ตอนที่ 7
“นี่คุณครับ ยืนทำอะไรอยู่… จะรอให้ทหารแดงมาจับตัวไปเหรอ? เฮ้! คุณ!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งผ่านมาเจอเสวี่ยหรูเข้าพอดี เขาจึงชะลอฝีเท้าเรียกเธอเสียงดังด้วยความเป็นห่วง คนอื่นๆ เขาหนีกันไปหมดแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยืนเซ่ออะไรกันอยู่!
ถ้าเขาไม่ได้ทำของสำคัญราคาแพงหล่นเอาไว้ก็คงหนีไปแล้วเช่นกัน แต่นี่เขากลับเสี่ยงวิ่งกลับมาเอาดันเจอเข้ากับคนโง่ไม่รู้เรื่องราว? เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากหญิงสาวโดนทหารแดงจับได้จะโดนทรมานอย่างไร? แล้วนั่นที่อุ้มอยู่ใช่เด็กเล็กมั้ยเนี่ย!
โถ่เว้ย!
เสวี่ยหรูได้สติก็รีบมองไปที่ต้นเสียง… หลังจากที่เธอเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่วิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอก็รีบอุ้มสวี่หลิวลี่ขึ้นมาทันที… อาจจะเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะไม่รอเธอจึงตะโกนออกไปเสียงดัง “คุณคะ รอฉันด้วย ฉันไม่รู้ทางออก!!” หญิงสาวเร่งฝีเท้าตามเขาไปอย่างรวดเร็ว…
ตุบ!!! เคร้ง!!!
เพราะตลาดมืดนั้นไม่ค่อยสว่างซักเท่าไหร่ ด้วยความเร่งรีบจนไม่ได้สังเกตทางให้ดี เสวี่ยหรูจึงสะดุดเข้ากับสิ่งของที่คนขายทิ้งไว้ตามพื้น ล้มหน้าคะมำไปข้างหน้าทันที
อาจเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะล้ม เสวี่ยหรูจึงกระชับอ้อมแขนกอดสวี่หลิวลี่เอาไว้แน่น
ตัวเธอเจ็บไม่เป็นไร แต่จะให้ทารกน้อยมีรอยขีดข่วนไม่ได้!! เด็กคนนี้เป็นผู้หญิง การมีแผลเป็นถือว่าเป็นตราบาป!!
เพราะแขนสองข้างที่ควรจะใช้ยันพื้นปกป้องร่างกายถูกเอาไปใช้กอดเด็กน้อยเอาไว้แล้ว เสวี่ยหรูจึงล้มลงไปกับพื้นเสียงดัง
เธอเจ็บจนต้องร้องซี๊ดปากแต่ลูกสาวของเธอสวี่หลิวลี่กลับจ้องมองเธอตาแป๋วไม่ร้องไห้ออกมาซักแอะ
เธอใช้มือลูบสำรวจเด็กหญิงตัวน้อยอย่างร้อนรน เมื่อพบว่าหลิวลี่ไม่มีบาดแผลตรงไหนแล้วถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะตบหลังเด็กน้อยเบาๆ พลางกล่าว "เด็กดีๆ .."
ชายหนุ่มที่วิ่งนำเธอไปแล้วถึงกับชะงักเท้าหันกลับมาดูเธอทันทีที่ได้ยินเสียงคนล้ม เขาสบถเสียงดัง "ให้ตายสิ...!" ก่อนจะวกกลับมาพยุงเธอขึ้นจากพื้น
"คุณวิ่งไหวรึเปล่า?" เขาถามเธอเสียงเบา เพราะยามนี้เขาเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าของคนมากมายวิ่งมาทางนี้แล้ว
เสวี่ยหรูข้อเท้าเคล็ด... แค่ขยับเล็กน้อยยังเจ็บถึงขนาดนี้ จะให้วิ่งก็คงไม่ไหวแน่ เธอตั้งใจจะบอกให้เขาหนีไปก่อนและทิ้งเธอไว้ที่นี่
แต่ยังไม่ทันอ้าปาก ร่างของเธอก็ลอยขึ้นไปในอากาศทันที พร้อมกับลูกน้อยที่อยู่ในอก
หลิวลี่ที่ตื่นแล้วถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ เอิ้กๆ อ๊ากๆ เพราะคิดว่าเธอกำลังเล่นด้วย
เสวี่ยหรูกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น... เธอรู้สึกราวกับมีปีกงอกออกมาที่หลัง เมื่อเงยหน้าขึ้นดูก็พบภาพคางของชายหนุ่มคนหนึ่ง ดวงตาของเธอพร่าเลือนเล็กน้อย ก่อนจะพึ่งรู้ตัวว่า...
