ตอนที่ 22 อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยว
หวังเย่ากลับไปยังที่นั่งของห้องตัวเองก่อนจะพบว่ามีสายตานับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่เขาพวกคนที่เคยมองข้ามเขาไปกลับมองเขาด้วยตาที่เป็ประกาย
“ไม่คิดเลยว่านายจะแข็งแกร่งได้แบบนี้” โจวอวิ๋นถอนหายใจออกมาราวกับว่านี่คือความฝัน “เสี่ยวเย่านายช่วยหยิกขาฉันที”
หวังเย่ายิ้มออกมา“หลังจากที่ฉันแข็งแกร่งแล้วฉันจะไม่ทิ้งนาย นายคือพี่น้องของฉัน”
โจวอวิ๋นหน้าแดงด้วยความตื่นเต้นและพูดขึ้น“พี่น้องต้องไม่ทิ้งกัน ใครทิ้งกันเป็หมา”
“ก็นั่นแหละ”หวังเย่าลูบจมูกตัวเองด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน โจวอวิ๋นจะพูดแบบนี้ทำไม
“หวังเย่าไม่คิดเลยว่านายจะเอาชนะได้แม้กระทั่งจ้าวซื่อดูเหมือนว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้อง 9 จะเป็นายนะ” เฉินอวิ๋น หัวหน้าห้อง 9แสดงสีหน้าซับซ้อนออกมา
“ใช่ดูเหมือนว่าคนที่ได้อันดับสองจะเป็เฉินอวิ๋น ตามมาด้วยฉัน” อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้นแม้ว่ารูปลักษณ์ของหวังเย่าจะดูดี แต่สถานการณ์ของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ผลการเรียนรั้งท้าย แถมก่อนหน้านี้ก็ยังเป็ตัวจืดจางของห้อง ใคร ๆ ก็มองข้ามเขา แต่ตอนนี้เธอกลับเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงพวกนี้ก็เพราะหวังเย่านั้นแข็งแกร่งพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยหัวเซี่ยได้
คนที่จบจากมหาลัยหัวเซี่ยนั้นไม่ใช่คนธรรมดาพวกนั้นคือคนระดับสูง เป็ผู้ใช้อสูรระดับสูงที่โดดเด่นและสร้างผลงานให้กับประเทศได้มากมาย
พวกเขาไม่กล้าคิดว่าอนาคตของหวังเย่าจะสดใสแค่ไหน
ตอนนี้ทุกคนยังเป็เพื่อนร่วมชั้นกันอยู่พวกเขาควรจะผูกมิตรกันเอาไว้ บางทีสักวันพวกเขาอาจจะได้ช่วยเหลือกัน
สำหรับความคิดของพวกนี้หวังเย่าก็พอเดาออกอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ เขามีระบบกับตัวแค่มองก็พอเดาความคิดของคนพวกนี้ออก
“จริงๆ แล้วฉันยังแข็งแกร่งไม่พอ พวกนายไม่ต้องชมฉันขนาดนั้นก็ได้เดี๋ยวมันจะทำให้ฉันหลงตัวเอง” หวังเย่าเอ่ย“ที่เอาชนะจ้าวซื่อได้นั้นก็เพราะความพยายาม ไม่ใช่เื่น่าทึ่งอะไรพวกเรามาดูการแข่งขันต่อไปกันเถอะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นนักเรียนในห้อง9 ต่างก็พากันมองไปที่หวังเย่า
“นี่ยังไม่แข็งแกร่งอีกรึไง? พระเ้า ! ”
แม้แต่เฉินอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา“การที่ห้อง 9 มีอัจฉริยะแบบนายนี่ถือว่าโชคดีจริง ๆ การได้อยู่ห้องเดียวกันกับนายมันทำให้เราภูมิใจมากจริง ๆ ”
อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้น“หวังเย่า ฉันได้ยินมาว่านายยังไม่มีแฟน”
หวังเย่าพยักหน้า“ใช่ เพราะฉันไม่คุ้นกับเื่นี้เลยไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะมาคุยกับฉันสักเท่าไหร่”
ทันทีที่เขาพูดจบนักเรียนผู้หญิงในห้องต่างก็แสดงสีหน้าลังเลออกมาโดยเฉพาะพวกที่คิดว่าตัวเองสวยและดูดี
อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวเห็นแบบนั้นก็มองไปที่พวกนั้นด้วยสายตาเ็าก่อนจะเปิดปากพูด “หวังเย่า จริง ๆ แล้วนายก็มีดีนะมันจะมีผู้หญิงที่ไหนที่ไม่สนใจนาย ถ้านายคิดว่าฉันดีพอฉันอาจจะคิดเป็แฟนให้นายก็ได้”หวังเย่าอดไม่ได้ที่จะชำเลืองไปมองอวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวรูปร่างของเธอเล็กแถมหน้าอกก็ไม่ค่อยมี แต่เดาว่าถ้าโตไปคงโดดเด่นไม่ใช่น้อย เธอน่ะต้องดูดีอย่างแน่นอน
แต่หากเทียบกับจ้าวเมิ่งซีแล้วนี่มันไม่ต่างอะไรจากแมงเม่ากับดวงจันทร์เลย
“เธอน่ะเป็ถึงเทพธิดาประจำห้องเธอมีสัตว์อสูรระดับเงินเลเวล 19 เธอน่ะดีอยู่แล้ว แต่ฉันกลัวว่าฉันคงไม่เหมาะกับเธอ"
หวังเย่าพูดพร้อมยักไหล่ไปด้วย
อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวมองไปที่อีกฝ่ายและพูดขึ้น“นายคิดมากไปแล้ว ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นและอยู่ตัวคนเดียวได้นายไม่ต้องมาดูแลอะไรฉันมาก เราลองไปเดทกันดูก่อนดีไหม ? ”
“หือ? ” หวังเย่าถึงกับใ --- เดทงั้นหรือ ?
