เมื่อเห็นเจียงเยว่มาถึง พนักงานขายก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“สหายมาแล้วเหรอคะ”
“ค่ะ ฉันกับสามีมารับของที่ฝากไว้น่ะค่ะ”
ลู่อวี้มองกระสอบใบโตที่วางอยู่บนพื้น จากนั้นก็ยกขึ้นอย่างง่ายดาย แล้วเดินออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นเขายกของได้อย่างสบาย ๆ เจียงเยว่ก็อดชื่นชมในใจไม่ได้
ลู่อวี้ยกของไปที่หน้าประตู แล้วมัดไว้ที่เบาะหลัง
“ภรรยา คุณจะซื้ออะไรเพิ่มอีกไหม?”
เมื่อได้ยินลู่อวี้เรียกเธอว่าภรรยาซ้ำ ๆ หัวใจของเจียงเยว่ก็เต้นแรง
“ซื้อลูกอมรสนมกับผลไม้อีกหน่อย แล้วก็ซื้อผักที่เก็บไว้ได้นาน ๆ อีกนิดนึง”
เจียงเยว่ตั้งใจจะซื้อนมผงกับไมโลด้วย นมผงในยุคนี้ไม่เหมือนกับอีกหลายสิบปีข้างหน้าที่ผสมอะไรต่อมิอะไรมากมาย ของในยุคนี้บริสุทธิ์มาก
นมผงสามารถชงดื่ม หรือนำไปทำขนมก็ได้ ส่วนไมโลก็นเอาไว้ชงให้แขกดื่มเวลาที่มีแขกมาที่บ้าน
“ผมจะไปกับคุณนะ”
ลู่อวี้ล็อคจักรยานให้เรียบร้อย แล้วตามเจียงเยว่กลับไปที่ร้านสหกรณ์
“มีช็อกโกแลตไหมครับ?”
ลู่อวี้ถามพนักงานขาย
“สหาย ร้านสหกรณ์ของเราไม่มีช็อกโกแลตหรอกค่ะ ต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองถึงจะมี”
เจียงเยว่มองลู่อวี้ ก่อนหน้านี้เธอชอบกินช็อกโกแลตมาก ตอนที่เธออยากหย่า เธอยังเคยเอาเื่ช็อกโกแลตมาทะเลาะกับลู่อวี้หลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ลู่อวี้เคยวานคนอื่นซื้อช็อกโกแลตจากในเมืองมาฝากเธอ แต่เธอกลับเอาไปทิ้งขยะ
เมื่อนึกถึงเื่ในอดีต เจียงเยว่ก็รู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
เจียงเยว่ถือลูกอมนมกระต่ายขาว นมผง และไมโล แต่พอยกขึ้น ลู่อวี้ก็รีบเข้ามาช่วยถือทันที
“คุณอยากได้อะไรอีกไหม?” ลู่อวี้ถามอย่างอ่อนโยน
เจียงเยว่ส่ายหน้า
“ของอื่นค่อย ๆ ซื้อเพิ่มทีหลังก็ได้”
เมื่อได้ยินคำว่าค่อย ๆ ซื้อเพิ่ม รอยยิ้มที่หางตาของลู่อวี้ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น
“ก็ได้ ไว้ค่อยซื้อทีหลัง”
เมื่อเดินมาถึงที่จอดจักรยาน เจียงเยว่มองกระสอบใบโตที่วางอยู่บนเบาะหลัง จึงพูดว่า
“คุณปั่นจักรยานนำไปก่อนก็ได้ ฉันจะตามไปทีหลัง”
ของมากมายขนาดนี้ เธอไม่มีที่นั่งแล้ว แถมยังหนักขนาดนี้ เธอปั่นจักรยานไปก็ไม่สะดวก
พูดจบ ลู่อวี้ก็อุ้มเธอขึ้นมาทันที
“อ๊ะ”
เธอร้องด้วยความใ
ลู่อวี้วางเธอลงบนคานจักรยาน จากนั้นเขาก็ขึ้นไปนั่งบนเบาะคนปั่น แล้วโอบกอดเธอไว้
“แบบนี้ก็ได้แล้ว”
เจียงเยว่เอามือจับแฮนด์จักรยานไว้ เธอไม่คิดว่าลู่อวี้จะพาเธอไปแบบนี้
“แบบนี้จะไหวเหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงสงสัยของภรรยา เสียงลู่อวี้ก็ดังขึ้นข้างหูเธอ
