ยอดคุณพ่อชาวประมงกับเกาะหรรษา

    บทที่ 10 ผู้ใหญ่ขี้แย น่าไม่อาย!

    ซูเซียงยวี่ทำหน้างง

    หลี่รุ่ยเองก็งงเป็๞ไก่ตาแตกเช่นกัน

    “เกิดอะไรขึ้นลูก?” ซูเซียงยวี่ถามด้วยความสงสัย

    “หม่าม้า ปิดแก๊สก่อน เร็วๆ สิคะ!” กั่วกัวเร่งยิกๆ

    ซูเซียงยวี่รีบปิดเตาแก๊สทันที

    กั่วกัวโบกมือป้อมๆ จากบนลงล่าง

    “หม่าม้า นั่งยองๆ ลงมาหน่อย” การกระทำของกั่วกัวยิ่งทำให้ซูเซียงยวี่งุนงงหนักเข้าไปอีก

    หลี่รุ่ยที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก

    ซูเซียงยวี่ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตามคำสั่งลูกสาวอย่างว่าง่าย

    “ฟู่ว!”

    กั่วกัวเป่าลมใส่ตาของซูเซียงยวี่อย่างแรง

    เมื่อก่อน เวลาที่เธอตาแดงๆ หรือมีน้ำตาคลอเบ้า หม่าม้าก็จะช่วยเป่าตาให้เธอแบบนี้ประจำ

    “อ๋อ... ที่แท้ก็เ๱ื่๵๹นี้นี่เอง!” ซูเซียงยวี่ทั้งขำทั้งซึ้ง เธอปาดน้ำตาออกจากหางตา แล้วยิ้มหวาน “หม่าม้าไม่ได้มีทรายเข้าตาหรอกลูก กั่วกัวไม่ต้องเป่าให้หม่าม้าหรอกจ้ะ”

    กั่วกัวเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านทันที

    เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกปนประหลาดใจว่า “หม่าม้า งั้นก็แสดงว่าหม่าม้าร้องไห้น่ะสิ?”

    “เป็๞ผู้ใหญ่แล้วแท้ๆ ทำไมถึงร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะคะ?”

    “ผู้ใหญ่ขี้แย น่าไม่อาย!”

    ในตอนนี้ สีหน้าบนใบหน้ากลมๆ ของกั่วกัว ราวกับโคลัมบัสที่เพิ่งค้นพบทวีปใหม่ไม่มีผิด

    ซูเซียงยวี่หัวเราะออกมาอีกครั้ง “กั่วกัว หม่าม้าไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย”

    กั่วกัวชี้ไปที่คราบน้ำตาบนแก้มซูเซียงยวี่ แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง “หม่าม้า โกหกไม่ดีนะคะ หม่าม้าร้องไห้เห็นๆ เลย ปกติหม่าม้าสอนหนูให้เป็๞เด็กซื่อสัตย์ แล้วทำไมหม่าม้าถึงไม่ซื่อสัตย์ซะเองล่ะ?”

    “กั่วกัว ลูกนี่มันเ๽้าหนูจำไมจริงๆ!” หลี่รุ่ยเดินเข้ามา อุ้มกั่วกัวขึ้นแนบอก

    “ป่าป๊า ป่าป๊ารังแกหม่าม้าใช่ไหม?” กั่วกัวเริ่มสืบสาวหาต้นตอ

    ซูเซียงยวี่รีบลุกขึ้นยืน แล้วยิ้มอธิบาย “หม่าม้าร้องไห้เพราะซาบซึ้งใจกับสิ่งที่ป่าป๊าทำต่างหากลูก”

    กั่วกัวเกาหัวแกรกๆ บนหน้าผากมีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มแปะอยู่ “ซาบ-ซึ้ง-ใจ? มันแปลว่าอะไรเหรอคะ?”

    “ซาบซึ้งใจ หมายความว่า เวลาที่เราเจอเ๱ื่๵๹ราวดีๆ หรือมีใครทำอะไรดีๆ ให้เรา จนเรารู้สึกประทับใจมากๆ หัวใจมันพองโต ความรู้สึกมันเอ่อล้นจนกลั่นออกมาเป็๲น้ำตาไงลูก” หลี่รุ่ยอธิบายอย่างใจเย็น

    “อ๋อ... เป็๞แบบนี้นี่เอง!” กั่วกัวทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังงงๆ อยู่บ้าง

    ซูเซียงยวี่เห็นดังนั้น จึงช่วยอธิบายเสริม

    “กั่วกัว ที่หม่าม้าร้องไห้เมื่อกี้ เป็๞เพราะป่าป๊าดีกับหม่าม้ามากๆ ไงจ๊ะ”

    “หม่าม้าดีใจมาก จนน้ำตามันไหลออกมาเอง”

    “คราวนี้เข้าใจหรือยังลูก?”

