10
ไก่ปิ้งแดง และปีกไก่ย่างสไปซ์ซี่
เต้ผละมือจากการทำงาน เขาขี่จักรยานสีแดงคันเก่าไปจ่ายตลาดพร้อมกับเงินที่พ่อให้ไว้เต็มกระเป๋ากางเกงนักเรียน
เต้ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงตลาดประจำอำเภอ Y ่เวลานี้กำลังคึกคักสุดๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายอาหาร ทั้งร้านกับข้าว ร้านขนมหวาน แต่ละร้านส่งกลิ่นหอมฉุย และเมื่อขี่รถจักรยานลึกเข้าไปอีกก็จะเป็โซนขายผักสด เนื้อสัตว์ต่างๆ และร้านเครื่องปรุง
เต้ขี่จักรยานไปที่ร้านยายน้อย ซื้อปีกไก่ และเนื้อสะโพกไก่ ไปอย่างละนิดละหน่อย จากนั้นไปซื้อน้ำตาลตะโนด สีผสมอาหารสีส้มแดง และพริกป่นละเอียด ที่จริงแล้วเขา้าจะซื้อพริกปาปริก้า แต่ที่ร้านแถวนี้ไม่มีเลย จึงต้องซื้อพริกป่นละเอียดมาแทน ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆ ไม่จำเป็ต้องซื้อเพราะที่บ้านมีครบแล้ว ก่อนจะกลับเขาแวะซื้อไม้เสียบลูกชิ้น ที่เขาเกือบจะลืมมันไปแล้ว
เมื่อได้ครบของตาม้า เต้ก็รีบตรงกลับบ้านทันที
วันนี้เต้จะทำสูตรไก่ปิ้ง 2 สูตร ให้พ่อได้ลองชิม นั่นก็คือ สูตรปีกไก่ย่างสไปซ์ซี่ และ สูตรไก่ปิ้งแดง!
เมื่อถึงบ้านเต้รีบตรงดิ่งไปที่ห้องครัว เมนูแรกที่เขาจะทำคือ ไก่ปิ้งแดง เขาล้างไก่ที่ซื้อมาให้สะอาด พยายามไม่ให้น้ำที่ล้างไก่กระเด็นเลอะไปโดนถ้วยชาม เพราะมีแบคทีเรียที่เป็อันตรายอยู่ จากนั้นหั่นเนื้อสะโพกไก่เป็ชิ้นๆ ชิ้นเท่าๆกัน ถัดมานำรากผักชี พริกไทยดำ กระเทียม โขลกให้ละเอียด ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว และสีผสมอาหาร ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นนำเนื้อไก่ไปคลุกให้ทั่ว แล้วพักทิ้งไว้
เต้เริ่มทำเมนูต่อไปคือ ปีกไก่ย่างสไปซ์ซี่! สูตรนี้ทำง่ายนิดเดียว เขาเหยาะซอสหอยนางรม ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกป่นละเอียด พริกไทยดำ และเกลือนิดนึง ผสมให้เข้ากัน นำปีกไก่ไปคลุก แล้วพักไว้ ระหว่างรอให้เนื้อไก่เข้าที่ เขาก็ไปจุดเตาถ่าน และ ล้างไม้เสียบลูกชิ้นรอ เมื่อเตาถ่านไฟได้ที่แล้วเขาก็เสียบไก่กับไม้เสียบเสร็จพอดี
เต้วางเนื้อไก่เสียบไม้จนเต็มพื้นที่ตะแกรง เขานั่งลงข้างเตาคอยพลิกไก่กลับไปมา กลิ่นของไก่ปิ้งแดงค่อยๆ กระจายไปทั่วบ้านและนอกบ้าน เพื่อนบ้านหลายคนชะเง้อคอมองเข้ามาในบ้านหลังนี้ด้วยความสงสัยว่าบ้านนี้ทำอะไรกินกัน ทำไมกลิ่นถึงหอมทะลุบ้านขนาดนี้
พ่อที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ได้กลิ่นหอมมาจากในครัว ก็รีบเร่งทำงานของตนให้เสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปในห้องครัวทันที ยิ่งเข้าใกล้ห้องครัว กลิ่นไก่ปิ้งก็ยิ่งหอมชัดเจนขึ้น ท้องของพ่อที่สงบเสงี่ยมมาตลอดก็พลันส่งเสียงร้องเสียงดัง
ภายในห้องครัวเต้กำลังพลิกไก่ปิ้งด้วยความชำนาญ เหมือนพ่อค้าขายไก่ปิ้งคนหนึ่ง ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นไก่ปิ้ง น้ำมันจากไก่ไหลหยดลงไปโดนถ่านส่งเสียงร้องดังซี่ๆ ข้างๆมีจานที่ใส่ไก่ปิ้งแดงและปีกไก่ปิ้งหลายไม้
“โห กลิ่นหอมมากเต้ แล้วนี่ทำเยอะไปรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่หรอกพ่อ เต้ทำแบ่งบ้านข้างๆด้วย บ้านละสองสามไม้”
