บทที่ 17 มีแต่ต้องถูกส่งตัวไปวัดประจำตระกูล
เซี่ยงเฉิงหลีกับจี้หานลั่ว
คนหนึ่งเคยเป็ถึงบุตร์ผู้เป็ความภาคภูมิ แห่งเมืองหลวงที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา
อีกคนเป็เพียงบุตรีสายรอง ของตระกูลสูงศักดิ์ที่มีฐานะต่ำต้อย เพียงแต่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม
เมื่อหกปีก่อน
จี้หานลั่วคิดจะเป็อนุของเซี่ยงเฉิงหลี ยังต้องไปต่อแถวรอ
แต่ใครจะคาดคิดว่าโลกจะหมุนกลับตาลปัตร
หกปีให้หลัง บุตร์ผู้ภาคภูมิกลับตกต่ำกลายเป็เพียงหนุ่มบ้านป่า ทว่ากลับมาสู่ขอจี้หานลั่วมาเป็ภรรยาเอก จนผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าตระกูลเซี่ยงตกต่ำจนต้องคว้าใครก็ได้...
ชั่วขณะหนึ่ง
เื่ราวของบุตรีสายรองตระกูลสูงศักดิ์ ที่ยอมลดตัวลงมาแต่งงานกับอดีตคนดังตกอับ กลายเป็เื่สดใหม่ที่คนทั้งเมืองหลวงให้ความสนใจ จนเกิดเป็กระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว
ทุกความเคลื่อนไหวของเซี่ยงเฉิงหลี ล้วนถูกผู้ไม่หวังดีหยิบยกขึ้นมาเป็หัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหาร
ไม่นานนัก คนครึ่งค่อนเมืองหลวงต่างก็รู้กันทั่วว่า
อดีตคุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างเซี่ยงเฉิงหลี ตกต่ำถึงขนาดที่ขบวนรับตัวเ้าสาวมีคนเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น
ผู้ที่เคยเห็นความยิ่งใหญ่ในงานแต่งงานของตระกูลเซี่ยงในอดีต
ต่างพากันถอนหายใจด้วยความเวทนา
“งานแต่งงานของจวนเซี่ยงกั๋วกงในสมัยก่อน มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ะเืเลือนลั่นไปทั่วเมืองหลวง? ทำเอาหญิงสาวทั้งเมืองอิจฉาจนตาร้อนผ่าว”
“ลองดูเซี่ยงเฉิงหลีในตอนนี้สิ ได้ยินว่าในเมืองหลวง เขาไม่มีแม้แต่เรือนหอด้วยซ้ำ”
“ช่างน่าเวทนาคุณหนูจวนจี้กั๋วกงผู้บอบบางยิ่งนัก”
“ได้ยินว่าหลังจากรับตัวเ้าสาวแล้ว ตระกูลเซี่ยงจะพาคุณหนูจี้กลับไปจัดพิธีแต่งงานที่ เขาหมอบเสือ ทันทีเลยนะ”
“จะว่าไป ครั้งนี้ต้องมองจวนจี้กั๋วกงใหม่เสียแล้ว ตระกูลเซี่ยงตกต่ำถึงเพียงนี้ ยังยินดีส่งลูกสาวที่เลี้ยงดูมาอย่างดีไปแต่งงานด้วย ช่างน่านับถือจริง ๆ”
“ข้าว่าเ้าอย่าเพิ่งรีบชื่นชมไปหน่อยเลย หลายปีมานี้ ลูกสาวจวนจี้กั๋วกงล้วนถูกฮูหยินเอกใช้เป็หมากในการเกาะเกี่ยวอำนาจทั้งนั้น”
“นั่นสิ ข้าว่านะ คุณหนูเก้าคนนี้ต้องเป็หญิงอัปลักษณ์แน่ ๆ”
...
งานมงคลที่ควรจะเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี กลับถูกผู้ไม่หวังดีเสี้ยมจนทำให้ทั้งจี้หานลั่วและเซี่ยงเฉิงหลีต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล
การกลั่นแกล้งของเซิ่งหน่วนเหยาที่มีต่อจี้หานลั่ว
กระทำอย่างเปิดเผยไม่มีปิดบัง
เริ่มแรกให้สาวใช้บีบบังคับให้นางคุกเข่าเพื่อคารวะ
ต่อมาเซิ่งหน่วนเหยาก็วางมาดสูงส่ง แกล้งถ่วงเวลาไม่ยอมอนุญาตให้จี้หานลั่วลุกขึ้นเสียที
จนท้ายที่สุดจี้หานหย่าทนดูต่อไปไม่ไหว จึงต้องก้าวออกมาขอความเมตตาแทนจี้หานลั่ว “น้องหน่วนเหยา น้องเก้าผู้โง่เขลาของข้าไปล่วงเกินอะไรเ้าเข้าหรือ?”
“ถึงทำให้เ้าโมโหโทโสในวันแต่งงานของนางได้เพียงนี้”
“เห็นแก่หน้าท่านป้า เ้าช่วยละเว้นหานลั่วสักครั้งได้หรือไม่?”
ดวงตาของเซิ่งหน่วนเหยากลอกกลิ้งไปมา
แววตาอาฆาตแค้นพาดผ่านวูบหนึ่ง
ความริษยาและความไม่ยินยอมพร้อมใจกำลังลุกลามกัดกินหัวใจนางอย่างบ้าคลั่ง
นางคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าจี้หานลั่วที่เป็เพียงลูกอนุต่ำต้อย เอาสิทธิ์อะไรมาแต่งงานกับผู้ชายที่นางเฝ้าถวิลหามาหลายปีแต่กลับไม่ได้
มิหนำซ้ำ ยังทำให้สามีผู้เ็าดุจน้ำแข็งของนาง เกิดความคิดอยากจะแย่งชิงนางมาอีก
พอคิดว่าสตรีฐานะต่ำต้อยผู้นี้ กำลังจะได้กลายเป็คนที่ใกล้ชิดสนิทสนมที่สุดกับเซี่ยงเฉิงหลี
นางก็แทบอยากจะสั่งให้คน กรีดใบหน้ายั่วยวนดั่งนางจิ้งจอกของจี้หานลั่วทิ้งเสียเดี๋ยวนี้
จี้หานหย่าเอ่ยเตือนสติ “น้องหน่วนเหยา ในอดีตท่านเซี่ยงกั๋วกงผู้เฒ่าเคยช่วยชีวิตท่านปู่เอาไว้ หานลั่วแต่งเข้าตระกูลเซี่ยงก็เพื่อทดแทนคุณ หากเ้าเลือกที่จะสร้างความลำบากให้นางในเวลานี้ ถ้าเื่รู้ไปถึงหูท่านป้า เกรงว่าจะไม่เป็ผลดีต่อตัวเ้านะ”
จี้ป๋อซินพี่สาวแท้ ๆ แม่เดียวกันของจี้ป๋อหรู
เป็บุตรีสายตรงเพียงคนเดียวของตระกูลจี้ในรุ่นก่อน
นางแต่งงานเป็ภรรยาเอกของซื่อจื่อจวนเซิ่งกั๋วกงในขณะนั้น
ปัจจุบันนางคือฮูหยินใหญ่ผู้กุมอำนาจแห่งจวนเซิ่งกั๋วกง
มีบุตรธิดา 3 คน
บุตรชายคนโตเซิ่งหน่วนหลิง คือซื่อจื่อแห่งจวนเซิ่งกั๋วกง
บุตรสาวคนโตเซิ่งหน่วนอิ๋น คือเช่อเฟยขององค์รัชทายาท
เซิ่งหน่วนเหยาเป็ถึงฮูหยินเอกของเว่ยซื่อจื่อ
จี้ป๋อซินเป็คนแตกฉานในตำราและความรู้ จึงอบรมสั่งสอนบุตรธิดาทั้งสามอย่างเข้มงวดกวดขัน
เมื่อเห็นจี้หานหย่ายกมารดามาข่มขู่ตน
แววตาไม่พอใจพาดผ่านดวงตาของเซิ่งหน่วนเหยาไปวูบหนึ่ง
นางมองลงมาจากที่สูงแล้วเอ่ยกับจี้หานลั่วด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ลุกขึ้นได้”
จี้หานลั่วเพิ่งจะนวดเข่าที่ปวดเมื่อย และถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงจี้หานหย่าร้องอุทานด้วยความแปลกใจว่า “ท่านเหลียงซื่อจื่อเฟย? ท่านเองก็มาด้วยหรือเ้าคะ?”
