บทที่ 32 สั่งสอนลุงรอง
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เซียวฝานครุ่นคิดถึงคนในตระกูลซูอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็เริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
"ซูชิ่งเฉิงหรือซูชิ่งไห่?"
สองชื่อที่เอ่ยออกมาอย่างกะทันหันทำให้ซูซีหัวตาโตขึ้นทันที ในใจรู้สึกใอย่างยิ่ง นางไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่เซียวฝานกลับเดาเหตุผลได้
แม้จะเอ่ยมาถึงสองชื่อ แต่นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของเซียวฝานได้มากพอแล้ว
สีหน้าของนางไม่ได้ปิดบัง เซียวฝานเห็นแล้วก็มั่นใจ นึกถึงห้าร้อยตำลึงเงินเมื่อก่อน จึงล็อกเป้าหมายไปที่ซูชิ่งเฉิงทันที
"ซูชิ่งเฉิงติดหนี้อีกแล้วหรือ? ครั้งนี้เท่าไหร่?"
ซูซีหัวใ "ท-ท่านรู้..."
เซียวฝานมองนางอย่างนิ่ง ๆ หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวเสริม "ความคิดของเ้า ปรากฏบนใบหน้าของเ้าชัดเสียขนาดนั้น บอกข้ามา เขาติดหนี้อีกเท่าไหร่?"
แต่เพราะเช่นนี้ เซียวฝานจึงเดาได้ว่า จำนวนเงินที่ซูชิ่งเฉิงติดหนี้ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ และถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว ทว่าหลังจากที่ซูซีหัวบอกจำนวนออกมา เซียวฝานก็ยังอึ้งไป
"เท่าไหร่นะ?"
"หนึ่งพันตำลึงทอง…"
ความเงียบปกคลุม
ซูซีหัวรอสักครู่จึงถอนหายใจแล้วกล่าว "ไม่อยากจะเชื่อใช่ไหม?"
เซียวฝานนิ่งเงียบ แม้แต่คนที่สุขุมเยือกเย็นอย่างเขา ก็ยังใกับจำนวนนี้ ต้องรู้ว่าจำนวนนี้ถึงแม้จะเป็ราชวงศ์ ก็ต้องคิดให้ดีก่อนจึงจะหยิบออกมาได้
"ซูชิ่งเฉิงทำอะไร?"
"พนัน"
ซูซีหัวลูบหน้า หนึ่งพันตำลึงทองคือความยากลำบากของตระกูลซูในตอนนี้ ถ้าผ่านไปได้ก็ดี แต่ถ้าผ่านไปไม่ได้ กลัวว่าจะมีแต่จุดจบที่แตกสลายเท่านั้น
ซูชิ่งเฉิงโลภมากเกินไป โลภจนไม่สนใจแม้แต่คนในครอบครัว
"จำนวนมากขนาดนี้ บ่อนพนันไหนจะมีทองมากขนาดนี้?"
ซูซีหัวนึกทบทวน ก่อนหน้านี้ให้คนใช้ไปตามหาซูชิ่งเฉิง คนใช้คนนั้นเคยบอกชื่อบ่อนพนัน
"บ่อนพนันหรงเฉิง"
เซียวฝานมีความรู้สึกแปลก ๆ ในแววตา ซูซีหัวถูกเขามองอยู่หลายครั้งจนอดขมวดคิ้วไม่ได้
"ท่านมองข้าแบบนั้นทำไม?"
"บ่อนพนันหรงเฉิงเป็กิจการของตระกูลเฉิน"
ได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็ตกตะลึงไปทันที
ความใทำให้ซูซีหัวพูดไม่ออกพักใหญ่ ที่แท้ก็คนตระกูลเฉินอยู่เื้ัทำเื่ไม่ดี
นางยังคิดจะหาคนตระกูลเฉินขายวิธีการผลิตแก้ว ถ้าทำสำเร็จจริง ๆ มันก็เท่ากับว่าหนึ่งพันตำลึงทองนี้วนกลับไปที่ตระกูลเฉินอีกรอบหนึ่งมิใช่หรือ?
"ข้าไม่รู้เื่เลย" ซูซีหัวสูดลมหายใจลึก ๆ "หนึ่งพันตำลึงทองนั่น..."
