“ทักษะดาบระดับเหนือเทพนั้นหายากมาก แต่มันอาจจะมีในหอบุตรแห่งสวรรค์ ถ้าเราเปิดเผยความแข็งแกร่งของบุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทาน กลับไปผ่านด่านทดสอบที่หอบุตรแห่งสวรรค์ เราควรจะได้รับคะแนนมากมาย มันอาจจะเพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนกับทักษะดาบระดับเหนือเทพที่เกี่ยวข้องกับพลังมิติได้!” เย่เทียนวางแผน
นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาคิดได้เพื่อที่จะได้รับทักษะดาบระดับเหนือเทพมา แต่ในปัจจุบันเขายังไม่สามารถกลับไปยังดาวสีเงินได้ชั่วคราว เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกที่เขาต้องจัดการ!
ประเด็นสำคัญคือเขาไม่ได้กลับมายังโลกเป็นเวลานานแล้ว หากเขาเร่งรีบจากไปอีกครั้ง จักรพรรดิจันทราภรรยาของเขาคงไม่เต็มใจที่จะปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
“ทักษะดาบระดับเหนือเทพเรายังไม่สามารถรีบร้อนได้ รอจนกว่าจะจัดการเรื่องราวบนโลกให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วกัน!” เย่เทียนพึมพำ
ในตอนนี้เผ่ามังกรและกองกำลังจากภายนอกถูกกวาดล้างหมดแล้ว แต่บนโลกยังคงมีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมาก
อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์บนโลกยังไม่ได้เป็นผู้ควบคุมโลกอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงระบบสุริยะทั้งหมด
ในฐานะจ้าวแห่งระบบสุริยะ หากเย่เทียนยังไม่สามารถควบคุมโลกที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาได้ เขาก็เป็นผู้นำที่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพออย่างไม่ต้องสงสัย
อีกทั้งยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
เหตุผลที่รอยแยกมิติจำนวนมากปรากฏขึ้นบนโลก เป็นเพราะโลกนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินไป ส่งผลให้มิติโดยรอบเกิดการผันผวนควบคู่ไปกับอิทธิพลของเขตแดนพลังปราณ มิฉะนั้นรอยแยกมิติเหล่านี้คงไม่ปรากฏขึ้นบนโลก
เมื่อรอยแยกมิติหายไป โลกจะไม่ถูกคุกคามโดยโลกอสูรอีกต่อไป แต่มันก็จะส่งผลต่อทรัพยากรเช่นกัน
ดังนั้นสิ่งแรกที่เย่เทียนต้องจัดการคือการรวบรวมทรัพยากรของโลกสัตว์อสูร รีบช่วงชิงทรัพยากรในโลกของสัตว์อสูรก่อนที่รอยแยกมิติจะหายไป
อย่างไรก็ตามโลกของสัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในอาณาเขตการปกครองภายใต้อิทธิพลของเผ่ามังกร หากทรัพยากรบนดวงดาวเหล่านั้นถูกแย่งชิงไป มันจะไม่นับว่าเป็นการช่วงชิงทรัพยากรของมนุษย์ด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้เย่เทียนจึงเรียกรวมระดับจักรพรรดิ เปิดการประชุมขึ้นในโลกเสมือนจริง
หลังจากนั้นไม่นาน ระดับจักรพรรดิจำนวนมากก็เข้าร่วมกับการประชุมในครั้งนี้
ในการประชุม เย่เทียนได้กล่าวว่า “จักรพรรดิทุกท่านจากทั่วประเทศจีน ฉันได้เรียกประชุมทุกคนในครั้งนี้เพื่อจะแนะนำบางอย่าง นั่นคือให้พวกคุณเร่งรีบช่วงชิงทรัพยากรภายในโลกของสัตว์อสูรโดยเร็วที่สุด จากการคำนวณของฉัน รอยแยกมิติบนโลกจะหายไปในไม่ช้า ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเรา มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะกวาดล้างโลกของสัตว์อสูร ถ้ารอยแยกมิติหายไป มันจะทำให้เราต้องสูญเสียทรัพยากรไปจำนวนมาก”
“รอยแยกมิติกำลังจะหายไป!!” จักรพรรดิหลิงเฟยขมวดคิ้ว
ตัวเขานั้นยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องราวต่างๆ ภายในโลกเซียนปฐพีและเกือบจะเพิกเฉยต่อโลกสัตว์อสูรไปอย่างสิ้นเชิง
ทรัพยากรส่วนใหญ่บนโลกได้มาจากโลกของสัตว์อสูร แม้ว่าบนโลกจะมีทรัพยากรอยู่มากมาย แต่มันก็เทียบไม่ได้กับโลกของสัตว์อสูร ทรัพยากรในโลกของสัตว์อสูรนั้นสะสมมาอย่างยาวนาน มันย่อมต้องอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าโลกที่พลังปราณเพิ่งฟื้นคืนเพียงร้อยกว่าปี
จากนั้นเย่เทียนก็เสนอว่าให้ผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิชาวจีนช่วยเหลือฐานทัพที่อ่อนแอโจมตีโลกของสัตว์อสูร ร่วมมือกันกวาดล้างโลกของสัตว์อสูรในแผ่นดินจีนโดยเร็วที่สุดเพื่อทรัพยากรในโลกของสัตว์อสูร
เมื่อกวาดทรัพยากรในโลกของสัตว์อสูรในแผ่นดินจีนสำเร็จ จากนั้นก็เดินทางไปยังพื้นที่ทะเล โจมตีโลกของสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหลังรอยแยกในทะเล
เมื่อถึงตอนนั้น หากรอยแยกมิติยังไม่หายไปก็ให้แยกย้ายกันไปเข้าสู่รอยแยกมิติของประเทศอื่นๆ
ในระยะเวลาอันสั้นนี้ต้องรวบรวมทรัพยากรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นั่นคือจุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้
“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์พวกเราเข้าใจแล้ว! จากนี้เราจะจัดแบ่งกำลังพลเพื่อช่วยกันโจมตีโลกของสัตว์อสูร รวบรวมทรัพยากรทันที!” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิหลายคนตอบรับทันที
จากนั้นพวกเขาก็ออฟไลน์ออกไปแยกย้ายรวบรวมกำลังคน และเย่เทียนเองก็ออฟไลน์ออกไปเช่นกัน
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น เย่เทียนได้แจ้งให้จักรพรรดิขวานสงครามและจักรพรรดิอื่นๆ ของฐานจงไห่เร่งระดมพลเพื่อเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรรวบรวมทรัพยากรโดยเร็ว
โลกของสัตว์อสูรหลังรอยแยกมิติระดับ 5 ดาวใกล้กับฐานจงไห่ไม่ได้มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแล้ว พวกเขาสามารถส่งจักรพรรดิระดับ 3 หรือ 4 ดาราเข้าไปกวาดล้างโลกของสัตว์อสูรทั้งหมดได้โดยที่เย่เทียนไม่จำเป็นต้องลงมือ
แต่เย่เทียนเองก็ยังส่งผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งของหอสวรรค์จำนวนมากออกไปเช่นกัน
จากนั้นเขาก็นำผู้ฝึกยุทธ์ของฐานจงไห่และหอสวรรค์อีกหลายคนเดินทางไปยังฐานทะเลมารเพื่อโจมตีรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวที่อยู่ใกล้กับฐานทะเลมาร
ใช่แล้ว
เย่เทียนตั้งใจที่จะส่งคนเข้าไปในโลกวานรมังกรที่อยู่เบื้องหลังของรอยแยกมิติ 3 ดาวดังกล่าว
ภายใต้สถานการณ์ปกติ รอยแยกมิติ 3 ดาวอนุญาตให้เพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหรือต่ำกว่าเท่านั้นที่จะผ่านไปได้ ไม่สามารถส่งผู้ฝึกระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับจักรพรรดิเข้าสู่รอยแยกมิติ 3 ดาวได้
แต่ในความเป็นจริงถึงแม้จะเป็นรอยแยกมิติ 3 ดาว แต่ก็มีวิธีการที่จะสามารถยกระดับมันให้กลายเป็นรอยแยกมิติ 4 ดาวหรือรอยแยกมิติระดับ 5 ดาวได้
เพียงแต่คนทั่วไปไม่รู้ถึงวิธีการนี้
