แม้จะบอกว่าซ่งจื่อเหยาย้ายมาปรนนิบัติดูแลเซียวหย่งเต๋อแต่คนที่คอยดูแลตนเองก็คือเซียวหย่งเต๋อต่างหากส่วนซ่งจื่อเหยาน่ะหรือในแต่ละวันนางก็ทำได้แค่เพียงออกความคิดช่วยให้กำลังใจเขาและคอยบอกในสิ่งที่เขาไม่เคยทำเพื่อให้เขาสามารถทำได้อย่างถูกต้องเพียงเท่านั้น
‘เหตุใดท่านจึงไม่ให้สาวใช้มาช่วยปรนนิบัติอย่างน้อยก็ให้พวกนางช่วยอาบน้ำให้ท่านก็ยังดี’เสียงของซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อทอดถอนใจออกมา
“ข้าไม่ชอบให้ผู้อื่นแตะเนื้อต้องตัวอีกทั้งไม่กล้าไว้ใจผู้ใดหากไม่ใช่หลวนเค่อกับหลวนซานข้าก็ไม่กล้าไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น”เขาเอ่ยพลางใช้มือสำรวจอุณหภูมิน้ำในอ่างเมื่อเห็นว่าอุ่นพอเหมาะแล้วจึงใช้ผ้าชุดน้ำมาเช็ดตามเนื้อตัวของตนเองที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
‘ดูเหมือนว่านอกจากนายกองเจิ้งทั้งสองแล้วท่านจะไว้ใจรองแม่ทัพเฉิงและเฉิงฮูหยินเป็อย่างมากหากข้าเดาไม่ผิดท่านกับเฉิงฮูหยินน่าจะเคยเกื้อกูลกันมาก่อนใช่หรือไม่’เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้เขาก็ยิ้มออกมาแล้วเล่าให้นางฟังด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ท่านป้ารั่วหานในอดีตคือข้าหลวงใหญ่ข้างกายเสด็จแม่ั้แ่ข้ายังเด็กล้วนเป็นางที่คอยช่วยดูแลข้า นางมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาส่วนข้าก็เป็องค์ชายที่ป่วยบ่อยดังนั้นคนที่คอยดูแลข้าจึงล้วนเป็นางต่อมาเมื่อนางกลายเป็ฮูหยินของรองแม่ทัพเฉิงก็ล้วนเป็เพราะนางท่านแม่ทัพเฉิงจึงได้ยินดีที่จะติดตามข้าและคอยช่วยข้าบัญชาการกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของท่านตา”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้ซ่งจื่อเหยาก็พลันเงียบไป
นางพอจะได้ยินมาบ้างว่ากองทัพพยัคฆ์ทมิฬมีผู้บัญชาการเป็องค์ชายน้อยพระองค์หนึ่งของแคว้นต้าเป่ยเดิมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬนี้เป็ของกั๋วกงสกุลหยางแห่งแคว้นต้าเป่ยแต่เพราะสกุลหยางขัดขวางการขยายอำนาจของสกุลหม่าดังนั้นสกุลหยางจึงเป็สกุลแรกๆ ที่ถูกกำจัดทั้งที่มีคนในสกุลได้เป็ถึงฮองเฮาแต่เพราะยามนั้นเชื้อพระวงศ์สกุลเซียวอ่อนแอสกุลหยางจึงต้องถูกฆ่ายกสกุลส่วนกองทัพพยัคฆ์ทมิฬที่ถูกบ่มเพาะโดยคนสกุลหยางก็เร้นกายแล้วหายไปจากแคว้นต้าเป่ยอย่างไร้ร่องรอยรอจนมีผู้สืบทอดของสกุลหยางนำตราพยัคฆ์มาสั่งการพวกเขาก็พร้อมจะจับอาวุธลุกขึ้นต่อสู้เพื่อนายของพวกเขาเพียงเท่านั้น
