เมื่อพวกหลินเหิงอี้ได้ยินสิ่งที่เฉินอี้ได้กล่าวออกมาก็ต้องทำให้ตื่นตระหนกไปตามๆกันทันที
หลินฉีหนิงยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวต่อคำพูดที่เฉินอี้เพิ่งกล่าวมาแม้สักนิด..แต่ดูจากสีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไปมากของนางในตอนนี้ก็ฟันธงได้แล้วว่าเป็เื่จริง
หลินฉีหนิงเหม่อมองกล่าวพึมพำ“กายาดวงแก้วดาราเหมันต์พิสุทธิ์!?”เหมือนนางจะไม่เคยได้ยินมาก่อน..
หลินเหิงอี้หน้าซีดขมวดคิ้วร้อนใจกล่าวถาม“กะ..กายา..อะไรนะ?..หลานเฉินอี้ทำไมเ้าถึงรู้เื่นี้ได้!?” หลิงเหิงอี้มันก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อกายาดวงแก้วดาราเหมันต์พิสุทธิ์นี้เป็ครั้งแรก..แต่เื่ที่หลินฉีหนิงมักมีอาการป่วยชีพจรหนาวสั่นทรมานตอนคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นตนรู้เป็อย่างดีและมีเพียงคนสำคัญไม่กี่คนภายในตระกูลหลินเท่านั้นที่รู้เื่นี้ด้วย
เฉินอี้ยังไม่กล่าวคำใดๆยังคงจ้องเข้าไปในดวงตาของหลินฉีหนิงสักพัก..จากนั้นก็หลับตายิ้มบางเดินไปยังเก้าอี้ที่ตอนนี้..เฉินลู่ร์กำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างอ่อนล้าอยู่อย่างสงบ
เฉินลู่ร์นั้นเล่นวิ่งไล่จับกับพี่ใหญ่ใช้แรงไปมากจนเหนื่อยอ่อนตั้งนานแล้ว..เมื่อมาฟังผู้ใหญ่คุยกันถึงเื่น่าเบื่อนี้จึงพล่อยหลับไป..
เฉินอี้จึงเดินอุ้มน้องชายของตนส่งต่อไปยังสาวใช้ในบ้านกล่าว“พาเฉินลู่ร์น้องข้าไปนอนพักที่ห้อง..อย่าลืมห่มผ้าให้น้องข้าด้วย..”เฉินอี้กล่าวประโยคนี้อย่างออ่อนโยน
สาวใช้มารับเฉินลู่ร์ไปอย่างถนุถนอมกล่าว“รับทราบค่ะนายน้อยเฉิน” จากนั้นจึงออกจากห้องรับแขกไป
หลังจากหลินเหิงอี้เห็นการกระทำนี้ของเฉินอี้ก็ทำให้บรรยากาศเริ่มสงบลง..ตอนแรกตนร้อนใจอยากได้คำตอบใจจะขาด..แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักจึงทำให้มันใจเย็นลงได้..
สิ่งนี้..เป็เฉินอี้ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วเพราะอยากให้หลินเหิงอี้และหลินฉีหนิงใจเย็นลงก่อนจึงค่อยกล่าวตอบ..ไม่งั้นต่อไปคงคุยกันไม่รู้เื่แน่ถ้ายังใช้แต่อารมณ์..
เฉินอี้หันกลับมากล่าวตอบไป“เอาเป็ว่าข้ารู้เื่กายาดวงแก้วดาราเหมันต์พิสุทธิ์เป็อย่างดีล่ะกัน..และถ้าข้าบอกไปว่าข้านั้นสามารถช่วยแม่นางหลินฉีหนิงได้หล่ะ..ท่านประมุขหลิน..”