นางได้ยินฮูหยินใหญ่พูดถึงหนึ่งพันตำลึงทองแล้วก็งงงวย ตอนนั้นก็วิ่งออกมาคิดเื่ใช้หนี้ จนกระทั่งไม่ได้ถามถึงรายละเอียดเลยสักนิด
ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป ซูซีหัวก็รู้สึกว่าตัวเองใจร้อนเกินไป
"ยังไม่แน่ใจว่าลุงของเ้ายืมเงินมามากขนาดนั้นจริงหรือเปล่า" เซียวฝานมองไปข้างหน้า แล้วพูดถึงการไปบ้านตระกูลซูขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ข้าจะช่วยเ้าถาม ดูซิว่าเื่นี้เป็ยังไงกันแน่"
ซูซีหัวตั้งใจจะปฏิเสธในตอนแรก แต่พอคิดอีกทีก็รู้สึกว่าเซียวฝานน่าจะถามประเด็นสำคัญได้ จึงเลิกลังเลในทันที
"ได้"
ทุกคนรีบไปทางตะวันตกของเมือง ไม่นานก็กลับมาถึงจวนของตระกูลซู
เพิ่งจะเข้ามาในห้องโถง ซูซีหัวก็เห็นฮูหยินใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับซูชิ่งเฉิงสีหน้าของทั้งสองคนดูไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะซูชิ่งเฉิงที่ดูเหมือนจะลงมือทำร้ายอีกฝ่ายอยู่แล้ว
"ท่านลุงรอง!" ซูซีหัวร้องเรียก ก้าวยาว ๆ ไปยืนข้างหน้าฮูหยินใหญ่ "ท่านจะทำอะไร?"
ซูชิ่งเฉิงมองมาที่ซูซีหัวด้วยสายตาดุดัน "ข้าจะทำอะไรงั้นหรือ? เ้าว่าข้าจะทำอะไรได้?"
ภายในห้องโถงยังคงเละเทะเหมือนตอนที่ซูซีหัวจากไป ซูชิ่งเฉิงมองไปรอบ ๆ พูดอย่างแค้นเคือง "ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าถอนหมั้น ตระกูลซูจะหาเงินไม่ได้หรือ? ถ้าหาเงินได้ ข้าก็คงไม่ต้องไปยืมใคร แล้วก็คงไม่ต้องเป็หนี้ใครถึงหนึ่งพันตำลึงทอง ซูซีหัวเ้าเป็คนผิด เ้าเป็คนของตระกูลซู..."
เพี๊ยะ!
ซูซีหัวตบหน้าซูชิ่งเฉิงอย่างแรง ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตอบโต้ นางก็เตะท้องเขาอย่างจังอีกที
ั้แ่ตอนที่คุยกันเื่ไปเที่ยวชมดอกไม้ ในใจของ ซูซีหัวก็กักเก็บความโกรธเอาไว้ พอถูกยั่วอีกครั้ง ความโกรธนั้นก็ลุกโชนขึ้นมาในทันที
ตึง!
ซูชิ่งเฉิงล้มลงนั่งกับพื้น กุมท้องแล้วก็ลุกไม่ขึ้น
เด็กสาวจ้องมองด้วยแววตาดุดัน ดึงปิ่นปักผมบนศีรษะออกมาแล้วแทงใส่ตัวซูชิ่งเฉิง
นางเป็อดีตแพทย์นิติเวช มีความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์เป็พิเศษ ปลายทื่อของปิ่นปักลงบนร่างของซูชิ่งเฉิง ทุกจุดล้วนเลือกตำแหน่งที่ปวดแต่ไม่ได้รับาเ็สาหัส
หลังจากแทงไปสิบกว่าครั้ง ซูชิ่งเฉิงที่ถูกแทงจนร้องโหยหวนไม่หยุด แต่เขาหนีไม่พ้น เพียงแค่ขยับตัว ก็จะถูกเซียวฝานเตะอย่างแรงจากด้านหลัง
"เ้า อ๊ากกกก พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยข้าด้วย พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยข้าด้วย..."
ซูซีหัวเตะมือที่ซูชิ่งเฉิงยื่นมาข้างหน้าอย่างเ็า "ช่วยท่านงั้นหรือ? ลุงรอง ท่านยังมีหน้ามาขอความช่วยเหลือได้หรือ? บอกว่าข้าเป็อาชญากรของตระกูลซูงั้นหรือ? แล้วท่านล่ะ หา?"
ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห ซูชิ่งเฉิงช่างเป็เหมือนขี้หนูตัวหนึ่งจริง ๆ ที่สำคัญยังกล้าไม่อยู่นิ่ง ใครให้ความกล้ามา?
คิดแบบนี้แล้ว ซูซีหัวก็หยิบปิ่นขึ้นมาแทงอีกสองสามครั้ง
เสียงเอะอะในห้องโถงอย่างต่อเนื่องนี้ ในไม่ช้านานมันก็ดังไปถึงลานหลัง ซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่แอบเข้ามา พอเห็นสถานการณ์ต่างใจนไม่กล้าเข้าห้องโถง
ซูซีหัวทำไมถึงได้โเี้ขนาดนั้น ท่านแม่ทัพเซียวก็อยู่ด้วยมิใช่หรือไร?
ไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่ หลังจากระบายอารมณ์ไปรอบหนึ่ง ซูซีหัวก็ถอยหลังช้า ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยโทสะกวาดไปที่ประตู ทำเอาซูชิ่งไห่ หดตัวไปข้างหลังซูชิ่งฮุยทันที
เขาเคยแต่รังแกคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแรง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับซูซีหัวเลยสักนิด
เซียวฝานยืนอยู่ด้านข้าง มองไปยังจุดที่ซูซีหัวลงมือ นอกจากประหลาดใจแล้วยังรู้สึกใ ซูชิ่งเฉิ ดูเหมือนจะร้องเสียงดังน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้รับาเ็เลยสักนิด
ความสามารถในการควบคุมเช่นนี้ ชัดเจนว่าต้องเข้าใจร่างกายมนุษย์อย่างถ่องแท้จึงจะทำได้
ซูซีหัวเรียนรู้มาจากที่ใดกัน?
เคร้ง!
ซูซีหัวโยนปิ่นในมือทิ้ง ปลายทื่อนั้นมีคราบเืติดอยู่ แต่นางกลับไม่ใส่ใจเลยสักนิด
"ผ้าเช็ดหน้าเ้าค่ะ"
ลี่จือส่งผ้าเช็ดหน้าอย่างระมัดระวัง
ฮูหยินใหญ่กำผ้าเช็ดหน้าของตนแน่นด้วยความหวาดกลัว ซูซีหัวที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางรู้สึกกลัว
ซูซีหัวรับผ้าเช็ดหน้ามา ถึงแม้นิ้วมือจะสะอาด แต่ก็ยังค่อย ๆ เช็ดอย่างใจเย็น หนึ่งนิ้ว สองนิ้ว...
บรรยากาศที่หยุดนิ่งอยู่แล้ว ยิ่งดูอึดอัดมากขึ้นเพราะท่าทางของนาง
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ซูซีหัวถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น "พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะหน้าของฮูหยินใหญ่และท่านผู้าุโ ข้าไม่อยากยุ่งกับเื่ของตระกูลซูเลยสักนิด แต่น่าเสียดายที่ข้าได้ตกลงไปแล้ว ก็ต้องออกหน้า"
"ลุงรอง เื่พันตำลึงทอง ท่านคิดหาคำพูดไว้บ้างหรือไม่?"
การกู้หนี้ยืมสินเป็เื่ปกติธรรมดา แต่ซูซีหัวก็อยากรู้รายละเอียดของกระบวนการ
ส่วนการลงโทษ เพียงยี่สิบกว่าครั้งเมื่อครู่ก็เพียงพอที่จะสั่งสอนซูชิ่งเฉิงแล้ว ทำให้เขาจดจำได้ว่าต่อไปห้ามกู้ยืมเงินพร่ำเพรื่อ
ผ้าเช็ดหน้าตกลงตรงหน้าซูชิ่งเฉิง ทำให้เขาสั่นเทิ้มและขดตัวเข้าหากัน "ข้า...ข้าไม่มีอะไรจะพูด"
เจ็บมาก ตรงที่โดนปิ่นแทงเจ็บมาก เจ็บจนแทบจะหมดสติไปแล้ว
"ท่าน...แน่ใจ...หรือ?"
ซูซีหัวเน้นย้ำทีละคำ มองไปที่ปิ่นปักผมอย่างมีนัยยะ
ซูชิ่งเฉิงยิ่งสั่นมากขึ้น "ข้า...ข้าไม่มีอะไรจะพูดจริง ๆ ตำลึงทองนั่นข้ายืมมาตอนเล่นการพนันจนหัวปั่น ข้า...ข้า..."
ในตอนนั้นเอง เซียวฝานที่ยืนดูอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้น "ตำลึงทองคำที่ยืมมาล้วนมีสัญญากู้ยืม"
ซูซีหัวลืมตาขึ้นเล็กน้อย "ใบสัญญากู้ยืมของลุงรองอยู่ที่ใด?"
ร่างกายของซูชิ่งเฉิงแข็งทื่อ "ใบสัญญากู้ยืม? ไม่มีใบสัญญากู้ยืม ข้าแค่...ข้าเล่นการพนันมาโดยตลอด"
"นั่นก็หมายความว่า ลุงรองไม่ได้เขียนใบสัญญากู้ยืม?"
"ใช่ ข้า...ข้าไม่ได้เขียนใบสัญญากู้ยืม ข้าไม่มีใบสัญญากู้ยืม..."
ซูซีหัวย่อตัวลง เกลี่ยผมของ ซูชิ่งเฉิง เบา ๆ "ในเมื่อไม่มีใบสัญญากู้ยืม แล้วหนี้หนึ่งพันตำลึงทองนี้มาจากที่ไหนกัน?"