บทที่10 เหตุการณ์วิกฤต
เหล่าแม่ทัพนายกองเร่งเหล่าทหารจัดตั้งขบวนรบขึ้นใหม่ทันที ที่ม่านบาเรียพังทลายลง เมื่อเหล่ากองทัพเ้าปีศาจเห็นดังนั้นจึงเคลื่อนทัพบุกเข้าประจัญหน้ากับเหล่าทหารอาณาจักร
“อย่าให้พวกมันเข้าไปในตัวเมืองได้ สกัดพวกมันไว้”
แม่ทัพที่หนึ่งะโขึ้นทันทีเมื่อเห็นกองทัพศัตรูดาหน้าบุกเข้ามาดังสายน้ำอันเชี่ยวกราก ทั้งภาคพื้นดินและบนอากาศ กองทัพทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ปืนเวทย์มนต์บนกำแพงยิงไม่หยุดแต่แล้วก็โดนทำลายโดยเหล่าสัตว์วิญาณที่บินได้ เฒ่ามู ฟูม่า อลัน จักรพรรดิมรรค และเหล่าผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรเหาะขึ้นฟ้าเข้าประจัญหน้าเ้าปีศาจทันทีที่บาเรียพังทลาย เ้าปีศาจยืนกอดอกบนหลังนกเพลิงแสยะยิ้มขึ้น เมื่อเห็นเหล่าผู้คนพุ่งหน้ามายังตน
“เรียงหน้าเข้ามาเ้าพวกสวะ”
บรรดาเหล่าผู้นำเหาะขึ้นมาและแยกตัวประจำจุดทั้งแปดทิศโดยมี เ้าปีศาจและสัตวฺ์วิญาณรอบตัวมันเป็ศูนย์กลาง
“พวกเราเริ่มได้เลย”
เฒ่ามูสื่อสารผ่านจิตตรงเข้าในหัวของบรรดาเหล่าผู้นำ ทันใดนั้้นพวกเขาเริ่มร่ายเวทย์มีเส้นแสงพุ่งไปยังแต่ละคนเรียงกันไป จนปรากฏเป็โดมแปดเหลี่ยมขึ้นคลุมตัวพวกเขากับเ้าปีศาจตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
“มหาเวทย์แปดธาตุสยบอสูร”
พวกเขาทั้งแปดคนะโขึ้นพร้อมกัน ภายในโดมแสง ปรากฏพลังธรรมชาติมากมายเข้าโจมตีเ้าปีศาจและสัตว์ิญญา เหล่าม่านพฤกษาเข้าเกี่ยวพันพันธนาการ ลูกไฟพุ่งเข้าโจมตีนับไม่ถ้วน สายน้ำกลายเป็หอกแหลมพุ่งเข้าโจมตีไม่หยุดยั้ง ก้อนหินขนาดใหญ่น้อยพุ่งเป็อุกกาบาตเข้าจู่โจม สายลมเปลี่ยนกลายเป็ใบมีดแห่งพายุเข้าเชือดเฉือน สายฟ้าแปรเปลี่ยนเป็เหล่าศาสตราวุธมากมายเข้าฟาดฟัน ความมืดและแสงเข้ารวมตัวเป็กลุ่มก้อนพลังงานยิงบิ๊กแบงเข้าโจมตี เกิดเสียงดังสนั่นภายในโดมเสียงอย่างต่อเนื่อง
“อย่าเพิ่งหยุดนะ โจมตีต่อไป”
เฒ่ามูสั่งการ
ภายนอกโดมแสงแปดเหลี่ยมเกิดการนองเืไปทั่วทุกพื้นที่เสียงร้องด้วยความเ็ปดังไปทั่ว ทัพศัตรูจำนวนหนึ่งหลุดเข้าประชิดตัวเมืองเหล่ากองทัพพิทักษ์เมืองป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ป้องกันได้ไม่หมด
จึงมีบางส่วนหลุดเข้าไปในตัวเมืองบ้านเรือนเกิดเพลิงใหม้ในหลายจุด เหล่าผู้คนภายในเมืองวิ่งหนีอย่างอลหม่าน บรรดาผู้คนที่โชคร้ายมากมายถูกเหล่ากองทัพเ้าปีศาจสังหารอย่างทารุณและโหดร้าย บรรดาผู้กล้าจากที่ต่างๆเข้ารับมือแบบสามต่อหนึ่ง จึงทำให้พวกเขาเสียเปรียบอย่างมาก
