ตอนที่ 40. ความในใจ (ตอนจบ)
[ต่อพงษ์]
ตอนที่เจอ ตอนที่จีบ ไม่คิดเลยว่าจะตกหลุมรักได้ขนาดนี้ ความซื่อๆเซ่อๆ รอยยิ้มที่ชอบส่งให้ ไม่เคยขัดใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุดนี่แหละทำให้รักคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเครียดเรื่องงาน ปวดหัวเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็มีแต่เขานี่แหละที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ไม่เคยเรียกร้องให้ผมรัก ไม่เคยร้องขอสิ่งของราคาแพง มีแต่ความจริงใจล้วนๆที่ให้กันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ผมรู้ว่าเนื้อแท้เขาเป็นเช่นนี้ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
“เป่าเทียนเลยครับพี่เอก อย่าลืมอธิษฐานก่อนด้วยนะ” ใบหน้าทรงเสน่ห์ในชุดสูทพอดีตัวสีเลือดหมูสบตาผมครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาขอพรแล้วเป่าลมออกมาครั้งเดียวจนเทียนดับ เสียงเฮดังลั่นจากคนที่มาร่วมงานวันนี้ พ่อแม่ผมเข้ากันได้ดีกับคุณแม่ของเขาที่ตอนนี้ตบมือเปาะแปะอย่างอารมณ์ดี รู้สึกเหมือนเราเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง
ยังจำได้ดีกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ผมยืนใจเต้นระส่ำหน้าห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พยายามผ่อนลมหายใจและจัดแจงเสื้อผ้าซ้ำไปมาราวกับเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ กว่าจะหลอกล่อให้พี่เอกไปส่งงานให้ลูกค้าแล้วปลีกตัวมาได้ก็แทบแย่ รายนั้นยืนกรานจะให้ส่งทางช่องทางอื่นๆมากกว่า เลยต้องเล่นบทโหดว่าเป็นคำสั่งถึงต้องไป ผมอยากมาเยี่ยมคุณป้าเอง อยากมาทำความรู้จัก ไม่อยากให้พี่เอกต้องมาคอยดูแลหรืออะไรเลยตัดสินใจมาในวันนี้
“จะเข้ามาไหมล่ะ” ผมสะดุ้งเฮือก หันไปมองรอบๆก็ไม่เห็นพยาบาลสักคน หรือคนข้างในมีตาทิพย์กันนะ พอได้ยินก็เลยลนลาน เคาะประตูและเดินเข้าไปช้าๆ
หญิงแก่ที่ยืนอยู่กลางห้องโดยมือหนึ่งลากสายน้ำเกลือไปด้วยจับจ้องมา ใบหน้าย่นนั้นบ่งบอกว่าผ่านร้อนหนาวมาเกินครึ่งชีวิต ผมสีเทาปะปนกับสีขาวสลับไปมาดัดลอนตามความนิยมของคนรุ่นนี้ฟูฟ่อง ผมยกมือไหว้ก่อนจะขออนุญาตช่วยประคองกลับไปที่เตียง นี่คงเป็นช่วงที่หมอถอดท่อปัสสาวะออกไปแล้ว คนไข้เลยต้องค่อยๆเดินไปเข้าห้องน้ำเอง