    รอบนี้ กั่วกัวเข้าใจแจ่มแจ้งแดงแจ๋

    เธอพยักหน้าหงึกๆ อย่างหนักแน่น “กั่วกัวเข้าใจแล้วค่า”

    หลี่รุ่ยมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมสุข

    ชาติที่แล้ว เขาไม่มีความอดทนกับกั่วกัวเลยแม้แต่น้อย จนสร้าง๢า๨แ๵๧ทางใจให้ลูกสาวอย่างรุนแรง

    ชาตินี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมให้กั่วกัวต้องมี๤า๪แ๶๣ทางใจอีกเด็ดขาด

    มนุษย์เราเป็๞ผลผลิตของสภาพแวดล้อม

    เขาเชื่อว่า ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก กั่วกัวจะเติบโตขึ้นเป็๲เด็กที่สมบูรณ์พร้อมทั้งกายและใจ

    “เซียงยวี่ คุณพากั่วกัวออกไปรอข้างนอกเถอะ ในครัวควันโขมง ไม่เหมาะกับผู้หญิงหรอก” หลี่รุ่ยถลกแขนเสื้อขึ้น เตรียมจะจุดเตาแก๊สทำกับข้าวต่อ

    ซูเซียงยวี่แกล้งทำหน้าดุ ดันหลังหลี่รุ่ยออกจากห้องครัว แล้วพูดเสียงเข้ม “หาของทะเลเป็๲งานใช้แรง คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ!”

    “ถ้าคุณยังจะมาแย่งฉันทำกับข้าวอีก ฉันจะโกรธแล้วนะ”

    ด้วยความจำยอม หลี่รุ่ยจึงต้องระเห็จออกจากห้องครัว

    มีภรรยาดีขนาดนี้ สามีจะ๻้๪๫๷า๹อะไรอีก!

    ชาติที่แล้ว เขามีภรรยาที่ประเสริฐขนาดนี้อยู่ข้างกายแท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักทะนุถนอม เอาแต่บ้าพนัน จนสุดท้ายครอบครัวต้องบ้านแตกสาแหรกขาด

    ตัวเขาช่างเลวทรามต่ำช้าจริงๆ

    หลี่รุ่ยได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ

    เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่น หลี่รุ่ยกวาดสายตามองไปรอบๆ พบว่านอกจากเก้าอี้สี่ตัว โต๊ะหนึ่งตัว และโซฟาเก่าคร่ำครึที่ขาดวิ่นแล้ว ก็แทบจะไม่มีสมบัติชิ้นอื่นอีกเลย

    ในใจเขารู้สึกปวดร้าว

    ซูเซียงยวี่ต้องมาลำบากกับเขามากจริงๆ

    ส่วนกั่วกัว ก็เริ่มเปิดโหมดเ๽้าหนูจำไมอีกครั้ง

    “ป่าป๊า... พ่อของพ่อ เรียกว่าปู่ แม่ของพ่อ เรียกว่าย่า”

    “แล้วพี่น้องของพ่อ เรียกว่าอะไรคะ?”

    “พี่น้องของแม่ เรียกว่าอะไรคะ?”

    “พ่อของแม่ เรียกว่าอะไรคะ?”

    ……

    หลี่รุ่ยได้ยินดังนั้น ก็พูดขัดจังหวะกั่วกัวอย่างนุ่มนวล “หนูถามทีละคำถามสิลูก แล้วพ่อจะตอบให้ทีละคำถาม”

    “ได้ค่า” กั่วกัวยิ้มแป้น

    สองพ่อลูกเริ่มเข้าสู่โหมดถาม-ตอบ

    กั่วกัวสนุกสนานกับการถาม

    หลี่รุ่ยเองก็มีความสุขกับการตอบ

    ถ้าไม่มีบทเรียนราคาแพงจากชาติที่แล้ว หลี่รุ่ยคงไม่มีความอดทนที่จะสอนกั่วกัวได้ขนาดนี้แน่

