วันเวลาผ่านไปในที่สุดก็ถึงวันที่บาร์นเคยบอกกับวาสไว้ว่าเจคจะนัดประชุมภายในวันนี้ วาสทดลองขยับร่างกายเหยียดแขนขาบิดี้เี
หลายวันมานี้สภาพร่างกายของเขานั้นดีขึ้นมากแล้ว แผลบริเวณใบหน้าเริ่มตกสะเก็ด เนื่องจากวาสหมั่นคอยดูแลอย่างดีอีกทั้งตลอด่เวลาที่ผ่านมาวาสไม่ได้ลงไปยังท่อระบายน้ำเบื้องล่างเลยสักครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่าแ
“นายจะลงไปแล้วงั้นหรอ?”ไป๋ฟางเอ่ยถามเสียงเรียบ วาสพยักหน้ารับไม่เอ่ยอะไร ด้านหญิงสาวตอนนี้กำลังสับสนกับความคิดของตัวเอง ใจหนึ่งก็อยากออกไปเสี่ยงกับทางข้างหน้าแต่อีกใจหนึ่งก็ยังหวาดกลัว จึงให้หญิงสาวตกอยู่ในสภาพสับสนตลอดมา
“ตกลงเธอจะเอายังไง”วาสเอ่ยถามไป๋ฟาง หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า
“ฉันจะไปกับนายด้วย!”
“แล้วเธอจะลงไปข้างล่างพร้อมกับฉันหรือเปล่า”หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า
“ฉันขออยู่รอที่นี้ดีกว่า ยังไงวันนี้ก็แค่ประชุมกัน รอวันที่จะออกไปจากเมืองนี้จริงๆฉันถึงจะไปด้วย”วาสพยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปหาหญิงสาวพร้อมแบมืออก
“ฉันขอของที่ตกลงกันไว้ด้วย”
ไป๋ฟางเม้มปากก่อนจะล้วงไปหยิบกล่องสีขาวออกมา ก่อนจะเปิดออกทำให้เห็นถึงหลอดทดลองและเข็มฉีดยาที่อยู่ภายใน
“นาย้าอะไรบ้าง”
“หลอดที่เป็ะเิ3หลอด หลอดที่เป็ยาสลบ2หลอดและเข็มยาพิษ3เข็ม”ไป๋ฟางหน้าบึ้ง ของที่วาสขอทำให้เธอดูเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย
หลังจากชั่งใจอยาครู่หนึ่งจึงตัดสินใจแยกส่วนของตนออกแล้วแล้วยื่นกล่องสีขาวที่มี
ของที่วาส้าบรรจุอยู่ภายในไปให้วาส วาสรับกล่องสีขาวมาก่อนจะเก็บมันไว้ในกะเป๋า
“ระหว่างที่ฉันลงไปข้างล่างอย่ามายุ่งกับของฉันละ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“รู้แล้วน่า”ไป๋ฟางหน้ามุ่ยก่อนจะเบือนหน้าหนีเขา
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้ากระทบไปตามทางเดินดังขึ้นเบาๆก่อนจะถูกกรบด้วยเสียงพูดคุยมากมายจากรอบข้าง
วาสเดินมาถึงท่อระบายน้ำสายหลักแล้วสภาพรอบๆทำให้เขารู้สึกแปลกตาเล็กน้อยเพราะมันเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังพูดคุยถกเถียงกันมากมาย ต่างจากสภาพตายซากที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้า รอสักพักหนึ่งเขาก็เห็นเจคที่กำลังก้าวขึ้นไปยืน ณ จุดสูงสุดที่ง่ายต่อการมองเห็น
“เอาละครับผมว่าถึงเวลาที่เราควรจะเริ่มพูดคุยกันได้แล้ว”เสียงของเจคเรียกความสนใจจากรอบข้างได้เป็อย่างดี เสียงพูดคุยที่เคยดังก่อนหน้ากลายเป็เงียบสงัด
ผู้คนต่างจดจ้องไปที่เจคอย่างตั้งใจ เจคที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพูดต่อว่า
“เนื่องจากภารกิจที่คุณบาร์นอาสาไปทำนั้นผ่านไปได้ด้วยดี..”เมื่อได้ยินคำว่าผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้วาสแค่นเสียงอย่างหงุดหงิด
“ทำให้เรานั้นได้รับปืนมาถึง30กระบอก แต่เนื่องจากเราต้องแบ่งกับคุณบาร์นตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้เรามีปืนเพียง15กระบอกเท่านั้น”เจคเว้น่ ดูท่าเขาจะแค้นใจไม่น้อยที่ถูกบาร์นแย่งปืนไป
“แต่ปืน15ประบอกนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะนำเราออกจากวันนี้ โดยปืนทั้งหมดผมได้แจกจ่ายให้คนที่เหมาะสมไปแล้ว”ว่าแล้วเจคก็ผายมือไปด้านหลังของเขาทำให้เห็นคนจำนวน15คนที่กำลังถืออาวุธอย่างฮึกเหิม
‘นั่นคงเป็คนของเจคทั้งหมดสินะ’วาสคิดในใจเงียบๆ
“ส่วนการประชุมในวันนี้ พวกเราจะมาวางแผนในการออกไปรวมถึงนับยอดจำนวนคนที่ออกไปข้างนอกด้วยกันและ.........”วาสทนฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า นี้มันไม่เรียกว่าประชุมสักนิดควรเรียกว่าพูดอยู่ฝ่ายเดียวดีกว่า เมื่อเขาทราบกำหนดการที่จะออกไปนอกเมืองพรุ่งนี้ เขาก็เดินจากมาทันที
“หือ การประชุมเสร็จแล้วงั้นหรอ”ไป๋ฟางทักเมื่อเห็นวาสเปิดประตูห้องขึ้นมา
“พูดแต่เื่ไร้สาระฉันเลยกลับมาก่อน”
“แล้วพวกเขาจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“พรุ่งนี้เช้า”วาสเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะง่วนอยู่กับข้าวของของตนพร้อมกับบอกไป๋ฟางว่า
“จัดเตรียมสัมภาระให้เรียบร้อยซะ พรุ่งนี้จะได้ไม่มีปัญหา”หญิงสาวรับคำ
“แล้วฉันต้องให้เธอช่วยแบกเสบียงส่วนหนึ่งให้ฉันด้วย เพราะถ้าฉันแบกไปเองหมดมันจะไม่สะดวก”
“ทำไมฉันต้องแบกให้...”
“ฉันจะให้เสบียงสำหรับ1วันเป็การตอบแทน”วาสสวนคำก่อนหญิงสาวจะกล่าวจบ
“ตกลง!”ไป๋ฟางยอมอย่างว่าง่าย
“เสร็จแล้วก็รีบนอนซะ ฉันสังหรณ์ใจว่าพรุ่งนี้คงวุ่นวายน่าดู”วาสเอ่ยเสียงเย็นทำเอาไป๋ฟางขนลุกซู่อย่างไม่ทันตั้งตัว
วันรุ่งขึ้นแสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วผืนฟ้า หญิงสาวเ้าของผมสีดำยาวสลัวตื่นขึ้นอย่างช้าๆ มีหนึ่งป้องปากหาวในขณะที่อีกมือหนึ่งกำลังขยี้ตาอย่างงงัวเงีย ก่อนสายตาจะกวาดไปสบเข้ากับในตาสีดำสนิทที่มีเพียงข้างเดียวและสงบนิ่งจนน่ากลัว
ไป๋ฟางสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะกรีดร้องออกมายังดีที่ไหวตัวเอามือปิดปากทัน วาสไม่สนใจในท่าทีของหญิงสาว เขานั่งนิ่งก่อนจะเอ่ยทักขึ้นมาว่า
“ตื่นแล้วสินะ!”หญิงสาวพยักหน้ารับ
“รีบกินอาหารเช้าซะ วันนี้เธอคงต้องใช้แรงเยอะ”
สองหนุ่มสาวทานอาหารเงียบๆภายในห้อง ในที่สุดไป๋ฟางจึงหาเื่ชวนวาสคุยเพื่อทำลายความเงียบนี้
“พวกเราจะไม่รีบไปรวมกับคนข้างล่างจะดีหรอ”วาสส่ายหน้าเงียบๆ ก่อนจะพูดว่า
“พวกเราจะไม่ลงไปข้างล่าง”ไป๋ฟางทำหน้าแปลกใจ ขณะกำลังจะเอ่ยถามต่อนั้นวาสก็พูดขัดขึ้นมาว่า
“ท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่พอที่จะขนย้ายคนออกมามีเพียงทางเดียวเท่านั้นและมันอยู่ไม่ไกลจากที่นี้เท่าไหร่ พวกเราจะรอสมทบกับพวกเขาเมื่อพวกเขาขึ้นมาข้างบน”หญิงสาวรับคำอย่างเงียบๆ ก่อนที่วาสจะเดินไปที่ริมหน้าต่างและยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ สาวตาสอดส่องไปทั่วเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังต่างๆ
เวลาผ่านไปราว1ชั่วโมง วาสเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง สายตาเขาเหลือบไปเห็นฝาท่อระบายขนาดใหญ่ค่อยๆสั่นไหวก่อนจะถูกเปิดออกด้วยมือชายคนหนึ่ง
เพียงชั่วครู่ก็มีชาย4-5คนออกมาจากท่อระบายนั้นพร้อมอาวุธครบมือ สายตาพวกเขาส่ายไปรอบๆอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะปรากฏผู้คนตามออกมาเรื่อยๆ
“มากันแล้ว”ไป๋ฟางที่ได้ยินเช่นนั้นก็พุ่งพรวดไปที่ริมหน้าต่างจึงเห็นภาพอย่างที่วาสเห็น
“ไปเตรียมตัวซะ”หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งไปรอบข้าวของพะรุงพะรังที่มีทั้งของเธอและของที่เธอรับปากว่าจะแบกให้วาส
“ฉันเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”
“รอเดี๋ยว”วาสเอ่ยห้าม สายตาของเขากวาดไปมองทั่วเมืองที่ตอนนี้เงียบสงบจนน่ากลัว
‘พวกมันหายไปไหนหมด’หมาป่าที่แสนอันตรายพวกนั้นเป็สิ่งเดียวที่วาสกลัว เดิมทีแผนการของเขาของเขาคือรอคนที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาและหากพวกเขาเจอกับหมาป่าพวกนั้นจนต้องสู้กัน
วาสจะเลือกออกไปสมทบกับพวกเขาเมื่อพวกเขาสู้เสร็จแล้ว แม้จะดูเป็วิธีการที่น่ารังเกียจแต่วาสไม่สน ขอแค่อยู่รอดปลอดภัยต่อให้วิธีน่ารังเกียจกว่านี้เขาก็จะทำ
ผ่านไปสักพักฝูงชนด้านล่างเริ่มมากขึ้น วาสเริ่มคิดไปแล้วว่าวันนี้หมาป่าพวกนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ภายในเมือง
ผู้คนเริ่มออกมาจากท่อระบายน้ำเยอะขึ้นเรื่อย จากความถี่ที่ออกมาแสดงให้วาสเห็นว่าจำนวนคนที่จะออกมานั้นใกล้จะหมดแล้ว จนในที่สุดเขาก็เห็นเจคโผล่หัวออกมา
วาสเม้มปากดูท่าเขาคงไม่มีเวลาดูเชิงอีกแล้ว หากรอไปอีกพวกเจคคงได้ออกจากเมืองทิ้งเขาไปก่อนแน่
“ไปกันเถอะ”วาสเดินไปหยิบกะเป๋าเป้ใบใหญ่ที่มีของบรรจุแน่นสะพาย ก่อนจะเปิดประตูนำหน้าหญิงสาวไป
ทั้งคู่เดินลงมาตามบันไดอย่างรวดเร็ว ก่อนวาสจะนำหน้าหญิงสาวเดินไปเปิดประตูอาคาร สายตากวาดไปรอบๆอย่างระแวดระวัง จากนั้นจึงหันกลับมากล่าวกับไป๋ฟางว่า
“จากนี้เราต้องวิ่งไปหาพวกเขา พยายามให้เกิดเสียบงเบาที่สุดและตามฉันให้ทันด้วยละ”หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมมาปิดบังใบหน้า
ตึก ตึก ตึก
แม้จะพยายามจะให้เงียบเท่าใดแต่ก็ยังเกิดเสียงจากการวิ่งของพวกเขาอยู่ดี วาสกระชับTwin Fang ในมือทั้งคู่อย่างแ่าพร้อมเหนี่ยวไกทุกเมื่อ
กลุ่มคนที่ออกมาจากท่อสิ้นสุดลงแล้วเจคหันไปมองรอบๆ ตอนนี้เขาอยู่ในตำแหน่งจุดศูนย์กลางของผู้คนที่เรียกได้ว่าปลอดภัยที่สุดโดยมีมือปืนอยู่ข้างๆสองคน
โดยเขาจัดขบวนเดินทางโดยให้เหล่าคนที่มีอาวุธปืนอยู่รอบนอก ส่วนคนที่ไม่มีอาวุธอยู่ภายในซึ่งตากต่างจากวิธีของบาร์นที่จะใช้คนที่ไม่มีปืนเป็โล่ให้กับคนที่มีปืน
วิธีของบาร์นอาจจะดูโหดร้ายแต่มันก็ทำให้พวกเขารวมถึงวาสรอดมาได้ แต่ผู้คนด้านล่างกลับชอบวิธีของเจคมากกกว่าเนื่องจากหากพวกเขาอยู่ด้านในพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยกว่า ในตอนนี้จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เทิดทูนบูชาเจคราวกับพระเ้า
“เอาละครับ พวกเราไปกันเถอะ”เจคเอ่ยเสียงเบา ขณะที่กำลังจะเริ่มเดินทางนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงวิ่งมาหาพวกเขา
เจคหน้าซีดเผือดหันไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะเห็นคนสองคนวิ่งมาคนหนึ่งคือผู้ชายสายตาเ็าที่มีผ้าพันแผลปิดตาไว้ข้างหน้า ส่วนอีกคนคือร่างบางในชุดคลุมปกปิดใบหน้า
เหล่ามือปืนรอบๆที่กำลังยกปืนค้างไว้ถึงกลับงุนงง สองคนนี้มาจากไหนกันหรือว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองทั้งๆที่รอบด้านมีแต่อันตราย
“พวกเราขอไปด้วย”วาสเอ่ยเสียงเรียบ
“พวกคุณเป็ใครกัน”เจคเอ่ยถาม ขณะที่วาสจะเอ่ยตอบก็มีเสียงเอ่ยขัดขึ้นมาว่า
“พวกเขาคือคนของฉันเอง”คนที่พูดไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือบาร์นชายที่เป็เ้าของที่พักเดิมของเขาในสลัม
เจคที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าตึง ดูท่าเขาจะเหม็นขี้หน้าบาร์นไม่น้อย เมื่อเห็นสายตาเ็าของวาสที่จ้องมองมาก็แค่นเสียงก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเอ่ยว่า
“พวกเราไปกันเถอะ เป้าหมายคือถนนทางทิศตะวันออกซึ่งเชื่อมกับเมืองอื่นที่ใกล้ที่สุด”
ฝูงชนค่อยเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆแต่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง วาสตอนนี้เลือกเดินไปใกล้กลุ่มกับบาร์นโดยมีไป๋ฟางเดินตามติดๆราวกับเงาตามตัว
“ฉันคิดว่าแกจะไม่มาซะแล้วไอ้หนู แล้วแกออกมาจากตรงไหนกันละ”บาร์นเอ่ยถามเมื่อเห็นวาสเดินมาใกล้ๆ
“ผมออกมาจากทางอื่นนะครับ ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่ช่วยพูดให้ผมผม”
“เล็กน้อยนะ ว่าแต่เ้าคนในชุดคลุมที่อยู่ด้านหลังแกคือใคร”ร่างในชุดคลุมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา ขืนเธอพูดออกมาอาจจะทำให้บาร์นรู้ได้ว่าเธอเป็ผู้หญิง
“คนรู้จักนะครับ”วาสพูดปัดๆซึ่งบาร์นก็ไม่ได้เซ้าซี้ วาสกวาดตามองรอบๆกลุ่มบาร์นซึ่งดูมีระเบียบวินัยมากกว่ากลุ่มอื่น อีกทั้งภายในกลุ่มของเขายังมีคนถือปืนเดินประปรายอยู่ภายในด้วย
“มือปืนกลุ่มคุณไม่ต้องออกไปคุ้มกันงั้นหรอครับ”
“เหอะ! คนของฉันก็คือคนของฉันทำไมจะต้องไปคุ้มครองคนที่ไม่รู้จักด้วย”
“แล้วชายที่ชื่อเจคไม่ว่าอะไรหรอครับ”
“คนอย่างมันจะกล้าทำอะไรฉัน”วาสผงกศีรษะ มิน่าทั้งๆเขาถือปืนเข้ามาแต่กลับไม่ต้องไปยืนคุ้มกันคนอื่น เพราะถูกเข้าใจว่าเป็คนของบาร์นนี้เอง
แต่ดูจากสายตารอบๆที่มองมาดูท่าคนอื่นๆจะไม่ชอบพวกบาร์นซะเท่าไหร่เนื่องจากการกระทำเห็นแก่ตัวอย่างชัดเจนนี้