บทที่34. จัดเตรียมร้านค้า
สองร่างเล็กจ้อยเดินโยกตัวด้วยท่าทางสดใสตามกันออกมาจากห้องน้ำหลังจากเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันกันมาส่วนคนเป็นพ่ออย่างฉิงเฟิ่งก็เปียกไปด้วยไม่แพ้กัน เพราะหลังจากที่เขาบอกลูกๆ ว่าภรรยากำลังทำไก่ทอดให้กินอยู่ตูตูกับไคไคก็เกิดคึกจัดที่จะได้กินไก่ทอดหอมๆก็เอามือตีน้ำวักเล่นพร้อมส่งเสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดอย่างถูกใจสุดท้ายก็พากันเปียกไปหมด
“รีบเปลี่ยนชุดก่อนเร็วเข้าตูตูไคไคเดี๋ยวแม่มาดุนะ”เสียงทุ้มๆ ของฉิงเฟิ่งกระซิบบอกลูกชายตัวแสบทั้งสองก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเพื่อเช็ดหน้าเช็ดตัวให้เด็กๆ
“คับ/คับ”
“กุงเกงเปียกโด้ยนะ”ตูตูยืนกางขาไว้เพราะกางเกงเปียกหมดแล้ว หน้ากลมๆ ก้มลงมองกางเกงตัวเองก่อนที่มือน้อยจะจับที่ขอบกางเกงให้ยืดออกจากพุงแล้วก้มมองดูข้างใน
“อื้ออเปลี่ยนๆ” ไคไคเดินไปรื้อๆ ชั้นเสื้อผ้าของพวกเขาที่แม่เอาเสื้อผ้าวางไว้ทั้งเสื้อทั้งกางเกงถูกดึงรื้อออกมา มีหลายชิ้นที่วางกองที่พื้นระเกะระกะ
ไคไครีบถอดชุดที่เปียกและเปลี่ยนเสื้อผ้าเองอย่างช้าๆส่วนตูตูก็รีบถอดกางเกงออกเหมือนกัน จากนั้นขาอวบสั้นของตูตูก็เดินเข้าไปหยิบกางเกงผ้านุ่มขายาวที่ไคไครื้อๆออกมากองไว้ขึ้นมาสวมขา แต่ยังไม่ทันได้ใส่เสร็จไคไคก็เอากางเกงในสีแดงตัวน้อยมายื่นให้พร้อมทำหน้านิ่งใส่พี่ชาย
“ไคไคเอากุงเกงในมาให้ด้วย”
“ตูตูไม่หยักใส่กุงเกงในเยย”พูดพร้อมทำปากจู๋แก้มป่องใส่ด้วย
“ใส่เย็วๆ”
“ใส่หยอ”
“อื้ออใส่แล้วไปจินไก่ต้อดของแม่กัน” ไคไคเองก็หิวข้าวแล้ว ยิ่งได้กลิ่นหอมๆของไก่ทอดยิ่งพูดรัวจนไม่ชัดตามไปด้วย
“โฮ๊ะ!ไก่ต้อดๆ ฮิ ฮิ ไคไคเอากุงเกงในมาเยย”ตูตูเมื่อได้ยินชื่อของกินที่ชอบก็เริ่มยกมือสองข้างขึ้นมากำไว้แล้วเขย่ามือไปมาจนพุงน้อยเหี่ยวๆนั้นส่ายตามไปด้วย
“เอาละถ้างั้นตอนนี้ไคไคแต่งตัวเสร็จแล้วเหลือแค่ตูตูรีบใส่กางเกงในก่อนเร็วเข้าจะได้ไปกินข้าวเช้ากัน”ฉิงเฟิ่งที่ปล่อยให้เด็กๆ แต่งตัวกันโดยที่เขาก็ยื่นฟังลูกๆคุยกันพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกของตัวเองไปด้วยก็ได้แต่ยิ้มและส่ายหัวให้กับความเป็นเด็กตลกและสดใสของลูกชายทั้งสองคน
“คับพ่อ/คับพ่อ”
