หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยต่อว่า “ดังที่เฉิงเหยาจินกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ บ้านของข้าไม่ได้อยู่ในวัง งั้นบ้านของพ่อข้าก็ไม่ได้อยู่ในวังเช่นกัน? แต่ขอโทษด้วยที่พ่อข้าคือหลี่ซื่อหมินฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถัง! เ้าจบสิ้นแล้วเฉิงเหยาจิน! เ้ากล้าดีอย่างไรบอกว่าบ้านของพ่อข้าหลี่ซื่อหมินไม่ได้อยู่ในวัง? โฮ่ เฉิงเหยาจิน หรือว่าเ้าคิดจะก่อฏ เ้าอยากเป็ฮ่องเต้เสียเองรึ? เ้าคิดจะ…ทำให้พระราชวังแห่งนี้เป็บ้านของเ้าสินะ?”
“ครืน…”
ทันทีที่พูดจบ เฉิงเหยาจินก็ทรุดตัวลงกับพื้นเสียงสั่นะเืพลางเอ่ยเสียงสะอื้น “องค์ชายแปด กระหม่อมไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“เฉิงเหยาจิน เ้ารู้ผิดหรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้ผิด กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมยินดีรับโทษ!”
เฉิงเหยาจินเริ่มหวาดกลัว
หากหลี่เฉิงเฟิงเอ่ยถ้อยคำเมื่อครู่นี้ต่อหน้าหลี่ซื่อหมิน ก็เป็ไปได้มากที่เขาจะเสียหัวและสูญสิ้นชีวิต!
บัดนี้ในที่สุดเฉิงเหยาจินก็ตระหนักได้ถึงความร้ายกาจขององค์ชายแปด
ฉินฉงที่อยู่ด้านข้างส่ายศีรษะถอนใจอย่างหมดหนทาง
เว่ยเจิงมีสีหน้าตื่นตระหนก
บอกแล้วว่าอย่าทะเลาะกับองค์ชายแปด อย่าแข็งข้อกับองค์ชายแปด ตอนนี้เป็เ้าเองที่ทุกข์ทรมานใช่ไหมเล่า?
เฉิงเหยาจินน้ำตาคลอเบ้า ศึกในวันนี้ เขาพ่ายแพ้แล้ว!
“องค์ชายแปด กระหม่อมยินดีรับโทษ ได้โปรดอย่าทูลเื่ที่เกิดขึ้นกับฝ่าาได้หรือไม่? กระหม่อมภักดีต่อราชวงศ์ถัง ซื่อสัตย์ไม่เป็สอง!”
เฉิงเหยาจินยังคงร้องขอให้หลี่เฉิงเฟิงอภัย
ฉินฉงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นว่า “ใช่แล้วองค์ชายแปด หลูกว๋อกงร่วมเป็ร่วมตายกับฝ่าามานานหลายปี ช่วยฝ่าาจากภยันตรายหลายหน ดังนั้นท่านได้โปรดเห็นแก่พระพักตร์ฝ่าา ลงโทษหลูกว๋อกงสถานเบาด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ถึงอย่างไรเขาก็อายุมากแล้ว ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน!!”
“ย่อมได้ เพื่อเห็นแก่หน้าพ่อข้า! ข้าจะยกโทษให้เ้าสักครั้ง!”
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ละเว้นโทษปะา แต่ก็ยากที่จะให้อภัย ไปยังแท่นปะารับโทษโบยร้อยครั้งด้วยตัวเองเสีย ยังต้องให้ข้าพูดอีกหรือไม่?”
“ทราบแล้วองค์ชายแปด กระหม่อมจะทำ กระหม่อมยินดีรับโทษ! กระหม่อมจะไปรับโทษพ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากพูดจบ เฉิงเหยาจินก็ลุกขึ้นยืน ปัดบั้นท้ายของเขา แล้วรีบออกไปจากจวนเจิ้นอ๋อง มุ่งหน้าสู่แท่นปะาเพื่อรับโทษ
ไม่ลงโทษไม่ได้ หากไม่ถูกลงโทษสักครั้ง เฉิงเหยาจินย่อมรู้สึกอึดอัดใจ
ด้วยโทษโบยร้อยครั้ง เฉิงเหยาจินจึงรู้สึกดีขึ้นมาก
ท้ายที่สุดเมื่อครู่นี้เขาพูดไม่เข้าเื่ ดูิ่องค์ชายแปด ซึ่งเทียบเท่ากับการดูิ่ราชวงศ์ถังอันยิ่งใหญ่ ดูิ่ฝ่าา!