พ่อพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะอาสาเอาไปให้เพื่อนบ้านเอง
พ่อหยิบไก่ปิ้งแดงและปีกไก่สไปซ์ซี่ไปอย่างละนิดละหน่อยใส่ถุงสามใบเท่าๆกัน ก่อนจะเดินไปบ้านข้างๆ
“ตาสีเอ้ยยยย ตาสี” พ่อะโเรียกเสียงดัง ตาสีที่กำลังเก็บผักอยู่หลังบ้านก็รีบวิ่งมา
“เอ้ามีอะไรวะไอ้มิ่ง เรียกซะเสียงดัง”
“นี่ๆ ไอ้เต้ ลูกชายผม ทำไก่ปิ้งมาฝาก” พ่อยื่นถุงที่ใส่ไก่ปิ้งให้
“โอ้ ไอ้กลิ่นหอมๆ นั่นน่ะรึ ข้านี่นั่งเก็บผักอยู่ก็กลืนน้ำลายไปด้วยจนเกือบจะหมดตัวแล้ว” ตาสีทำตาโต ในใจดีใจไม่หยุด กลิ่นไก่ปิ้งนั้นหอมมาก จนเขาคิดจะไปซื้อไก่ปิ้งที่ตลาดมากิน แต่แค่คิดก็มีคนเอาไก่ปิ้งมาให้แล้ว
“ฮ่าๆ เดี๋ยวเร็วๆ นี้ไอ้เต้จะไปขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัด ฝากไปอุดหนุนช่วยกันหน่อยนะครับ” พ่อยืดอกด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกชาย เขายิ้มจนแก้มแทบปริ
“โฮะๆ ได้เลย อุดหนุนแน่ ขอบใจเด้อมิ่ง” ตาสีหัวเราะร่วน ก่อนจะขอตัวกลับไปเก็บผักต่อ
พ่อเดินเอาไปให้เพื่อนบ้านที่สนิทกันอีกสองหลัง ยืนพูดคุยเื่สักเพเหระกันสักพัก ก่อนจะเดินกลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ ความรู้สึกที่ได้อวดลูกชายเป็อย่างนี้เองสินะ พ่อหัวเราะกับตัวเองเบาๆ
เมื่อพ่อถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เต้นั้นได้จัดเตรียมอาหารค่ำไว้รอพ่อเรียบร้อย อาหารค่ำวันนี้มี ไก่ปิ้งแดง ปีกไก่ย่างสไปซี่ น้ำพริกตาแดงที่เหลือในตู้เย็น ไข่ต้มยางมะตูมกับไข่ต้มสุก และผักสดที่เหลือจากเมื่อวาน เช่น ถั่วฟักยาว มะเขือเปราะ
เต้ตักข้าวสวยร้อนๆ ยื่นให้พ่อ และก็ตักข้าวสวยให้ตัวเองจนเต็มจาน เขาไม่รีรอรีบหยิบปีกไก่ย่างดึงออกจากไม้ ตักน้ำพริกตาแดงใส่ปีกไก่ย่างนิดนึง ก่อนจะตักทานพร้อมกับข้าวสวยและถั่วฟักยาว
เขาละเมียดละไมเคี้ยวอย่างช้าๆ ปีกไก่ย่างสูตรนี้เข้ากับน้ำพริกตาแดงจริงๆ ความเผ็ดซี๊ดซ๊าดทำให้เขาอยากอาหารขึ้นเป็กอง
ส่วนของพ่อก็นั่งเคี้ยวอย่างละเมียดละไมเช่นเดียวกัน เขาหลับตาพริ้ม ปากเคี้ยวไปก็คิดไปว่าทำไมลูกชายของเขาถึงได้ทำอาหารอร่อยนัก อร่อยกว่าเขาอีกละมั้งเนี่ย
ว่าแล้วพ่อก็หยิบไก่ปิ้งแดงขึ้นมากินอีกไม้
“เต้ ไอ้ไก่ปิ้งสีแดงๆ นี่เขาเรียกว่าอะไร อร่อยดีจัง หวานๆ มันๆ เค็มๆ ปะแล่มๆ ”
“เรียกว่า ไก่ปิ้งแดง ครับ พ่อไม่เคยกินหรอ”
“ไม่เคยเลย ที่นี่ไม่มีใครเขาขาย มีแต่ขายปีกไก่ปิ้งธรรมดาๆ รสชาติเค็มๆ ”
“ก็ดีเลย เต้ว่าจะขายไก่ปิ้งแดงพอดี น่าจะขายดี” พูดจบเต้ก็หยิบไข่ต้มสุกกัดเข้าปาก
มื้ออาหารที่ดูเหมือนเยอะ แต่ผู้ชายทั้งสองคนก็กินหมดกันอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือแม้แต่น้ำพริกตาแดง
เต้เก็บถ้วยชามล้างจานเสร็จเรียบร้อยก็กลับเข้าห้อง ล้มตัวลงนอนทันที เขาอิ่มจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว
เต้นอนมองเพดาน พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถึงเื่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าเขารู้ว่าเขาจะได้ย้อนเวลากลับมา เขาคงท่องจำเลขล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ให้ขึ้นใจ
เต้ถอนหายใจเบาๆ
