“ฝ่าา จิ่วอ่องกับชายาเอกพลัดตกจากหอเคียงฟ้า”ฟงหมิน นั่งจิบชา ร่วมกับ ใต้เท้าฉีไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้าน
“ตามหมอหลวงหรือยัง”
“หมอหลวงเร่งรุดไปที่จวนแล้วข้าน้อยส่ง ท่านอ๋องไปที่จวน แต่เป็ที่น่าเสียดาย พระชายาของท่านอ๋องสิ้นใจเสียแล้วไม่ทันที่ท่านหมอจะได้รักษา”ชาในมือถูกกระดกลงคอ
“รับบัญชาข้าให้หมอหลวงรักษา อาการาเ็ของ ฟงฉินอย่างดีที่สุดแต่หากว่าไม่อาจยื้อชีวิตเขาไว้ได้ ข้าก็ไม่อาจ กล่าวโทษเพียงแค่ทำให้ดีที่สุดก็พอ"
“ฝ่าา จิ่วเยว่อ๋องไม่น่าคิดสั้นฝ่าาทรง อภัยโทษปล่อยให้รอดจากการลงทัณฑ์เพราะเห็นแก่ความเป็พี่น้องกัน แต่เหตุไฉนถึงได้คิดสั้นถึงเพียงนี้”ใต้เท้าฉีพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“เป็เื่ดีมิใช่หรือ หากเขาจะตายไปเสีย คำทำนายนั่นยังคงอยู่ และนับวันยิ่งจะเป็ที่กล่าวขวัญ”
“หากเขาจะมีชีวิตรอดต่อไปหรือว่าจะตายก็ไม่แปลก ฝ่าาก็ยังคงนั่งบนบัลลังก์เช่นเดิม กลัวเหลือเกินว่ารุ่ยหานที่หนีไปได้จะไม่ยอมรามือง่ายๆ ”
ผู้คนพลุกพล่านวุ่นวายล้วนจับจ่ายสินค้ามากมายเช่นกันป้ายๆ กับกัวเฉาเดิน อยู่บน ถนนสองข้างที่มีผู้เสนอขายสินค้าหลายอย่าง
ป้ายป้ายในอาภรณ์สีชมพูสวยหวาน ใบหน้าสดชื่นแจ่มใสมีน้ำมีนวลอีกทั้งยังมีเืฝาดจนน่ามองแววตาที่เศร้าหมองบัดนี้แทนที่ด้วยดวงตา สุกสว่างสดใสต่างกับตอนที่อยู่บ้านตระกูลฉี ที่ลำคอยังมีรอยเขียวคล้ำแม้จะประคบร้อนก็ไม่หายป้ายป้ายจึงจำต้องคอยใช้มือดึงคอเสื้อปิดไว้ด้วยความเขินอายเกินจะเปิดเผยมัน
“คุณหนูร้านผ้าแห่งนั้น มีแต่ผ้าสวยๆ ราคาก็ไม่แพงนัก ที่นั่นมักจะเป็ที่เหล่าหญิงงาม เข้าไปเลือกซื้อผ้าสำหรับตัดเย็บอาภรณ์”
“ข้าไม่เคยได้มีโอกาส มาเดินเลือกซื้ออาภรณ์ขยับมือปิดคอเสื้อที่มีร่องรอย คล้ำเขียวกว่าว่าผู้อื่นจะมองเห็นมัน กัวเฉายิ้ม
“คุณหนูต่อไปจะต้องหัดเลือกของเองซื้อสิ่งของเอง อยู่ตระกูลฉี ไม่เคยได้แตะต้องเงินทอง
“พี่สาว ท่านก็ออกมาที่ตลาดหรือ”ป้ายหลิวที่เดินมาพร้อมกับสาวใช้อีกสองคน
“น้องเล็ก เ้าก็มา”
“โอ้ อย่างท่านกล้าที่จะเข้าไปในร้านผ้า ที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวงด้วยหรือ”
“ข้า อยู่ตระกูลฉีไม่เคยได้แวะเวียน แต่พอแต่งกับท่านอ๋องกับมีเงินจับจ่ายเพียงแค่วันแรกก็ได้มาเลือกซื้อผ้า ไม่ได้ใช้สินเดิมเพราะสินเดิมมิได้มีติดตัวอยู่ก่อนแล้ว นี่หากจะดูให้ดีเ้าก็คงจะรู้ว่าข้าได้เงินทองมาจากสามีที่เอาใจใส่ในตัวข้าให้เงินทองมาจับจ่าย แต่เอ..ว่าน้องน้องเล็กเ้าก็คงใช้สินเดิมที่ฮูหยินใหญ่ให้เ้าติดตัวมา เพราะเห็นได้ชัดว่ายังเป็ถุงเงิน อันเก่าของเ้าที่ห้อยอยู่ที่เอว”ป้ายหลิวกระทืบเท้า ด้วยความโมโหที่ป้ายป้ายไม่อ่อนข้อให้เหมือนเคย กัวเฉายิ้มเบ้ปาก