ในขณะนั้นสัตว์ิญญาจำนวนหนึ่งเล็งเห็นเหล่ากลุ่มคนสามคนกำลังช่วยเหลือเหล่าเด็กน้อยที่ผลัดหลงกับบรรดาผู้ปกครอง จึงรวมตัวกันเข้าโจมตีทั้งสามทันที
“ลู ระวังข้างหลังเ้า” ไอลีนะโขึ้น
“เหมันต์ะเื”กลุ่มก้อนไอความเย็นเข้าห่อหุ้มเหล่าสัตว์ิญญาทันที ไป่เป่าที่อยู่ข้างไอลีนตวัดดาบในมือของนาง ไปทางเหล่าสัตว์ิญญาพวกนั้นกลายเป็ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
“ะเิอัคคี”ไป่เป่าตวัดดาบอีกทีหนึ่ง เส้นสายเพลิงจำนวนมากพุ่งเข้ารวมตัวก้อนน้ำแข็งทำให้เกิดะเิขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อไอลีนเห็นดังนั้นจึงใช้เวทย์ป้องกันพวกเขาจากแรงะเิทันที
“ม่านพฤกษาก่อเกิด”เกิดรากไม้ขาดใหญ่จำนวนมากพุ่งขึ้นจากพื้นห่อหุ้มเป็โดมเข้าป้องกันพวกเข้าและกลุ่มเด็กๆไว้
“เราจะทำยังไงกับพวกเด็กๆกันดีละ”ลูเอ่ยขึ้น ไป่เป่านำไข่มุกเม็ดเล็กออกมาและโยนไปยังพวกเด็กกลายเป็กลุ่มก้อนลำแสงทรงกลมห่อหุ้มตัวพวกเขาไว้ แล้วกลับเป็ไข่มุกดังเดิม ไป่เป่ารีบเก็บไข่มุกเข้าไว้ในกำไลมิติของนางทันที
“ให้พวกเขาเข้าไปอยู่ใน ไข่มุกจิตสมุทรเป็การชั่วคราวก่อนละกัน”
ลูและไอลีนมองหน้ากันแบบทึ่งๆแล้วกลับไปมองไป่เป่าพร้อมกับพยักหน้า
“พวกเราต้องฝ่าออกไปละ พาพวกเด็กพวกนี้กลับไปยังหมู่บ้านมวลพฤกษากันก่อนเถอะ”ไอลีนกล่าวขึ้น ลูและไป่เป่าพยักหน้ารับ ทันทีที่ม่านพฤกษาสลายลงไปพวกเขาทั้งสามทะยานหนีไปทันที แต่มีกลุ่มนักรบเผ่าทมิฬขว้างหน้าพวกเขาไว้ เมื่อกลุ่มนักรบทมิฬเห็นพวกเขาจึงพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว ไอลีนที่อยู่ข้างหน้าสุดชกหมัดลงพื้นดินอย่างรุนแรง เกิดเป็รากไม้ที่แหลมคมพุ่งขึ้นจากพื้นดินแทงทะลุตัวเหล่านักรบพวกนั้นทำให้เหล่านักรบเถื่อนติดคากับรากไม้ ลูไม่รอช้าปล่อยบอลเพลิงอัดใส่รากไม้พวกนั้นทำให้เกิดเสาเพลิงขึ้นเผานักรบเ่าั้ ไป่เป่าทะยานผ่านเหล่านักรบพร้อมกับฟาดฟันดาบในมืออย่างรวดเร็ว ทำให้พวกมันกลายเป็เศษเนื้อที่มีเพลิงลุกใหม้ทันที พวกเขาต้องฝ่าเหล่าศัตรูหนีไปทางอีกด้านของเมือง
ใจกลางเมืองเหล่าบรรดาผู้พิทักษ์แห่งสถาบันจิต์และเหล่าผู้พิทักษ์อาณาจักรที่เหลืออยู่ ได้เข้าสู้สัตว์ิญญาโกเลมขาดใหญ่กว่าพันตัวพร้อมกับเหล่านักรบเผ่าทมิฬร่วมหมื่น
คนของเกราะอัคคีและป้อมอัสนีแยกย้ายเข้าปกป้องเมืองร่วมกับเหล่าทหารรักษาเมือง
เหล่าบรรดาแม่ทัพที่หนึ่งถึงห้าและฑูตจางเข้ารบพุ่งกับทัพศัตรูนอกเมืองร่วมกับเหล่าบรรดานักรบจากสถาบันจิต์และกองทัพจากหมู่บ้านต่างๆที่ยกเข้ามาช่วย ยกเว้นแม่ทัพที่สามที่สั่งการภายในเมือง
บนฟากฟ้าเหนือเมืองภายในโดมแปดเหลี่ยม
“ท่านมูพวกข้าเริ่มไม่ไหวแล้วเวทย์นี้กินพลังงานมากเกินไป”
“อดทนกันหน่อยเถอะข้ายังััถึงเ้าปีศาจได้”
พวกเขาต่างเริ่มมีเหงื่อไหลเป็จำนวนมากใบหน้าหน้าซีดเซียว ทันใดนั้นแสงสีดำทมิฬะเิเป็วงกว้างทำให้โดมแปดเหลี่ยมแตกกระจาย เหล่าผู้นำทั้งแปดต่างกระเด็นตกจากฟากฟ้าเข้ากระแทกกับผาหินและพื้นดิน พวกเขากระอักเืออกมาอย่างมาก
เ้าปีศาจที่อยู่กลางเวหาจับจ้องมายังพวกเขา
“นี่นะรึที่พวกเ้าเรียกว่า มหาเวทย์ช่างอ่อนแอสิ้นดี”
ผู้เฒ่ามู กุ้มหน้าอกของตนพร้อมกับนำแขนอีกข้างเช็ดคราบเืออกจากมุมปาก ลุกขึ้นยืนโงนเงนบนพื้นดิน เงยหน้าขึ้นมองเ้าปีศาจ
“แกไอ้เ้าปีศาจพวกข้าไม่ยอมตายด้วยน้ำมือเ้าแน่ๆอย่างมากสุดพวกข้าจะเผาผลาญพลังชีวิตลากเ้าไปกับพวกข้าด้วย” ผู้เฒ่ามูเอ่ยอย่างอ่อนแรง เหล่าบรรดาผู้นำที่ลุกขึ้นมาได้ต่างเข้ามายืนข้างผู้เฒ่ามู
“เฮอะ..ฆ่าพวกเ้านะง่ายกว่าบี้แมลงตายชะอีก แต่อย่าห่วงข้าไม่ฆ่าพวกเ้าหรอกนะวันนี้จะไม่มีใครหนีออกจากที่นี้ได้สักคนเดียว”
ทันทีที่เ้าปีศาจกล่าวจบมันก็สร้างโดมสีดำทมิฬขึ้นครอบคลุมเขตเมืองหลวงรวมถึงสนามต่อสู้ไว้ทั้งหมด
พวก ลู ไอลีนและไป่เป่าที่กำลังจะออกจากเมือง ทะยานเข้าชนกับกำแพงสีดำทมิฬขนาดใหญ่เข้าเต็มแรง
“โอ๊ยยย นี่มันกำแพงบ้าอะไรกัน”
ลูที่นอนดิ้นพล่าน มือกุมหัวตัวเองร้องขึ้น ไอลีนและไป่เป่าที่ทรุดตัวกับพื้นเงยหน้ามองตามกำแพงสีดำทมิฬ
“นี้มันคลุมไว้ทั้งเขตแดนอาณาจักรไว้เลยนี่”
“พวกเ้าเข้ามาใกล้ๆข้าและจับข้าไว้”ไป่เป่าบอกทั้งสองพร้อมกับถือยันต์หลบหนีไว้ในมือ ทั้งสองทำตาม ไป่เป่าทำลายยันต์เกิดแสงขึ้นรอบตัวพวกเขา แต่มันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไป่เป่าทำหน้า งง งัน
“กะ...เกิดอันใดขึ้นทำไมยันต์หลบหนีถึงใช้ไม่ได้กัน” ลูและไอลีนที่อยู่ข้างนางทำหน้างุนงงไปด้วย เมื่อไป่เป่าเห็นสีหน้าทั้งสองจึงอธิบายให้ทั้งสองฟัง
“ยันต์นี้นะพวกข้าเอาไว้ใช้หลบหนีจากศัตรูที่พวกข้าไม่สามารถที่จะเอาชนะได้นะมันจะส่งตัวไปยังสถานที่ได้บันทึกเอาไว้ แต่นี้มันแปลกไปแล้วที่มันไม่ยอมทำงาน”ไป่เป่าทำหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก
เมื่อเ้าปีศาจคลุมสถานที่ไว้ทั้งหมดด้วยโดมมันจึงเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดได้ เ้าปีศาจแพร่รังสีเข้ากดดันเหล่าผู้คนของอาณาจักร ทำให้พวกเขาทั้งหมดที่กำลังต่อสู้อยู่ทรุดลงกับพื้นดิน และถูกส่งตัวมายังพื้นที่พวกผู้นำทั้งแปดอยู่ เสียงเหล่าบรรดากองทหารและผู้คนจากที่ต่างๆดังขึ้นเป็เสียงเดียวกัน
“กะ..กะ..เกิดอะไรขึ้น”
เ้าปีศาจที่มองจ้องลงมาจากฟากฟ้ามองมาที่พวกเขา กองทัพสัตว์ิญญาและนักรบเผ่าทมิฬเข้าล้อมพวกเขาเป็วงกลมวงใหญ่
เมื่อเหล่าบรรดาผู้นำเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ตกตะลึงอย่างมาก จักรพรรดิมรรคเงยหน้าไปทางเ้าปีศาจและเอ่ยขึ้น
“นี่เ้า้าอะไรจากพวกข้ากันแน่”
“ทีแรกก็ไม่หรอกนะ เ้าพวกมนุษย์”
“ข้าจะเล่าอะไรสนุกๆให้พวกเ้าฟังละกัน”
เ้าปีศาจที่ลอยอยู่กลางอากาศเอามือทั้งสองไขว้หลังไว้แสยะยิ้ม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติแต่พวกผู้คนของอาณาจักรกลับได้ยินอย่างชัดเจน
“ข้านะไม่ใช่คนของเอกภพนี้หรอกนะ ข้ามาจากเอกภพเทพและมารพวกข้าเหล่าอสูรทำากับเหล่าเทพที่อยู่ที่นั้นแต่พ่ายแพ้ต้องพากันหนีอพยพไปอยู่ในห้วงมืดนิรันดร์เพื่อหาโอกาศแก้แค้นเหล่าพวกเทพบัดซบพวกนั้น และแล้วในที่สุดพวกข้าก็หาทางปลดผนึกนายเหนือหัวของพวกข้าได้และได้เข้าโจมตีพวกมันแต่เ้าพวกบ้านั้นกลับมีพลังที่ยิ่งใหญ่ทำลายพวกข้าไปเป็จำนวนมาก ข้าและอีกตนหนีออกมาก่อนที่าระหว่างจอมมารและจอมเทพจะสิ้นสุด พวกข้าหนีไปหลบซ่อนในรอยแยกมิติระหว่างเอกภพอยู่นานจึงกลับไปยังดวงดาวเทพและมารอีกครั้งเพื่อดูผลแต่พวกข้ากลับไม่พบดาวดวงนั้น ในขณะพวกข้ากำลังงุนงงนั้นได้มีกลุุ่มแสงที่มีพลังงานบางอย่างรุนแรงมากพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พวกข้าเลยติดตามมันมาเพื่อที่จะนำไปมอบให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในห้วงมืดนิรันดร์ เพื่อชดเชยความผิดที่พวกข้าได้หนีทัพ พวกข้าตามมันจนมาถึงดาวดวงนี้แต่ดันถูกมันผนึกไว้ในขณะที่พวกข้าสองคนพยายามต้านการผนึกนั้นเ้าบ้าสองคนนั้น”
เ้าปีศาจเอ่ยพร้อมกับจ้องมองมายังผู้เฒ่ามูและฟูม่า
“มันทั้งสองใช้พลังผนึกพวกข้าซ้ำเข้ามาอีกทีทำให้พวกข้าสูญเสียพลังต่อต้านเ้าศิลาบ้าก้อนนั้นทำให้พวกข้าถูกขังร้อยกว่าปีแต่เมื่อไม่นานนี่ข้าพบจุดรอยร้าวในมิติปิดผนึกพวกข้าจึงรวมพลังกันโจมตีอย่างนักแต่การโจมตีนั้นกลับสะท้อนกลับมาโดนพวกข้าาเ็แต่ในขณะที่ข้าสิ้นหวังอยู่นั้นข้าก็นึกถึงเวย์ต้องห้ามเข้าบทหนึ่ง”
เ้าปีศาจกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างชั่วร้าย ผู้คนที่รับฟังอยู่หนาวสั่นสะท้านขึ้น
“เวทย์เทพปีศาจกลืนกิน ข้าได้กลืนกินพวกของข้าอีกคนจนทำให้ข้ามีพลังที่มหาศาลมากมายจนทำลายรอยร้าวนั้นและหนีออกมาได้ไงละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เมื่อผู้เฒ่ามูและฟูม่าได้ยินจึงตกตะลึงอย่างมาก
“ถ้ายังงั้นในผนึกก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้วละสิ”
“หึ เ้าเฒ่าทั้งสองเ้าคงคิดว่าที่ข้าบุกมาคงมาช่วยอีกตนที่ถูกผนึกอยู่สินะ”
ผู้เฒ่าทั้งสอง หน้าซีดลงทันที
“ทีข้ามายังที่นี้ ข้าจะขึ้นเป็จ้าวบนดาวดวงนี้ต่างหากละข้าจะไม่กลับไปหาพวกพ้องอีกแล้วที่นั้นข้าเป็ได้เพียงชนชั้นกลางเท่านั้น แต่ที่นี้ข้าเป็ผู้ยิ่งใหญ่ไร้ผู้ต้าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เ้าคิดจริงๆรึว่าพวกข้าจะยอมเป็ทาสของเ้านะไอ้ปีศาจ”
จักรพรรดิมรรคะโขึ้น
“ยอมไม่ยอมอีกเดี๋ยวเ้าก็รู้ พวกเ้าคงไม่รู้สินะว่าข้าสร้างกองทัพพวกนี้ให้เชื่อฟังข้าได้ยังไง”
พวกผู้คนของอาณาจักรหันไปมองเหล่าสัตว์ิญญาและผู้คนเผ่าทมิฬ
“นี่เ้าปัศาจแกใช้วิธีบางอย่างควบคุมพวกนั้นสินะ” ผู้เฒ่ามูเอ่ยขึ้น
“ฉลาดนี่ตาเฒ่าอีกเดี๋ยวพวกเ้าก็จะกลายเป็แบบนั้นละนะ”
“ข้าไม่ยอมเป็แบบนั้นหรอกข้าขอยอมตาย”
เขากล่าวเสร็จก็พุ่งตรงไปยังเ้าปีศาจ ฟูม่าเห็นตั้งนั้นจึงรีบตามไปทันที
“เมื่อเ้าขอข้าก็จัดให้”
เ้าปีศาจสบัดมือสี่ครั้งติดกันอย่างรวดเร็วไปยังผู้เฒ่าทั้งสองเกิดเป็ใบมีดสีดำตัดแขนและขาของผู้เฒ่าทั้งสองออกจากร่างพวกเขา เืสาดกระจายไปทั่วผู้เฒ่าทั้งสองคนตกลงมายังเบื้องหน้าจักรพรรดิมรรค
“ทะ..ทะ..ท่านผู้เฒ่า”จักรพรรดิมรรคร้องเสียงสั้นเครือ
“ท่านพ่อออ”ลันพุ่งเข้าหาร่างเฒ่าฟูม่าพร้อมคนของเกาะอัคคี
“ท่านปู่”ลู พยายามพุ่งเข้าใส่เ้าปีศาจเมื่อเห็นปู่ของเขาตกลงมาโดยไร้แขนขาแต่โดนไอลีนและไป่เป่าฉุดรั้งแขนทั้งสองข้างไว้
“ทะ..ทะ..ท่านจ้าว”หน่วยป้อมอัสนีลุกขึ้นยืนทั้งหมดพุ่งขึ้นจู่โจมไปยังเ้าปีศาจ
“รนหาที่ตายงั้นก็จงหายไปพร้อมๆกันทั้งหมดชะ”
เ้าปีศาจขว้างลูกพลังงานสีดำทมิฬไปยังคนของป้อมอัคคี พวกเขาหยุดค้างกลางอากาศรวมพลังของคนทั้งหมดเพื่อต้านพลังนั้นของเ้าปีศาจ แต่ทันใดนั้นมีแสงสีม่วงเข้ากระแทกกับบอลพลังงานสีดำทำให้บอลพลังงานปลิวกระเด็นไปโดนกำแพงโดมเกิดการะเิอย่างรุนแรง ผู้คนต่างหมอบตัวต่ำเพื่อลดการปะทะของคลื่นพลังที่เกิดจากแรงะเิ แสงสีม่วงที่กระแทกเข้ากับบอลพลังงาน ลอยลงพื้นอย่างนุ่มนวลหยุดอยู่ระหว่างผู้เฒ่ามู และผู้เฒ่าฟูม่า
เ้าปีศาจชะงักไป
“นั้นมันอะไรกัน!!!”