แต่เย่เทียนย่อมรู้ดี และในช่วงที่เขาอยู่บนดาวสีเงิน เขาตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับรอยแยกมิติ
มีหลายวิธีการที่จะเพิ่มระดับรอยแยกมิติ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการสร้างค่ายกลมิติพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนยังไม่เคยได้ศึกษาค่ายกลมิติมาก่อน และเขาก็ไม่ต้องการที่จะเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้
อีกวิธีหนึ่งคือการใช้พรสวรรค์ด้านมิติเพื่อบังคับขยายรอยแยกมิติ มันไม่ใช่วิธีการฝืนฉีกกระชากรอยแยกด้วยกำลัง มิฉะนั้นจะต้องทนรับพลังสะท้อนกลับของรอยแยกเช่นเดียวกับเย่เทียนก่อนหน้านี้
การใช้พรสวรรค์ด้านมิติขยายรอยแยกคือการรวมพลังแห่งมิตินับไม่ถ้วน ผสานเข้ากับรอยแยกมิติ เพื่อให้รอยแยกมิติดูดซับพลังแห่งมิติและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรอยแยกมิติระดับ 5 ดาว
เพียงแต่ว่าการทำเช่นนี้ในโลกสามารถทำให้รอยแยกมิติกลายเป็นระดับ 5 ดาวได้เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว
ตูม!!!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดิอีกหลายคนมุ่งหน้าไปยังฐานทะเลมาร จากนั้นตรงไปยังรอยแยกมิติ 3 ดาว
สำหรับการมาถึงของตัวตนระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับจักรพรรดิจำนวนมาก ในฐานะหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดของฐานทะเลมาร หยุนเมิ่งหลีจะไม่สามารถรับรู้ได้อย่างไร
ดังนั้นเขาจึงนำนักรบระดับราชาจำนวนมากของฐานทะเลมารมุ่งหน้าไปยังรอยแยกมิติ 3 ดาวเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
ทันทีที่มาถึง หยุนเมิ่งหลีบังเอิญไปพบคนรู้จักซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเขาซึ่งเคยเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชา แต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว
“หลี่เฟิง!”
หยุนเมิ่งหลีส่งเสียงผ่านจิตสำนึกอย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อหลี่เฟิงเห็นหยุนเมิ่งหลี เขาจึงออกไปพบทันที
เขาไม่ได้ดูถูกหยุนเมิ่งหลี แม้ว่าหยุนเมิ่งหลีจะยังคงเป็นแค่ระดับราชา ทั้งสองยังคงเป็นสหายที่ดีต่อกัน
“หยุนเมิ่งหลี คุณก็อยู่ที่นี่ด้วย!” หลี่เฟิงกล่าว
“ฉันจะไม่มาได้อย่างไร ตัวตนระดับศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดิจำนวนมากบินผ่านฐานทะเลมารของเรา ฉันในฐานะผู้นำของฐานทะเลมารจำเป็นต้องมาตรวจสอบสถานการณ์” หยุนเมิ่งหลีกล่าวตอบอย่างช่วยไม่ได้
ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “หลี่เฟิง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นไปได้ไหมว่ารอยแยกมิติระดับ 3 ดาวนี้กำลังจะเกิดปัญหา”
หลี่เฟิงกล่าวตอบอย่างเคร่งขรึม “ใช่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากสัตว์อสูร แต่เป็นพวกเรา พวกเรามาที่นี่เพื่อโจมตีโลกของสัตว์อสูร เพื่อกวาดล้างทรัพยากรของโลกสัตว์อสูรนั้น”
“อะไรนะ!! โจมตีโลกสัตว์อสูร?”
ดวงตาของหยุนเมิ่งหลีเบิกกว้างขึ้น เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงรอยแยกมิติ 3 ดาว ผู้แข็งแกร่งที่มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าระดับราชาจะผ่านมันได้อย่างไร?
เย่เทียนก่อนนี้เคยผ่านรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวด้วยพรสวรรค์ด้านมิติของเขาก็จริง แต่เขายังต้องอดทนต่อผลสะท้อนกลับของพลังมิติจนได้รับบาดเจ็บ
“แล้วคุณจะผ่านรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวไปได้ยังไง” หยุนเมิ่งหลีอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“โดยปกติแล้วพวกเราย่อมไม่สามารถทำอะไรรอยแยกนี้ได้ แต่จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ย่อมมีทางแน่!!” หลี่เฟิงกล่าวด้วยความมั่นใจ
จักรพรรดิหมื่นสวรรค์!
หยุนเมิ่งหลีรู้ดีว่าใครคือจักรพรรดิหมื่นสวรรค์ แน่นอนว่าคนผู้นั้นย่อมคือเย่เทียน
เย่เทียนเคยเป็นคนของฐานทะเลมาร แต่ความแข็งแกร่งของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอนนี้มันเกินกว่าจินตนาการของเขาไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเขายังคงไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับเย่เทียน เพียงแต่รู้ว่าเย่เทียนนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งในหมู่จักรพรรดิด้วยกัน
ท้ายที่สุดตัวเขาเป็นเพียงราชา แม้ว่าเขาจะมีคุณสมบัติที่สามารถเข้าสู่โลกเสมือนจริงได้ แต่ข้อมูลที่เขามีนั้นน้อยมาก
ในขณะเดียวกัน ร่างหนึ่งก็เคลื่อนย้ายเข้ามาและปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าจักรพรรดิหลายคน
“คารวะท่านจักรพรรดิหมื่นสวรรค์!”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับศักดิ์สิทธิ์ต่างก้มลงเพื่อทำความเคารพเขา
เย่เทียนเหลือบมองไปรอบๆ และพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นมือขวาของเขาก็เคลื่อนไหวลบค่ายกลขนาดใหญ่ที่ปิดผนึกรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวทันที
ปัง!!!
รอยแยกมิติสามดาวที่เดิมถูกระงับไว้ บัดนี้ค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ และหลังจากนั้นไม่นานมันก็กลายเป็นรอยแยกมิติ 3 ดาวเช่นเดิม
“ทุกคนถอยออกไปให้ไกล!” เย่เทียนสั่ง
“ครับ!”
ทุกคนต่างรีบถอยออกไป ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของเย่เทียน
ในพริบตาทุกคนก็ออกห่างจากรอยแยก
ในเวลาเดียวกันหยุนเมิ่งหลีก็กล่าวด้วยเสียงกระซิบว่า “หลี่เฟิง ฉันเห็นว่าจักรพรรดิบางคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้นำของกองกำลังที่แข็งแกร่งในฐานทัพจงไห่ แม้ว่าจักรพรรดิหมื่นสวรรค์จะเป็นผู้นำของหอสวรรค์ แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะมีสถานะเท่าเทียมกันหรอกหรือ? ทำไมระดับจักรพรรดิเหล่านั้นจึงเคารพจักรพรรดิหมื่นสวรรค์ราวกับว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เฟิงจึงกล่าวออกมาอย่างเร่งรีบ “หยุนเมิ่งหลี ระวังคำพูดของคุณด้วย แม้คุณจะเป็นคนรู้จักของจักรพรรดิหมื่นสวรรค์ แต่อย่าได้กล่าวเช่นนี้ ถึงแม้จักรพรรดิหมื่นสวรรค์จะไม่สนใจ แต่หากจักรพรรดิคนอื่นๆ ได้ยินเข้าพวกเขาจะต้องลงมือสั่งสอนคุณอย่างแน่นอน คุณไม่สามารถเอาจักรพรรดิหมื่นสวรรค์ไปเปรียบเทียบกับจักรพรรดิทั่วไปได้ ความแข็งแกร่งของทั้งสองไม่ใช่ระดับเดียวกัน!”
“ไม่ใช่ระดับเดียวกัน?”
หยุนเมิ่งหลีพึมพำอย่างมึนงง