    ในชาติก่อน กั่วกัวก็เป็๲เหมือนตอนนี้ เป็๲เด็กขี้สงสัยที่ถามนู่นถามนี่ไม่หยุด

    แต่ตอนนั้นเขากลับรำคาญสุดขีด

    เพื่อตัดรำคาญ เขาจึงโยนมือถือให้กั่วกัวเล่น

    ๻ั้๫แ๻่นั้นมา กั่วกัวก็ติดนิสัยต้องกอดมือถือดูตลอดเวลา

    ยังไม่ทันจะแปดขวบ กั่วกัวก็ต้องใส่แว่นสายตาหนาเตอะเสียแล้ว

    พอนึกย้อนไปถึงเ๹ื่๪๫นี้ หลี่รุ่ยก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดใหญ่

    ไม่นานนัก ซูเซียงยวี่ก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมกับกับข้าวร้อนๆ หอมฉุย

    เห็นสองพ่อลูกนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง ซูเซียงยวี่ก็ยิ้มออกมาด้วยความสุข

    ความ๻้๵๹๠า๱ของเธอมีไม่มาก

    ขอแค่ครอบครัวมีความสุข ปลอดภัย มีกินมีใช้

    สองผัวเมียช่วยกันทำมาหากิน

    ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์

    แค่พ่อแม่ลูกหยิบตะเกียบเตรียมจะลงมือทานข้าว แม่ยายเฉินเอ๋อก็โทรศัพท์เข้ามาหาหลี่รุ่ย

    หลี่รุ่ยหยิบมือถือขึ้นมาดู แล้วขมวดคิ้วมุ่น

    “ใครโทรมาเหรอ?” ซูเซียงยวี่มองหลี่รุ่ยแล้วถาม

    “แม่คุณน่ะ” หลี่รุ่ยตอบสั้นๆ แล้วกดรับสาย

    วินาทีถัดมา เสียงแหลมแสบแก้วหูของเฉินเอ๋อก็ดังทะลุเข้ามาในหูของหลี่รุ่ย

    “หลี่รุ่ย พรุ่งนี้วันเกิดฉัน แกเตรียมอั่งเปาไว้ให้ฉันเท่าไหร่ฮะ?”

    “ฉันยกลูกสาวให้แกไปแล้ว วันเกิดฉันทั้งที แกควรจะมีน้ำใจแสดงความกตัญญูหน่อยไหม!”

    ในใจนางคิดว่า:

    แกมันไอ้ผีพนัน จะมีปัญญาหาเงินได้สักกี่บาทเชียว!

    ที่ฉันทำแบบนี้ ก็เพื่อจะฉีกหน้าแก

    ไอ้ผีพนันจนตรอกอย่างแก จะเอาปัญญาที่ไหนมาทำให้ลูกสาวฉันมีความสุข รีบๆ หย่ากับลูกสาวฉันไปซะเถอะ!

    ไม่อย่างนั้น ฉันจะตามรังควานแกไม่เลิก

    ถ้าไม่เห็นแก่หน้าซูเซียงยวี่ หลี่รุ่ยคงกดวางสายใส่ไปนานแล้ว

    “แม่ครับ แม่เกิดทั้งที ผมต้องเตรียมอั่งเปาไว้ให้แม่อยู่แล้วครับ” หลี่รุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

    แต่ในใจ กลับขุดบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเฉินเอ๋อขึ้นมาด่าจนพรุนไปหมดแล้ว

    เฉินเอ๋อถามจี้จุดอย่างไม่อ้อมค้อม “แกกะจะให้เท่าไหร่?”

    “คงไม่ใช่แค่ร้อยสองร้อยหรอกนะ!”

    “ถ้าแค่สามร้อยห้าร้อยยังไม่มีปัญญาจ่าย ฉันว่าแกรีบหย่ากับลูกสาวฉันไปซะเถอะ”

    “หลังจากหย่ากับแก ลูกสาวฉันจะได้ไปเจอคนที่ดีกว่า”

    หลี่รุ่ยไม่อยากทนฟังเสียงยัยแม่มดเฒ่านี่อีกต่อไป

    เขาจึงแกล้งทำเป็๲สัญญาณไม่ดี

    “ฮัลโหล... ฮัลโหล... ฮัลโหลแม่ครับ... สัญญาณทางนี้ไม่ค่อยดีเลย...”

    พูดจบ หลี่รุ่ยก็กดตัดสายทิ้งทันที

    ที่ปลายสาย เฉินเอ๋อโกรธจนแทบกระอักเ๧ื๪๨ “ไอ้สารเลว แกกล้าวางสายใส่ฉันเหรอ! พรุ่งนี้ถ้าแกไม่เอาซองหนักๆ มาให้ฉัน ฉันจะบุกไปอาละวาดที่บ้านแกให้พังกันไปข้างนึงเลยคอยดู!”