เขานั้นแอบหวาดหวั่นเหมือนกันว่าจะหาเงินได้ไม่ทันวันเกิดเหตุวันนั้น เพราะเขาต้องเรียนมัธยมไปด้วย เวลาที่หาเงินก็มีแค่เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น เต้นอนเอามือก่ายหน้าผาก แล้วสักพักเขาก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้เกี่ยวกับการสอบเทียบ
ในปีที่เขาจากมา มีนักเรียนหลายคนเลือกที่จะสอบเทียบ แล้วก็ไปต่อมหาลัยทันที ไม่ต้องเสียเวลาเรียนมัธยมปลาย
ดีล่ะ
เมื่อจบมัธยมปี 3 เขาจะเตรียมสอบเทียบทันที ส่วนเื่มหาวิทยาลัย ชาติที่แล้วเขานั้นจบจากมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาจะต้องเตรียมตัวดีๆ เค้าจะเข้ามหาวิทยาลัยเมืองหลวงA ให้ได้ แต่ต้องเป็หลังจากที่เขาจัดการเื่เงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
วันพรุ่งนี้เขาคงต้องแวะไปร้านอินเทอร์เน็ตสักหน่อย ต้องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเทียบ
เมื่อเต้แก้ปัญหาตนเองได้แล้ว เขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขาลุกขึ้นมาแช่ข้าวเหนียวและทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเข้านอนด้วยความสบายใจ
เช้ามืดวันต่อมา เต้ลุกขึ้นมานึ่งข้าวเหนียว และออกกำลังกาย ก่อนจะไปโรงเรียนแต่เช้า
ซึ่งวันนี้เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปี 3 ได้รับแจ้งว่า อีกหนึ่งอาทิตย์จะเป็การสอบปลายภาค และหลังจากนั้นก็จะเป็การสอบวัดผลระดับชาติ ซึ่งโรงเรียนมีการแจ้งเพิ่มเติมด้วยว่าสำหรับนักเรียนที่มีผลสอบวัดผลระดับชาติสูงที่สุดในโรงเรียนจะได้รับทุนการศึกษา จำนวน 5,000 บาทจากผู้บริจาคใจบุญด้วย ทำเอานักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 นั้นต่างกระตือรือร้นจะตั้งใจอ่านหนังสือกันใหญ่
ส่วนเต้นั้นนั่งกุมขมับ เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่า เด็กนักเรียนมัธยมปี 3 ต้องมีสอบวัดผลระดับชาติด้วย ตอนนี้เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรที่ต้องทำเยอะแยะมากเลย
กลับบ้านก็คงต้องทุ่มอ่านหนังสือสักหน่อย เขาก็อยากได้เงิน 5 พันเหมือนกัน!
และหลังเลิกเรียนวันนี้ เต้ไม่ได้รีบกลับบ้านไปช่วยพ่อเหมือนทุกที แต่เขาได้ตามฟูไปร้านอินเทอร์เน็ต จนเพื่อนๆ คิดว่าเขาคงกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้วล่ะ แต่เปล่าเลย เต้ไม่ได้เล่นเกมกับๆ เพื่อน เขานั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเทียบเงียบๆ คนเดียวในมุมหนึ่งของร้านอินเทอร์เน็ต ฟูและเพื่อนต่างก็พูดชวนเล่นเกมหลายครั้ง แต่เต้ก็ไม่สนใจ จนฟูถอดใจเลิกชวนไป
เมื่อเต้พิมพ์ข้อมูลที่หามาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็บอกลาเพื่อนก่อนจะเดินกลับบ้านไป
เมื่อถึงบ้านพ่อทักทายเขาด้วยข่าวดี นั่นก็คือ เขาได้พื้นที่ขายของที่ตลาดนัดวันเสาร์ อาทิทย์แล้ว! พ่อบอกว่า ที่ของเขานั้นอยู่ด้านในตลาดนัด ค่อนข้างลึกไปสักหน่อย เพราะพื้นที่ด้านหน้าถูกจับจองเต็มไปหมดแล้ว ส่วนค่าเช่านั้นเก็บรายวัน วันละ 30 บาท เมื่อได้ยินแบบนั้นเต้ก็ขมวดคิ้ว เขาไม่ค่อยชอบที่ที่อยู่ด้านในสักเท่าไหร่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เ้าของตลาดคงกันที่ด้านหน้าไว้ให้ร้านอื่น คงต้องลองขายในที่ด้านหลังไปก่อน