ตัวเฉินอี้ในชาติก่อนเคยช่วยคนที่เกิดมาพร้อมกับโรคร้ายนี้มาไม่ต่ำกว่า20 คนด้วยความเป็เทพโอสถของตน..ซึ่งกายาดวงแก้วดาราเหมันต์พิสุทธิ์นี้หาพบยากมาก..มันเป็ทั้งโรคร้ายและพร์ที่จะช่วยให้ผู้ฝึกวรยุทธ์แข็งแกร่งยิ่งขี้น..แต่ตราบใดที่ยังไม่ทำการรักษาอาการชีพจรหนาวสั่นจนทรมานนี้เมื่อพระจันทร์เต็มดวงทิ้งไปก่อนพลังยุทธ์ที่เป็พร์อันแท้จริงจะถูกสะกดข่มไว้ถึง9 ส่วนจาก 10 ส่วนเต็มและพลังปราณที่บ่มเพาะไว้สูงจะยิ่งบั่นทอนพลังชีวิตของคนผู้นั้นลงเรื่อยๆไม่สิ้นสุดจนหมดอายุขัยตายจากไป
ในชาติใหม่นี้เฉินอี้ตอนเมื่อสักครู่ที่มันได้เห็นนางครั้งแรกกับตาไม่ใช่จากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่า..ตนยังต้องรู้สึกใอยู่บ้าง..เพราะไม่คิดว่าจะเจอผู้ที่มีกายาดวงแก้วเหมันต์พิสุทธิ์ในดินแดนโลกมนุษย์แห่งนี้ที่ไม่ใช่ดินแดนเทพาศักสิทธิ์อย่างที่ตนเคยพบอยู่ในชาติก่อน..
หลินเหิงอี้ได้ยินถึงสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็สะดุ้งรีบกล่าวถามทันที“จะ..จริงเหรอหลานเฉินอี้..เ้าสามารถรักษานางได้จริงๆงั้นเหรอ!?..”หลินเหิงอี้หลังจากถามเฉินอี้ยังหันไปมองท่านเ้าเมืองเฉินเหว่ยหงอีกเพื่อความแน่ใจ
ตัวหลินเหิงอี้ในอดีตเคยตามหาแพทย์โอสถนักปรุงยาจากทั่วทุกที่ให้มารักษาหลินฉีหนิงบุตรสาวอันแป็นที่รักของตนมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำการรักษาได้เลย..เมื่อตัวมันได้ยินเฉินอี้ว่าสามารถรักษานางได้จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
เฉินอี้ยิ้มพยักหน้ากล่าวยืนยันจริงจัง“แน่นอนว่าข้าทำได้..ไม่มีทางโป้ปดต่อท่าน..” เฉินอี้ยังหันไปมองเฉินเหว่ยหงบิดาตนให้ยืนยันกับหลินเหิงอี้อีกทีด้วย
เฉินเหว่ยหงที่ตอนนี้กำลังอึ้งอยู่กับเื่ราวเมื่อที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้รวมถึงเพิ่งเคยได้ยินกายาดวงแก้วดาราเหมันต์พิสุทธิ์อะไรนั่นด้วยจึงเริ่มรู้ตัวผงกหัวรัวกล่าวยืนยันแบบงงๆให้อีกที“อ่ะ!..ใช่ๆ..พี่หลิน..บุตรชายข้าเฉินอี้สามารถรักษาแม่นางหลินฉีหนิงบของท่านได้อย่างแน่นอน..ข้ายืนยันในเื่นี้ได้!” เพราะเฉินเหว่ยหงเองก็เคยได้ประจักษ์ถึงความสามารถในการปรุงโอสถของเฉินอี้แล้วจึงกล่าวออกไปเช่นนี้
ตึง!“เลิกกล่าวเหลวไหลได้แล้ว!!” มีเสียงทุบกำแพงดังขึ้นและเสียงะโของหลินฉีหนิงดังออกมา..เป็แม่นางหลินฉีหนิงเองที่บันดาลโทสะขึ้นมาอย่างกะทันหัน..
ทุกคนในห้องต่างมองหันไปทางนางกันหมด..
“ข้าไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากเ้า!”
หลินฉีหนิงขมวดคิ้วใช้เสียงดังแววตาเปี่ยมไปด้วยโทสะปฎิเสธกล่าวออกไป..นางไม่คิดเชื่อว่าบุรุษอย่างเฉินอี้ที่พลังอยู่เพียงระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่8 จะสามารถช่วยอะไรนางได้..
