เจิ้งตี้เก็บของที่จำเป็และออกจากบ้านแต่เช้ามืดหลังจากบอกกล่าวปู่และบิดา พร้อมกับห้อยหยกมรกตนิลกาฬ ที่ติดตัวมาั้แ่เกิดเข้าป่าไปด้วยในครั้งนี้ เจิ้งตี้รู้สึกผูกพันและรู้ว่าหยกนี้เป็สมบัติติดตัวชิ้นเดียวที่มาพร้อมกับตนเอง เพียงแต่ไม่รู้ว่าหยกนี้เป็ใคร หรือใครเป็บิดามารดานั่นเอง หลังจากใช้เวลาเดินทางไปเกือบสามชั่วยาม ก็เข้าสู่เขตป่าา เจิ้งตี้เดินหาเก็บสมุนไพรเช่นเคย สัตว์อสูรทั่วไป ไม่มีปัญหา แม้พลังยุทธ์จะถดถอย แต่ไม่นับว่าเป็ปัญหาสำหรับการจัดการกับอสูรระดับ 3 หรือ 4
สมุนไพรจำนวนมาก ถูกนำเก็บเข้าไว้ในแหวนจักรภพ แม้แหวนจักรภพของเจิ้งตี้ที่ได้รับจากปู่จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถที่จะเก็บของได้มากมาย เจิ้งตี้เดินหาสมุนไพรหลายชั่วยาม ใน่เวลาที่เข้ามา บ่อยครั้ง เจิ้งตี้รู้สึกได้ว่าเหมือนมีใครเรียก เหมือนมีใครมอง แต่หันไปดูหลายคราแล้วก็ไม่พบ เจิ้งตี้ยังคงเดินหาสมุนไพร พร้อมล่าสัตว์อสูรเพื่อเอาดวงจิตและชิ้นส่วนไปทำยาหลายตัว แต่เป็สัตว์อสูรระดับพลังิญญา ระดับ 4เป็ส่วนใหญ่ แม้เจิ้งตี้จะไม่มีพลังปราณยุทธที่สูงขึ้น แต่ด้วยทักษะการเคลื่อนไหว และการฝึกฝนร่างกายั้แ่เด็ก ทำให่มีร่างกายที่แข็งแรงมากเพียงพอที่จะหลบหลีกและใช้ลูกล่อลูกชนต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับพลังิญญาได้
"นานแล้วนะ ... ในที่สุด เ้าก็มา .... " เสียงปริศนาดังขึ้นมาเป็ระยะ และดังขึ้นเรื่อย ๆ เจิ้งตี้หันไปดูและตัดสินใจเดินตามเสียงไปเรื่อย ๆ จนจะเข้าเขตลี้า ซึ่งเป้นเขตที่ลึกและน้อยคนจะรอดกลับมา แต่เพราะเสียงเรียกไม่หยุด และดังขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้เจิ้งตี้จึงตั้งใจเดินเข้าไปในเขตลี้า ซึ่งอยู่ลึกเข้าไป ทั้ง ๆ ที่ปู่ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามเข้าไป แต่ไม่รู้เพราะอะไรดลจิตดลใจว่าจะไม่เป้นอะไร เจิ้งตี้เดินเข้าไปจนถึงเขตน้ำตกใหญ่ ที่แอ่งน้ำตกมีกระแสน้ำวนไหลแรงไม่หยุด เหมือนจะดูดกลืนสรรพสิ่งลงไปใต้น้ำไม่หยุด เจิ้งตี้ถอนหายใจด้วยความกลัว พร้อมกับเดินออกมา
ทันใดนั้นเอง ... เสียงเรียกก็ดังขึ้นมาอีก พร้อมกับเงาร่างจาง ๆ ของบางสิ่งบางอย่างหลังกระแสน้ำตกขนาดใหญ่ เจิ้งตี้จ้องมองตาไม่กระพริบ สงสัยว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ ด้วยความระวังและความกลัว เจิ้งตี้จึงหันหลังพร้อมวิ่งกลับไปยังทางที่เดินเข้ามาเพื่อออกจากเขตลี้า แต่ไม่ว่าจะวิ่งออกไปนานแค่ไหน เจิ้งตี้รู้สึกได้ว่า วิ่งกลับมาที่เดิม พร้อมกับเสียงที่ดังเข้ามาในหัวสมอง ดังมากขึ้น มากขึ้นไม่หยุด พร้อมกับร่างที่อยู่หลังม่านน้ำตกที่ก้าวออกมาอย่างชัดเจน ... หัวใจของเจิ้งตี้แทบหยุด เจิ้งตี้ไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน แต่รู้ว่าคืออะไร ปู่และบิดาเล่าให้ฟังมาตลอด ร่างนี้คือสิ่งที่อยู่ในตำนานเล่าสู่กันมารุ่นสู่รุ่นนี่นเอง ทำใงดีเจิ้งตี้คิดอยู่ในใจ จะวิ่งก็วิ่งไม่ออก หรือว่าจะต้องตายในป่าแห่งนี้แน่แท้แล้ว ความกลัวสุดขี ทำให้เจิ้งตี้วิ่งออกไปอีกครั้ง แต่ทว่า ผืนดินเบื้องหน้าเกิดการสั่นะเื ทำให้เจิ้งตี้วิ่งหลบและสุดท้ายพลาดตกลงในแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่หน้าน้ำตกนั้่นเอง .......... ในขณะที่ร่างกายตกลงไปกระแทกผืนน้ำพร้อมกับถูกดูดวนนั้นเอง ดวงจิตก็ค่อยสลบและเงียบไป
เมื่อเจิ้งตี้ตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำลึกแห่งหนึ่ง แสงสลัวจากหยกที่เขาพกติดตัวเป็เพียงแสงเดียวที่ส่องสว่างอยู่ในถ้ำนี้ เจิ้งตี้พยายามตั้งสติและสำรวจรอบๆ เพื่อหาทางออก แต่สิ่งที่พบกลับทำให้เขาประหลาดใจยิ่งนัก ภายในถ้ำมีภาพสลักบนผนังเป็เื่ราวเกี่ยวกับตำนานและประวัติศาสตร์ของสัตว์อสูร และผู้หยกพิเศษ เจิ้งตี้เดินสำรวจต่อไปเรื่อยๆ จนพบกับแท่นบูชาเก่าแก่ ที่กลางแท่นบูชามีสิ่งของบางอย่างวางอยู่ เป็หยกสีเขียวมรกต ที่คล้ายกับหยกของเขา
ทันใดนั้นเอง เจิ้งตี้รู้สึกถึงการสั่นะเืของผืนดิน และเสียงก้องกังวานขึ้นมาในถ้ำ “ผู้ที่ถูกเลือก เ้าจะต้องใช้หยกนี้ในการปลุกิญญาและพลังของา” เจิ้งตี้ก้มมองหยกในมือและแท่นบูชา พลางคิดถึงคำพูดของปู่ที่เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตำนานของหยกมรกตนิลกาฬนี้ ว่าผู้ที่สามารถปลุกพลังของหยกนี้ได้ จะสามารถควบคุมพลังของา และสามารถปกป้องหรือทำลายทุกสิ่งในโลกได้
"ข้าคิดว่าปู่ก็ไม่รู้ว่า หยกนี้คือหยกมรกตนิลกาฬในตำนาน" เจิ้งตี้คิดในใจ
เจิ้งตี้รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักหน่วง แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะลองทำตามเสียงที่ได้ยินมา เขาเดินไปยังแท่นบูชาและวางหยกของเขาลงข้างๆ หยกบนแท่นบูชา ทันใดนั้น แสงสว่างก็เปล่งประกายออกมาจากหยกทั้งสอง พร้อมกับพลังที่แรงกล้าจนเจิ้งตี้ต้องหลับตาและยกมือขึ้นปิดหน้า
เมื่อแสงสว่างลดลง เจิ้งตี้รู้สึกถึงพลังที่ไหลเข้ามาในร่างกายของเขา เขารู้สึกถึงความสามารถที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป และรู้ว่าตัวเองได้รับพลังของาแล้ว แต่เขาก็รู้ว่าพลังนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง พร้อมกับยืนขึ้นและมองไปรอบๆ ก่อนที่จะตัดสินใจออกจากถ้ำ เขารู้ว่าหนทางข้างหน้าจะไม่ง่ายดาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยพลังและความรู้ที่ได้รับจากหยกมรกตนิลกาฬนี้
ผ่านไปสิบวัน เมื่อออกจากถ้ำ เจิ้งตี้พบว่าป่าารอบๆ เขาเปลี่ยนแปลงไป ดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่ทำให้ป่าเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความสงบ เจิ้งตี้รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติและพลังของา เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังนี้ในการปกป้องและรักษาสมดุลของโลกต่อไป แต่ในขณะที่กำลังเดินออกไปจากป่า เขาก็รู้สึกถึงพลังที่แฝงตัวอยู่ในความมืด และรู้ว่ายังมีศัตรูของตนเอง หรืออาจจะ้าพลังของหยกมรกตนิลกาฬนี้ เขาต้องพร้อมที่จะต่อสู้และปกป้องมัน ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม เจิ้งตี้คิดในใจพร้อมก้าวออกไป