ยามเที้ยงที่แสงแดดแผดเผาพื้นที่ตาม ่โคจรอาทิตย์ยามปกติของแต่ละวัน มวลเมฆมีผิวเผินจับตัวเล็กน้อย ทว่าเบื้องล่างตามแนวป่าเขา ต้นไม้ พื้นดินล้วนแล้วเต็มไปด้วย สิ่งมีชีวิตมากมายดุดดั่งเงามฤตยูมัจจุราชที่พุ่งตัวเสมือนแห ขนาดั์ที่ค่อยๆคลืบคลายบ่วงกระชับพื้นที่ทีละนิดๆ กลืนอนาเขตทุกอย่างภายในการสอดส่องและรัสมีการจับกุมที่มีปราณจิตจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในที่นี้ทำการสอดส่องแสวงหาบางอย่าง
ตามอนาเขตที่ว่ามา เหล่าใบหญ้าขจี ต้นไม้ ใบไม้ ต่างสั่นไหวเอนตัวไปมาอย่างรุนแรงภายใต้รัสมีปราณขับเคลื่อนความเร็วที่ผ่านไปไม่จบไม่สิ้น สิ่งที่กล่าวมานั้นกลับเป็กลุ่มชาวยุทธนับ พันชีวิตที่พุ่งตัวอย่างพร้อมเพรียงโดยที่เบื่องบนตรงหน้าของพวกเค้ามีเพียง เหยี่ยวสัตว์เลี้ยงที่บินนำทางพวกเค้าไปตามเส้นทางต่างๆ ตามคำสั่งหน้าที่ผู้เป็นายของมัน
ถึงแม้บางครั้งจะบินมาเกาะจุดนึง ทั้งกลุ่มที่ตามมากลับ หาได้พบเจอสิ่งใดไม่เพียงไม่นานมันก็เริ่มบินต่อและกลุ่มชาวยุทธก็จะตามไปทันทีอย่างไม่รู้จักเหนื่อย สิ่งนี้ทำให้พวกเค้าซึมซับและรับรู้ได้ว่า สัตว์อสูรที่บุกมาครานี้มีสติสัมปชัญญะครบสมบูรณ์ไม่แพ้ให้กับมนุษย์เลย มีทักษะความสามารถแม้กระการกลบร่องรอยการหลบหนีของพวกพ้องด้วยกัน แสดงให้เห็นการอยู่รวมกันเป็กลุ่มของเผ่าพันธุ์อสูรที่ไม่เกี่ยงสายพันธุ์ที่แตกต่างแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ใช้วิวัฒนาการตนสู่ขั้นถัดไป
พวกเค้ากินอนาเขตการสำรวจั้แ่ตัวหมู่บ้านขจีที่ตกเป็เป้าหมายและใช้ข้อมูลการถูกรุกรานโดยกลุ่มอสูรมายาขนาดใหญ่ หลายฝูงด้วยกัน เป็าหมายของมันล้วนชัดเจนไปที่การจับกุมกลุ่มเด็กๆ ที่อยู่ตามบ้านพัก พื้นที่การศึกษาสถานฝึกเชิงยุทธและยุทธวิถีการศึกษาพื้นฐานทั่วทุกมุมที่เหล่ามนุษย์จะนำพวกเค้าไป เหมือนมีการวางแผนเป็อย่างดีโดยอสูรระดับหัวหน้าที่ยอมสละแบ่งร่างมายาเพื่อภารกิจแบบนี้
กองกำลังพวกเค้าที่ระดมมาได้เกือบถึง สามพันกว่าชีวิตชาวยุทธที่แบ่งเป็ระดับชาวยุทธพเนจร ชาวยุทธสำนัก ชาวยุทธล่าค่าหัว กองกำลังพิทักษ์ตามหมู่บ้านและหัวเมืองรอบนอก และชาวยุทธอาสาจากเมืองอื่นที่เข้ามาซื้อขายวัตถุดิบหากแต่ได้รับการแจ้งเื่สัตว์อสูรบุก จึงตอบตกลงเข้าร่วมกองลาดตระเวณในครั้งนี้อย่างไม่ลังเล พวกเค้าต่างก็เคยเป็เด็กที่ผ่านโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่เกิดจากเหล่าอสูรมา ดังนั้นพวกเค้าจึงเข้าสมัครและพร้อมให้ความร่วมมือในศึกครั้งนี้อย่างไม่ลังเล และแน่นอนว่าอสูรที่ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่จุดตรวจหรือตัวตนที่ความสามารถในการสะกดรอย ปลอมแปลงล้วนแล้วไม่อาจหนีพ้นสายตาเหยี่ยวของชายหนุ่มที่จดจ้องทุกสรรพสิ่งเบื่องหน้าอย่างจริงจัง ด้านข้างที่ตามมาด้วยหมางต้าที่ยอมลดตัวไล่ตามเก็บอสูรประเภทยุ่งยากพวกนี้ด้วยตนเอง เพื่อให้เสียเวลาน้อยที่สุด
เส้นทางการเดินทางของกองทัพสำรวจครั้งนี้แบ่งเป็ สามสายใหญ่ที่เริ่มแบ่งแยกเส้นทางการบุกโดยแต่ละจุดจะมีหน่วยหัวหน้าสถาบันยุทธและคนของกองบัญชาจากเมืองใหญ่เข้ารับหน้าที่เป็ผู้นำครั้งนี้ โดยที่วิธีการบุกของพวกเค้าจะแบ่งตรงกลางกลุ่มเป็กลุ่มขนาดใหญ่ 3 ใน 4 ของกองกำลังเข้าสำรวจทั้งหมดตีผ่านอสูรมายามากมายที่เข้ามาปะทะยื้อเวลา ในขณะที่ด้านข้างซ้ายขวา ที่มี 1 ใน 2 ส่วนต่างโอบขนามเพื่อเสาะเส้นทางลับหรือพื้นที่พิเศษที่พวกเค้าสามารถสอดส่องได้ ก่อนเส้นทางพวกเค้าด้านข้างจะเข้าหากับกลุ่มที่อยู่ตรงกลางเมื่อการสำรวจในแต่ละ่เวลาที่กำหนดนั้นสิ้นสุดลง ก่อนที่กลุ่มตรงกลางจะแบ่งออกเป็กลุ่มย่อยเหมือนที่กล่าว้าอีกครั้งและกลุ่มย่อยจะเข้ามาเป็กลุ่มด้านในวนโคจรเช่นนี้ในการสำรวจ
เป็ดั่งแหครอบขนาดั์ที่ไล่กินพื้นที่เล็กน้อยทุกพื้นที่ทั้งหมดเพื่อตามหาเด็กๆ ลูกหลานของพวกเค้าและเป็การกำจัดเส้นทางที่ผิดเพี้ยนที่ถูกตีตราโดยเหล่าอสูรหัวหน้าอีกที ซึ่งก็ได้ผลเป็อย่างมากสุดท้ายแล้วพวกเค้าก็ทำเช่นนี้มานับ 3 ชั่วยามจนในที่สุด์ก็ได้ประทาน เสียงกระแทกขนาดใหญ่ หนึ่งจุดที่ห่างออกไปแม้พวกเค้าจะไม่ได้ยินที่ชัดเจนเท่าไหร่ ทว่าภาพการหันและเปลี่ยนท่าทีของเหยี่ยวสัตว์เลี้ยงที่ใช้นำทางกลับชะงักก่อนจะหยุดลง แค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงครั้งเดียวพร้อมเสียงสัญญาณของเหยี่ยวทั้ง 2 สายที่เหลือต่างก็ส่งเสียงในรูปแบบเดียวกันเป็เครื่องยืนยัน แรงฮึกเหิมที่ลดทอนไปกลับความเหน็ดเหนื่อยแทนที่เริ่มถูกสลัดไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความโกรธแค้นของพวกเค้าก็ทะลักถึงขั้นขีดสุด
เหล่าผู้คนมากมายรีบร่อนกายลงหยิบเสบียงที่เตรียมมาก่อนจัดการสวาปามอย่างเต็มที่ เมื่อได้จุดหมายในการไปที่ได้รับการยืนยันอีกทีโดยหน่วยสำรวจที่เข้าตรวจตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกลับมากล่าวรายงานด้วยเสียงปราณรูปแบบสนทนาลับพิเศษ ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็ถ้ำขนาดใหญ่ละเป็จุดเดียวกันที่มีเสียงกระแทกของวัตถุขนาดใหญ่ ห่างไกลจากจุดที่อยู่นี้ราว 6 ลี้ พร้อมร่องรอยที่ยังกรบไม่หมดตามเส้นทางยังคงหลงเหลืออยู่
พวกเค้าต่างเร่งกัดกินเสบียงกันอย่างเร่งรีบก่อนชันตัวลุกขึ้น ปรับลมปราณและกินโอสถฟื่นฟูสมาธิที่เสียไปอย่างรวดเร็ว ในใจต่างภาวนาถึงญาติ เืเนื้อเชื้อไข ว่าที่เสาหลักของครอบครัว เหล่าเด็กน้อยหัวแก้วหัวแหวนของผู้เป็พ่อต่างมองเห็นกล่าวภาวนาต่อสิ่งยึดเหนี่ยวอย่างเชื่อมัน ก่อนจะมีเสียงเรียกเตือนสติพวกเค้าทั้งหมดทันที ร่างหมางต้าปรากฏกลางอากาศท่าทีาุโที่สุดที่ฝึกสถาบันการฝึกสอนหมู่บ้านเขียวขจีเปลี่ยนไป