"เขาหวังฆ่าทั้งตระกูล แต่มีคนช่วยไว้ ระวังตัวและช่วยพวกเราด้วย"
"คนที่ช่วยพวกเขาอยู่เริ่มอ่อนแอ พวกมันกำลังจะได้ในสิ่งที่้า"
"ไม่มีใครช่วยได้นอกจากคุณ น้ำมนต์ แค่คุณคนเดียว"
ผมนอนคิดเื่ที่ผู้หญิงคนนั้นบอกทั้งคืน มันเป็ "คำเตือน" ผมรู้ แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องเป็ผมหรือนี่จะเป็หน้าที่ที่ปู่เคยบอก
ผมค่อยๆนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นกับพี่ไฟตามข้อมูลไทม์ไลน์ที่ได้จากเฟียส คนที่ทำเื่นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์แค่ทำให้หลงในเื่กามารมณ์แต่มันคือการเอาชีวิต ถึงพี่ไฟจะเป็แค่ทางผ่านและต้องรับเคราะห์แทนอีกคน แต่ถ้าไม่รีบช่วยทุกอย่างอาจจะสายเกินไป
/// เฮ้อ...จะไหวไหมวะเนี่ย ///
[เอาตะกรุดพ่อไปด้วย]
ไอเย็นไหลผ่านลงมาจากกลางกระหม่อมทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที เสียงนี้คือเสียงที่คอยนำทางผมมาตลอดั้แ่จำความได้ ผมรู้ว่าพ่อผมไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว รู้ั้แ่ที่ตัวเองยังอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าและผมก็รู้ด้วยว่าพ่อยังคงอยู่กับผมเสมอ...
"ครับ" ผมตอบกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้ยินเสียงนี้
.........
ผมจอดรถลงหน้าบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ พร้อมกับโทรหาเพื่อนตัวเองที่น่าจะตื่นมาใส่บาตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"ฮัลโหลไอ้น้ำ ถึงหรือยัง!" เฟียสรับสายเสียงดังจนผมต้องยกโทรศัพท์ออกห่าง
"จะะโทำไม ถึงแล้วอยู่หน้าบ้าน บอกพี่ยามเปิดประตูให้หน่อย"
"มึงเข้ามาเลยกูให้ป้าอิ่มบอกยามไว้แล้ว"
"......" ในขณะที่ผมคุยโทรศัพท์กับเพื่อน อยู่ๆ หางตาก็มองเห็นผู้หญิงคนเมื่อคืนยืนนิ่งอยู่ข้างรถ
"ไอ้น้ำ น้ำมนต์!"
"แค่นี้ก่อนเดี๋ยวกูเข้าไป" ผมพูดขึ้นก่อนกดวางสายเพื่อนตัวเองทันที
"เขาให้มาห้ามผมเหรอ" ผมถามขึ้นเสียงเรียบ
"เขาให้มาทำร้าย แต่ทำไม่ได้"
"งั้นรอตรงนี้ เดี๋ยวช่วย" น้ำตาของผู้หญิงคนนั้นก็ไหลออกมาเป็สายเืทันทีที่ผมพูดจบ
"ร้องไห้ทำไม เป็อะไร" ผมถามขึ้นอีกครั้ง
"มันจับลูกฉันไว้"
"ก็เป็ลูกที่คุณเคยไปทำแท้งแล้วเอาเขามาทำกุมาร ใช้เขาทำในสิ่งที่ตัวเอง้า ก่อบาปกรรมั้แ่เป็คนจนเป็ผี ผูกติดบ่วงกรรมกันไป ดีที่เคยเป็คนดีบ้างผมเลยพอจะช่วยคุณได้ แต่ยังไม่ได้ไปเกิดหรอกนะ ต้องไปใช้กรรมให้หมดก่อน" ผมร่ายยาวในสิ่งที่ผ่านเข้ามาในหัว
"แล้วลูกฉันจะเป็ยังไง"
"กุมารผีตนนั้นผูกบ่วงกรรมไว้มาก ตัดใจสะ ตอนนี้เขาไม่ใช่ลูกคุณแล้ว"
พูดจบผมก็ขับรถเข้าบ้านทันที ปล่อยผีพรายร้องโอดครวญโหยหวนอยู่ที่เดิม เสียงหมาหอนดังขึ้นตลอดทั้งซอยในเขตสาทรที่จะหาฟังในตอนกลางคืนยังยาก