นางจึงจำต้องทิ้งตัวลงคุกเข่าดัง ‘ตุ้บ’ อีกครั้ง “คารวะเหลียงซื่อจื่อเฟย ขอให้ซื่อจื่อเฟยเกษมสำราญเ้าค่ะ”
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: ...สตรีมเมอร์น่าสงสารจัง วันมงคลแท้ ๆ แต่กลับมีบรรดาซื่อจื่อเฟยผลัดกันมาหาเื่ อยากจะส่งแผ่นรองเข่า "คุกเข่าง่าย" ไปให้สักคู่จริง ๆ มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
[ไม่ดำก็แดง: ยุคโบราณที่แสนชั่วร้าย เพิ่งเคยเห็นเ้าสาวที่น่าอึดอัดใจขนาดนี้เป็ครั้งแรก มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
[นินี่ผู้น่ารัก: สตรีมเมอร์ต้องเข้มแข็งไว้นะ สักวันหนึ่งเ้าจะต้องทำให้พวกนางต้องเงยหน้ามองเ้าให้ได้ ลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีไม่สาย มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[สุนัขบ้านข้าจับหนูเป็: คำปลอบใจของเมนต์บนมันช่างเบาหวิวเหลือเกิน ในยุคโบราณที่แสนชั่วร้าย ภรรยาจะมีหน้ามีตาได้ก็เพราะสามี เว้นเสียแต่ว่าสามีของสตรีมเมอร์จะได้เป็ใหญ่เป็โต...]
เหลียงซื่อจื่อเฟยเองก็มาอย่างไม่เป็มิตรเช่นกัน
นางดึงตัวเซิ่งหน่วนเหยาไปคุยจ้อไม่หยุดหย่อน
ทำราวกับลืมการมีตัวตนของจี้หานลั่วไปเสียสนิท ไม่ยอมเอ่ยปากอนุญาตให้ลุกขึ้นสักที
จี้หานลั่วที่เบื่อหน่ายเต็มทน จำต้องทนเจ็บเข่าพูดคุยกับผู้ชมในไลฟ์แก้เซ็ง
ในขณะที่นางคิดว่า อีกฝ่ายคงจะแกล้งเมินนางต่อไปอีกสักพัก
“คุณหนูเก้า รีบลุกขึ้นเถิด” ถังเยว่ฝูทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ หันไปดุสาวใช้ข้างกาย “ชิวเย่ ทำไมไม่เตือนข้า?”
“ถ้าเ้าสาวคุกเข่าจนเข่าพังไป ข้าจะยกเ้าชดใช้ให้ตระกูลเซี่ยงแทนนะ”
จี้หานลั่ว: “...”
เอาตัวนางไปเปรียบเทียบกับสาวใช้คนหนึ่ง
นอกจากจะเหยียดหยามนางแล้ว ยังไม่วายเหยียดหยามเซี่ยงเฉิงหลีไปด้วย
น่าเจ็บใจนัก ที่ฐานะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ทำให้นางแม้แต่จะเอ่ยปากโต้แย้ง ก็ยังทำมิได้
ภายในจวนจี้กั๋วกง
เหลียงซื่อจื่อเฟยและเว่ยซื่อจื่อเฟย ผลัดกันกลั่นแกล้งเ้าสาวหมาด ๆ อย่างจี้หานลั่ว เพื่อแสดงอำนาจบารมีของซื่อจื่อเฟยจนหนำใจ
ภายนอกจวนจี้กั๋วกง
เหลียงซื่อจื่อและเว่ยซื่อจื่อ ก็ขนคนจำนวนไม่น้อย เดินตามประกบขบวนรับเ้าสาวของเซี่ยงเฉิงหลี คอยพูดจาถากถางเหน็บแนมตลอดทาง ราวกับอยากจะป่วนให้งานแต่งนี้พังพินาศไปเสียให้ได้
เซี่ยงเฉิงหลีกัดฟันจดจำบัญชีแค้นทั้งหมดเอาไว้
ข่มกลั้นความ้าที่จะลงมือซัดคนอย่างสุดความสามารถ
ใครจะรู้ว่ายิ่งยอมถอย คนพาลก็ยิ่งได้ใจ
