คำพูดของบุรุษแปลกหน้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำให้ฮวาจื่อเฉิงนิ่งงันไปครู่หนึ่งแต่เมื่อคิดได้ว่าหลังจากนี้เขาคงจะต้องไหว้วานบุรุษผู้นี้ให้ไปจากที่นี่พร้อมกับฮวาจื่อชิงเขาจึงได้ยินยอมเอ่ยออกมาด้วยความจริงแค่เพียงบางส่วน
“อ่อ!ใช่แล้วนางตั้งใจจะหนีการแต่งงาน นางถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ชอบนางบุรุษผู้นั้นมีนางในดวงใจแล้วนางก็เลยคิดจะหนีจากไปเพื่อเปิดทางให้เขาได้สมหวังกับคนในใจของเขา”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นขมวดคิ้วในทันที
“นางบอกกับเ้าเช่นนั้นหรือ”คำถามของบุรุษผู้นั้นทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้าเขาไม่อยากจะเอ่ยถึงเื่ที่ว่าที่เ้าบ่าวของฮวาจื่อชิงคือคนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดชอบฆ่าคนเป็ผักปลา ประเดี๋ยวบุรุษตรงหน้าจะตื่นตระหนกแล้วพลันถอดใจไปเสียก่อนยามนี้เขาไม่อยากจะออกไปหาบุรุษอื่นมาให้ฮวาจื่อชิงอีกแล้ว
“ว่าแต่เ้าเป็คนสกุลใดดูจากเสื้อผ้าและฝีมือการต่อสู้ขององครักษ์ของเ้าแล้วเ้าไม่น่าจะเป็คนธรรมดาทั่วไปแน่”เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามเช่นนี้บุรุษผู้นั้นก็อ้าปากทำท่าว่าจะตอบแต่ฮวาจื่อชิงกลับวิ่งเข้ามาในห้องเสียก่อน
“ทำแผลเสร็จหรือยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นยามนี้เซี่ยโหวนำทหารของสกุลเซี่ยมาโอบล้อมพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้หมดแล้ว”เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็พลันสบถออกมาในทันที
“เช่นนั้นจะทำเช่นไรดีแล้วเหตุใดสกุลเซี่ยจึงได้รู้ข่าวเร็วถึงเพียงนี้”คำถามของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงเม้มปากแน่นนางหันไปจ้องมองบุรุษที่ยังสวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ข้าต้องขออภัยท่านด้วย”เมื่อเอ่ยจบนางก็ใช้สันมือสับลงไปที่ต้นคอของเขาทำให้เขาหมดสติในทันที
“เ้าได้ออมแรงบ้างหรือเปล่าหากเขาคอหักตายขึ้นมา ข้าคงจะหาบุรุษอีกคนให้เ้าไม่ทันแล้วนะ”คำถามของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงทอดถอนใจออกมาในทันที
“ข้าย่อมจะควบคุมพลังฝ่ามือของตนเองได้น่าท่านรีบตามข้ามาเถิดหากปล่อยให้เซี่ยโหวจับตัวท่านได้เขาจะต้องสอบปากคำท่านจนท่านยอมบอกเบาะแสของข้าให้เขารู้เป็แน่”คำพูดของน้องสาวทำให้ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในทันที
“นี่เ้ายังเห็นข้าเป็พี่ชายของเ้าอยู่ไหม”ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงกังขาแต่ฮวาจื่อชิงไม่คิดจะสนใจเขา นางแบกชายหนุ่มที่หมดสติตรงหน้าขึ้นมาพาดไหล่ของตนเองเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมถึงได้ตัวสูงมากเช่นนี้แถมยังหนักมากอีกด้วย พี่รองที่แท้ท่านก็หาใช่บุรุษอ่อนแออย่างที่ข้าเคยเข้าใจท่านสามารถแบกคนผู้นี้ขึ้นหลังมาหาข้าได้ถือว่าท่านเองก็ไม่ธรรมดา”แม้ปากจะพร่ำบ่นว่าบุรุษผู้นี้มีน้ำหนักตัวมากแต่นางก็แบกทั้งเขาและถุงผ้าของตนเองวิ่งฉิวออกจากบ้านหลังเล็กของตนเองแล้วทำให้ฮวาจื่อเฉิงรีบก้มลงเก็บข้าวของของตนเองแล้วรีบวิ่งตามฮวาจื่อชิงไปในทันที
แม้ว่าบุรุษร่างกายสูงใหญ่จะเป็อุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของนางอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ฮวาจื่อชิงเคลื่อนไหวได้ช้าลงนางมีร่างกายที่แข็งแรงและมีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไปมาั้แ่เด็กแล้วความสามารถเฉพาะตัวเช่นนี้ของนางทำให้มารดาของนางกังวลว่านางจะถูกผู้อื่นรังเกียจโดยเฉพาะบิดาของนางที่มักจะยึดติดว่าสตรีที่ดีต้องยึดถือหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยา ยิ่งเป็สตรีของสกุลฮวาด้วยแล้วยิ่งต้องวางตัวให้สูงส่งเหนือผู้อื่นจะกินจุและกินเร็วดุจพายุเช่นนางไม่ได้อีกทั้งจะมีพลังดุจช้างสารไม่ได้เช่นกันมารดาของนางจึงได้สั่งให้นางเก็บงำเื่พละกำลังอันล้นเหลือของตนเป็ความลับห้ามไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้อย่างเด็ดขาดแม้กระทั่งสาวใช้ในเรือนของนางก็ยังไม่รู้มีแค่เพียงมารดาและซูหมัวมัวเพียงเท่านั้นที่รู้เื่นี้
่หลายปีที่ผ่านมานางสนิทสนมกับญาติผู้พี่จากเรือนอู่ถงทั้งสามคนเป็อย่างมากจึงยากที่จะเก็บงำพละกำลังอันล้นเหลือของตนเองให้รอดพ้นไปจากสายตาของพวกเขาได้แต่ญาติผู้พี่ทั้งสามล้วนรักใคร่เอ็นดูญาติผู้น้องเช่นนางเป็อย่างมากจึงไม่มีผู้ใดกล้าปริปากเอ่ยถึงเื่นี้อีกทั้งยังออกหน้าช่วยนางปกปิดความลับนี้ให้นางอีกด้วย
“ชิงชิงเ้าวิ่งช้าลงอีกหน่อยเถิด”เสียงของฮวาจื่อเฉิงที่วิ่งตามมาทางด้านหลังทำให้ฮวาจื่อชิงทอดถอนใจออกมา
“พี่รองหากท่านยังมัวชักช้าก็จะไม่ทันกาลแล้วนะถ้าเซี่ยโหวค้นพบช่องทางนี้เข้าพวกเราไม่มีทางหนีรอดแน่”คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงรีบวิ่งติดตามมา
“เ้าจับเขาพาดบ่าเช่นนั้นาแของเขาที่ข้าใช้ยาผงช่วยสมานเอาไว้คงจะปริแตกแล้วเป็แน่”คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาชิงชิงผ่อนฝีเท้าลงแล้วหันไปมองเขา
“เขามีขนาดตัวสูงใหญ่ถึงเพียงนี้จะให้ข้าแบกเขาขึ้นหลังเช่นท่านได้อย่างไรหากข้าใช้แผ่นหลังของข้าแบกเขาขึ้นมาเท้าของเขาก็คงจะลากพื้นไปตลอดทางเป็แน่”แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฮวาจื่อชิงก็วางร่างของบุรุษหนุ่มผู้นั้นลงบนพื้นเปิดสาบเสื้อเพื่อตรวจดูาแของเขา ฮวาจื่อเฉิงจึงรีบโรยยาสมานแผลลงไปอีกครั้งแล้วใช้ผ้าสะอาดพันรอบาแของบุรุษผู้นั้นอีกที