สามพ่อลูกเมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้วก็เดินออกมาที่ห้องครัวที่ตอนนี้อาหารเช้าที่ซีอินเตรียมไว้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“วันนี้มีไก่ทอดกรอบๆหอมๆ กับข้าวเหมียวร้อนๆ น้า อย่างกินมั้ย”
“หยักจินๆมีเหนียวเหนียวด้วย ”
“หยักกินคับ ไคไคชอบไก่ต้อดกับเหนียวเหนียว”
“จ้ะงั้นลงมือกันได้เลย”จากนั้นทั้งสี่คนก็เริ่มลงมือกินข้าวเช้ากันทันทีอย่างเอร็ดอร่อย
“กร๊อบ!หื้มมม” เสียงกัดน่องไก่ดังกร๊อบๆตามด้วยเสียงที่แสดงออกถึงความถูกใจอย่างเหลือเกินของตูตูดังขึ้น
“อย่อยตี้ฉุด”ตูตูกินอย่างมีความสุขและกินข้าวได้เยอะมาก
“กร๊อบใช่อย่อยมากกก” ไคไคเองก็เห็นด้วย
“กร๊อบภรรยาคุณทำอร่อยจริงๆ ครับ”ฉิงเฟิ่งเองก็เอ่ยชมพร้อมส่งสายตาระยิบระยับไปให้อย่างหวานหยดอาหารที่ภรรรยาทำทุกอย่างนั้นอร่อยมากจริงๆ
.....
“วันนี้เราข้าเมืองไปจัดร้านกันเถอะค่ะเมื่อวานฉันเอาชั้นวางของออกมาไว้บ้างแล้ววันนี้ก็ไปจัดของให้เข้าที่เข้าทางกับเอาของที่จะขายออกมาจัดวางจะได้เปิดร้านเร็วขึ้นนะคะ”ซีอินเอ่ยชวนสามีเมื่อผ่านอาหารมื้อเช้าไปแล้ว
“ได้ครับอย่างงั้นก็ดีเหมือนกัน”
“หากเปิดร้านแล้วไปได้ดีฉันคิดว่าจะลาออกจากงานที่ฝ่ายผลิตนะคะ คุณคิดว่าไงคะฉิงเฟิ่ง”
“ผมเห็นด้วยครับหากการค้าไปได้ดีเราออกมาทำงานของเราเต็มตัวดีกว่าครับ”
“ค่ะ”
เมื่อสองสามีภรรยามีความคิดเห็นตรงกันแล้วก็ไม่มีปัญหาใดอื่นเมื่อทำงานบ้านจัดการเรื่องต่างๆเรียบร้อยจึงพากันขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้าเมืองอำเภอกัน
“นี่คุณเอาของออกมาวางเยอะขนาดนี้เลยหรือครับความจริงรอผมก่อนก็ได้แบบนี้เหมือนผมไม่ได้ช่วยงานอะไรคุณเลย”ฉิงเฟิ่งมองดูชั้นวางของหลายชั้นที่ภรรยาเอาออกมาวางไว้ในร้าน
“อย่าคิดมากแบบนั้นสิคะเมื่อวานเพราะต้องรอผลสอบนานหลายชั่วโมง ฉันเลยเข้ามาทำความสะอาดกับเอาของออกมาไว้ก่อนไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยค่ะคุณอย่าน้อยใใจไปเลยค่ะ ตอนไปฉันจะต้องพึ่งพาคุณแน่นอนคะ”ซีอินกล่าวออกมาพร้อมยิ้มหวานให้ด้วย
“ครับ”เมื่อได้ยินเสียงหวานตอบมาพร้อมรอยยิ้มนั้น เขาก็ยิ้มตอบกลับอย่างมีความสุข