ปกติหลินฉีหนิงนางจะเป็คนที่เงียบนิ่งเฉยและเ็ามาก..แต่พอคุยกันถึงเื่นี้กลับจิตใจอ่อนไหวไม่สามารถอดทนควมคุมตนเองต่อไปได้..จนเกิดโทสะอย่างง่ายดายทำให้หลินเหิงอี้และเฉินเหว่ยหงประหลาดใจมาก
ส่วนเฉินอี้กลับมองดูออกั้แ่ต้นแล้วจากการจ้องลึกเข้าไปในแววตาว่าถึงนางจะเป็ที่เ็าเงียบขรึมภายนอกทำตัวแข็งแกร่งสักแค่ไหน..ภายในก็ยังคงเป็เพียงหญิงสาวที่มีอารมณ์อ่อนไหวเปราะบางของสตรีอยู่ดี
เฉินอี้ยังคงยิ้มกล่าวไปทางนาง“แม่นางหลิน..เ้ารู้ใช่มั้ย?..ว่าถ้ายังไม่รักษาั้แ่ตอนนี้ในอนาคตเ้าจะอยู่ได้อีกไม่นาน..เ้าจะอยู่ถึงอีกได้แค่เพียงมีอายุขัย20 ปี!..แล้วเ้าก็จะตายลง!..ถึงจะฝึกวรยุทธ์ให้แข็งแกร่งไปมากกว่านี้ก็เปล่าประโยชน์มันไม่ช่วยอันใดต่อตัวเ้าหรอกนะ..มีแต่จะทำให้เ้าหมดอายุขัยเร็วขึ้นเท่านั้นเอง!..สู้ให้เ้าทำลายพลังบ่มเพาะแต่งงานกับใครสักคนใช้ชีวิตบั้นปลายของตัวเองอย่างมีความสุขกับสามีไม่ดีกว่าหรือ?..ดีกว่าต้องมาทรมานกับการฝึกฝนวิถียุทธ์อยู่อย่างตอนนี้..มารดาของเ้าก็คงเคยเป็แบบเดียวกันกับเ้าในตอนนี้กระมั้ง!?..ถ้าเ้ายังไม่เชื่อข้าก็เชิญตามสบาย!..”
เฉินอี้กล่าวอธิบายอย่างใจเย็นเสียงดังฟังชัดไม่ใส่ใจต่อการกระทำของนางที่หยาบคายต่อตนเมื่อสักครู่..เพราะยังไงการตายของนางก็ไม่เกี่ยวอันใดกับตัวเฉินอี้อยู่แล้ว..ตนเพียงแค่ยื่นข้อเสนอให้หลิงฉีหนิงบุตรสาวของผู้นำตระกูลหลินเพื่อ้าข้อแลกเปลี่ยนเท่านั้น..
หลินฉีหนิงที่ได้ยินก็หน้าซีดนิ่งเงียบก้มหน้าไม่กล่าวอันใดสักพัก..ทำไมนางจะไม่รู้ถึงเื่มารดาของตัวเองอย่างที่เฉินอี้กล่าวมากันล่ะ..จากนั้นหลินฉีหนิงก็เริ่มมือสั่นกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆกัดริมฝีปากล่างกล่าวอย่างมีโทสะ
“นี่เป็เส้นทางที่ข้าเลือก!..ไม่เกี่ยวอันใดกับเ้า!”
ทันใดนั้นนางผลักฝ่ามือออกไปสุดแรงกะทันหันเพื่อระบายความโกรธใส่เฉินอี้!
“ฉีหนิงเอ๋อ อย่า!” หลินเหิงอี้ที่เห็นดังนั้นก็ใะโห้ามทันทีแต่ไม่ทันการณ์แล้ว..พลังปราณสีขาวจากฝ่ามือปล่อยออกมาตรงไปยังเฉินอี้
เฉินอี้สงบนิ่งใช้ท่าเท้าเทพอัสนีหลบไปด้านข้างได้อย่างสบายๆ..เห็นเพียงนางใช้ฝ่ามือพลังยุทธ์สีขาวผ่านภาพร่างเงาไปเท่านั้น
ตูม! เกิดเป็รูโหว่เท่าตัวคนขึ้นที่กำแพง..เก้าอี้แหลกปลิวเป็เศษไม้..เป็พลังฝ่ามือที่น่ากลัวจริงๆ..ถ้าหลบไม่ทันคงได้มีคนเจ็บตัวแน่ๆ
เฉินอี้ยังปลอดภัยไร้ลอยขีดข่วนใดๆทำให้หลินเหิงอี้และเฉินเหว่ยหงตกตะลึงอึ้งกับท่าเคลื่อนไหวครู่นี้ของเฉินอี้ไปสักพักจากนั้นจึงถอนหายใจโล่งอก..“เฮ้อ..”
ส่วนหลินฉีหนิงที่เป็ตัวการ..นางเผยตาโตรู้สึกตระหนกคิดกล่าวในใจ“บ้าน่า!..เมื่อครู่ข้าเผลอใช้พลังปราณออกไปเต็มที่เลยนะ..แต่มันกลับ!..”
เฉินอี้มองไปยังรูโหว่ฝั่งกำแพงที่ตนเคยยืนอยู่เมื่อครู่คิดกล่าวในใจยิ้มอย่างเหงื่อตก“ถ้าข้าหลบไม่พ้นคงได้นอนเป็ผักไปอีกหลายวันแหง..ดีนะที่ข้าส่งเฉินลู่ร์ไปเข้านอนในห้องตัวเองก่อนไม่งั้นคงโดนลูกหลงจากพลังของนางแน่..”
เฉินอี้พอดาดเดาเหตุการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากหลินฉีหนิงในอนาคตเอาไว้แล้ว..แต่ก็ไม่คิดว่านางจะเอาจริงถึงขนาดนี้!.. เฉินอี้มองนางคิดในใจ“ช่างเป็สตรีที่เอาแต่ใจจริงๆ!”
จากนั้นเฉินอี้ขมวดคิ้วกล่าวจริงจังออกไป“แม่นางหลินฉีหนิง!..ท่านเล่นแรงเกินไปหรือไม่!..” เฉินอี้กล่าวแบบนี้เพราะตนเริ่มหงุดหงิดแล้ว
หลินฉีหนิงลดฝ่ามือกล่าวหลับตา “ข้าต้องขอโทษเ้าในเื่เมื่อสักครู่ด้วย”จากนั้นนางทำคารวะไปทางท่านเ้าเมืองเฉินเหว่ยหง“ในวันนี้ข้าขอตัวกล่าวลาตระกูลเฉินแต่เพียงเท่านี้” แล้วจึงเดินก้าวขาออกไปจากห้องรับแขกอย่างดื้อๆ
หลินเหิงอี้เห็นแบบนี้ก็ส่ายหัวถอนหายใจคิด“เฮ้อ..สงสัยข้าคงเลี้ยงดูนางมาแบบตามใจมากเกินไปสินะ..” จากนั้นจึงหันไปคารวะกล่าวขอโทษเฉินอี้และเฉินเหว่ยหง“หลานเฉินอี้..ท่านเ้าเมืองเฉิน..ข้าต้องขอประทานโทษต่อพวกท่านด้วยจริงๆที่อบรบนางมาได้ไม่ดีพอ..ข้าจะชดใช้ค่าเสียหายที่ฉีหนิงเอ๋อก่อไว้ให้เอง..”
หลินเหิงอี้มาเยือนในครั้งนี้ได้ก่อปัญหาไว้มากจริงๆ..ตัวมันเตรียมรับผิดชอบต่อสิ่งที่หลินฉีหนิงได้ทำเอาไว้แล้ว
เฉินเหว่ยหงส่ายหน้ายิ้มหัวเราะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ไม่เป็ไรหรอกพี่หลินแค่คนหนุ่มสาวทะเลาะกันนิดหน่อยเอง..ข้าไม่ถือสาในเื่นี้หรอกแล้วเฉินอี้ยังไม่ได้าเ็อันใดด้วย..ก็ช่างมันเถอะ..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”ตัวเฉินเหว่ยหงนั้นเป็สหายกับหลินเหิงอี้มานานจึงไม่คิดที่จะมีโทสะเอาความในเื่เล็กน้อยเพียงแค่นี้
เฉินอี้ก็ก้มยิ้มคารวะกลับไปต่อการขอโทษของหลินเหิงอี้“ท่านประมุขหลินข้าเองก็ไม่ได้ใส่ใจหรือถือสาอะไรต่อแม่นางหลินฉีหนิงในครั้งนี้หรอก..ข้าขอขอบคุณในความเป็ห่วงของท่านมาก..”ตัวเฉินอี้คิดจะให้อภัยนางอยู่แล้ว..แต่แค่เพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น..