ผมขับรถเข้ามาจอดไว้ในโรงจอดรถโดยไม่ลืมหยิบกระเป๋าที่มีน้ำมนต์ของคุณปู่ติดมือมาด้วย
"สวัสดีครับป้าอิ่ม ทำอะไรกันอยู่ครับ Big Cleaning day เหรอ" ผมถามป้าอิ่มกลับไปยิ้มๆ เมื่อเห็นป้าอิ่มกับคนงานกำลังล้างทำความสะอาดบริเวณลานหน้าบ้านกันอยู่
"Big Cleaning แบบไม่ตั้งใจค่ะคุณหนูน้ำ" ป้าอิ่มตอบกลับมาเสียงเครียด
"เกิดอะไรขึ้นครับ"
"ก็เมื่อเช้า คุณท่านเตรียมของใส่บาตรชุดใหญ่เพราะวันนี้คุณเฟียสจะลงมาใส่ด้วย แล้วอยู่ๆก็มีลมบ้าหมูที่ไหนไม่รู้พัดมาลูกใหญ่ ของที่เตรียมไว้หกกระจัดกระจายหมดเลยค่ะ ป้าใจคอไม่ดีเลยคุณหนูน้ำ" ป้าอิ่มตอบผมด้วยสีหน้าที่ดูกังวลไม่น้อย
"ไม่มีอะไรหรอกครับป้าอิ่ม ถึงยังไงคุณท่านก็ได้ใส่บาตรใช่ไหมล่ะครับ" ผมพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
"คุณหนูน้ำรู้ได้ยังไงคะ"
"ตายายหน้าบ้านเล่าให้ฟังครับ" ผมตอบกลับไป ป้าอิ่มตัวแข็งก่อนที่จะเอ่ยในสิ่งที่ผมอดหัวเราะไม่ได้
"แล้วท่านบอกไหมคะ ว่างวดนี้ตัวไหน"
"ป้าอิ่มครับเมื่อกี้ยังเครียดอยู่เลยนะ" ผมแกล้งแซวคนตรงหน้า ก่อนที่ทั้งผมและคนงานที่ได้ยินจะหัวเราะไปตามๆกัน
"เื่นี้สู้ตายค่ะ"
"ไม่คุยกับป้าอิ่มแล้วครับ ผมไปดีกว่า"
"ถ้ามีเลขเด็ดกระซิบกันด้วยนะคุณหนูน้ำ!" ป้าอิ่มะโไล่หลังก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของคนงานที่ช่วยกันทำความสะอาดอยู่
ผมเดินเข้ามาถึงบริเวณห้องรับแขก เฟียสกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โซฟา ข้างๆเป็ร่างของหญิงวัยกลางคนที่กำลังนอนหลับ รอบๆ มีแม่บ้านยืนอยู่เหมือนรอรับคำสั่ง
"เฟียส" ผมเอ่ยเรียกเพื่อนตัวเองที่น่าจะไม่รู้ถึงการมาของผม
"เกิดอะไรขึ้น" ผมถามกลับไปเมื่อสถานการณ์ที่คาดไว้จะเลวร้ายกว่าที่คิด
"ออกไปก่อนก็ได้ครับ มีอะไรเดี๋ยวผมเรียก ขอบคุณมาก" เฟียสหันไปพูดกับแม่บ้านก่อนมองกลับมาที่ผม
"ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้น" ผมถามเพื่อนตัวเองขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ทั้งห้องเหลือแค่พวกเรา
"มึงรู้เื่ที่เกิดขึ้นหน้าบ้านแล้วใช่ไหม"
"รู้แล้วป้าอิ่มเล่าให้ฟัง"
"อืม หลังจากนั้นก็ให้แม่บ้านไปซื้อชุดใส่บาตรมาให้ พอใส่เสร็จกูกับแม่ก็กำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน เราได้ยินเสียงพี่ไฟเรียกเลยหันไปดู แล้วแม่กูก็เป็ลมไปเลย"
"แล้วตอนนี้พี่มึงกลับมาหรือยัง"
"ยังเลย ตอนที่ได้ยินเสียงพี่ไฟเรียกที่หน้าบ้านกูก็นึกว่าพี่กูกลับมา แต่พอหันไปก็ไม่เจอใคร"
"โทรหาพี่มึง" ผมพูดขึ้น
/// ขอให้ไม่เป็อย่างที่คิดเถอะ ///
"ทำไมไอ้น้ำ"
"เร็วเฟียส โทรเลย ตอนนี้!"