ซีอินและฉิงเฟิ่งช่วยกันจัดเตรียมพื้นที่โดยเอาชั้นวางของที่เหมือนกับชั้นที่อยู่ในห้างมาวางเรียงติดผนังและวางเป็นแถวๆอีกสามแถว เธอจะเอาพวกของใช้อุปโภคบริโภคออกมาวางขาย ทั้งสบู่ ยาสีฟันแปรงสีฟันผงซักฟอก แป้งทาหน้า ลิปมัน ครีมทาหน้าทางตัว และพวกแป้งทำอาหารชนิดต่างๆเส้นบะหมี่ เครื่องปรุงรส และขนนของกินทั้งยังมีผลไม้สดๆ ด้วยที่เธอเลือกขายของพวกนี้เพราะเธอมีของอยู่ในห้างมิติอยู่แล้วไม่ต้องไปตามหาแหล่งสินค้าอีกไว้หากค้าขายมั่นคงแล้วค่อยเริ่มขยับขยายทำอย่างอื่นต่อไป
วิธีการขายของของเธอจะไม่ได้ให้ลูกเดินเลือกของด้านในแต่เธอจะให้ลูกค้าแจ้งรายการของที่ต้องการซื้อแล้วคนในร้านจะเดินหยิบใส่ตะกร้าให้เองจากนั้นค่อยคิดเงินให้เธอคิดว่าแบบนี้จะได้ลดความวุ่นวายของคนที่จะเดินเข้าเดินออกภายในร้านด้วยแต่วิธีการแบบนี้เธอจะต้องมีคนทำงานคอยรับรายการสั่งซื้อหลายคนทีเดียวซึ่งเรื่องนี้คงต้องรอดูกันไปก่อน
สองสามีภรรยาช่วยกันจัดเรียงของอยู่นานพอสมควรส่วนเจ้าหัวผักกาดหลังจากที่เดินไปเดินมาก็เริ่มหมดแรงและง่วงนอนเธอจึงเอาฟูกนอนออกมาวางไว้ที่มุมว่างๆ มุมหนึ่งแล้วให้เด็กๆ ไปนอนกลางวันกัน
ดีที่มีไฟฟ้าใช้ในเมืองอำเภอหมดแล้วจึงไม่ลำบากอะไรเธอจึงตัดสินใจเอาตู้แช่แข็งออกมาหนึ่งตู้เอาไว้แช่เนื้อสดๆ ขายด้วย
“เท่านี้ก็เรียบร้อยนะครับ”ฉิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อขยับวางกระถางต้นไม้ที่มีต้นไม้สีเขียวเป็นพุ่มในกระถางลงตรงมุมสองข้างทางเข้าออกตรงหน้าร้านเมื่อวางต้นไม้แบบนี้ยิ่งทำให้ร้านดูน่าเข้าไปอีกดีที่เจ้าของเดิมดูแลอาคารอย่างดีตัวอาคารเป็นสีขาวจึงยิ่งดูโล่งโปร่งมากทั้งยังมีหน้าต่างเปิดรับแสงอีกหลายบานด้วย
“ค่ะเรียบร้อยแล้วเท่านี่เราจะเปิดร้านได้แล้วนะคะ”
“ครับงั้นคุณจะเปิดวันไหนดีครับ”
“งั้นอีกสัก2-3วันเถอะค่ะเพราะเดี๋ยวฉันจะทำใบปลิวไปแจกคนในเมืองอำเภอก่อนเขาจะได้รู้ว่าเราเปิดร้านใหม่และมีสินค้าอะไรบ้างเป็นการโฆษณาน่ะค่ะ”
“งั้นกลับไปค่อยทำเถอะครับเดี๋ยวผมช่วยทำแล้วก็จะไปจ้างอี้เหวินมาช่วยงานด้วยเขาจะได้มีเงินด้วยครับ”
“แบบนั้นก็ดีเลยค่ะ”
ก่อนกลับซีอินยังได้แวะทักทายคนที่อยู่อาคารหลังข้างๆที่ตอนนี้ก็มาเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ด้วยนับว่าเจ้าของร้านนี้หัวไวมากเลยทีเดียวรัฐบาลพึงประกาศเรื่องการค้าเสรีได้ไม่นานร้านข้างๆกลับเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าได้แล้วต่อไปเครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้คนจะนิยมมากขึ้นอย่างแน่นอนซีอินพูดคุยกับภรรยาเจ้าของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกคอและฝากตัวเป็นเพื่อนบ้านอาคารข้างเคียงกันเรียบร้อยก็เตรียมตัวเดินทางกลับ