“มาทำไมล่ะคุณท่าน” น้ำเสียงไม่ได้ห้วนสั้น ติดแหบแห้งและอ่อนล้า ห้องพักผู้ป่วยเงียบเชียบ แอร์ส่งเสียงดังพ่นไอเย็น ผมสูดกลิ่นยาเหม็นฉุนอย่างไม่รังเกียจ มือผอมบางที่เกาะกุมขยับไปจับที่กั้นเตียงเพื่อยกตัวเองขึ้นไปบนนั้น
“เอ่อ ครับ” ผมสะดุ้ง ใจเต้นไม่หาย “มะ มาเยี่ยมครับ”
“อื้อ แล้วเจ้าเอกเป็นไงบ้างล่ะคุณท่าน มันทำให้หนักใจบ้างมั้ย” ร่างบางนอนแนบ ผมปรับระดับเตียงให้พอเหมาะคล้ายจะนั่ง
“พี่เอกขยันทำงานมากเลยครับ” ตอบตามจริง รู้สึกโล่งใจที่คนที่นอนอยู่ยังจำได้ว่าผมเป็นใคร
“ยังไงก็ฝากมันด้วยนะคุณท่าน”
“เรียกผมว่าต่อดีกว่านะครับ เรียกคุณท่านแล้วมันดูแปลกๆ” เพราะไม่อยากให้รู้สึกว่าห่างเหิน ทั้งที่ควรเรียกว่าลูกเขยนะครับ
“ฮ่าๆๆๆ ก็ชั้นไม่ชินไงคุณเอ๋ย เจ้านายของลูกชายมาเยี่ยมถึงนี่” แววตาเป็นประกายฉายแววอ่อนโยนเมื่อมองมาทางนี้ “หาน้ำหาท่าเอาเองนะในตู้เย็นน่ะ อย่าว่าชั้นเลยนะที่ดูแลไม่ได้ แค่เดินไปมาก็ลำบากจะแย่”
“ขอบคุณครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ แค่นี้ผมก็มารบกวนเวลาพักผ่อนแล้ว” ผมควรจะเรียกป้าหรือแม่ดีครับ ช่วยคิดหน่อย
“โอย รบกวนอะไรกัน ชั้นสิไม่ว่า ที่เป็นภาระคนโน้นคนนี้ไปหมด” น้ำเสียงเหมือนตัดพ้อเล็กๆ
“ไม่หรอกครับ พี่เอกตั้งใจทำงานมากเพื่อคุณป้านะครับ” ผมอมยิ้มไปด้วยเมื่อพูดถึงใครอีกคน หน้าตาซื่อๆพร้อมท่าทางเงอะงะและใจลอยแทบตลอดเวลา ไม่ทันสังเกตเลยว่าคนที่นอนอยู่รับรู้ความในใจผมได้ง่ายดาย
“ชอบมันเหรอ” ออร่าที่แผ่ออกมาเป็นความรักที่ชัดเจน รายล้อมบุรุษหนุ่มหน้าตาดีจนอบอวลไปทั่ว
“ห๊ะ” ผมตกใจตาค้าง นี่ถ้าตาโตกว่านี้คงเหมือนไข่เป็ดแล้วล่ะ
“ชอบไอ้เอกหรือไงคุณน่ะ”
“ขะ คุณป้า” ผมเกาหัวแก้เก้อ หลอกใครต่อใครได้ แต่หลอกผู้ใหญ่ยากจริงๆ เลยต้องพยักหน้ายอมรับโดยปริยาย
“ชั้นไม่ว่าอะไรหรอกนนะถ้าคุณจะชอบมัน”
“หะ” ผมได้แต่อึ้งเป็นรอบที่สอง ในใจคิดแต่ว่าคนอายุปูนนี้แล้วคงจะไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้หรอก มันไม่ใช่ทุกคนบนโลกที่จะยอมรับเรื่องการรักเพศเดียวกันอย่างง่ายดาย