เฟียสยกโทรศัพท์ขึ้นกดโทรออก รอสายอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครรับ
"พี่กูไม่รับ"
"เอาโทรศัพท์มานี่" เฟียสส่งโทรศัพท์ให้ผม
/// ลงนะพลางไว้สินะ ///
ผมท่องมนต์คลายเป่าใส่โทรศัพท์ก่อนส่งให้เพื่อน
"ลองโทรใหม่ บอกพี่มึงให้กลับบ้านบอกว่าแม่ป่วย" เฟียสรับโทรศัพท์ไปก่อนกดโทรออกพร้อมกดเปิดลำโพง
"ฮัลโหล" เสียงพี่ไฟรับสาย
"ไฟ กลับบ้านเลย แม่ไม่สบาย" เฟียสพูดขึ้น
"อะไรนะ แม่เป็อะไร เมื่อวานตอนกินข้าวยังดีๆอยู่เลย" พี่ไฟพูดขึ้นน้ำเสียงใ
"เมื่อวาน...กินข้าวไหน?" เฟียสถามกลับไปด้วยความงง
"ก็เมื่อวานที่พี่กลับบ้านไง ยังนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่เลยนายก็อยู่นะเฟียส" เฟียสมองหน้าผม ผมจึงจะพูดแบบไม่มีเสียงว่าให้พี่ไฟกลับบ้านก่อนที่เฟียสจะพยักหน้ารับ
"พี่กลับบ้านก่อนไหม วันนี้แม่ไม่สบาย"
"น้ำมนต์มาบ้านเหรอ" พี่ไฟถามขึ้น เฟียสทำหน้าใในขณะที่ผมยกยิ้ม
/// มาแล้วสินะ ///
"ครับพี่ไฟ มาหาผมไหม เรามีเื่ต้องคุยกันนะ" ผมพูดขึ้นเสียงกลั้วหัวเราะ
"เื่อะไร" น้ำเสียงพี่ไฟแข็งขึ้นทันที
"เื่ที่มึงจะทำของใส่อีกคนแล้วมาโดนพี่กูไง" ผมพูดกรอกไปในโทรศัพท์เสียงดัง เพราะแน่ใจแล้วว่าคนที่คุยอยู่ไม่ใช่พี่ไฟ
"ฮ่าๆๆๆ ใครจะไปรู้มันเสือกเกิดวันเดียวกันเอง และอีกอย่างผ่านวันนี้ไปพี่มึงก็ไม่อยู่แล้ว"
"มึงจะทำอะไร!"
"ของที่กูทำไว้ มันกำลังจะไปหาคนคนนั้น พี่มึงแค่ทางผ่านทำกูเสียเวลาฉิบหาย"
"มึงจะทำอะไร! พี่กูอยู่ไหน!"เฟียสะโขึ้น
"ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกลัวไป ยังไงมันก็ไม่รอดมึงรอจัดงานศพได้เลย" โทรศัพท์ถูกกดวางโดยปลายสาย เฟียสพยายามโทรกลับซ้ำๆแต่ก็ไม่มีใครรับ
"เฟียส ใจเย็นๆนั่งลงก่อน"
"มึงจะให้กูเย็นยังไงน้ำ นั้นพี่กูนะ!"
