บ้านตระกูลหยาง…
พวกเขามาถึงบ้านก็เห็นพ่อแม่สามีรออยู่เมื่อเขาเห็นปริมาณกากถั่วเหลืองที่จ้าวเหว่ยซื้อมาก็อดใไม่ได้
“ทั้งหมดนี่เท่าไหร่กัน” พ่อสามีถามด้วยความใ
“สี่ร้อยกิโล ยี่สิบหยวนค่ะ” จ้าวเหว่ยยิ้มให้
“เอาไปไว้ที่ลานหลังบ้านดีกว่า เราแบ่งใส่ถุงที่นั่นจะได้ไม่เกะกะตอนคนมาซื้อ”
พวกเขาช่วยกันยกกระสอบทั้งหมดไปไว้ลานบ้าน แล้วทำการแบ่งเป็ถุงละหนึ่งกิโล ซีอันก็ช่วยพวกเขาด้วยก่อนจะกระซิบถามน้องสาว
“แกรับมาเท่าไหร่ แล้วแกขายราคาเท่าไหร่เนี่ย” ซีอันกระซิบถาม
“รับมากิโลละห้าเฟิน ขายชาวบ้านห้าเหมาแล้วว่า่กอบโกยถ้าขายของไม่ได้กำไรจะขายทำไม”
“ทำไมเดี๋ยวนี้แกเ้าเล่ห์ขนาดนี้” ซีอันใ
“คุณครูคะนี่เขาเรียกว่าการค้าค่ะ คุณครูจะบ่นทำไมค่ะ”
“ฉันยังเรียนไม่จบสักหน่อยมาเรียกคุณครูทำไม”
“อีกไม่กี่เดือนพี่ก็จบแล้ว ถ้าพี่เลือกโรงเรียนประถมที่นี่ก็ฝากดูซิงซิงด้วยนะ”
“เดี๋ยวนี้เป็ห่วงลูกเลี้ยงเหมือนแม่แท้ๆ ของเขาเลยนะ”
“แน่นอนตอนนี้เขาเป็ลูกฉัน ไม่ใช่ลูกเลี้ยง พี่รีบๆ ทำงานไปเถอะฉันยังต้องไปคัดตำราต่ออีกนะ”
ระหว่างที่สองพี่น้องคุยกันอ้ายเหรินได้ยินทุกคำสนทนาของสองคนนี้ เขามองการแสดงออกของจ้าวเหว่ยที่พูดถึงหลานชายมันมาจากใจเธอจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งอะไรเลย
หลังจากแบ่งได้ครึ่งหนึ่งแม่สามีของเธอก็เดินไปบอกเพื่อนบ้านที่สั่งของไว้ ว่าของมาแล้วไม่นานเพื่อนบ้านก็เข้ามาซื้อกากถั่วเหลืองที่ลานบ้าน แม่กับพ่อเป็คนขายกากถั่วเหลืองส่วนพวกเขาสามคนก็แบ่งใส่ถุงจนเขาแบ่งทั้งหมดเสร็จแล้วซีอันก็ขอตัวกลับบ้านไปส่วนจ้าวเหว่ยก็ขอตัวไปอาบน้ำแล้วคัดตำราต่อ
เวลาอาหารเย็นแม่สามีก็มาตามจ้าวเหว่ยมากินอาหารด้วยกันที่โต๊ะอาหารซิงซิงเดินจูงมือแม่ของเขามาที่โต๊ะด้วยความรักใคร่
“วันนี้ขายได้เกือบสองร้อยกิโลเดี๋ยวพ่อจะเอาเงินให้น่ะ”
“เก็บไว้ที่พ่อก่อนเลยค่ะ หมดแล้วเราค่อยมาคิดบัญชีกันอีกที”
“มีคนหมู่บ้านข้างๆ มาบ่นกับแม่ด้วยว่าทำไมเราไม่เอาไปขายที่หมู่บ้านของพวกเขา”
“พ่อกำลังคิดว่า่เวลาที่ว่างพ่อจะขี่จักรยานไปหมู่บ้านข้างๆ เอากากถั่วเหลืองไปขาย”
“ถ้าพ่ออยากทำก็ทำเลยค่ะ แต่พ่อจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า”
“ไม่เหนื่อยหรอก สบายกว่าทำไร่ทำนาซะอีกตอนนี้พ่องานที่นาก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่เดินไปเดินมาเฉยๆ ”
จ้าวเหว่ยพยักหน้าตอบรับก่อนที่เธอจะถามซิงซิงว่าเขาอยากเลี้ยงวัวหรือเปล่า ซิงซิงยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะบอกแม่ว่าอยากเลี้ยง
“พ่อแม่ค่ะวัวได้หรือเปล่าคะ ซิงซิงเขาอยากเลี้ยง” จ้าวเหว่ยกันไปบีบแก้มลูกชาย
“เหว่ยเอ๋อร์ไม่ต้องเปลืองเงินตามใจเขาหรอกนะ”
“เราเลี้ยงได้ใช่ไหมคะ ฉันไม่ได้ตามใจเขาหรอกค่ะฉันก็อยากลองอาหารวัวแบบใหม่ด้วย รอฉันส่งงานพู่กันก่อนพ่อช่วยหาลูกวัวให้หน่อยนะคะ ฉันจะทำอาหารวัวแบบใหม่ด้วยเอาลูกวัวน่าจะดีกว่าวัวที่โตแล้ว จะได้ดูการพัฒนาของวัวชาวบ้านจะได้สนใจอาหารวัวของฉันด้วย” จ้าวเหว่ยยิ้มกับพ่อแม่
“อีกนานกว่าจะเสร็จพ่อไม่ต้องกังวลหรอกครับ”
“ใครบอกพี่ล่ะ พรุ่งนี้เช้าพี่มาเอาตำราไปส่งให้ฉันด้วยสองเล่มแล้วถ้าเขาจะให้งานใหม่มาพี่ก็รับมาเลยนะ”
“จ้าวเหว่ยเธอเป็มนุษย์หรือเปล่า เธอทำเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ”
“คืนนี้ก็เสร็จแล้วล่ะ พรุ่งนี้เช้าก่อนไปเรียนพี่ก็อย่าลืมมาหาฉันที่ห้องก็แล้วกัน”
กินข้าวเสร็จแม่สามีก็ให้เธอไปทำงานต่อเพราะเห็นว่าจะส่งแล้ว จ้าวเหว่ยกลับไปนั่งคัดตำราเธอคิดว่าถ้ามีงานสักสิบเล่มเธอก็น่าจะวางใจได้แล้วถ้าหย่ากับเฉินเล่อแล้วเธอจะไปเฉิดฉายใช้ชีวิตอย่างอิสระในโลกนิยายแห่งนี้ จ้าวเหว่ยคัดตำราเสร็จตอนนี้สามพอดีเธอตรวจความเรียบร้อยตำราที่คัดก่อนที่จะไปนอนพักรออ้ายเหรินมาเอาตอนเช้า
ถึงเวลาไปเรียนอ้ายเหรินมาเคาะห้องเรียกเธอ จ้าวเหว่ยเอากระดาษคัดตำราให้เขาอ้ายเหรินตรวจสอบอีกรอบไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็ออกไปเรียน
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…
จ้าวเหว่ยตื่นมาดูเวลาตอนนี้เพิ่งสิบโมงเช้าก่อนที่เธอจะเดินงัวเงียไปเปิดประตู
“น้องสาวลูกมาหาแหนะ ตอนนี้รออยู่ที่ลานบ้าน”
จ้าวเหว่ยพยักหน้าก่อนที่จะล้างหน้าอาบน้ำเพราะเธอง่วงมาก ก่อนที่จะแต่งตัวออกไปหาหยวนอันที่รอเธออยู่
“พ่อให้ฉันมาหาพี่พ่อให้พี่ไปหาที่บ้านหน่อย”
“วันนี้วันหยุดพ่อเหรอ? แล้วทำไมแกไม่ไปเรียน? ”
“วันนี้โรงเรียนหยุดพี่รีบไปหาพ่อเถอะ ดูเขามีธุระอยากคุยกับพี่น่ะ”
จ้าวเหว่ยทำหน้าเซ็งก่อนที่เธอจะเดินตามน้องสาวไป
บ้านตระกูลหลิว…
“กว่าจะมาได้ แต่งงานออกไปก็ปีกกล้าขาแข็งเลยนะ”
จ้าวเหว่ยยังเดินไม่ถึงห้องโถงของบ้านก็ได้ยินพ่อด่าเธอมาแต่ไกล
“เฮอะ!! แกเรียกฉันมาโดนด่าเหรอ? ” จ้าวเหว่ยหันไปถามหยวนอัน น้องสาวทำได้แต่ถอนใจเธอก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน
“พ่อเรียกฉันมามีอะไรเหรอ?”
จ้าวเหว่ยนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความใจเย็น เธออยากจะด่าอยากจะวีนมากแต่ก็กลัวเขาหาว่าเธอบ้าหรือไม่ก็โดนผีเขาอีก
“หลังจากที่แกแต่งงานไป พวกเขาเคยคุยเื่ญาติพี่น้องบ้างหรือเปล่า”
“พ่อกับแม่สามีฉันไม่เคยพูดเื่นี้เลย มีแต่พี่อ้ายเหรินที่พูดเื่นี้”
“แล้วเขาบอกแกว่าไง พวกนั้นจะกลับมาตอนไหน แกรีบบอกฉันมาไว ๆ ” พ่อเธอถามอย่างตื่นเต้น
“เขาบอกติดต่อไม่ได้ เขาพูดแค่นี้ล่ะ”
พ่อเธอทำหน้าผิดหวัง ตอนนี้คนที่หนีไปต่างประเทศก็เริ่มกลับเข้ามาแล้วทำไมบ้านนี้ยังไม่กลับกันมาซะทีหรือว่าการที่เขาให้ลูกสาวแต่งงานจะเป็การตัดสินใจผิด
“แล้วสามีแกได้ติดต่อแกกลับมาบ้างไหม”
“เขาเพิ่งจะกลับกรมไปนะพ่อ เขาจะติดต่อมาทำไม”
“แกต้องคอยฟังพวกเขาคุยกันเื่ญาติแล้วเอามาบอกฉัน ถ้ามันไม่มีวี่แววกลับมาจริงๆ ฉันว่าแกก็หย่าซะเถอะไม่ต้องกลัวจะหาผู้ชายใหม่ไม่ได้หรือว่าถ้าแกไม่อยากแต่งงานอย่างแกฉันหางานให้ได้สบายมาก”
“พ่อหมายความว่ายังไงเหรอ” จ้าวเหว่ยติดใจกับคำพูดของเขาเธออ่านใจเขา
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันเป็ห่วงแกไม่อยากให้แกมานั่งรอสามีไปวันๆ ”
ถ้าญาติพี่น้องพวกมันไม่กลับมาแล้วจะอยู่บ้านพวกมันไปทำไม ฉันเอาแต่ไปทำงานบาร์หรือไม่ก็รับแขกตามไนต์คลับยังจะดีกว่าได้เงินดีกว่ากันเยอะ
“งานที่พ่อว่าคืองานไปชงเหล้าหรือไม่ก็ขายตัวนะเหรอ” จ้าวเหว่ยรังเกียจความคิดเขาจริงๆ
“แล้วยังไงแกก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วถ้าหย่าไปใครจะเอา? ทำงานแบบนั้นแล้วมันทำไม? อย่าโง่ให้มากสิ่งเดียวที่ดีที่สุดที่แม่แกให้มาก็คือหน้าตาของแก แกจะโง่ไม่เอาหน้าตาหากินงั้นเหรอ”
แม่!!!………….. ทำไมแม่เขียนนิยายแบบนี้ ทำไมคนคนนี้ถึงได้เลวได้ขนาดนี้
“ฉันเป็ลูกพ่อหรือเปล่าทำไมพ่อถึงได้คิดแบบนี้กับลูกสาวตัวเอง หรือว่าพ่อไม่เคยเห็นฉันเป็ลูกเลย อยากให้แต่งพ่อก็บังคับ อยากให้เลิกพ่อก็บังคับ แถมยังให้ฉันไปทำงานหาเงินแบบนี้เนี่ยนะ” จ้าวเหว่ยสาดอารมณ์
“ฉันเลี้ยงแกมาฉันเป็พ่อแก ฉันเป็คนที่หวังดีกับแกที่สุด ถ้าญาติมันไม่กลับมาบ้านพวกมันจนขนาดนั้นแกจะทนลำบากทำไมแกจะเป็สาวแก่ไปวันๆ รอมันกลับมาปีละครั้งงั้นเหรอ ถ้าแบบนั้นฉันจะเลี้ยงแกมาทำไม”
“นั่นซิ พ่อเลี้ยงฉันมาทำไม น่าจะปล่อยให้ฉันตายตามแม่ไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว”
หลินเจียงเดินไปตบหน้าจ้าวเหว่ย
จ้าวเหว่ยมองด้วยสายตาโกรธแค้น เกิดมาเธอไม่เคยโดนใครตบหน้าแบบนี้มาก่อนเลย
“ฉันแต่งงานแล้วตอนนี้ฉันไม่ใช่คนตระกูลหลิวอีกแล้ว ต่อไปอย่าไปเรียกฉันมาที่นี่อีก”
จ้าวเหว่ยเดินออกจากห้องทันที โดยมีแม่ที่วิ่งตามเธอไปพวกเธอสองคนเดินไปคุยกันที่เปลี่ยวในหมู่บ้าน
“อย่าโกรธพ่อเลยนะ ยังไงเขาก็เป็พ่อลูก”
“แม่เข้าข้างเขาเหรอ ถ้ามองจากความถูกต้องสิ่งที่เขาคิดมันผิดทุกอย่างแต่แม่ก็ยังเข้าข้างเขาแบบนี้อะนะ” จิตใต้สำนึกของจ้าวเหว่ยพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกมา เธอยังอยู่ในร่างนี้เหรอหลินจ้าวเหว่ย จ้าวเหว่ยใเล็กน้อยที่เธอควบคุมตัวเองไม่ได้
“แม่รู้ว่าเขาผิดแต่ยังไงเขาก็เป็พ่อของลูก ใช่..เขาเป็คนเห็นแก่ตัว เขาดูถูกผู้หญิงแต่ทำยังได้ล่ะในเมื่อเขาเป็พ่อของลูกแล้วก็เป็สามีของแม่ด้วย” แม่ร้องไห้ออกมา
“แม่รักพ่อมากเลยเหรอ?”
“ไม่เลยสิ่งที่เขาทำถ้าเคยรักก็คงหมดรักไปแล้วแต่แม่ทำอะไรได้ล่ะในเมื่อเขาเป็สามีของแม่”
“ถ้าแม่ไม่รักตอนนั้นแม่แต่งงานกับเขาทำไม”
แม่อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดออกมา จนจ้าวเหว่ยต้องขอเธอให้พูดออกมาเถอะเธอโตแล้วไม่ว่าเื่อะไรเธอก็รับได้ทุกอย่าง
“เขาบอกว่าจะเอาพวกเธอสองคนไปทิ้งหลังจากที่แม่เธอตาย แม่ทำผิดกับพี่สาวตัวเองไปแล้วแม่คงจะปล่อยให้เขาทำร้ายพวกเธอไม่ได้หรอกการแต่งงานกับเขามันก็เหมือนการชดใช้ความผิดบาปที่แม่ทำกับพี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง” เธอร้องไห้อย่างหนักจ้าวเหว่ยก็ปล่อยให้เธอร้องไห้จนพอใจ
“ตอนนั้นมีคนบอกฉันว่าแม่โดนขืนใจไม่ใช่เหรอ หรือว่าแม่ชอบเขาทำไมแม่ต้องบอกว่าทำผิดกับแม่แท้ๆ ของฉัน” จิตสำนึกในใจสั่งให้จ้าวเหว่ยถาม
“ถ้าตอนนั้นแม่ไม่โง่พลาดท่ากับเขาแม่เราจะเสียใจไหม”
“แม่ไม่ได้ผิดอะไรหรอก ผิดที่เขานั้นล่ะที่เลว”
ตอนนี้จ้าวเหว่ยไม่เข้าใจล่ะ เขียนนิยายมันต้องเขียนพล็อตเื่อนาถได้ขนาดนี้เลยเหรอหรือว่าในชีวิตจริงแม่เจอคนแบบนี้เลยเอามาเขียนเป็นิยาย หรือรายละเอียดในนิยายมันดำเนินไปเองตามความน่าจะเป็ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว
จ้าวเหว่ยให้แม่กลับบ้านไปได้แล้วเดี๋ยวพ่อจะไม่พอใจ ส่วนเธอขอกลับบ้านสามีก่อนเธอ้าเวลาสำหรับเื่นี้