“ภรรยา สามีของเธอไหวอยู่แล้ว ต่อไปห้ามบอกว่าสามีของเธอไม่ไหวอีกนะ”
ใบหน้าของเจียงเยว่แดงก่ำ
เธอแค่รู้สึกว่าของมันหนักตั้งหลายสิบกิโล แถมยังกินพื้นที่เยอะขนาดนั้น บนแฮนด์จักรยานก็มีของแขวนอยู่ จะปั่นสะดวกได้อย่างไร ถนนก็ขรุขระขนาดนี้
ใครจะรู้ว่าลู่อวี้จะพูดจาหยอกเย้าแบบนี้
เห็นท่าทางเขินอายของเจียงเยว่ ลู่อวี้ก็กลืนน้ำลาย รีบปั่นจักรยานกลับบ้าน
เจียงเยว่อยู่ในอ้อมกอดของลู่อวี้ ตอนแรกเธอก็กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่ารถจะเสียหลัก แต่หลังของเธอแนบชิดกับอกของลู่อวี้ ทำให้เธอรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีที่พึ่งพิง
ลูกกระเดือกของลู่อวี้ขยับขึ้นลงอีกครั้ง นับั้แ่จูบกันเมื่อวาน นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างกายของภรรยาลอยตามลมเข้าสู่จมูกของเขา
หัวใจที่เคยสงบก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดความปรารถนาในใจ แต่สายลมกลับพัดเส้นผมยาวสลวยของเธอมาปะทะกับปลายจมูกของเขา
แม้ว่าจะเป็ระยะทางที่ไกล แต่เขากลับรู้สึกว่าเวลานั้นช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
ในที่สุดเขาก็ปั่นจักรยานมาถึงบ้านพัก
ลู่อวี้จอดจักรยาน จากนั้นก็อุ้มเจียงเยว่ลงมา
เขาหยิบกระสอบลงมา แล้วยกเข้าไปข้างใน
หลังจากเปิดประตู ลู่อวี้ก็วางของไว้ในห้องนั่งเล่น
จากนั้นเขาก็เดินออกไปรับของในมือเจียงเยว่
“ผมไปคืนจักรยานก่อน คุณพักผ่อนที่บ้านก่อนนะ รอผมกลับมาแล้วค่อยจัดของ”
หลังจากที่ลู่อวี้เดินออกไป เจียงเยว่ก็พักสักครู่ จากนั้นก็เริ่มจัดของ
เธอเอาหม้อไหกระทะและของใช้ต่าง ๆ ไปไว้ในครัว ส่วนลูกอม นมผง ไมโล และอื่น ๆ ก็เก็บไว้ในตู้ที่ห้องนั่งเล่น
โถกระเบื้องเคลือบที่ซื้อมาหลายใบ ถูกวางไว้บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น
เมื่อมองดูโถกระเบื้องเคลือบลายดอกโบตั๋นสีแดงสดที่มีตัวอักษรมงคล อารมณ์ของเจียงเยว่ก็ยิ่งดีขึ้น
เธอเดินเข้าไปในครัว มองผักที่วางอยู่ แล้วก็คิดในใจว่า เย็นนี้จะทำอะไรให้ลู่อวี้กินดี
หมูผัดพริก ไข่ตุ๋นหมูสับ ปลาต้ม ผัดวุ้นเส้น...
เธอคิดเมนูอาหารออกมามากมาย
เธอเริ่มล้างและหั่นผัก เตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย รอจนถึงประมาณห้าโมงเย็นค่อยลงมือผัด
ตอนที่ลู่อวี้กลับมา เขาได้ยินเสียงล้างผักดังมาจากในครัว
“ภรรยา”
เจียงเยว่หันกลับไปมอง
“ไม่ใช่ว่าผมจะเป็คนทำหรอกเหรอ?”
“คุณก็พักผ่อนบ้างสิ เดี๋ยวฉันทำเอง”
ก่อนหน้านี้เจียงเยว่เป็คุณหนูที่ไม่เคยแตะงานบ้านงานเรือน แต่ตอนนี้เธอทำอาหารเก่งมาก แถมยังหั่นผักเก่งอีกด้วย