“ภรรยาครับเดี๋ยวผมของไปใช้โทรศัพท์ก่อนนะครับก่อนนี้เพื่อนผมบอกว่าจะมาเยี่ยมที่นี่ผมเลยว่าจะบอกเรื่องร้านค้าให้เขารู้สักหน่อยจะได้มาหาเราที่ร้านน่าจะหาได้ง่ายกว่าไปที่บ้านนะครับ”
“ได้สิค่ะถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะค่ะ ไปกันจ้ะตูตูไคไค” เมื่อรับคำสามีแล้วซีอินก็หันมาพูดกับลูกๆต่อ
“คับ ไปเย้ยย ฮิ ฮิ ฮิ”
“ไปคับๆ”
ได้นอนกันเต็มอิ่มเจ้าหัวผักกาดน้อยก็เริ่มคึกคักกันอีกแล้วพลังเหลือล้นไม่มีหมดจริงๆ
เมื่อฉิงเฟิ่งไปที่ที่ว่าการไปรษณีย์ก็ใช้โทรศัพท์ไม่นานก็ได้คุยเพื่อนของเขาที่ค่ายทหาร
“นี่นายจะเปิดร้านแล้วหรือดีจริงๆเลยเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบเดี๋ยวเดือนหน้าฉันกับเล่ยฉีจะแวะไปหานายและครอบครัวแน่นอน
“ได้ร้านฉันหามายากหรอกอยู่ไม่ไกลจากสหกรณ์รัฐและที่ว่าการไปรษณีย์”ฉิงเฟิ่งบอกจุดสังเกตให้เพื่อนทราบ
“ได้ๆฉันจำไว้แล้ว”
เมื่อวางสายเรียบร้อยก็ถึงคราวกลับหมู่บ้านแล้วจริงๆตูตูกับไคไคยังคงตื่นเต้นกับการนั่งรถมอเตอร์ไซค์อยู่ทุกครั้งตอนนี้หน้าที่ขับรถเป็นของฉิงเฟิ่งไปแล้ว ซีอินจึงได้นั่งหลังซ้อนสบายๆ ตลอด
ฉิงเฟิ่งขับรถเลยบ้านไปที่ท้ายหมู่บ้านก่อนเพื่อบอกให้อี้เหวินมาช่วยงานทำใบปลิวที่บ้าน ซึ่งเขาก็ดีใจมากจึงรับปากทันทีวันต่อมาเด็กชายจึงพาน้องชายอี้เชามาช่วยงานที่บ้านคุณอาสามเซียวแต่เช้า
เมื่อวานซีอินออกแบบใบปลิวแบบง่ายๆไว้แล้วทั้งยังเอาเครื่องถ่ายเอกสารขนาดเล็กออกมาถ่ายเอกสารไว้ได้หลายร้อยใบดังนั้นงานของอี้เหวินคือช่วยพับใบปลิวเป็นแผ่นสามทบเพียงเท่านั้น
วันรุ่งขึ้นต่อซีอินไปทำงานที่ฝ่ายผลิตจึงไม่ได้อยู่ช่วยทำส่วนฉิงเฟิ่งเองก็ยังต้องลงแปลงนารวมอยู่อีกเช่นเคยเธอคิดว่าแบบนี้ไม่ดีเลยที่ปล่อยให้อี้เหวินทำงานคนเดียวแม้ไม่ได้หนักมากและเขายังอาสารับหน้าที่ดูแลตูตูไคไคให้อีกเธอจึงเริ่มคิดเรื่องหาคนมาทำงานที่ฝ่ายผลิตแทน เธอมองๆ ไว้แล้วมียุวปัญญาชนหญิงคนหนึ่งที่เข้าตาเธออยู่เธอชื่อเหอหลันซือเคยมาช่วงงานฝ่ายผลิตเป็นบางครั้งดูแล้วฝึกได้ไม่ยากและไม่ใช่คนที่เย่อหยิ่งถือตัวเองเป็นยุวปัญญาชนผู้มีการศึกษาเหมือนยุวปัญญาชนคนอื่นๆที่เธอเคยเจอด้วย…