ชุดที่ปกติเป็ชุดคลุมที่เหล่านักกวีหรือครูผู้สอนใส่กันกลับเป็บุรุษร่างกำยำที่สวมจุดประจำตำแหน่ง ลายเกราะอ่อนที่เติมเต็มลวดลายอักขระป้องกันบางอย่างเสริมทบเข้าไปอีกที ตรงเกราะอกมีหน้าเหยี่ยวคำรามเบื้องหน้าพร้อมสยายปีก ทั้งเกราะสนับแขนขาล้วนประกบร่างชราผู้นี้ผู้เป็ดั่งหัวหน้าหน่วยคณะสำรวจพื้นที่รอบนอกและรับผิดชอบในการจัดสรรผู้คนเข้าเมืองฝ่ายซ้าย ปรากฏกายพร้ะโกนบอกเหล่าชาวยุทธเบื้องหน้าเฉกเช่นชายชาติทหาร
"กลุ่มใดที่่บรรจุชาวยุทธที่ฝึกมุ้งเน้นเื่การลอบสังหาร ตรวจตรา ปลอมแปลง หรือทักษะประจำตระกูลที่มีความสามารถในแฝงตัว จงก้าวออกมาข้ามีภารกิจพิเศษที่จะมอบให้กับพวกเ้า พวกเ้าจะเป็ดั่งความหวังและแรงขับเคลื่อนของกองทัพทั้งหมด หากทำภารกิจที่ให้ไปนี้สำเร็จไม่เพียงแค่การกลับมาของเหล่าเด็กน้อยเท่านั้นรางวัลและความดีความชอบจะถูกมอบให้แก่พวกเ้า จงใช้สติและความสมารถอย่างระวัง ศัตรูครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ร่วมเผ่าต่างถิ่นหากแต่เป็สัตว์อสูรที่รุกรานบ้านเมืองพวกเรา เมื่อพวกเ้าบุกเข้าไปแล้ว ให้คิดถึงความปลอดภัยของพวกเ้าและเหล่าเด็กๆ เป็สำคัญ เลี่ยงการใช้ทักษะที่มีความสามารถทำลายในบริเวณที่กว้าง ห้ามนำยันต์ะเิ หรือวัตถุปราณพิเศษที่มีความสามารถเคลื่อนย้ายออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงการทำความสายหายโครงสร้างของผนังถ้ำ"
"ข้าฝากความหวังของพวกเราทุกคนที่แห่งนี้บนบ่าและความกล้าของพวกเ้าจะได้ประจักษ์แก่สายตาเหล่าเดรัจฉานที่จะมาท้าพวกเราเบื้องหน้า ให้เห็นถึงความโกรธาที่พวกมันจะได้รับหลังภารกิจพวกเ้าสำเร็จ ศึกครานี้พวกเราร่วมรบกันเฉกเช่นพี่น้องของข้าแล้ว ข้าขอดื่มอวยพรพวกเ้า อย่าได้พลีพลามเป็อันขาด จงเป็ดั่งเงาคลืบคลานบดบังความปราถนาของพวกมัน จงเป็เงาปิดกั้นช่องทางหนีและเส้นทางเอาตัวรอดของพวกมัน และสุดท้าย....จงเป็มัจจุราชและเปิดตัวเป็แสงอาทิตย์ที่ฉโลมความโสมมของพวกมัน และพลาญชีวิตมันให้เหลือเพียงแค่เถาธุลี!
"รับบัญชา! เสียงะโขานรับพร้อมเพรียงโดยที่ไม่ได้นัดกัน พร้อมท่วงท่าคำนับผู้บัญชาครั้งนี้สร้างความฮึกเหินแก่ผู้คนที่ไม่ได้ก้าวเสนอตัวไป "ส่วนพวกเ้าจึงดึงประวิงเวลาอสูรมายาให้ได้มากที่สุดเท่าที่มากได้ เพ่งเล็งตัวตนใดที่มีความสามารถที่อาจส่งผลต่อภารกิจของพวกเรา ส่วนเราตัวตนที่สูงกว่านั้นข้าและเหล่านายทัพศึกจะจัดการมันด้วยตนเอง จงถวาย! โลหิต! ทักษะ! เพื่อใช้สังหารเหล่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เพื่อศึกครานี้จะสร้างความบั่นทอน กรีดเฉือนแทนคำเตือนต่อเหล่าอสูรที่จะเข้ามาในอนาเขตของพวกเราภาคหน้า ให้มันได้เห็นกองกระดูกที่ไร้ปราณสัตว์อสูรพวกพ้อง ไม่ให้มันกล้ามาที่แห่งนี้อีกเป็คราที่สอง!