หลินเหิงอี้ก็ก้มคารวะกล่าวอีกครั้ง“ข้าขอขอบคุณพวกท่านมากที่ไม่ถือสาเอาความนาง” ตัวมันหันไปมองเฉินอี้กล่าวต่อ“หลานเฉินอี้ช่างเป็บุคคลที่ประเสริฐ..และมีจิตใจที่ดีงามจริงๆ”หลินเหิงอี้กล่าวออกมาจากใจ
เฉินอี้ยิ้มกล่าว“ท่านประมุขหลินถ้าแม่นางหลินฉีหนิงคิดเปลี่ยนใจตกลงทำการรักษาแล้วล่ะก็สามารถพามาหาข้าที่ตะกูลเฉินได้ทุกเมื่อ..”ที่เขายังให้โอกาสนางอยู่ก็เพื่อข้อแลกเปลี่ยน
หลินเหิงอี้ได้ยินอย่างนี้ก็ยิ้มผงกหัวคารวะกล่าวตื่นเต้นยินดีไม่สนฐานะของตัวเองต่อเฉินอี้ทันที“ขอบคุณๆ..หลานเฉินอี้ที่เมตตาต่อนางขนาดนี้..ทั้งที่ฉีหนิงเอ๋อกระทำตัวแย่กับเ้าไว้แท้ๆ..ข้าขอขอบคุณเ้าแทนนางจากใจจริงๆ!..”หลินเหิงอี้แท้จริงคิดหมดหวังที่เฉินอี้จะไม่ช่วยเหลือเอาไว้แล้ว..ตัวมันจึงรู้สึกขอบคุณจากใจแม้จะไม่รู้ว่าจะทำการรักษาได้จริงมั้ยก็ตาม..
เฉินอี้ยิ้มมุมปากคิดกล่าว“แต่ข้ามีเื่จะขอท่านบางอย่างก่อนเพื่อเป็การชดใช้แทนต่อสิ่งที่นางได้ทำกับข้าในวันนี้..”
หลินเหิงอี้ได้ฟังแบบนี้ก็ขมวดคิ้วไปแปปหนึ่งแต่เพราะความรู้สึกผิดแถมเฉินอี้ยังดีต่อบุตรสาวตนมากจึงกล่าวตกลง“ตกลงหลานเฉินอี้เ้า้าสิ่งใดรึ?..”
เฉินอี้เห็นว่าเป็ไปตามแผนก็ยิ้มบางกล่าวขอออกไป“ข้า้าให้ท่านประมุขหลินนำพิษที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่ท่านมีมาให้ข้าไม่เกี่ยงว่ามันจะเป็พิษอะไรก็ได้..ถ้าท่านส่งมาภายในเร็ววันนี้ได้ยิ่งดี!”
เฉินอี้นั้นได้ตั้งใจยั่วโทสะหลินฉีหนิงให้ทำร้ายตนเพื่อกดดันเพิ่มข้อต่อรองแลกเปลี่ยนอื่นนอกจากเื่การรักษาหลินฉีหนิง..ซึ่งมันได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะใช้ความรู้สึกผิดของประมุขหลินในครั้งนี้ให้ได้ข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างก่อนที่มันจะทำการรักษาหลินฉีหนิงแม้ว่าประมุขหลินจะเชื่อแน่นอนหรือไม่ว่าเฉินอี้จะทำการรักษานางได้จริง..หลินเหิงอี้ก็ต้องทำตามที่มันขอเพิ่มนี้อยู่ดี..นี่คือสิ่งตนคิดไว้ก่อนแล้ว..