ในจังหวะที่จี้หานโม่แบกจี้หานลั่วเดินพ้นประตูเรือนออกมา ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาจากทิศทางใดไม่ทราบ เกี่ยวเอาผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงสด ของจี้หานลั่วปลิวหลุดไป
ทันใดนั้น
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังระงมไปทั่วท้องถนน
“โอ้โห! ช่างเป็โฉมงามที่เพริศพริ้ง สุ้มเสียงกิริยายั่วยวนใจยิ่งนัก...งดงามเย้ายวนยิ่งกว่านางโลมอันดับหนึ่งแห่งหอฮวาม่านเสียอีก เซี่ยงเฉิงหลีช่างมีวาสนาจริงๆ”
“ใครกันที่บอกว่าคุณหนูเก้าแห่งจวนจี้กั๋วกงเป็หญิงอัปลักษณ์? เหลวไหลทั้งเพ”
“เสียดาย! เสียดายจริง ๆ ! ถ้ารู้แต่แรกว่าคุณหนูเก้าสายรองแห่งจวนจี้กั๋วกง จะงดงามปานล่มเมืองขนาดนี้ ข้าคงรีบชิงลงมือก่อนไปแล้ว ไม่ปล่อยให้ตกถึงมือเซี่ยงเฉิงหลี ไอ้หนุ่มบ้านป่าคนนี้หรอก?”
“พี่ชายอย่าเพิ่งร้อนใจ ได้ยินว่าตระกูลเซี่ยงจนจนไม่มีจะกิน มิสู้ท่านลองเข้าไปถามดูว่า ถ้าใช้เงินฟาดหัวจะอุ้มสาวงามกลับบ้านได้หรือเปล่า?”
“...”
จี้หานโม่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก เขาคิดไม่ถึงเลยว่าในวันแต่งงานของคุณหนูจวนจี้กั๋วกง จะมีคนใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดยิงธนูเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาว?
แถมลูกธนูดอกเมื่อครู่ ยังเฉียดหน้าผากเขาไปเพียงแค่นิ้วเดียว
โชคดีที่จี้หานลั่วมีสติมั่นคงพอ ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าหลุดลอยไป นางก็รีบใช้ชายแขนเสื้อกว้างปิดบังใบหน้าเอาไว้ทันที
แต่ทว่าเพียงแค่แวบเดียวที่ได้ยลโฉม กลับยิ่งทำให้ฝูงชนประทับใจในความงามของเ้าสาวอย่างฝังลึก
จี้ป๋อหรูที่ออกมาส่งตัวเ้าสาว โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ
เขาเร่งสั่งการให้องครักษ์จวนจี้กั๋วกงออกไปจับตัวคนยิงธนู
พร้อมกับหันไปมองหน้าเซี่ยงเฉิงหลีด้วยความกังวล “หลานชาย...เื่นี้จะทำอย่างไรดี?”
ในยุคสมัยโบราณที่สตรีถือสามีเป็ดั่งแผ่นฟ้าเช่นนี้ หญิงสาวในตระกูลสูงศักดิ์เวลาออกจากบ้าน มักต้องสวมหมวกมีผ้าคลุมหน้า น้อยนักที่จะเผยโฉมให้คนภายนอกได้เห็น
การที่จี้หานลั่วถูกยิงผ้าคลุมหน้าหลุดในวันแต่งงาน จนทำให้พวกอันธพาลและพวกบ้ากาม ได้เห็นโฉมหน้าและพูดจาแทะโลมเช่นนี้ ถือว่า...เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว
หากเซี่ยงเฉิงหลีจะขอถอนหมั้นกลางคันในตอนนี้
จวนจี้กั๋วกงก็จำต้องก้มหน้ารับสภาพ
เพียงแต่...จี้หานลั่วคงมีจุดจบเพียงทางเดียว คือ ถูกส่งตัวไปบวชชีที่วัดประจำตระกูลตลอดชีวิต
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของจี้ป๋อหรูก็ยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีก