อัปสราเริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยข่าวดีั้แ่เช้าเพราะหมอดิวใจดีแนะนำจ็อบพิเศษให้
“น้องเป็เด็กมอสามเตรียมสอบนายร้อยปีหน้าแต่ไม่สะดวกมาติวที่โรงเรียนวันเสาร์อาทิตย์เลยอยากหาครูสอนพิเศษไปสอนตอนเย็นที่บ้านแทนผมเห็นว่าไม่ไกลจากบ้านแอฟเลยอยากให้รับเคสนี้ไว้ เป็ไงสนใจมั้ย”
“สนใจสิคะพี่”อัปสรายิ้มตาหยีเดือนนี้มีรายรับเพิ่มอีกแล้ว
ั้แ่เธอรู้จักกับหมอดิวก็ได้งานสอนพิเศษเพิ่มขึ้นอีกหลายเ้านอกจากปกติเสาร์อาทิตย์ที่เธอรับสอนที่สถาบันกวดวิชาเตรียมทหารและนายร้อย 4 เหล่าซึ่งมีหมอดิวและพี่ชายยศพันเอกเป็เ้าของกิจการแล้วตอนเย็นหลังเลิกงานเธอยังรับสอนพิเศษตามบ้านหรือทางออนไลน์อีกด้วย
“ทางผู้ปกครองเขาแจ้งว่ามีเรียนสองคนนะคนน้องอายุสิบห้าส่วนคนพี่ยี่สิบห้า สอนแกรมม่าเนื้อหาเดียวกันได้เลย”
ติวเตอร์สาวทำหน้าสงสัยไม่เคยเจอลักษณะนี้มาก่อน“อายุห่างกันตั้งสิบปีแต่จะเรียนด้วยกันนี่นะคะ คนพี่จะสอบนายร้อยด้วย?”
“เปล่าๆ” นายแพทย์ดิษยนันท์หัวเราะ“อายุเกินสิบแปดก็สอบไม่ได้แล้ว คนนี้เรียนพระจอมเกล้าแต่เห็นว่าอ่อนภาษาอังกฤษเลยจะเรียนพิเศษกับน้องด้วย”
“เริ่มเรียนเมื่อไหร่”
“ว่างจันทร์ถึงศุกร์ั้แ่ห้าโมงเย็นถึงสามทุ่มแอฟเลือกเวลาได้เลยสอนสองชั่วโมง หมู่บ้านนิมมานต์ติดสถานีรถไฟฟ้าท่าอิฐ นี่เบอร์โทรผู้ปกครองเขา แอฟติดต่อได้โดยตรงไม่ต้องผ่านพี่”
“ดีลธุรกิจอะไรกันอีกแล้ว” หมอกีต้าร์ผลักประตูเข้ามา่ที่ทั้งคู่กำลังคุยกันเื่อัตราค่าจ้างสอนรายชั่วโมงอยู่พอดี
“หมอดิวหาจ็อบให้แอฟน่ะ”
“ว๊าว! เฮงรับต้นเดือนเลยยินดีด้วยอย่างนี้ต้องฉลอง ไปร้านไหนดี” ทันตแพทย์หญิงกวิตาเริ่มหาพวก“ต้าร์ว่างพุธนี้ไปกัน”
“หมอเหงาใช่มั้ยเนี่ยทำมาเป็ชวนคนโน้นคนนี้”แป้งแซวหมอสาวโสด
“นอกจากคลินิกแล้วก็จะให้ไปไหนได้อีกนอกจากร้านอาหารอร่อยๆหลังเลิกงานเราไม่ได้มีแฟนมาคอยรับส่งเหมือนคุณแป้งนี่คะที่หวงเมียจนกระดิกไปไหนไม่ได้”
“คนมันสวยก็งี้แหละ ที่หมอเห็นนี่คือแป้งแต่คุณสามีหนูเห็นเป็เบลล่า ราณีนะขอบอก”
“สาวโสดอย่างเราไปกินอะไรกันดีวันพุธบิวไม่มีธุระอะไร ส้มตำมั้ยหมอพี่แอฟ”
“ได้นะ่นี้รู้สึกร่างกายขาดปลาร้า”
“ตำปูปลาร้าแซ่บๆ”หมอฟันสาวเห็นด้วยอย่างยิ่ง
16.30 น. วันอังคาร
“พี่แอฟเป็ไรอ่ะ”
“ปวดฟัน”อัปสรากุมแก้มข้างขวาที่บวมตุ่ยเอาไว้