ในขณะที่กองทัพพยัคฆ์ทมิฬหายไปจากแคว้นต้าเป่ยเชื้อพระวงศ์สกุลเซียวก็เกิดการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มจากเซียวอี้หลงฮ่องเต้สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันองค์รัชทายาทเซียวหย่งซางขึ้นครองราชย์บัลลังก์แทนหลังจากนั้นก็สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันอีกครั้งและครั้งนี้สกุลหม่าก็ผลักดันให้องค์ชายน้อยที่พึ่งกำเนิดแค่เพียงไม่กี่วันเป็ฮ่องเต้โดยมีมหาเสนาบดีจากสกุลหม่าขึ้นเป็ผู้สำเร็จราชการแทนแล้วหลังจากนั้นเชื้อพระวงศ์สกุลเซียวก็ต้องทนให้สกุลหม่ากดขี่มาโดยตลอดส่วนสกุลหม่าก็เริ่มกระหายอำนาจขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคิดจะกลืนกินไปจนถึงแคว้นเหลียน โชคดีที่คนแคว้นเหลียนไหวตัวทันสกุลหม่าจึงต้องสูญเสียกำลังคนและสมาชิกในสกุลไปหลายคนจากการต่อสู้กับกับซ่งเหวินจิ้งผู้บัญชากองทัพแดนใต้แห่งแคว้นเหลียน
่เวลานี้เองที่ฉู่อ๋องเซียวหย่งเต๋อที่มีอายุไม่ถึงสิบขวบถือตราพยัคฆ์ไปแสดงตนต่อคนของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬและยังออกหน้าไปทำข้อตกลงกับซ่งเหวินจิ้งผู้บัญชากองทัพแดนใต้ของแคว้นเหลียนในยามนั้นให้เขาล่อหลอกให้ทัพสกุลหม่าไปติดกับดักที่วางเอาไว้แล้วเขาจึงได้ทัพของพยัคฆ์ทมิฬและทัพของเชื้อพระวงศ์สกุลเซียวตลบหลังคนสกุลหม่าโค่นล้มอำนาจของสกุลหม่าได้จนหมดสิ้น
ซ่งจื่อเหยาที่ในยามนี้ไม่อาจจะควบคุมร่างกายของตนเองได้ทำได้แค่เพียงจ้องมองร่างของฉู่อ๋องที่ผู้คนต่างกล่าวขานถึงความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวแถมยังกำลังจ้องมองมือของตนเองปลดสายคาดเอวของฉู่อ๋องเซียวหย่งเต๋อถอดเสื้อผ้าที่ปกคลุมร่างกายของเขาออกแล้วใช้ผ้าค่อยๆ เช็ดเนื้อตัวของเขาอย่างไม่ค่อยจะชำนาญเท่าใดนัก
‘ท่านช่วยหลับตาจะได้ไหม’
'นี่ร่างของข้าข้าย่อมจะดูได้อีกทั้งหากข้าหลับตาแล้วจะเช็ดตัวให้ตนเองได้อย่างสะอาดหมดจดได้อย่างไร’คราวนี้เขาตอบนางอยู่ในใจด้วยััได้ว่ามีคนกำลังแอบฟังเสียงในห้องอยู่ที่หน้าประตู
‘แต่ข้าไม่อยากจะดูร่างกายของท่านนี่นา’ซ่งจื่อเหยาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่น แผงหน้าอกอันขาวผ่องกล้ามเนื้ออันตึงแน่นที่อยู่ใต้ฝ่ามือนางล้วนรู้สึกได้ดังนั้นความเขินอายที่อัดแน่นเข้ามาทำให้นางอยากจะเบือนหน้าหนีเพียงแต่นางไม่อาจจะควบคุมร่างกายของตนเองได้จึงทำได้แค่เพียงทนจ้องมองมือของตนเองเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาจนแล้วเสร็จ
‘มีคนมาแอบดูและแอบฟังพวกเราอยู่ด้านนอก’เมื่อเซียวหย่งเต๋อบอกกับนางเช่นนี้ซ่งจื่อเยว่ก็หัวเราะออกมาในทันทีเพียงแต่เสียงหัวเราะเช่นนี้ของนางเซียวหย่งเต๋อสามารถรับรู้ได้ว่านางกำลังหัวเราะออกมาอย่างประชดประชัน
‘จะต้องเป็เฉิงซิ่นเล่อแน่ๆนางคงอยากจะรู้ว่ายามที่ได้อยู่กันตามลำพังข้าจะทำเช่นไรกับร่างกายของท่าน’ความคิดของซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อวางผ้าในมือลงกะละมังแล้วรีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายของตนเองจนเรียบร้อยแล้วจึงได้เปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับเฉิงซิ่นเล่อ
“เ้ามาทำอันใดที่นี่”เมื่อเอ่ยจบเขาก็หันไปส่งสายตาตำหนิทหารที่เฝ้ายามอยู่ในทันที
"ข้าย่อมเป็ห่วงท่านอ๋องของข้าไม่ว่าผู้อื่นจะคิดเช่นไรแต่ในใจของข้าไม่อาจจะปล่อยวางแล้วยินยอมให้เ้าได้อยู่ร่วมกันตามลำพังกับท่านอ๋องหรอก"เมื่อเฉิงซิ่นเล่อเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันปวดศีรษะขึ้นมาในทันที
“เฉิงซิ่นเล่อท่านอ๋องมองเห็นเ้าเป็แค่เพียงน้องสาวคนหนึ่งคำพูดประโยคนี้เขาเอ่ยกับเ้ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเ้าเองก็ไม่ใช่คนโง่เสียหน่อยน่าจะเข้าใจในความหมายของถ้อยคำประโยคนี้ของท่านอ๋องได้”เมื่อเซียวหย่งเต๋อที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาเอ่ยเช่นนี้เฉิงซิ่นเล่อก็พลันหมดความอดทนในทันทีนางส่งสัญญาณให้คนของตนเองออกมาแล้วก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“สตรีผู้นี้ยั่วยวนท่านอ๋องจนทำให้ท่านอ๋องได้รับาเ็สาหัส ยามนี้นางยังตั้งใจจะมาใกล้ชิดท่านอ๋องอีกข้าเชื่อว่านางทำเช่นนี้ก็เพื่อจะหาทางล้วงความลับของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ดังนั้นพวกเ้าจงฆ่านางเสียความผิดหลังจากนี้ข้าจะเป็คนรับผิดชอบเอง”เมื่อเฉิงซิ่นเล่อเอ่ยเช่นนี้ทหารยามที่คอยดูแลความเรียบร้อยก็ชะงักงันไปเพราะตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าจะทำตามคำสั่งของเฉิงซิ่นเล่อหรือไม่
“เฉิงซิ่นเล่อนี่เ้ากล้าก่อกวนในกองทัพหรือข้าขอเตือนเ้าต่อให้เ้าเป็บุตรสาวของท่านรองแม่ทัพเฉิงและท่านป้ารั่วหานหากทำผิดกฎของกองทัพขึ้นมาก็ต้องได้รับโทษอย่างไม่มีละเว้น”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้เฉิงซิ่นเล่อก็แค่นเสียงร้องเฮอะออกมา
“อย่ามาทำเป็ยกเื่กฎในกองทัพมาข่มขู่ข้ากฎระเบียบของที่นี่ข้าผู้นี้ท่องจำได้จนขึ้นใจไม่ต้องรอให้เ้าเสนอหน้ามาสอนเพื่อจะกำจัดเ้าวันนี้ข้ายินดีที่จะได้รับการลงโทษจากกฎของกองทัพ”เมื่อนางเอ่ยจบก็ส่งสัญญาณให้คนของนางบุกเต็มกำลัง
"ได้!เช่นนั้นวันนี้ข้าก็จะขอล่วงเกินท่านรองแม่ทัพเฉิงและท่านป้ารั่วหานด้วยการสั่งสอนเ้าแทนพวกเขาเอง"เมื่อเอ่ยจบเซียวหย่งเต๋อก็ออกกระบวนท่าตอบโต้คนที่เข้ามาโจมตีในทันที ส่วนบรรดาทหารยามนั้นส่วนหนึ่งเข้ามาช่วยคุ้มครองเขาอีกส่วนก็พากันแยกย้ายไปแจ้งให้ผู้ที่มีอำนาจเข้ามาสะสางความบาดหมางของสตรีสองนางนี้ที่พวกเขาไม่กล้าเข้าไปล่วงเกิน