เขากำลังอุ้มเธออยู่!!!
เอ่อ... ส่วนเธอก็อุ้มสวี่หลิวลี่อีกที
หลังจากที่คิดได้แล้ว กลิ่นความโรแมนติกก็จางหายไปทันที เธอยังไม่คิดจะหาพ่อใหม่ให้ลูกสาวตัวน้อยของเธอตอนนี้หรอกนะ!! ไว้รอให้พวกแกโตก่อนก็แล้วกัน
ทางด้านชายหนุ่มเขาไม่รู้ว่าหญิงสาวในอ้อมอกกำลังคิดเพ้อฝันสิ่งใด เพราะหลังจากอุ้มเสวี่ยหรูขึ้นมาแล้วเขาก็ออกวิ่งทันทีโดยไม่เหลียวหลังมอง
แม้ทางจะมืดแต่ก็ถือว่าเขาคล่องแคล่วว่องไวมาก สามชีวิตวิ่งไปตามทางมืดๆ ได้ยินแต่เสียงของสายลมหวีดวิวข้างหูเท่านั้น
ผ่านไปไม่นาน อยู่ๆ สวี่หลิวลี่ที่ปกติจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยเลี้ยงง่ายเป็นอย่างมาก กลับร้องไห้งอแงขึ้นมาเสียงดัง!
แง๊.....!!! แง๊.....!!! แง๊....!!!
เสวี่ยหรูรีบคลำไปที่ผ้าอ้อมของลูกสาวโดยสัญชาตญาณก็พบว่ามันเปียกจนแฉะไปหมดแล้ว
โถ่ หลิวลี่! ทำไมลูกถึงต้องมาฉี่ตอนนี้เนี่ย!
เขาและเธอสบตากันทันทีอย่างทำอะไรไม่ถูกหลังสวี่หลิวลี่ร้องไห้ออกมา เพราะเสียงร้องไห้ของสวี่หลิวลี่ดังมากเสียจนทหารแดงบริเวณใกล้เคียงวิ่งตรงมาทางพวกเขาทันที!
"ทางนั้น!..." เสียงมัจจุราชดังขึ้นมาจากข้างหลังพวกเขา เสวี่ยหรูมองทางเบื้องหน้าซ้ายขวาก็พบว่าเป็นทางที่นางพอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง... ไม่ใช่สินางจำทางนี้ได้ดีเลยล่ะ!!
นี่มัน... ทางไปร้านที่เธอเคยขายสบู่นี่!! เธอต้องจำร้านนั้นได้อยู่แล้วเพราะเธอต้องขนสบู่ไปๆ กลับๆ ที่ร้านนั้นตั้งสิบกว่ารอบกว่าจะส่งสบู่หอม 2400 ก้อนจนครบแบบไม่น่าสงสัย!!
จะว่าไปร้านนั้นมีหน้าร้านรับคูปองถูกกฎหมาย ถ้าเธอไปขอเถ้าแก่หลบภายในร้านก็อาจจะรอดจากความซวยนี้ได้!
ดวงตาของเธอมีประกายของความหวังทันที เมื่อคิดได้แล้วก็รีบบอกทางชายหนุ่มให้ออกวิ่งไปในทางที่เคยคุ้นเคย
"ทางนั้น ไปทางนั้นเร็วเข้า!!!" เสวียหรูดึงแขนเสื้อของผู้ชายคนนั้นอย่างร้อนรน... เพื่อที่จะให้เข้าไปตามที่เธอบอก
เมื่อคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ชายคนนั้นจึงวิ่งไปตามทางที่คนในอ้อมแขนบอกอย่างว่าง่าย
พวกเขาวิ่งไปไม่ไกลมาก หลังจากเลี้ยวอยู่ 2-3 ครั้ง เสวี่ยหรูก็พบเข้ากับหน้าร้านค้าที่คุ้นเคย แต่ตอนนี้ประตูสังกะสีถูกดึงปิดลงมาทำให้ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้
เธอสะกิดให้ชายหนุ่มเคาะประตูเถ้าแก่ร้านเบาๆ ทันที ปังๆๆ .. ปัง...!!
แต่เพราะประตูเป็นสังกะสี และชายหนุ่มคนนี้กะแรงของเขาไม่ดีจึงเกิดเสียงดังกังวานขึ้นมาทั่วทั้งซอย เสวี่ยหรูรีบหันไปมองหน้าชายหนุ่มคนนั้นทันทีอย่างคาดโทษ
เธอสะกิดให้เขาทุบเบาๆ ทุบเสียงดังแบบนี้อยากจะเรียกทหารแดงมาทั้งกองทัพเลยรึยังไงกันเนี่ย!!
"เถ้าแก่คะ เถ้าแก่ ฉันเองค่ะ!! คนแซ่มู่ที่ขายสบู่หอม"
เถ้าแก่ร้านที่หลบอยู่ข้างในได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าร้านก็แง้มประตูหลังร้านออกมาดูว่าหน้าร้านของเขาใครกันถึงกล้ามาทุบประตูแบบนี้
จะใช่ทหารแดงรึเปล่า?
หลังพบว่าเป็นหญิงสาวที่คุ้นเคยกันดีก็รีบกวักมือเรียกเธอทันที ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ใช่ทหารแดงพวกนั้น "นังหนูทางนี้!!"
ชายหนุ่มอุ้มเสวี่ยหรูเอาไว้ก่อนจะรีบเดินตรงไปที่ประตูหลังร้าน
เถ้าแก่ที่เห็นผู้ชายร่างกายกำยำอุ้มผู้หญิงตัวเล็กเอาไว้ก็ส่งเสียง จิ๊ ปากอย่างขัดใจ
ในยุคนี้ชายหญิงยามเดินคู่กันในที่สาธารณะ หากมีเหตุจำเป็นต้องไปด้วยกันจริงๆ จะต้องพกทะเบียนสมรสมาด้วยตลอดเวลาเพราะถ้าหากโดนทหารเรียกตรวจแล้ว พบว่าไม่ได้นำทะเบียนมาด้วย อาจจะต้องเสียเวลาไปยืนยันตัวตนที่ที่ว่าการอำเภอหรืออาจจะต้องเสียงเงินเพื่อจ่ายค่าปรับ
แต่ดูชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้สิ.... จิ๊ๆๆ ไม่ได้ความเลยจริงๆ ถึงขนาดอุ้มกันเดินมาเช่นนี้ อยากจะให้ตาแก่เช่นเขาอิจฉาไปจนตายเลยรึไง!!
เสวี่ยหรูที่บังเอิญเห็นสายตาของเถ้าแก่ร้านเขา ก็หน้าแดงด้วยความอายทันที... นี่เขาเข้าใจไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย!!!แม้จะอยากอธิบายเต้าเป็นไปเป็นมาให้เถ้าแก่ฟัง แต่ตอนนี้การหาที่หลบภัยย่อมต้องสำคัญกว่า!
เถ้าแก่รีบพาเขาและเธอเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเลิ่กพรมเช็ดเท้าในห้องครัวขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
เสวี่ยหรูสังเกตเห็นจุดผิดปกติอยู่ที่หนึ่ง หากไม่ตั้งใจหาจริงๆ แล้วอาจจะไม่พบก็ได้
เพราะมีช่องเล็กๆ พอให้นิ้วสอดเข้าไปได้อยู่ช่องหนึ่ง เถ้าแก่คุ้นเคยกับช่องลับนี้เป็นอย่างดี เขาสอดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปก่อนจะยกแผ่นกระดานขึ้นมาอย่างคุ้นเคย
ห้องใต้ดิน!!!