“ชั้นก็แก่แล้ว จะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ไม่รู้ เจ้าเอกมันก็ได้แต่ออกไปทำงานงกๆไม่สนใจมีลูกมีเมียจนชั้นถอดใจเรื่องนี้ไปละ” แล้วสายตาคมกริบที่เหมือนพี่เอกก็จับจ้องมาทางนี้ “ถ้าคุณชอบมันจริง ชั้นก็ไม่ขัดหรอก ถึงแม้เพิ่งจะเจอกันชั้นก็พอรู้ว่าคุณเป็นคนดี แถมหล่อด้วย” ใบหน้าย่นยกยิ้มอย่างคนเข้าใจโลก หากประสบการณ์ที่สั่งสมมาไม่มีอะไรผิดพลาด เธอคิดว่าดูคนไม่ผิดเป็นแน่ เรื่องแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนตรงหน้า ถ้าลูกชายไม่เล่นด้วยมันก็ไม่เป็นอะไรหรอก อย่างน้อยก็จะได้ดูเป็นคนใจกว้าง
“อ่า ขอบคุณครับ” โดนชมว่าหล่อแบบนี้ เขินจนเสียอาการเลย
“แต่เจ้าเอกมันซื่อบื้อ คุณต้องพยายามหน่อยนะ มันไม่ได้โง่หรอก แค่ไม่ค่อยทันคนอื่นเฉยๆ..” แล้วคุณแม่ของพี่เอกก็เริ่มเล่าเรื่องลูกชาย ตลอดทั้งบ่ายที่นั่งฟังนั่นเอง ทำให้ผมตีสนิทและเข้าไปอยู่ในใจคนป่วยจนได้
“ผมกลับก่อนนะครับคุณป้า มารบกวนตั้งนาน”
“เรียกป้าทำไม เรียกแม่ได้แล้ว” แค่นี้แหละ หัวใจก็พองโตจนแทบจะบินกลับบางนาเลยล่ะ
#### ####
เค้กวันเกิดถูกตัดและลำเลียงใส่จาน พี่เอกยกไปเสิร์ฟที่โต๊ะผู้อาวุโสก่อน หลังจากนั้นก็ตัดแบ่งแขกเหรื่อโดยมีผมช่วยจับมีดตัดเค้กอย่างตั้งใจ เสียงเพลงไพเราะล่องลอยมาตามสายลม เทียนดับไปแล้ว แสงส้มประดับรายรอบถูกเปิดมาแทนที่ ผู้คนต่างยิ้มแย้มจนอิ่มเอม ผมหุบยิ้มไม่ได้เพราะดีใจที่แผนวันนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
“ถ่ายรูปหน่อยเว้ยไอ้ต่อ ท่านี้เหมือนตัดเค้กงานแต่งเลยว่ะ” ไอ้กรส่งเสียงและยกโทรศัพท์หรูมาถ่าย พี่เอกตกใจอ้าปากจนรูปออกมาดูตลก ถึงแม้จะเหวอไปบ้าง แต่แฟนผมก็น่ารักที่สุดแหละ
“ไม่เอาคุณต่อ ลบก่อน อายเค้า” พี่เอกบ่นอุบ พยายามแย่งมือถือในมือเพื่อลบรูปที่ไอ้กรส่งมา แต่ผิดคาดที่รูปนั้นเป็นแท็กจากเฟซบุ๊กของคนถ่าย พี่เอกเลยลบไม่ได้ เลยได้แต่งอนตุ๊บอยู่อย่างนั้น แต่ไม่นานก็หายเพราะมีบลูฮาวายมาแจก
ของขวัญน้อยใหญ่วางตรงหน้า พี่เอกถูกคะยั้นคะยอให้เปิดแต่ละกล่องตรงนี้เลย เจ้าของวันเกิดเลยเหวอนิดหน่อยเนื่องจากไม่ชิน ผมคิดว่าน่าจะไม่เคยมากกว่า ที่ผ่านมาก็มัวแต่ทำงานหนักจนลืมวันเกิดตัวเองทุกปี แม้แต่ปีนี้ก็ตาม
“โอ้โห สวยจัง” ผมมองนาฬิกาเรือนหรูยี่ห้อดังที่พ่อแม่ผม พี่แก้วและพี่พันร่วมกันซื้อให้ พี่เอกบ่นเกรงใจและพยายามไม่รับ แต่ก็ถูกต้อนด้วยเหตุผลที่ว่าของขวัญมันมาจากคน 4 คน หารเฉลี่ยแล้วก็ไม่แพงเท่าไหร่หรอก (ถ้าแกไม่ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตเอานะว่าเรือนนี้มันเกือบสองล้านน่ะ)