โชคดีที่องค์ชายแปดค่อนข้างมีเหตุผล ไม่ทำให้เื่ยุ่งยากโดยการทูลฝ่าา มิเช่นนั้นเฉิงเหยาจินคงรักษาหัวของตนเองไว้ไม่ได้แล้ว!
เฉิงเหยาจินเดินอย่างเร่งรีบ แม้แต่ขวานคู่ที่วางอยู่บนพื้นก็ลืมหยิบไปด้วย มุ่งหน้าไปยังแท่นปะาเพื่อรับโทษอย่างกระตือรือร้น
เพชฌฆาตที่เห็นดังนั้นก็ตกตะลึงในทันใด
เมื่อวานอัครมหาเสนาบดีเว่ยเจิงก็มารับโทษโบยร้อยครั้ง วันนี้หลูกว๋อกงเฉิงเหยาจินก็มารับโทษโบยร้อยครั้งด้วยเช่นกัน?
แปลกยิ่กนัก? ภายในพระราชวัง บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็คนหยิ่งผยอง แต่กลับมารับบทลงโทษที่นี่ด้วยความหวาดกลัวเสียได้?
ราวกับว่าหากพวกเขาไม่ได้รับโทษ พวกเขาจะต้องคับอกคักใจเป็แน่?
เฉิงเหยาจินนอนอยู่บนกระดานไม้สองแผ่น ถอดกางเกงออก เผยให้เห็นบั้นท้ายอันอวบอ้วน
เขาหันกลับไปมองเพชฌฆาต ก่อนจะตวาดว่า “โบยสิ โบยหนึ่งร้อยไม้ เ้าจะโบยหรือไม่? ถ้าเ้าไม่โบย ให้ข้าจะโบยเ้าเสียเองดีไหม?”
“เอ่อ คือว่า หลูกว๋อกง ข้าขอบังอาจถาม ท่านทำให้ใครขุ่นเคืองหรือ? หรือว่าท่านจะทำให้ฝ่าาไม่พอพระทัย?”
เพชฌฆาตเอ่ยถามเฉิงเหยาจินอย่างระมัดระวัง
เฉิงเหยาจินทอดถอนใจแล้วเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ว่า “มันน่ากลัวยิ่งกว่า! คนที่ข้ายั่วยุก็คือองค์ชายแปด!”
“อะไรนะ? ยั่วยุองค์ชายแปดอีกแล้วหรือ? ว่ากันว่าเมื่อวานองค์ชายแปดรายงานขุนนางใหญ่สามคน มีโทษถึงตาย ทุกคนล้วนถูกตัดศีรษะ! แล้วท่านกล้ายั่วยุองค์ชายแปดได้อย่างไร?”
“โธ่ถัง หยุดพูดเหลวไหลกับบิดาได้แล้ว โบยข้าเลย โบยข้าหนัก ๆ อย่าได้เมตตา หากเ้าลงมือเบา ข้าจะกลับมาหาเ้าในภายหลัง!”
เมื่อเพชฌฆาตได้ยินดังนั้น ช่างเถอะ แค่ทำในสิ่งที่ควรทำ
ในเมื่อเป็คำขอของท่าน ก็อย่าตำหนิข้าแล้วกัน
“ล่วงเกินแล้ว หลูกว๋อกง!”
“ดี ตีข้าแรง ๆ เหยาจินผิดไปแล้ว โบยเลย! เป็เหยาจินที่พูดจาเหลวไหล โบยได้ดี!”
ขณะที่เพชฌฆาตกำลังทุบตีอยู่นั้น เฉิงเหยาจินก็พึมพำว่าเขาโบยได้ดี โบยเลย!
ขุนนางของราชสำนักที่ผ่านไปมาล้วนมองไปยังแท่นปะาอย่างเหลือเชื่อ
ผู้ที่ถูกลงโทษอยู่บนแท่นก็คือหลูกว๋อกง หนึ่งในยี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนแห่งยุคราชวงศ์ถังมิใช่หรือ? เขาถูกทุบบั้นท้าย แล้วยังบอกว่าโบยได้ดีอีกหรือนี่?