ข้างใต้แผ่นกระดานเป็นห้องแคบๆ ห้องหนึ่ง มองจากสายตาแล้วสามารถให้คนลงไปนั่งได้สองคนพอดี
ชายหนุ่มก้าวเท้าลงไปในห้องแคบๆ นั้นก่อน หลังจากนั้นก็เงยหน้ามองมาที่เธอ
สายตาของเขาบ่งบอกว่าขัดใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าเธอยังยืนเซ่อซ่าอยู่ที่เดิม ดังนั้นเธอจึงรีบตามเขาลงไปในหลุมทันที
ถึงจะเรียกว่าห้องใต้ดินแต่ที่จริงแล้วมันเป็นเพียงหลุมแคบๆ ที่เถ้าแก่เอาไว้ซ่อนทองคำที่เขาแอบซื้อเก็บไว้เท่านั้น ไม่ได้กว้างพอให้นั่งในท่าสบายๆ ได้เลย
ต้องขอบคุณที่เธอรับชำระค่าสบู่เป็นทองคำครึ่งหนึ่ง เพราะหลังจากให้ทองคำเธอมาทั้งหมด ตอนนี้หลุมนี้จึงว่างเปล่าพอให้คนทั้งคู่ลงไปนั่งได้
สวี่หลิวลี่ไม่สามารถลงมาในหลุมกับพวกเธอได้เพราะที่มันแคบจนเกินไป เถ้าแก่ร้านจึงอาสาดูแลให้ชั่วคราว
หากทหารแดงตรวจสอบจริงๆ เขาก็สามารถบอกได้ว่าเป็นลูกสาวของตนเอง
หลังจากถอดผ้าอ้อมเปียกๆ ออก สวี่หลิวลี่ก็กลับมาเป็นเด็กน้อยน่ารักดังเดิม แม้จะฝากให้เถ้าแก่อุ้มเอาไว้ หลิวลี่ก็ไม่ร้องงอแงออกมาซักแอะเดียว
หลังจากจัดท่าจัดทางเสร็จแล้วแผ่นกระดานก็ถูกเถ้าแก่เลื่อนลงมาปิดไว้ด้านบนดังเดิม ก่อนที่เขาจะเอาพรมเช็ดเท้ามาปิดเอาไว้ข้างบนแผ่นกระดานอีกที
ความเงียบเข้าครอบงำคนทั้งคู่ทันทีที่พรมถูกเลื่อนมาปิดไว้ข้างบน ตอนนี้ในหลุมแคบๆ นั้นมีเพียงเสวี่ยหรูกับชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จักนั่งเบียดกันอยู่ข้างในคล้ายปลากระป๋อง
หน้าของเธอกับเขาเกือบจะติดกันอยู่แล้ว ยามที่เขาหายใจออกมาเธอยังแอบได้กลิ่นมิ้นต์จางๆ อีกด้วย
ปากหอมเสียจริงนะพ่อคุ๊ณณณณ...!
ภายในหลุมมืดสนิด เสวี่ยหรูจึงมองอะไรไม่เห็นแม้แต่น้อย... หลังจากนั่งอยู่พักหนึ่งข้อเท้าของเธออยู่ๆ ก็เจ็บปวดขึ้นมากะทันหัน เธอจึงเอื้อมมือไปนวดมันเบาๆ
คาดไม่ถึง!!! นิ้วของเธอดันไปสัมผัสโดนนาฬิกาของชายหนุ่มเข้า เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวิหลังจากมือของเธอสัมผัสไปโดน
หน้าปัดของนาฬิกาที่เคยมืดสนิท พลันสว่างวาปขึ้นมาทันที เข็มนาฬิกาที่กำลังเดินอยู่ก็เรืองแสงออกมาเป็นสีเขียวที่คุ้นตา...
เสวี่ยหรูมองไปที่หน้าปัดนาฬิกาทันทีด้วยความตกใจ...!!!
หรือว่าจะเป็นเค้า!?!
ชายหนุ่มที่ซื้อนาฬิกาของเธอไปวันนั้น?!?
ฝากกดหัวใจและกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ!