ตอนที่ 28 :รับสมัครรอบแรก
“ก๊อก ก๊อก ! ”
เนื่องจากสตูดิโออยู่ใน่เริ่มต้น ออฟฟิตก็ยังอยู่ใน่ปรับปรุง ดังนั้นหลิวจือเซียจึงยังไม่มีงานที่ชัดเจนทั้ง่เช้าถูกเขาใช้ไปกับการดูหนัง ดูละคร และท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ
เพราะอย่างไรซะความทรงจำในโลกก่อนก็เป็เพียงแค่ความทรงจำหลิวจือเซียจำเป็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งหมดในโลกใบนี้ให้ได้โดยเร็ว
“จือเซีย ไปกินข้าวกันเถอะ”
เมื่อถึงเวลา 12.00 น.หลางเวิ่นซิงก็ผลักประตูเข้ามาอย่างตรงเวลา ด้านหลังเขาก็มีอีกคนที่ติตตามมาด้วย นั่นก็คือเย่หลินเถาดาราที่เขาพบเมื่อวาน
“อรุณสวัสดิ์พี่เซีย ! ” เย่หลินเถากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“นี่กี่โมงแล้ว ? ” หลิวจือเซียกลอกตา“คุณไม่ทำการทำงานหรือยังไง ? ”
เย่หลินเถาทำท่ายักไหล่และแบมือทั้งสองข้างพร้อมกล่าวอย่างไร้เดียงสาว่า “พี่เซีย เพลงที่บันทึกเมื่อวานคืองานล่าสุดของผม ดังนั้น่นี้ผมก็เลยมีเวลาว่างมากนอกจากนี้คุณหลางเองก็ยังบอกว่า ถ้ามีเวลาพวกเราควรจะสนิทกันให้มาก ๆ ”
“ได้ คุณนี่มันช่างหาข้ออ้างจริง ๆ เลย” หลิวจือเซียถึงกับพูดไม่ออก
.......................
ร้านอาหารของบริษัทตั้งอยู่ที่ชั้น8 หลางเวิ่นซิงได้สร้างชั้น 8ให้เป็ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่มีลักษณะคล้ายกับบาร์ นอกจากมีห้องอาหารส่วนตัวจำนวนหนึ่งแล้วร้านอาหารยังมีความปลอดโปร่งมาก เพียงพอให้คน 300 กว่าคนมารับประทานอาหารพร้อมกันได้
หลางเวิ่นซิงเลือกห้องส่วนตัวห้องหนึ่งจากนั้นก็เดินนำทั้งสองคนไปรับประทานอาหารมื้อใหญ่
เมื่อเกือบบ่ายโมงครึ่ง หลางเวิ่นซิงก็กล่าวกับเย่หลินเถาว่า “เถาจื่อ บ่ายนี้มีแผนจะทำอะไรไหม ? ”
“ไม่มีครับ” เย่หลินเถาส่ายหัวไปมา
“ดีเลย วันนี้บริษัทของเราจะมีการรับสมัครเด็กฝึก บ่ายนี้นายจะไปเป็กรรมการรับเชิญไหมดูว่าเด็กฝึกที่จะเข้ามาบริษัทของเรามีคุณภาพเป็อย่างไงบ้าง” หลางเวิ่นซิงกล่าว
เด็กฝึกหัดความจริงแล้วเป็วิธีการเฟ้นหาศิลปินของทางญี่ปุ่นและเกาหลีในเกาหลีถือที่รู้จักกันดีในหมู่คนทั่วไป
ในญี่ปุ่นและเกาหลี บริษัทบันเทิงแทบทุกแห่งต่างก็มีเด็กฝึกเอาไว้ และบริษัทจะมีการออดิชั่นเป็ประจำ
ในประเทศจีนมีการเริ่มรับสมัครเด็กฝึกั้แ่ประมาณปี 1970 อันที่จริงก็ไม่ต่างอะไรไปจากการฝึกเพื่อการเป็ศิลปิน
เวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ไม่ใช่บริษัทที่จะเซ็นสัญญากับเหล่าศิลปินในวงการง่ายๆ แต่พวกเขามุ่งมั่นที่จะค้นหาดาวรุ่งหน้าใหม่อยู่เสมอ ๆ ่เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนของทุกปีพวกเขาจะไปตามมหาวิทยาลัยเฉพาะทางของประเทศเพื่อรับสมัครเด็กฝึกกลุ่มใหม่เข้าบริษัท
หลังจากผ่านการฝึกอบรมและการสอนแบบมืออาชีพของเหล่าอาจารย์แล้วทางบริษัทก็คัดเลือกเด็กฝึกบางคนเพื่อเซ็นสัญญาเป็ศิลปิน ในขณะเดียวกันก็จะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้เข้ารับการฝึกอบรมอย่างครอบคลุมและการพัฒนาไปสู่เส้นทางดวงดาวในอนาคต
คติพจน์ของหลิวจือเซียในโลกก่อนถือว่าเหมาะสมกับที่นี่เช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร มันก็คือคนที่มีความสามารถอย่างไงล่ะ
“จือเซีย นายด้วยนะ” ขณะที่หลิวจือเซียกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ของเด็กฝึกงานเสียงของหลางเวิ่นซิงก็ดังขึ้นมา
หลิวจือเซียส่ายหน้าอย่างแรงแล้วกล่าวว่า “พี่ซิง ถ้าจะไป พวกพี่ไปกันเลยอีกเดี๋ยวผมต้องไปที่สตูดิโอเพื่อเอาเพลงที่บันทึกเสร็จแล้วจากนั้นต้องอัปโหลดขึ้นเพนกวินมิวสิค แล้วก็ยังต้องจัดการเวย์ป๋อด้วยผมยุ่งจะตายไป จะเอาเวลาที่ไหนไปเป็กรรมการเป็เพื่อนพวกพี่กัน ? ”
“ยุ่งอะไรกัน ? อัปโหลดเพลงเดียวไม่ใช่หรือ สองนาทีก็เสร็จแล้ว” หลางเวิ่นซิงเลิกคิ้วขึ้น “อีกอย่าง ผู้อำนวยการด้านแต่งเพลงของบริษัทเราก็จะเป็หัวหน้าตัดสินตอนบ่ายด้วยนายจะได้รู้จักเอาไว้ด้วย”
“บริษัทมีตำแหน่งนี้ด้วยหรือครับ ? ” หลิวจือเซียอึ้งไป
ในชีวิตก่อนหน้านี้มันไม่มีตำแหน่งแบบนี้ในบริษัทของเขา ถ้าตำแหน่งผู้อำนวยการศิลปินน่ะมี แต่ผู้อำนวยการด้านการแต่งเพลงนี่มันอะไรกัน?
“พูดอะไรของนาย ! ” หลางเวิ่นซิงกลอกตามองบน“บริษัทบันเทิงไหนจะไม่มีตำแหน่งนี้ ? ถ้าในบริษัทมีนักร้องที่มีศักยภาพใครจะเป็คนแต่งเพลง แต่งเนื้อร้อง และทำนองให้ ? จะให้ไปเชิญจากข้างนอกตลอดก็ไม่ได้หรอกจริงไหมไม่เอาน่า เราเป็บริษัทที่จดทะเบียนแล้ว ฉันไม่ยอมอับอายขายหน้าหรอกนะ ! ”
“พี่เซีย พี่ไม่รู้เื่นี้จริง ๆ งั้นหรือ ? ” เย่หลินเถามองไปที่หลิวจือเซียด้วยความประหลาดใจ
หลิวจือเซียกลอกตาและกล่าวขึ้นว่า“ฉันไม่รู้แล้วมันแปลกมากหรือ ? นอกจากนี้เมื่อก่อนฉันก็เอาแต่เรียนจะไปรู้เื่อะไรพวกนี้ได้ยังไง”
“ฮ่าฮ่า ก็จริง งั้นก็เป็ความผิดของผมเอง ! ” เย่หลินเถาหัวเราะเบาๆ “พี่เซีย ตอนบ่ายไปดูกันเถอะ อีกอย่างวิทยาลัยที่ไปรับสมัครครั้งนี้ก็เป็วิทยาลัยเก่าของพี่ด้วยนะ”
“วิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียงั้นหรือ ? ” หลิวจือเซียลูบที่คางไปมาแล้วกล่าวต่อว่า“ก็ได้ งั้นบ่ายนี้ผมจะไปดูก็แล้วกัน”
“ต้องแบบนี้สิ ! ” หลางเวิ่นซิงพยักหน้า “มาเถอะ รีบกินกัน ! งานจะเริ่มตอนบ่ายสองเดี๋ยวพวกเรากินเสร็จก็ไปกันเลย ! ”
………………….
วิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียเป็สถานที่ยอดนิยมสำหรับสื่อบันเทิงของจีน ตอนนี้ทั้งศิลปินนักร้อง และผู้กำกับที่มีฝีมือมากมายก็มาจากที่นั่น
ดังนั้นวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียจึงเรียกได้ว่าเป็แหล่งกำเนิดของซุปเปอร์สตาร์ !
ใน่ตอนบ่าย พวกหลางเวิ่นซิงที่ไปที่วิทยาลัยการละครเขตฮัวเซีย ก็มีผู้บริหารของสถาบันมารอพวกเขาอยู่นานแล้ว
ในฐานะที่เป็หนึ่งในองค์กรที่เป็ผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ทุกปีเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์จะมีการคัดเลือกนักศึกษาอย่างน้อย 10 คน จากวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียเพื่อไปเป็เด็กฝึกของบริษัท
ขณะเดียวกันเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ยังจัดสรรเงินส่วนหนึ่งเพื่อจัดตั้งกองทุนพิเศษในวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียในการช่วยเหลือนักศึกษาที่ยากจนอีกด้วย
ดังนั้นสำหรับหลางเวิ่นซิงที่เป็นายทุนรายใหญ่ผู้บริหารระดับสูงของวิทยาลัยจึงสุภาพกับเขาเป็อย่างมาก
“โอ้ว คุณหลาง ไม่พบกันนานสบายดีนะครับ” คนที่พูดคือหวางฉี เขาคือผู้อำนวยการของวิทยาลัยการละครฮัวเซีย อายุประมาณ40 รูปร่างสันทัด ศีรษะล้าน
“ผู้อำนวยการหวาง ผมสบายดีครับ ! ” หลางเวิ่นซิงจับมือหวางฉีและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทุกอย่างเป็ยังไงบ้างเรียบร้อยดีใช่ไหม ? ”
“เรียบร้อยดีครับ ! ” หวางฉีเดินนำพวกเขาเข้าไปด้านในก่อนจะกล่าวขึ้นว่า“สถานที่สัมภาษณ์อยู่ในโรงละครเล็กของวิทยาลัย คุณหานและกรรมการอีกสามคนก็มาถึงแล้ว”
“หานจวิ้นชิงทำไมมาเร็วจัง ? ” หลางเวิ่นซิงตกตะลึง “คราวนี้เขาดูกระตือรือร้นดีนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มุมปากของหวางฉีก็กระตุกขึ้นแปลก ๆ ดูเหมือนว่าเขา้าจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเขาก็กลั้นมันเอาไว้
เนื่องจากวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียนั้นมีสาขาสำคัญคือการออกแบบศิลปะการละครและภาพยนตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็ การออกแบบเวที ฉากบนเวทีแสงบนเวที ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่อาศัยจินตนาการเท่านั้นแต่ต้องใช้บนเวทีจริงเพื่อใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบได้อีกด้วย
ดังนั้นแล้วทางวิทยาลัยจึงลงทุนสร้างอาคารซึ่งมีเพียง 5 ชั้นแต่ละชั้นจะมีโรงละครเวทีขนาดเล็กเอาไว้แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับโรงละครขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของวิทยาลัย แต่ก็สามารถนั่งได้200 คนได้อย่างสบาย
“ถึงแล้วครับ” เมื่อมาถึงโรงละครขนาดเล็กเขาก็เดินนำทุกคนไปยังชั้นสาม
……………
“ทำไมมันยังไม่เริ่มกันอีกล่ะ ? ”
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าครั้งนี้ฉันจะถูกเลือกไหม ? ”
“ใครจะไปรู้กันล่ะ ยังไงซะฉันก็มาเป็ครั้งที่สามแล้ว ! ”
“สามครั้ง โอ้โหรุ่นพี่นี่มีความพยายามจริง ๆ ”
ทุกคนกำลังเดินไปตามทางเดินยังไม่ทันที่พวกเขาจะขึ้นไปที่ชั้นสาม เห็นไม่ชัดว่าอะไรเป็อะไร ก็มีเสียงพูดคุยดังก้องออกมา