“ไปหาหมอมั้ย” บิวตามอย่างเป็ห่วง“เดี๋ยวหนูลองโทรไปที่ตึกทันตกรรม ไม่รู้ว่ามีคิวนอกเวลาเหลือรึเปล่า”
“ไม่เป็ไรพี่มีสอนตอนเย็นเดี๋ยวกลับบ้านไม่ทัน” แอฟบอกปัดพลางเก็บของลงกระเป๋าเป้ใบเล็ก
พอกลับถึงบ้านอาการปวดฟันกรามเริ่มรุนแรงขึ้นจนเธอต้องงดสอนออนไลน์แล้วตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิก
‘คลินิกสไมล์ เด็นทัล’ อัปสราเสิร์ชดูในกูเกิ้ลเห็นเป็คลินิกใหญ่ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดจึงตัดสินใจมาที่นี่
ขอให้สไมล์จริงเถอะนะตอนนี้เธอปวดจนร้าวไปทั้งหัวอยู่แล้ว
“คุณอัปสราจะเลือกหมอมั้ยคะ”
“ไม่ค่ะคนไหนก็ได้ตอนนี้ปวดมากเลย”เธอทำหน้าตาเหยเกเนื่องจากฟันคุดเ้าปัญหาที่หมอกีต้าร์เคยเตือนแล้วว่าให้ถอนออกั้แ่ตอนอายุยี่สิบห้าปีแต่เธอเห็นว่ามันไม่ปวดหรือสร้างปัญหาใดๆ จึงปล่อยปละละเลยมาจนถึงทุกวันนี้
“ปวดฟันคุดนะคะพี่แนะนำหมอผู้ชายถ้าต้องถอนจะมีแรงดึงเยอะกว่าหมอสาวๆ”
“ได้ค่ะ คนไหนก็ได้”
“งั้นเชิญที่ห้องตรวจ 2 เลยค่ะ”ข้อดีของการมาคลินิกคือไม่ต้องรอคิวนาน ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าโรงพยาบาลรัฐแต่ตอนนี้เธอไม่ไหวแล้ว จ่ายแพงกว่าก็ช่างเถอะไม่งั้นคืนนี้คงทรมานทั้งคืนแน่
“คนไข้ถอดรองเท้าแล้วนอนลงบนเตียงเลยค่ะ”ผู้ช่วยสาวรุ่นหุ่นอวบปรับเก้าอี้ยูนิตเมื่อเธอนั่งลงเรียบร้อย
“อ้าปากครับ”อัปสราอ้าปากค้างเมื่อเห็นหน้าหมอเ้าของไข้
หมอไนซ์! ถึงเขาจะใส่แมสก์ปิดหน้าไปเกินครึ่งเธอก็ยังจำได้
“ถือกระจกไว้ด้วยมือขวานะครับหมอจะชี้ให้ดูฟันคุดซี่ที่ปวด”ทันตแพทย์หนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงปกติราวกับไม่เคยมีเื่ราวกันมาก่อน
อื้ออ! ทำไมไม่เป็หมอคนอื่นหรือเธอไม่ไปหาหมอที่อื่นนะ
“เห็นมั้ยครับซี่ล่างด้านในสุดที่บวมแดงอยู่ต้องเอาออก”
“ถอนหรือผ่าหมอ”
“มีฟันโผล่ขึ้นมาขนาดนี้น่าจะถอนได้”
“เจ็บมั้ยอ่ะ”อัปสราก็เป็อีกคนหนึ่งซึ่งกลัวหมอฟัน ทั้งที่มีเพื่อนสนิทเป็หมอฟันอย่างทันตแพทย์หญิงกวิตาก็เถอะ
ความกลัวไม่เข้าใครออกใคร!
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของทันตแพทย์หนุ่มไหวระริก
“เจ็บเท่ามดกัด”เขาตอบเหมือนกับที่เคยตอบคนไข้เด็กๆ
“มดตัวเท่าไหนมดตัวเดียวหรือเป็รัง”
พอคนไข้รู้ทันคุณหมอก็หัวเราะ
“เจ็บแค่ตอนฉีดยาชาหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกแล้ว”
คนไข้หน้าซีด
ฉะ...ฉีดยา!
“คุณหมอมือเบาฉีดยาชาไม่เจ็บเลยค่ะคนไข้”ผู้ช่วยข้างเก้าอี้ช่วยพูดคลายความวิตกให้คนไข้ที่กลัวเจ็บ
อัปสราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เผลอส่งสายตาออดอ้อนไปยังหมอหนุ่มลืมไปว่าเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเคยฟาดฟันกันขนาดไหน
“หนิงเตรียมเซตเครื่องมือกับยาชาให้หมอด้วย”
พอผู้ช่วยทันตแพทย์ประจำตัวหันหลังไปเตรียมอุปกรณ์ตามคำสั่งทันตแพทย์ชยณัฐก็ปรับยูนิตขึ้นให้เธอลุกขึ้นนั่งตรง
“ไม่เจ็บจริงนะ”
“เจ็บนิดเดียวผมฉีดยาชาเบาจนคนไข้บอกไม่รู้สึกด้วยซ้ำ”
“ไม่มีกินยาแก้ปวดแล้วหายเหรอ”
คุณหมอส่ายหน้า“ถอนออกก็หายแล้วไม่ปวดอีก ถ้าทิ้งไว้อาจทำให้ฟันข้างเคียงผุได้”
ชยณัฐไม่ได้โกหกจริงๆ ด้วยฝีมือฉีดยาชาของเขาเบามากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ใช้เวลาสิบห้านาทีก็เสร็จสิ้นกระบวนการรักษา
“อาการปวดจะเกิดขึ้นใน่12 ชั่วโมงแรกหลังถอนฟันและจะค่อยๆลดลงจะหายไปเองไม่เกิน 2 วัน ส่วนอาการบวมจะเป็่ 2-3วันแรกและยุบลงเรื่อยๆ อาจใช้น้ำแข็งห่อผ้าหรือเจลเย็นประคบบริเวณแผลเพื่อช่วยลดปวดบวม ห้ามเอานิ้วมือ ไม้จิ้มฟัน แคะ เขี่ยบริเวณแผล ห้ามดูดแผล และห้ามดื่มสุราหรือสูบบุหรี่”คุณหมอเลกเชอร์ยาวเหยียดพอถึงข้อห้ามสุดท้ายเขาก็ทำเสียงขลุกขลักในลำคอเหมือนจะกลั้นหัวเราะ
บอกตัวเองทำให้ได้ก่อนเถอะคุณหมอ!
“คุณอัปสราค่ารักษา2,000 บาทค่ะ จ่ายเป็เงินสดหรือหรือบัตรเครดิตคะ”
“บัตรเครดิตค่ะ”ขณะที่หญิงสาวกำลังรื้อกระเป๋าเพื่อหยิบบัตร ชยณัฐก็เดินออกมาจากห้องตรวจพอดี
“สแกนจ่ายนะ”หมอหนุ่มเ้าของไข้หยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ยื่นมือถือมาสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วกดโอนเงินท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
“ดอกเบี้ย”เขาหันมาบอกกับคนไข้ที่ตัวเองเป็คนผ่าฟันคุดให้
“นี่ยาแก้ปวด คนไข้มีนัดพบคุณหมอเพื่อดูแผลวันอังคารที่ 9พฤศจิกายนนะคะ” หลังจากตั้งสติได้เ้าหน้าที่การเงินก็แจ้งวันพบแพทย์ครั้งต่อไป
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ ผมกลับก่อนนะบอกพี่เหนือไว้แล้ว”ชยณัฐใช้มือแตะหลังเบาๆ ให้คนไข้กิตติมศักดิ์เดินนำหน้า
“รถผมจอดตรงนั้นเดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่เป็ไร”อัปสราพูดเสียงอู้อี้เพราะยังกัดผ้าก๊อซไว้ในปาก
“ถือว่าเป็เซอร์วิสพิเศษแถมจากลูกหนี้”
“หมอเลิกงานแล้วเหรอ”อัปสรายังห่วงหากเขาจะต้องทิ้งงานเพียงเพราะไปส่งเธอ
“อีก 30 นาทีคลินิกก็ปิดแล้ว เหลือหมออยู่อีกตั้งสามคน”
**************************