หลินเหิงอี้ได้ฟังคำขอของเฉินอี้ก็รู้สึกตะลึงงุนงงไปสักพักเพราะไม่เข้าใจว่าเฉินอี้จะเอาพิษไปทำอะไรตั้งมากมาย“อืม..ได้!..ถ้าหลานเฉินอี้้ามันล่ะก็ข้าจะส่งมาให้ภายในวันพรุ่งนี้เลย!..” หลินเหิงอี้กล่าวตกลงทันทีโดยไม่ถามกล่าวแม้ว่าพิษร้ายแรงมันจะเป็สิ่งค่อนข้างหายากก็ตาม..
เฉินอี้ยิ้มพยักหน้าให้ “ขอบคุณท่านประมุขหลินมากที่ทำตามคำขอนี้ของข้า..”ตัวเฉินอี้ในตอนนี้้ามันจริงๆ เพราะจะหาพิษร้ายแรงจากภายในบ้านตระกูลเฉินที่มีเด็กเล็กวิ่งเล่นแบบนี้ก็คงเป็ไปได้ยาก..
“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..หลานเฉินอี้กล่าวเป็คนอื่นคนไกลไปได้แค่เรียกข้าว่าท่านลุงหลิน ก็พอ ฮ่า..ฮ่า..” มันหัวเราะคุยอย่างเป็กันเองหลังจากนั้นหลินเหิงอี้มันก็ขมวดคิ้วกล่าวถามเฉินอี้จริงจัง“เ้าคิดจะถอนหมั้นกับนางจริงๆเหรอ?”
เฉินอี้หลับตายิ้มกล่าวอย่างที่หลินเหิงอี้อยากให้เรียกตน“แน่นอนท่านลุงหลินข้าพูดคำไหนคำนั้น!..”
หลินเหิงอี้ได้ยินก็ถอนหายใจทำใจกล่าว“เฮ้อ..งั้นเหรอถ้าเ้า้าแบบนั้น..ข้าตกลงก็ได้..” หลินเหิงอี้รู้สึกเสียใจมากจริงๆที่ไม่ได้เฉินอี้ผู้ประเสริฐและมีความสามารถขนาดนี้มาเป็ของเขยตน
หลินเหิงอี้คารวะกล่าวลา “งั้นข้าขอกล่าวลาพวกท่านตระกูลเฉินแต่เพียงเท่านี้..ได้รบกวนพวกท่านไว้มากจริงๆแล้วข้าส่งของมาตามสัญญาแน่นอน..”แล้วเดินจากห้องรับแขกตระกูลเฉินตามหลินฉีหนิงไป
เฉินอี้ที่ตอนนี้ได้จบเื่คู่หมั้นตนไปแล้วจึงหันไปมองเฉินเหว่ยหงบิดาตน..ก็พบว่าเฉินเหว่ยหงนั้นทำสีหน้าเหมือน้าถามอะไรบางอย่างกับตัวเอง..
เฉินอี้ยิ้มกว้างกล่าวถาม “ท่านพ่อ..ท่านสงสัยเื่พลังบ่มเพาะของข้าใช่หรือมั้ย?”
“ใช่!..เ้าทำได้อย่างไรกันเพียงคืนเดียวก็เพิ่มระดับพลังลมปราณไปถึง 2 ขั้น!..” เฉินเหว่ยหงตอบรับทันที
“อันที่จริง..ข้าได้ทานโอสถเพิ่มพลังเช่นเดียวกันกับท่านนั้นแหละ..มันเป็โอสถที่มีไว้สำหรับข้าเท่านั้นน่ะ..” เฉินอี้กล่าวกึ่งจริงกึ่งเท็จ
เฉินเหว่ยหงได้นึกถึงโอสถแปลกประหลาดมีสีดำประกายฟ้าที่เฉินอี้ปรุงเมื่อคืนได้จึงกล่าว“งั้นเหรอ..มีโอสถพิสดารพันธุ์นั้นอยู่ด้วยหรือนี่!..”