น้องชายพี่เอกให้เสื้อเชิ้ตใหม่เป็นของขวัญ พี่ชายดูเหมือนจะชอบมากเพราะมันเป็นสีเข้มแบบที่ใส่ประจำ รายนั้นชอบคิดไปเองว่าตัวเองอ้วนดำแก่ ทั้งที่หน้าตาไม่ใกล้เคียงคำว่าขี้เหร่แม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายสันกรามชัดถูกจัดวางด้วยคิ้วหนา จมูกเป็นสันรับกับใบหน้า ดวงตาสองชั้นคมกริบชวนมอง ริมฝีปากที่หนาแต่สวยได้รูปน่าจูบตลอดเวลาทำให้ไปไหนไม่รอดนั่นอีก ...ถ้าไม่เรียกว่าหล่อ ทำไมไอ้ตงฉิน เทพบดินทร์และจีโอ้ถึงได้เข้ามาวนเวียนล่ะ ผมก็หวงของผมนะ ไม่อยากยกให้ใครหรอก กว่าจะได้เจอ กว่าจะอ่อยและคว้ามาเป็นแฟนได้ไม่ใช่ง่ายๆ ไม่มีทางจะปล่อยไปไหนหรอก จะแก่อ้วนดำ ต่อพงษ์คนนี้ก็รัก
“มองขนาดนี้ลากลงน้ำเลยมั้ย” เสียงไอ้น้องชายผมเอง ไอ้นี่ปากหมาชอบแซว มันคงไม่พอใจที่เต๊าะแย่งพี่เอกไม่ได้ ของขวัญจากไอ้ตงคือกีต้าร์ที่เจ้าตัวบ่นอยากได้มานานนั่นเอง ไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไง ถ้าไม่ใช่จากเอกภาพก็คงมาจากเอกราชน้องชายทั้งสองนั่นแหละ ดีหน่อยที่ไอ้ตงมันมาที่งานช้าน่าจะอ้อยอิ่งจากงานเลี้ยงที่บ้านอาหมอ เลยไม่ทันได้เห็นตอนที่พี่เอกเป่าเทียน ผมมองใบหน้านั้นและซึมซับมันลงที่โสตประสาท ทุกการเคลื่อนไหว ทุกๆอย่างของเอกภพ เป็นของผมคนเดียว
หลังงานเลี้ยงเลิกราก็พากันแยกย้าย ผมจองห้องให้คุณแม่พี่เอกพักที่นี่แทนที่จะนั่งรถไกลไปถึงบางบอน ดีหน่อยที่แฟนของน้องโทมีคนขับรถที่บ้านมารับ เลยเบาใจและค้างเป็นเพื่อนคุณแม่ ส่วนครอบครัวผมน่ะเหรอพากันกลับหมดแล้ว ดีหน่อยที่สองหมูไปค้างบ้านยาย งานนี้เลยไม่วุ่นวายเท่าไหร่ ผมเดินนำเจ้าของวันเกิดมาลิ่วๆ เสียงส้นรองเท้าคัทชูกระทบเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเดินตามไม่ห่าง พอแตะบัตรเข้าห้องพักก็ถอดชุดออกอย่างรวดเร็ว
“อื้ออออ” ร่างเล็กกว่าถูกผมรวบและจรดกลีบปากทาบทับอย่างไม่ทันตั้งตัว แววตาแตกตื่นที่แสนคุ้นเคยไม่ได้ทำให้ผมหยุดการกระทำนี้ โพรงปากอุ่นเปิดออกอย่างเงอะงะ พี่เอกตอบกลับอย่างเชื่องช้า เราจูบกันมานับครั้งไม่ถ้วนจนกลายเป็นเรื่องปกติ
เครื่องปรับอากาศในห้องยังทำงานไม่เต็มที่ เหงื่อไคลไหลย้อยจนเปียกชื้น เชิ้ตด้านในถูกถอดทิ้งอย่างไม่ใยดี พี่เอกหน้าแดงก่ำลมหายใจหอบพร่า ทรวงอกแกร่งกระเพื่อมอยากหนักราวกับพยายามตักตวงออกซิเจนให้เต็มปอด เม็ดน้อยสีน้ำตาลชูชันบ่งบอกอารมณ์ร่วมที่ถูกปลุกขึ้น เข็มขัดถอดแบะออกคาไว้ที่บั้นเอวสวย หน้าท้องสวยได้รูปแม้จะไร้ลอนกล้ามแต่กลับแข็งน่าลูบ ผมซุกใบหน้าเข้าซอกคอก่อนดันร่างที่อยู่ใต้อาณัติไปนอนแผ่ที่เตียงนุ่ม เสียงครางอื้อในลำคอบ่งบอกว่าพึงพอใจกับรสสัมผัส
เลียวนกลีบปากจูบซับที่ทรวงอกก่อนกัดแผ่วเบาตรงส่วนปลายอ่อนไหว ร่างใหญ่ที่เงอะงะสั่นเทิ้มบิดไปมา ใบหน้าบูดเบ้เหยเกพยายามสะกดเสียงหยาบโลนแต่กลับถูกจูบจ้วงดูดเฟ้นแรงขึ้น ผมใช้มือข้างหนึ่งเขี่ยเม็ดไตแข็งนั้นรัวเร็วจนพี่เอกตัวกระเพื่อม สองขาดิ้นไปมาทำให้สามารถดึงขอบกางเกงร่นลงได้อีกหน่อย
“อา คุณต่อ พี่ อ๊า...” ไม่ต้องบรรยายก็พอรู้ว่าพี่เอกตื่นเต็มที่แล้ว แก่นกายที่เคยหลับแปรสภาพเป็นของแข็งนูนเด่น ผมเลียที่สะดือก่อนใช้สองมือถอดกางเกงหลุดรุ่ย กางเกงในสีขาวฉ่ำเยิ้มเป็นวงตรงส่วนหัว ส่งปากเข้างับจนคนนอนราบซี้ดปากอย่างเขินอาย
“อย่าหนีสิครับ” ผมเกาะกุมส่วนแข็งขืนนั้นไว้ ท่อนลำในมือสวยงามมีเส้นเลือดปูดโปนรับกับร่างกายใหญ่โต กลิ่นสาปชายคละคลุ้งจากแรงกระตุ้น ของเหลวใสสดหยดเยิ้มชวนหลงใหล ผมแตะลิ้นอุ่นตรงส่วนปลายเย้ายวนอย่างรักใคร่
“อ๊า ไม่เอาครับ มัน ม่ะ เหม็น” เสียงห้ามดังมาพร้อมสองมือที่คอยรั้งศีรษะผมให้ออกห่าง แต่สู้แรงกดที่สวนทางลงไม่ได้ ปากกว้างห่อหุ้มความเข้มแข็งไว้สุดลำ ดูดดื่มความหอบหวนอย่างกระหาย กลิ่นกายผู้ชายที่ผมรักมันไม่เคยเหม็น ยิ่งเข้าใกล้ก็เหมือนจะถูกดึงดูดลงไปในห้วงแห่งความปรารถนาที่ไร้ทางออก แม้รู้ว่ามันอันตรายแต่ผมกลับเต็มใจจะถูกดูดกลืนเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดในห้วงความรู้สึกที่มีให้คนๆนี้
“อา ไม่ อา...” จังหวะรูดเฟ้นใช้เวลาค่อนข้างนานจนปวดกรามไปหมด แต่ผมไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะปรนเปรอความวาบหวามให้เต็มที่ ขุดกับดักที่สุดแสนหื่นกระหายเพื่อล่อลวงผู้ชายธรรมดาที่แสนพิเศษให้ลุ่มหลงในตัวผมจนถอนตัวไม่ขึ้น พี่เอกจะต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น ...