“กัวเฉามีร้านอื่นอีกหรือไม่ ท่านอ๋องสั่งให้ซื้อไปจนกว่าข้าจะพอใจเกรงว่าร้านนี้มี ชายาอ๋องมาถึงสองผ้าจะไม่พอให้เลือกเราคงต้องไปร้านอื่นที่ พอจะมีผ้าที่ราคาไม่หนีกันมากนัก ทางนี้หลีกทางให้น้องเล็กเลือกผ้าไปก่อนดีกว่า”
ป้ายหลิวที่เมื่อคืนหงุดหงิดจาก คืนเข้าหอที่แสนจะขมขื่นด้วย ปาเยว่อ๋องมาถึงก็ทิ้งตัวลงนอนมิได้ร่วมหออย่างที่ตั้งใจ วันนี้หากมารดาถามถึงเื่ร่วมหอ เช่นไรจะมีเื่พูดให้นางดีใจไปด้วย เหลือบมองที่คอเสื้อของ ป้ายป้าย แม้จะปิดไว้ทว่าเห็นได้ ชัดเจนร่องรอยเขียวคล้ำแม้คนตาบอดยังพอจะเดาทางได้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ยิ่งทำให้บังเกิดความริษยา
“ท่าน ถือตัวว่าแต่งออกไปกล้าตีริมฝีปากกับข้าแล้วหรือ ข้าจะฟ้องท่านแม่ว่าท่าน กล้าต่อคำข้า”
“ป้ายหลิว เมื่อไหร่เ้าจะโตเสียที วันๆ เอาแต่คิดเคียดแค้น ข้าว่าเ้าเอาเวลาไปดูแลปาเยว่อ๋อง หาวิธีให้เขาโปรดปราน มอบเงินทองให้ใช้สอยเหมือนที่ฮูหยินใหญ่เคยกล่าวไว้จะดีกว่า”
“กรี๊ดดดด เ้าเ้ารู้ได้อย่างไรว่าปาเยว่อ๋องไม่ได้โปรดปรานข้า”เหมือนวัวสันหลังหวะ ป้ายป้ายส่ายหน้าไปมา
“ก็ดูจากอารมณ์ของเ้าที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”
“คอยดูข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าปาเยว่อ๋องโปรดปรานข้าเพียงใด” ป้ายป้ายก้าวเดินจากไปกัวเฉายิ้ม
“คุณหนูสุดยอดเลยเ้าค่ะ”
“ข้าไม่ได้อยากทะเลาะกับนาง”
“คุณหนู ต้องทำให้นางรู้เสียบ้างว่าตอนอยู่ในตระกูลฉี ข่มเหงคุณหนูได้เพราะมีบิดาของคุณหนูกับฮูหยินใหญ่ให้ท้ายถือหางนางแต่ข้างนอกนี่ต่างคนต่างมีสวามี คอยดูแลปกป้อง ไม่ว่านางจะเป็ใครก็ไม่อาจรังแกกันได้ง่ายๆ เมื่อคุณหนูแต่งออกมาแล้วก็ไม่จำเป็ต้องยอมลงให้กับนางอีก”ป้ายป้ายถอนหายใจ หากเดาไม่ผิดป้ายหลิวก็ต้องไปที่ตระกูลฉีเช่นกันเพื่อมอบของกำนัลจากจวนอ๋องตามธรรมเนียม ป้ายป้ายจะต้องคอยรับมือทั้งฮูหยินใหญ่และป้ายหลิว
เลือกผ้าจนเป็ที่พอใจ ใส่ในเกี้ยว มากมาย ก่อนจะเดินทางไปที่ตระกูลฉี
ใต้เท้าฉีกับฮูหยินใหญ่ นั่งอยู่บนเก้าอี้ จิบชายามบ่าย ด้วยท่าทีสงบ ป้ายป้ายกับกัวเฉาลำเลียง ของกำนัล มาวางตรงหน้า ย่อตัวลงช้าๆ
“ป้ายป้ายคารวะท่านพ่อ.. ฮูหยินใหญ่”ฮูหยินใหญ่เหลือบตามอง ใบหน้าสดใสของ ป้ายป้ายก่อนจะเบือนหน้าหนีเสีย ไม่สู้ชอบใจนักที่เห็นว่าป้ายป้ายออกไปแค่วันเดียวสีหน้าสดใสขึ้นจนเห็นได้ชัด
“จิ่วเยว่อ๋องไม่ได้มากับเ้าหรือไร”ใต้เท่าฉี ถามขึ้น ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่ได้คาดหวังอะไร
“ท่านพ่อท่านแม่”ป้ายหลิวเข้ามาในห้อง ใต้เท้าฉีกยิ้มลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงไปรับป้ายหลิว
“ปาอ๋อง อยู่ไหน”มองหา ปาเยว่อ๋อง
“เขา เข้าไปในวังหลวงถวายงานฝ่าา”พูดแก้ตัว
“ป้ายหลิวลูกแม่ ไหนเล่าของกำนัลมีค่าควรเมืองที่ท่านอ๋องส่งมาให้กับ ตระกูลฉีเพื่อคารวะท่านพ่อ” ป้ายหลิวหน้าเง้า ไม่มีของกำนัลไม่มีสิ่งใดความจริง ปาเยว่อ๋องยังนอนอยู่บนแท่นนอน แล้วยังเรียกเอาสาวใช้คนที่เขาโปรดปรานเข้าไปในห้องบรรทมไม่สนใจว่าป้ายหลิวจะทำอย่างไรในวันนี้
“อ๋อข้าเข้าใจแล้ว เขาคงจะส่ง ของกำนัลมาในวันหลังเกรงว่าเวลาวันเดียวคงจะเตรียมของกำนัลไม่พร้อม ของกำนัลที่ท่านอ๋องตั้งใจส่งมาคงมากมายจน ไม่อาจขนได้หมดในวันเดียว”มั่นใจเหลือเกินว่าป้ายหลิวจะเป็ที่โปรดปราน ป้ายหลิว ยิ้มเจื่อนๆ ป้ายป้ายทำตัวลับเร้นกายออกมาเสีย
“ป้ายป้ายข้า มีเื่พูดกับเ้า” ใต้เท้าฉี เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าป้ายป้ายกำลังจะกลับออกไป
รถเข็นไม้ไผ่ถูกเข็นข้ามาโดยติงจง ร่างหล่อเหลา ท่าทีองอาจ ที่ ใต้เท้าฉีเองยังต้องขมวดคิ้วไม่พบเจอ จิ่วเยว่อ๋องเป็เวลาเกือบปี ไม่น่าเชื่อว่าจะรูปงาม ราวกับ เทพ์
“ท่านเก้า”ป้ายหลิวอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าฟงฉินคว้าข้อมือ ป้ายป้ายมากุมไว้”
“หลี่ฟงฉิน คารวะท่านพ่อตา ฮูหยินฉี”น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล อีกทั้งยังเสียงทุ้มนุ่มหู ป้ายหลิวรู้สึกอิจฉา ป้ายป้ายอย่างที่สุด
“ฟงฉิน มาช้า เพราะมัวแต่เตรียม ของกำนัลมีค่าควรเมือง แวะเวียนไปคัดเลือกของเหล่านี้มาจากตระกูลเหวิ่น ใช้เวลาไม่น้อย กว่าจะได้ของที่คิดว่าเหมาะกับตำแหน่งชายาเอกของฟงฉิน สินเดิมของมารดาข้ากับสินเดิมของท่านตาล้วนมีมากมายจนไม่อาจเลือกได้ในวันเดียว เช่นนั้นกลัวว่าหวางเฟยจะลำบากข้าจึงให้เงินนางมาซื้อผ้าเพื่อตัดเย็บอาภรณ์เสียใหม่ ชุดแดงที่นางใส่ในวันแต่งล้วนไม่น่าดูเหมือนดังเศษผ้า ข้าจึงให้นำไปทิ้งเสีย อีกทั้งอาภรณ์เก่าที่นางนำมา สีหมองไปเสียสิ้นวันนี้นางจึงเดินเลือกผ้ามากหน่อย ส่วนข้าไปเลือกของกำนัลมาด้วยตัวเองหวังว่าท่านพ่อตาจะชื่นชอบมัน”ใต้เท้าฉีหน้าตึง
“ขนของกำนัลเข้ามา”ของกำนัลมากมายที่ถูกขนเข้ามายาวจนถึง ซุ้มประตูทางเข้าป้ายตระกูล อีกทั้งยังมีแต่ของมีค่าควรเมือง มีทั้งของที่เป็บรรณาการเก่าและของที่มีเพียงชิ้นเดียวในใต้หล้า ฮูหยินฉี ตาโตด้วความละโมภป้ายป้าย มองสิ่งของเ่าั้ด้วยความรู้สึก ว่าแสนเสียดาย เพราะมันมากมายเหลือเกิน
“ป้ายป้าย นี่คือกุญแจ ให้เ้าเก็บไว้ ต่อไปสินเดิมของข้าล้วนเป็ของเ้าทั้งหมด ที่นั่นมีของมีค่ามากมายที่ท่านแม่ของข้า ได้รับ พระราชทานมาจากเสี้ยนตี้ด้วยความโปรดปราน มากมายจนข้าไม่อาจเลือกให้เ้าไหว เ้าจะต้องดูแลมันและสิ่งของเ่าั้จะเป็ของเ้าผู้เดียว ข้ามอบให้มันต่อหน้าบิดาเ้ากับฮูหยินฉี เพื่อให้เป็พยานว่าข้า ยินดี ยกมันให้กับหวางเฟยของข้า เป็แสดงให้เห็นว่าข้าจริงใจกับบุตรีของท่านเพียงใด”จ้องมอง ป้ายป้ายด้วยสายตาอ่อนโยน รักใคร่
ป้ายป้าย ก้มหน้าเขินอายส่งผลให้ รอยเขียวคล้ำที่ลำคอ โผล่พ้นคอเสื้อออกมา ฮูหยินฉีเลิกคิวด้วยความสงสัย ก็ไหนใครเขาก็พูดว่า จิ่วเยว่อ๋องพิการขา