กระทั่งเื่นี้ได้ยินมาถึงหูของหลี่ซื่อหมิน
ณ ห้องทรงอักษร หลี่ซื่อหมินซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่นั้น ได้ยินว่าเฉิงเหยาจินถูกลงโทษบนแท่นปะา
บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยว
เพราะหลี่ซื่อหมินรู้ว่าเฉิงเหยาจินจะต้องถูกองค์ชายแปดหลอกล่อเป็แน่
แล้วถึงขนาดรีบวิ่งไปที่แท่นปะาเพื่อรับการลงโทษด้วยความสมัครใจ?
“เป็ไปได้ไหมว่ายี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนแห่งยุคราชวงศ์ถังไม่สามารถต่อกรกับเฟิงเอ๋อร์ของเราได้? ฮ่าฮ่า น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก!”
หลี่ซื่อหมินลูบเคราพลางยกยิ้มอย่างมีนัย
……
ในอีกด้านหนึ่ง ณ จวนเจิ้นอ๋อง หลังจากเฉิงเหยาจินจากไป บรรยากาศมีความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“เหยาจินเอ๋ยเหยาจิน เ้าไม่ฉลาดเอาเสียเลย!”
หลี่เฉิงเฟิงมองไปที่พวกฉินฉงทั้งสามคนแล้วจึงเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “เอาล่ะ เฉิงเหยาจินก็ถูกข้าจัดการแล้ว คนต่อไป…”
“เอ่อ…”
คนต่อไป?
ฉินฉงไม่รู้จะตอบเช่นไร
ส่วนเว่ยเจิงสีหน้าแดงก่ำ ัับั้นท้ายที่รู้สึกปวดระบมอยู่เล็กน้อย
เขาไม่กล้ายั่วยุองค์ชายแปด เมื่อวานนี้บั้นท้ายโดนโบยร้อยหนยังไม่หายดี หากวันนี้โดนโบยอีกร้อยหน เกรงว่าพรุ่งนี้คงเดินไม่ไหวเป็แน่
เห็นเพียงฉินฉงป้องมือแล้วเอ่ยว่า “องค์ชายแปด กระหม่อมขอร้องให้ท่านไปเรียนที่สำนักอักษร นี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง! คนเราย่อมต้องเรียนรู้ ท่านอายุเพียงหกขวบ จะเที่ยวเล่นซุกซนไปวัน ๆ ไม่มีวิชาความรู้ได้อย่างไร ”
“ผิดแล้ว ข้าจะไม่มีวิชาความรู้ได้อย่างไร? ข้าไม่ไปเรียนที่สำนักอักษร เพราะตู้หรูฮุ่ยสอนข้าไม่ได้ต่างหาก”
“อันใดกัน? นี่…ตู้หรูฮุ่ยเป็อัครมหาเสนาบดี ขุนนางฝ่ายพลเรือนสูงสุด ด้านความสามารถ เป็หนึ่งในสามอันดับแรกจากทั่วทั้งต้าถัง องค์ชายแปด ถ้าบอกว่าเขาสอนท่านไม่ได้ เช่นนั้นขอถามว่าใต้หล้านี้ ยังมีใครที่สอนท่านได้อีกบ้าง?”
“ไม่มีใครสอนข้าได้ เพราะพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าอยากเรียนเลยต่างหากเล่า!”
“เฮ้อ…”
ฉินฉงถอนหายใจยาว เขารู้ว่าตนเองมิอาจพูดพล่ามกับองค์ชายแปดได้ เพราะหากเถียงกันต่อไปแล้วองค์ชายแปดโมโห คาดว่าคงเป็เขาเองที่ได้รับการสั่งสอนจากองค์ชายแปด
ฉินฉงส่ายศีรษะอย่างหมดหนทาง ก่อนจะพูดว่า “กระหม่อมการศึกษาไม่ดีพอ สั่งสอนองค์ชายแปดมิได้ แต่ถ้าองค์ชายแปดอยากเรียนวรยุทธ์ องค์ชายแปดก็สามารถมาหาข้าที่จวนหูกงได้! กระหม่อมยินดีถ่ายทอดวิชาให้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!”
“ตกลง ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของหูกว๋อกง!”