เมื่อครึ่งเดือนก่อน กลับถึงบ้านยังมิทันนอนอุ่นบนเตียงใหญ่หลันิก็ถูกดึงตัวเข้าวังหลวงกะทันหันเพื่อปรุงโอสถถวายแด่จักรพรรดิเซวียหย่งเจี๋ยด้วยตัวยามหัศจรรย์ที่ได้มาจากเมืองนอกด่านด้านทิศอุดรหลันิมั่นใจว่าจะประคองพระอาการประชวรขององค์จักรพรรดิ แคว้นิอานได้อีกหลายปี
ครุ่นคำนึงอึดใจหนึ่งแล้ว หลันิจึงบอกบุตรีว่า “ขืนให้เ้าติดตามพ่อไปทุกที่ เห็นทีทายาทสกุลหลันและสกุลเฉินคงไม่รู้หนังสือแตกฉานแน่หรือมีสิ่งใดที่บ้านไม่ดี เสี่ยวจูของพ่อถึงไม่อยากอยู่”
ตามความเข้าใจของหลันิเท่าที่มองมาหลายปีเสี่ยวถานนั้นสนใจและรักใคร่ดูแลลูกสาวของเขาดีอยู่กระนั้นท่านหมอหลันที่สมองและความรู้สึกเชื่องช้าในเื่สตรีจึงไม่รู้ว่าพี่เลี้ยงของบุตรสาวแอบมีใจให้ตนถึงแม้หลันิมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่เครื่องหน้าหาได้อัปลักษณ์ความสามารถก็โดดเด่นเป็ที่แจ้งทว่าความใกล้ชิดที่ส่งออกไปกลับได้รับเพียงความเฉยชิน ไร้ความหวามใจสุดท้ายเสี่ยวถานก็ปันใจ ที่เคยคิดจะใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อสองพ่อลูกก็เปลี่ยนไปรักใคร่กับคนที่รักนางแทน
“พี่เสี่ยวถานดูแลเสี่ยวจูดีเ้าค่ะท่านพ่อพี่เฟิ่งเอ๋อร์ก็ดีกับเสี่ยวจูมาก เสี่ยวจูมีเพื่อนเล่น ไม่เหงาสักนิด เพียงแต่ว่าเสี่ยวจูอยากอยู่กับท่านพ่อ อยากติดตามท่านไปทุกที่ เสี่ยวจูรู้หนังสืออ่านออกเขียนเป็แล้ว ผู้หญิงรู้เท่านี้คงพอกระมังสู้ติดตามท่านเรียนรู้วิชาสมุนไพรให้มาก เจริญรอยตามท่านไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ”
บิดาหัวเราะออกมา คาดว่าลูกไม้ลูกนี้อาจหล่นไกลต้นเสียแล้วจากที่สังเกตการณ์ทุกครั้งที่ให้นางลองปรุงยา เป็ต้องล้มเหลวเพราะไข่มุกน้อยของเขาไม่มีพร์หรือว่าเป็เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เขาควรเคี่ยวกรำนางในเื่นี้กันแน่หนอ
“การเรียนหาได้มีที่สิ้นสุดพ่อไม่เห็นว่าการที่สตรีรู้หนังสือมากๆ จะเป็เื่แปลก จำคำพ่อไว้นะข้อมูลยิ่งน้อยพ่ายแพ้ยิ่งสูง แม้นอยู่ใกล้น้ำรู้นิสัยปลาใกล้เขาเข้าใจเสียงนกนั่นแลจะพาตัวเ้ารอดในทุกสถานการณ์”
“ข้อมูลยิ่งน้อย พ่ายแพ้ยิ่งสูงแม้นอยู่ใกล้น้ำรู้นิสัยปลาใกล้เขาเข้าใจเสียงนก” หลันซิ่วจูทวนคำสอนของบิดาระหว่างเดินเคียงกันไป
“ใช่แล้ว ดูอย่างบันทึกประวัติศาสตร์ยังมีปราชญ์และขุนนางที่เป็สตรี บุรุษใดกล้าดูถูกมันสมองของสตรีมันผู้นั้นก็เท่ากับว่าก้าวขาเข้าสู่ความปราชัยแล้วครึ่งตัวส่วนเื่ติดตามพ่อขึ้นเขาเข้าป่า ไว้รอเ้าอายุสักสิบสองสิบสามปีก่อนเ้าได้สมหวังแน่ เว้นแต่ลูกของพ่อจะโอดครวญ เพราะมันไม่สุขสบายเลยสักนิดพ่อไม่อยากเห็นเสี่ยวจูของพ่อต้องผ่ายผอมลงแม้สักจิน[1]เดียว”หลันิยื่นนิ้วหยิกแก้มยุ้ยของลูกสาว
“เสี่ยวจูก็ไม่อยากเห็นท่านพ่อผ่ายผอมเช่นกันนะเ้าคะ”เด็กหญิงวางกรงนกลงแล้วกอดเข้าที่เอวอ้วนกลมของบิดา “ท่านหายหน้าไปคราวหนึ่ง กลับมาแล้วผอมลงทุกที สนใจแต่เก็บยาจนลืมเวลาอาหารคงต้องให้เสี่ยวจูและพี่เสี่ยวถานขุนท่านให้อ้วนแบบเดิม”
บิดาอารมณ์ดีหัวเราะอีกครั้ง ก่อนกล่าว “อย่าช้าอยู่เลย ปล่อยนกของเ้าเถอะ หลังเก็บสมุนไพร เราจะค้างหมู่บ้านแถวนี้ใกล้รุ่งเราจะไปที่เขาด้านทิศตะวันออก หลังมื้อเที่ยงค่อยควบม้ากลับ”
ฟังคำสั่งบิดาแล้ว หลันซิ่วจูก็ยื่นกรงนกให้บิดาถือไว้นางเปิดประตูเล็กข้างกรงเพื่อมองนกตัวน้อยโผบินสู่อิสรภาพของผืนป่ากว้างใหญ่
ยามเข้าป่ารกหลันซิ่วจูทำตามคำสอนของบุพการีโดยการตีไม้ไปตามพงหญ้าเพื่อไล่งูบางครั้งก็กวัดแกว่งท่อนไม้ไปมาเสมือนว่ามันเป็กระบี่
“เสี่ยวจูอยากมีวรยุทธ์จัง”
“ก้าวเข้าสู่ยุทธภพล้วนมีแต่ความยุ่งยากเข่นฆ่าชีวิตราวผักปลา หากไปล่วงเกินใครไว้ จะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจอาจต้องชดใช้เท่าตัว บุญคุณความแค้นของชาวยุทธ์บางครั้งพ่อคิดว่าช่างไร้เหตุผล”
“เสี่ยวจูก็แค่อยากมีวิชาไว้ป้องกันตัวหากอาเถียนมาเยี่ยมพวกเราบ้างคงจะดี” น้ำเสียงของเด็กหญิงเจือความน้อยใจ“เสี่ยวจูจะให้ท่านอาสอนวรยุทธ์ให้เขารับเสี่ยวจูเป็ศิษย์ให้ได้”
“พูดอย่างนี้แสดงว่าจะไม่รับวิชาจากพ่อแล้วหรือ”บิดาเป็หมอรักษาคน ใช่ว่าลูกต้องเจริญรอยตาม แต่รู้วิชาไว้บ้างก็ดีอย่างน้อยนางได้ผสมยาบำรุงดื่มกิน ไหนจะบรรดาเครื่องหอมสมุนไพรสำหรับสตรีเื่รักษาโรค รักษาคน หากว่ายากเกินสามารถ เขาก็มิอยากบังคับใจนาง
“เสี่ยวจูก็อยากอยู่กับพวกท่านทั้งสองคนนั่นแหละไม่ได้อยากให้ใครคนหนึ่งอยู่ แล้วใครคนหนึ่งไป” ก็แต่ไหนแต่ไรถ้าท่านอาเถียนมาอยู่เป็เพื่อนนาง นั่นก็คือบิดาหายออกจากบ้าน ถ้าบิดากลับมาท่านอาก็ไป จะมีก็สองปีให้หลังนี่เองที่เขาไม่มาหานางบ้างเลย
ป่านนี้แล้วอาเถียนอยู่ที่ไหนกันนะ ยังอยู่ที่ป่าไผ่หอมหรือเปล่าบิดาว่าหนทางยาวไกล นางยังเล็ก ก็เลยไม่เคยพาไปบ้านของท่านอา แต่นางใฝ่ฝันเสมอมาว่าจะตามเขาไปที่นั่น
เมื่อครึ่งเดือนก่อนละแวกบ้านนางมีเ้าสาวออกเรือนคนเป็เ้าสาวล้วนมีแต่เื่น่ายินดี เสี่ยวถานก็กำลังจะแต่งงาน
ใช่แล้ว...นางจำได้ว่าจะแต่งกับท่านอาเถียน!
คิดขึ้นดังนั้น พวงแก้มอิ่มก็ขยับยิ้มขึ้นมา แต่ครั้นพอเห็นผีเสื้อขยับปีกบินโฉบผ่านหน้าหลันซิ่วจูก็ออกตัววิ่งไล่จับมันไปทั่วป่า หลันิส่ายหน้าอย่างเอ็นดูลูกสาวเขาทำท่าจะไม่ยอมโตเป็สาวเสียแล้ว...
[1] หนึ่งจินประมาณ ๖๐๐ กรัม