แต่เมื่อนับประสบการณ์ที่เขาเคยอยู่กับสาวๆ แล้ว เื่นี้ก็คงถือว่าดีสำหรับตัวเขา เขาไม่จำเป็ต้องรีบปฏิเสธ
ในตอนที่เขาคิดว่าจะตอบกลับยังไงนั้นเสียงประกาศก็ดังขึ้นมา “การต่อสู้รอบถัดไป จ้าวเมิ่งซี ห้อง 1 กับเหลิ่งจื่อมู่ห้อง 1 ที่เวที 1 ”
ตอนนั้นเองทุกคนก็พากันละสายตาไปจากหวังเย่า
หวังเย่ามองไปที่เวทีที่1 พร้อมกับหรี่ตาลงเล็กน้อย
จ้าวเมิ่งซีคือดาวโรงเรียนและยังมีสัตว์อสูรระดับทองอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็การเคลื่อนไหวรึรอยยิ้มของเธอก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้นับไม่ถ้วน
ดังนั้นตอนที่จ้าวเมิ่งซีขึ้นไปบนเวทีแม้แต่พวกครูก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เธอ
แต่นั่นไม่ใช่เพราะจ้าวเมิ่งซีแค่คนเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเหลิ่งจื่อมู่ที่เป็คู่ต่อสู้ของเธอด้วย
ถ้าจ้าวเมิ่งซีคือเทพธิดาของหนุ่มๆ งั้นเหลิ่งจื่อมู่ก็คือเทพบุตรสำหรับสาว ๆ
เหลิ่งจื่อมู่มีหน้าตาที่หล่อเหลาและเป็คนจาก1 ใน 10 ตระกูลอันดับต้น ๆ ของเมืองอรุณ ตระกูลของเขามีทรัพย์สินเป็พัน ๆ ล้านแม้ว่าเหลิ่งจื่อมู่จะไม่ใช่ลูกคนเดียวและมีน้องสาวอีก 2 คนแต่เขาก็ถูกมองเอาไว้แล้วว่าจะได้รับสืบทอดมรดก
ชายหนุ่มรูปหล่อราวกับดวงดาวที่อ่อนโยนค่อย ๆ เดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับทำให้สาว ๆ พากันตาเป็ประกายขึ้นมา
หวังเย่ายังคงแสดงสีหน้าเฉยเมยเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอายตัวเอง ยังไงซะอีกฝ่ายก็หล่อเหลาและมีภูมิหลังที่ใหญ่โต
โจวอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น “เสี่ยวเย่าเหลิ่งจื่อมู่คนนี้ถือว่าเป็คนที่โดดเด่นที่สุดในโรงเรียน แต่เมื่อเขาได้รู้จักกับจ้าวเมิ่งซี เขาก็ประกาศกับทุกคนว่าจ้าวเมิ่งซีนั้นเป็ของเขาห้ามให้ใครไปยุ่งกับเธอเด็ดขาด”
“ฉันได้ยินมาว่าจ้าวเมิ่งซีน่ะไม่ค่อยชอบเขาเพราะเหลิ่งจื่อมู่ไม่ใช่สเปคของเธอ เธอคอยหลบหน้าเหลิ่งจื่อมู่และคนอื่น ๆ มาโดยตลอด แม้แต่กับนาย... ”เฉินหยวนพูดขึ้น
เขารีบหุบปากลงทันทีไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาอยากจะสานสัมพันธ์กับหวังเย่าไม่ใช่เหรอเขาไม่ควรจะปฏิบัติกับหวังเย่าเหมือนเมื่อก่อน
หวังเย่ามองไปที่เฉินหยวนก่อนจะยิ้มออกมา
เฉินหยวนรีบขอโทษทันที“ขอโทษที”
หวังเย่าไม่ใส่ใจเขายักไหล่และตอบกลับ “ไม่จำเป็ต้องขอโทษหรอก ฉันเขียนจดหมายรักให้กับจ้าวเมิ่งซีจริงๆ มีใครบ้างที่ไม่สนใจเธอแต่ทุกคนแค่ไม่กล้าพูดมันออกมา ไม่เหมือนกับฉันที่ไม่มีอะไรจะเสีย ฉันกับนายน่ะต่างกัน ฉันกล้าที่จะเสี่ยงถ้ามีโอกาส ฉันก็จะไม่ปล่อยโอกาสนั้นทิ้งไปหรอก ”
อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวมองไปที่หวังเย่าและพูดขึ้น“หวังเย่า นายน่ะต้องเป็ของฉัน เราต้องไปเดทกัน ต่อหน้าฉันแล้วนายยังชมผู้หญิงคนอื่นอยู่อีก นายคิดว่ามันเหมาะรึไง ? ”
หวังเย่าได้แต่ยิ้มและลูบจมูกตัวเอง “ยังไงซะทุกคนก็ชอบคนสวยนอกจากนี้ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นี้มากนัก เพราะฉันเชื่อในโชคชะตา ถ้าเรามีโชคชะตาร่วมกัน เราก็ต้องได้อยู่ร่วมกัน”
“ฮึ่มเลิกพูดได้แล้ว การต่อสู้กำลังจะเริ่มแล้ว” อวิ๋นเสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้น