"กูรู้! แต่ตอนนี้มึงต้องใจเย็น แล้วก็ช่วยกูคิดว่าพี่ไฟจะอยู่ที่ไหนได้บ้าง"
"โรงแรม ไฟมันต้องอยู่โรงแรมสักที่ในเครือ"
"มีใครไปดูให้ได้ไหม"
"เดี๋ยวกูไปเอง" เฟียสพูดพร้อมกับลุกขึ้น
"ไม่ได้ มึงออกไปไม่ได้ มันอันตราย"
"ไม่เป็ไรกูไปได้"
"ไม่ได้เฟียส ตอนนี้มึงต้องอยู่ช่วยกู แม่ก็เป็ลมไปแล้วให้ใครเช็คที่โรงแรมได้บ้างไหม"
"เดี๋ยวกูให้เลขาไฟเช็คให้" ผมปล่อยให้เฟียสโทรหาเลขาพี่ไฟและเดินออกมาด้านนอกเพื่อใช้ความคิด ก่อนจะเจอเข้ากับชายแก่สูงวัยสวมชุดขาวขลิบดิ้นทอง พร้อมกับหมวกทรงสูงสีขาวยืนอยู่หน้าบ้าน
[จะช่วยรึ] คำถามดังขึ้นในหัว
[ครับ ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย] ผมตอบกลับในใจก่อนมองดูผีพรายที่ยังคงยืนร้องไห้อยู่หน้าประตูรั้ว
[ระวังด้วย มันไว้ใจไม่ได้]
[ครับ]
[มองไม่เห็นเลย ไม่รู้อยู่ที่ไหน] น้ำเสียงแฝงด้วยความเป็ห่วงดังขึ้นอีกครั้ง
[ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะหาพี่ไฟให้เจอ]
[ฝากด้วย] ชายชราเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป
"ไอ้น้ำ เลขาติดต่อพี่ไฟไม่ได้ ตามตารางงานก็ไม่มีลงบุ๊คไว้" เฟียสเดินออกมาบอกผมหน้าเครียด
"ลองโทรหาพี่หนึ่งดู" ผมบอกเพื่อนตัวเองกลับไป และในขณะที่เฟียสกำลังจะโทรหาพี่หนึ่งโทรศัพท์ในมือกลับดังสวนขึ้นมาทันที
"ครับหนึ่ง"
"ใจเย็นนะครับ ค่อยๆพูด" เฟียสบอกปลายสายกลับไป
"ใครนะครับ พี่พุฒเหรอ"
"งั้นเดี๋ยวผมกับน้ำรีบไปครับ เจอกันที่นั้นเลยก็ได้ครับหนึ่ง จะได้ไม่ต้องวนมารับ" เฟียสวางสายจากพี่หนึ่งก่อนหันมาพูดกับผมหน้าเครียด
"ไปเถอะน้ำ กูรู้แล้วพี่ไฟอยู่ไหน"
"อยู่ไหน" ผมถามเฟียสขึ้นเสียงนิ่ง
"นี่ไงเดี๋ยวมึงไปกับกู"
"ไม่ได้เฟียส มึงออกไปไหนไม่ได้มันอันตราย บอกมาพี่ไฟอยู่ไหนเดี๋ยวกูไปเอง"
"แต่..."
"ไม่ต้องมาแต่ บอกมา"
"โรงแรมอเวนิสสาขาเพลินจิต ไปถึงเคาน์เตอร์แล้วโทรหากู เดี๋ยวให้พนักงานพาขึ้นไป" เฟียสยอมบอกที่อยู่ผม ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง
"มึงไหวไหม" ผมถามเฟียสด้วยความเป็ห่วง เพราะอาการของคนตรงหน้าตอนนี้ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
"กูไหว มึงไปช่วยไฟเถอะ"
"งั้นถ้าถึงแล้วเดี๋ยวกูโทรหา" เฟียสพยักหน้ารับ ก่อนที่ผมจะรีบออกมาทันที
………
ผมขับรถมาถึงหน้าโรงแรมอเวนิสสาขาเพลินจิตตามที่เฟียสบอก ซึ่งถ้าให้พูดตามตรงแล้วที่ๆผมมาก็อยู่ห่างจากบ้านของเฟียสไม่ถึงห้ากิโลเลยด้วยซ้ำ และก่อนที่รถจะเลี้ยวเข้าไปด้านใน ผมกลับเห็นใครบางคนที่ยื่นอยู่หน้าประตูกระจกหมุนของโรงแรม แต่น่าเสียดายที่วันนี้ผมคงไม่ได้เข้าไปทักทายเพื่อนใหม่แน่ๆ
/// ไว้วันหลังนะคุณพุฒ ///
ผมวิ่งไปที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมทันทีที่มาถึงและกำลังจะโทรศัพท์หาเฟียส
"ทำไมมาช้าจังครับ" โทรศัพท์ผมค้างกลางอากาศทันทีเมื่อคุณพุฒยืนอยู่ตรงหน้า
/// เมื่อกี้ยังอยู่ที่หน้าโรงแรมนี่ ทำไมมาไวจังวะ ///
"ครับ?"
"เห็นผมแล้วไม่คิดจะทักกันเลยนะน้ำมนต์"
"ขอโทษครับคุณพุฒแต่วันนี้ผมรีบมากเลย" ผมบอกคนตรงหน้าก่อนกดโทรศัพท์หาเพื่อนตัวเอง
ตู๊ดๆๆๆๆ
แต่อยู่ๆ ผมก็ติดต่อเฟียสไม่ได้ขึ้นมาเฉย ผมลองกดโทรย้ำหลายๆครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล
"ไม่ต้องโทรหรอกครับ มันคงไม่ไอยากให้คุณติดต่อได้ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปเอง" คุณพุฒพูดขึ้นก่อนเดินนำผมไปด้านในของโรงแรม
"จะไปไหนครับ ผมต้องรีบไปธุระนะ"
"ไปหาไฟไงครับ เดี๋ยวผมพาขึ้นไป มาเถอะครับ" คำตอบของคุณพุฒทำให้ผมนิ่งไปทันที
"เดี๋ยวนะครับ คุณรู้จักพี่ไฟด้วยเหรอ"
"รู้จักสิครับ เพื่อนกลุ่มเดียวกัน"
/// ทำไมโลกมันกลมขนาดนี้วะเนี่ย ///
"แล้ว...แล้วคุณรู้เื่ที่พี่ไฟ เื่..."
"เื่ที่ไฟมันโดนของน่ะเหรอครับ"
"คุณพุฒรู้!"
"ครับผมรู้ แต่ผมช่วยอะไรมากไม่ได้" คุณพุฒพูดขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าๆ
"ไม่เป็ไรนะครับ เดี๋ยวผมช่วยพี่ไฟเอง ไม่ต้องห่วงครับ"
"ต้องห่วงสิครับ"
"โห...เชื่อมือเถอะครับ ผมช่วยพี่ไฟได้แน่นอน ไม่ต้องเป็ห่วง"
"ผมหมายถึง ผมห่วงคุณน่ะครับคุณน้ำมนต์" คุณพุฒพูดขึ้นก่อนก้าวเข้าลิฟต์ ในขณะที่ผมยังยืนงงอยู่
"มาสิครับ" คุณพุฒเรียกขึ้น
"ครับ?"
"ไฟอยู่ข้างบนครับ เดี๋ยวผมไปส่ง..."
"คุณรู้เหรอครับว่าพี่ไฟอยู่ห้องไหน" ผมถามคนที่อยู่ในลิฟต์
"ผมบังเอิญรู้น่ะ เชิญครับ" คุณพุฒพูดขึ้นก่อนส่งยิ้มมาให้
/// อะไรจะบังเอิญขนาดนี้เนี่ย ///
*** Rw