ร่างใหญ่บิดเร่าสั่นกระตุก แก่นกายแข็งกว่าเดิมจับเกร็งก่อนจะปลดปล่อยความหอมหวานในโพรงปาก ผมดูดกลืนอย่างดูดดื่มให้หมดทุกหยาดหยดที่รินทะลัก เสียงหอบหายใจดังเฮือกใหญ่เข้าจังหวะกลืนกิน ก่อนจะผละจากเบื้องล่างไล่สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าที่เปลี่ยนสี เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลรินตามกรอบหน้าเหลี่ยม สันกรามขบเคี้ยวไปมาราวกับหิวโหย ผมเอื้อมมือใหญ่ลูบไล้จมูกโด่งอย่างรักใคร่ แววตาวิงวอนอย่างไม่ปกปิด พี่เอกหลบตาเขินอายแต่กลับยกแยกสองขาตั้งขึ้นเผยให้เห็นร่องกลีบสีคล้ำที่บวมช้ำจากเมื่อตอนบ่าย ผมยิ้มและกดใบหน้าลงประชิด
บั้นท้ายกลมกลึงแน่นขนัดยั่วยวนจนน้องชายผมปวดปร่าเพราะแข็งจัด กลิ่นอับเฉพาะจุดแตะจมูกแต่ผมกลับฉกลิ้นสากอย่างไม่รังเกียจ ร่างที่นอนอยู่บิดสั่นสะท้านไปมาอย่างหนัก เสียงครางเย้ายั่วทำให้ผมพึงพอใจที่เห็นอารมณ์ร่วมอย่างแจ่มชัด รอยจีบขมิบไปมาตามแรงฉกเลีย ผมละเลงวนที่ขอบเล็กและลากผ่านจดจ่อกับช่องน้อยอย่างหวงแหน มันยังบวมอย่างเห็นได้ชัด แม้จะนึกสงสารแต่ความต้องการมันพุ่งสูงเกินสะกดกลั้น ภาพพี่เอกบิดเรือนร่างไปมาเซ็กซี่เกินกว่าจะละสายตาออกได้ ผมจับข้อพับยกสูงจนบั้นท้ายกลมลอยหมุนวนตามแรงฉกจ้วง มือใหญ่ไล่มาจับที่เนื้อแน่นซ้ายขวาดันขึ้นจนแทบเห็นกระดูกสันหลัง พี่เอกส่งเสียงครางอย่างโหยไห้ สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนยับย่น ผมใช้มือหนึ่งยัดหมอนรองเอวแกร่งนั้นไว้ ก่อนจัดท่าและควานหาของสำคัญช่วยบรรเทาความฝืดเคือง นิ้วยาวผลุบหายไปอย่างช้าๆ
“อ๊ะ อื้อ...” พี่เอกหน้าแดงกว่าเก่า บั้นท้ายบิดโยกอย่างไม่อาจรู้ได้ว่าเจ็บหรือเสียว แต่การอยู่กับที่ไม่ขยับหนีเหมือนทุกครั้งก็พอจะบอกให้รู้ได้ว่าครั้งนี้เขาเต็มใจเป็นของผมมากเพียงไหน ภายในแน่นขนัดตอดตุบจนขยับนิ้วแทบไม่ได้ ผมกวาดมันไปมาซ้ายขวาขึ้นลงเพื่อหวังให้ความยืดหยุ่นช่วยปรับสถาพ พี่เอกครางลั่นจากแรงดีดดิ้นผ้าปูเตียงโดนทึ้งจนหลุดรุ่ย สองขาส่ายสะเปะสะปะไปมาและเสียดสีที่ลำคอผมอยู่อย่างนั้น เจลใสถูกราดลงไปเพิ่มเมื่อลองใส่นิ้วที่สองเข้าไป
รอยย่นเปิดอ้ากลืนกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปได้อย่างไม่ยากนัก คงเป็นเพราะการร่วมรักเมื่อตอนบ่ายช่วยให้รอยแยกนี้ขยายตัวจากเดิม ผมหมุนสองนิ้วช้าๆจนพี่เอกกระตุกตัวผุดลุกและนอนทรุดลงไป
“อ๊า คุณต่อ อย่าแกล้งพี่ อ๊า” ใบหน้าเหยเก ริมฝีปากเม้มชิดจนห้อเลือด สองแขนเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปนน่ามอง
“ผมแกล้งยังไงเหรอครับ” ยั่วยิ้มและบรรเลงนิ้วครูดเนื้อในอบอุ่นไปมา ความยืดหยุ่นด้านในอ่อนยวบตามแรงไหลเข้าออก ข้อนิ้วทั้งสองงองุ้มครูดสัมผัสแนบแน่นหยอกล้อ
“อ๊า พี่เจ็บ อ๊า อ๊า อ๊า” พี่เอกร้องเจ็บทุกครั้ง แต่กลับกระตุ้นความหื่นกระหายส่วนลึกผมอย่างน่าประหลาด หรืออาจเป็นเพราะรสนิยมชื่นชอบให้อีกฝ่ายร้องขออย่างหมดทางสู้ของตัวเองก็ไม่รู้ที่ทำให้รู้สึกดีเช่นนี้ ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากที่ผ่านมาผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับใคร แค่กับพี่เอก ที่ยิ่งอ่อนแอในอ้อมกอดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผมเตลิดมากเท่านั้น
“เป็นของผมนะครับ” ผมเลื่อนกายแนบใบหน้าที่ข้างหูขวา น้ำตาไหลรินชวนให้วูบโหวงถูกเลียหายหลงเหลือแต่ความเค็มในปาก พี่เอกสะกดกลั้นเสียงร้องก่อนพยักหน้าและยกสองขาให้สูงขึ้น ผมทาบร่างหนาตรงกลางตัวทอดถอนนิ้วยาวออกมา มือที่เคยขยุ้มผ้าเกาะกุมแก้มก้นตัวเองอย่างยั่วเย้า รูแคบเปิดทางรอรับความยิ่งใหญ่ที่พร้อมรบมานานเนิ่น ผมควานหาของสำคัญ ก่อนฉีกถุงยางอนามัยสวมทับราดด้วยของเหลวเย็น จับจ่อปลายบานใหญ่ขยี้รูน้อยช้าๆ ส่งแรงกดจนมันเข้าไปด้านในอย่างแรง
ผลุบ!
“ฮ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” พี่เอกตัวกระตุกวูบ เนื้อในตอดรัดแน่นราวกับปกป้องเส้นประสาทตรงรอยแยกนั้น แต่มันกลับเร่งให้ผมกระสันเสียวมากกว่าเก่า ความแน่นที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนยิ่งทำให้แทบสุดกลั้น ปากหนาอ้าพะงาบอย่างหาตัวช่วย ผมกดริมฝีปากทาบทับส่งลิ้นฉกกวาดโพรงอุ่นอย่างดุดัน ลมหายใจของเราขาดห้วง น้ำลายไหลหนืดเหนียวปนเปถูกดูดกลืนอย่างเอร็ดอร่อย บั้นท้ายตึงแน่นขมิบไม่ปล่อยแต่ก็อนุญาตให้ความเป็นชายของผมไหลรูดเข้าไปช้าๆ ความร้อนในตัวพี่เอกทำให้ตบะแทบแตก สองมือหนาขยุ้มอกจนเปลี่ยนสีก่อนเปลี่ยนไปจับต้นขาแกร่งดันโน้มเข้าหาคนนอนราบมากขึ้นเพื่อเปิดช่องทางให้แหวกอ้า แรงส่งเริ่มเพิ่มระดับพี่เอกร้องอื้ออึงแต่ถูกดูดกลืนด้วยปากใหญ่ของผมจนหมดสิ้น
สวบ!!
“อื้อออออออออออออออออออออออออออ” ผมออกแรงกดส่วนที่เหลือเข้าไปจนสุด พี่เอกร้องเฮือกตาเหลือกอย่างน่าสงสารแต่ทำอะไรไม่ได้ ร่างกายเราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยมีความร้อนระอุและหนึบแน่นในกายพี่เอกเป็นสักขีพยาน ผมไม่ละโพรงปากเร่าร้อนนั้น ไม่มีคำพูดใดๆจะปลอบโยน มีแต่ความต้องการที่โหยหาและป่าเถื่อน อยากบดบี้คนๆนี้ให้แหลกสลาย แต่ใจหนึ่งก็อยากทะนุถนอมอย่างรักใคร่ ความสับสนตีวนปนเปพร้อมเสียงกระแทกไหลรูดเข้าออกเป็นจังหวะ
ผมผละใบหน้าออก น้ำเหนียวหนืดไหลเยิ้มล้นเอ่อ พี่เอกใบหน้าเหยเกเนื้อตัวสั่นเทิ้ม ผมยกตัวจับกุมที่ข้อเท้าแกร่งให้ชูสูงขนานไปกับเรือนร่างผม ขบฟันที่ปลีน่องแน่นอย่างเมามันจนเกิดรอยฟันลึก พี่เอกร้องเสียงกระเส่าสองมือพยายามไขว่คว้ามาทางนี้ แต่ผมแค่ส่งสายตายั่วยวนไปให้จนอีกฝ่ายขวนเขินวางสองแขนข้างลำตัวจิกผ้าปูสีขาวยับยู่อีกครั้ง สายตากวาดมองทางถ้ำเล็กที่ส่งผ่านแรงกระแทกเข้าออกหนักหน่วงอย่างเสียวซ่าน แก่นกายใหญ่โตถูกดูดกลืนเข้าไปข้างในเคลื่อนไหวไปมาเร็วรี่พาความเสียวซ่านและความสดใสของเนื้อในพี่เอกปูดปลิ้นช่างเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ผมเร่งแรงส่งไปไม่ยั้ง เสียงกล้ามเนื้อกระทบกันดังสนั่นผสานเสียงร้องครางของเราทั้งคู่ รูแคบขมิบตอดจนทนไม่ได้ แรงสอดทะยานคว้านเข้าออกไหลลึกสุดที่จะเป็นไปได้ ผมแช่ความใหญ่โตคาคับตรงนั้นก่อนที่ความแปลบปลาบจะแล่นพล่านส่งผ่านความสุขสมเหนียวข้นเข้าไปกระทบสิ่งเร้นลับภายในอย่างล้นทะลัก
“อา พี่เอกครับ”
“อื้อ” คนถูกเรียกชื่อร้องรับ “อะ เอาออกก่อน พี่จุก” แต่มีหรือที่ผมจะยอม เมื่อภาพเบื้องหน้ามันคือสิ่งล้ำค่าที่สุด
“อ๊า คุณต่อ” ผมสวนกายกระแทกเน้นๆ จนร่างล่ำสั่นกระตุก “เจ็บ อื้อ”
“อ๊าๆๆๆๆ” แล้วผมก็สอดกายเข้าไปถี่ยิบ คว้าสองมือสอดประสานกันแน่น เสียงหยาบโลนของรสสัมผัสชวนให้ลุ่มหลง พี่เอกตอดรัดอย่างหนักหน่วงทุกจังหวะที่ผมกระแทกกายเข้าหา นานเนิ่นกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะเต็มอิ่ม ผมทอดถอนแก่นกายอย่างเสียดาย ของเหลวข้นไหลเปรอะเป็นคราบ สีแดงสดปะปนจนน่าตกใจ นี่ทำแรงไปอีกแล้ว ไอ้ต่อเอ๊ย...
“อ๊ะ อะไรกันครับ” พี่เอกดูเหมือนจะประหลาดใจมากกว่าจะสนใจความเจ็บ มือซ้ายถูกยกขึ้นระดับสายตา เพ่งพินิจสักพักกว่าจะรู้ว่าเป็นคืออะไร
“ของขวัญวันเกิดไงครับ แหวนหมั้น หรือจะเป็นแหวนแต่งงานก็ได้” วิธีให้ของขวัญวันเกิดแบบต่อพงษ์ล่ะครับ
“คุณต่อ” พี่เอกเหมือนจะซึ้ง แต่กลับซี้ดปาก “แสบ” ... อ้าว กรรม แทนที่จะสนใจแหวน แต่กลับรู้สึกตัวแล้วว่าเจ็บบั้นท้าย หมดกันความซึ้ง ก่อนที่พี่เอกจะพูดอะไรต่อ ผมกดปากไปจูบอีกครั้ง ก่อนที่จะยกสองขาให้ลอยขึ้น ... น่ารักแบบนี้ต้องทำโทษ!