“พวกเรารีบไปต่อเถิด้าูเามีเรือนพักของพี่สาม พวกเราพาเขาไปหลบที่นั่นก่อนก็แล้วกัน”ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางอุ้มบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความทุลักทุเลแขนข้างซ้ายช้อนบริเวณข้อพับของหัวเข่าแขนข้างขวาช้อนหัวไหล่ยามที่อุ้มเขาขึ้นมานางต้องกางแขนให้กว้างเข้าไว้จึงจะสามารถอุ้มเขาได้พอดีศีรษะที่แหงนหงายของเขาก็ถูกฮวาจื่อเฉิงเดินเข้ามาจัดวางให้เอนซบลงมาที่ซอกคอของนางส่วนแขนที่ห้อยอยู่ก็ถูกนำมาจัดวางบนหน้าท้องของเขาเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ
“หากไม่ใช่เพราะข้ารู้สึกเป็กังวลว่าตนเองจะอุ้มเขาวิ่งไปไม่ไหวข้าไม่มีทางยอมให้เ้าต้องลำบากเช่นนี้แน่”แม้ว่าจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฮวาจื่อเฉิงที่รู้ดีว่าเรือนพักบนเขาของฮวาจื่อมู่อยู่ที่ใดก็รีบเร่งฝีเท้าของตนเองวิ่งนำหน้าไปโดยไม่ทิ้งฝุ่นปล่อยให้ฮวาจื่อชิงจ้องมองแผ่นหลังที่หายลับไปอย่างรวดเร็วของเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความท้อใจ
“ข้าผู้นี้ช่างโง่เขลาเสียจริงแทนที่จะปรึกษาเื่นี้กับพี่ใหญ่หรือไม่ก็พี่สามแต่กลับเลือกมาปรึกษาพี่รองแม้ว่าจะถูกพี่ใหญ่กับพี่สามตำหนิและห้ามปรามแต่สภาพของข้าก็คงจะไม่ทุลักทุเลเช่นนี้”ฮวาจื่อชิงเอ่ยพึมพำออกมาแล้วอุ้มบุรุษที่หมดสติไปแล้วผู้นั้นเดินตามฮวาจื่อเฉิงไป
เรือนพักบนเขาของฮวาจื่อมู่ได้รับการตกแต่งเอาไว้อย่างดีข้าวของภายในเรือนพักถูกจัดวางเอาไว้ตามรสนิยมของฮวาจื่อมู่ยามที่ผู้ดูแลเรือนเห็นฮวาจื่อเฉิงและฮวาจื่อชิงก็รีบออกมาต้อนรับในทันทีแม้ว่าจะแปลกใจที่ฮวาจื่อชิงอุ้มบุรุษผู้หนึ่งมาด้วย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเอ่ยทักเื่นั้นด้วยรู้ดีว่าคุณหนูสกุลฮวาผู้นี้มักจะใช้จ่ายเงินอย่างมือเติบถ้าหากพวกเขาทำให้นางถูกใจอีกทั้งนางยังไม่เหมือนสตรีอื่นที่พวกเขาเคยเห็นพวกเขาจึงไม่กล้าทำให้นางขัดเคืองใจอย่างเด็ดขาด
ฮวาจื่อเฉิงมอบเงินก้อนโตให้พวกเขาแล้วกำชับพวกเขาว่าอย่าเอาเื่นี้ไปบอกผู้ใดแม้แต่ฮวาจื่อมู่ก็ห้ามบอกบรรดาผู้ดูแลเรือนก็รีบขานรับแล้วล่าถอยออกไปให้ห่างจากเรือนในทันทีการที่คุณหนูอุ้มบุรุษผู้หนึ่งมาเรือนพักบนเขาที่ลับสายตาของผู้คนคนรักตัวกลัวตายเฉกเช่นพวกเขาย่อมจะต้องทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นจึงจะแคล้วคลาดปลอดภัยพวกเขายังจำได้ดีว่าคุณหนูผู้นี้สามารถฆ่าเสือด้วยมือเปล่าพวกเขาล้วนยังไม่อยากจะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับเสือตัวนั้นจึงทำได้แค่เพียงปิดหูปิดตาและปิดปากให้สนิท การรู้จักเอาตัวรอดเช่นนี้ของพวกเขาทำให้พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้