"เ้าเด็กโอหัง เ้าเป็คนฆ่าศิษย์ของสำนักข้าใช่หรือไม่?" รองเ้าสำนักหลิ่วซวิ่นมองไปยังอวิ๋นหรั่นเยว่ที่อยู่ในเกี้ยวด้วยสายตาเ็าพร้อมเอ่ยถาม
"ใช่แล้ว ข้านี่แหละ" อวิ๋นหรั่นเยว่ตอบกลับอย่างผ่าเผย
"โบราณว่าไว้ ‘หากผู้ใดไม่ระรานข้า ข้าก็ไม่ระรานผู้นั้น’ ท่านรองเ้าสำนัก ศิษย์ในสำนักท่านช่างมีสันดานเลวทรามยิ่งนัก หากเป็เช่นนี้ต่อไปในอนาคตคงถูกคนตีตายข้างนอกกันหมดกระมัง การที่ข้ามาสั่งสอนศิษย์ของพวกท่านก็นับว่าเป็การช่วยลดความสูญเสียของสำนักท่านไม่น้อย ท่านควรจะขอบคุณข้าถึงจะถูก"
ทุกคนโกรธจนแทบกระอักเื ดูปากนางสิ พูดจาเหมือนมนุษย์ที่ไหนกัน ศิษย์ของสำนักเราจำเป็ต้องให้เ้ามาสั่งสอนด้วยหรือ
ผู้าุโเก้าแค่นเสียงอย่างโกรธจัด "ศิษย์ของสำนักข้ากตัญญูต่ออาจารย์ มีความเที่ยงธรรม เหตุใดพอออกจากปากเ้าถึงกลายเป็คนสันดานเลวทรามไปได้? เ้าฆ่าปิดปากผู้คนทั้งยังมัดตัวอวิ๋นเฟยเฟยไว้ เช่นนั้นถูกผิดย่อมขึ้นอยู่กับคำพูดของเ้าเพียงผู้เดียว!"
"ช่างเป็ความเที่ยงธรรมที่ยอดเยี่ยมดีแท้ แต่ในสายตาข้า น่าจะเป็แค่พวกหัวขโมยเสียมากกว่า" อวิ๋นหรั่นเยว่หัวเราะเยาะ ขำที่คนของสำนักนี้ช่างรู้จักการแก้ตัวได้ดีเหลือเกิน
ทันใดนั้นรองเ้าสำนักก็ยื่นมือออกไปทางอวิ๋นหรั่นเยว่ เงาร่างมือั์ปรากฏขึ้น แรงกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์ซัดฝั่ง อากาศรอบด้านดูเหมือนจะบิดเบี้ยว ทำให้ทุกคนในที่นั้นแทบจะหายใจไม่ออก
นี่คือพลังของยอดฝีมือขั้นสูงสุดระดับจอมิญญาอย่างนั้นหรือ น่ากลัวเกินไปแล้ว!
อวิ๋นเฟยเฟยเบิกตากว้างด้วยความดีใจ รองเ้าสำนักลงมือแล้ว ผู้หญิงที่รังแกนางต้องตายแน่! ทางที่ดีควรจะถูกตบให้แหลกเป็เนื้อบดถึงจะหายแค้น!
"ไปเลย!"
ทันใดนั้นทุกคนเห็นกระดองเต่าใบหนึ่งถูกเด็กชายตัวน้อยขว้างออกมาจากระยะไกล กระดองเต่านั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถต้านทานเงาร่างมือั์ของรองเ้าสำนักกลางอากาศได้!
เื่นี้เป็ไปได้อย่างไร!
สีหน้าของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมากด้วยความตกตะลึง
"กระดองเต่าของสัตว์เทพเสวียนอู่!" รองเ้าสำนักอุทานเสียงต่ำ เงาร่างมือั์สลายไปในอากาศทันที เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะทรงตัวได้มั่นคง
"อะไรนะ! เป็กระดองเต่าของสัตว์เทพเสวียนอู่อย่างนั้นหรือ?"
"์ เด็กคนนี้ทำไมถึงมีแต่ของล้ำค่าเต็มตัวไปหมด?"
ทุกคนใจนแทบสิ้นสติ นั่นคือกระดองเต่าของสัตว์เทพเชียวนะ เป็ที่รู้กันดีว่าในทวีปฉิงอวิ๋นแทบจะไม่เคยปรากฏสัตว์เทพที่ดับสูญมาก่อน เพราะสัตว์เทพเกิดมาแข็งแกร่งสามารถเลื่อนขั้นได้อย่างต่อเนื่อง และท้ายที่สุดย่อมทะยานขึ้นสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่าเดิม
เสื้อผ้าของเด็กคนนั้นเป็ศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ที่เข็มขัดยังมีผลึกอสูรศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย เพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนอิจฉาจนตาแดงก่ำแล้ว ใครจะคาดคิดว่าเขายังสามารถนำกระดองของเสวียนอู่ออกมาได้อีก
สองแม่ลูกคู่นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่!
"ท่านแม่ เสี่ยวอี้เพิ่งไปตามหาท่านพ่อมาจึงมาช่วยช้าไป ท่านแม่ไม่เป็ไรใช่หรือไม่ขอรับ?" เสี่ยวอี้วิ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่วแล้วมุดเข้าไปในเกี้ยวของมารดา
กระดองเต่าเสวียนอู่คืนสู่สภาพเดิมและบินกลับมาอยู่ในมือของเขา แต่รองเ้าสำนักกลับหรี่ตาลงและไม่กล้าผลีผลามลงมืออีกต่อไป
"หาพ่อ? เ้าหาพ่อเจอเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่ถามลูกชายด้วยความประหลาดใจ
เสี่ยวอี้ส่ายหัว "เสี่ยวอี้เหมือนจะจำคนผิดขอรับ"
"จะจำพ่อผิดได้อย่างไรกัน… ช่างเถอะ เื่นี้ไม่สำคัญ เสี่ยวอี้ แม่เพิ่งใกลัวต้องได้กินอาหารเต็มโต๊ะถึงจะหายดี"
เสี่ยวอี้นิ่งเงียบ มีใครหลอกลูกเช่นนี้ที่ไหนกันบ้าง เอาเถอะ ใครใช้ให้คนนี้เป็ท่านแม่ที่รักของเขากันเล่า
ทุกคนพูดไม่ออก ตกลงว่าใครกันแน่ที่ใกลัว เ้าไม่รู้ตัวเลยหรือไง
รองเ้าสำนักหมดความอดทนตวาดเสียงดัง "พวกเ้าเป็ใครกันแน่ ฆ่าศิษย์ของสำนักข้า ทั้งยังใช้วิชามนต์ดำของสำนักาาผีที่ล่มสลายไปแล้ว ต่อให้พวกเ้ามีกระดองเต่าเสวียนอู่ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกเ้าจากไปได้!"
รองเ้าสำนักมองออกแล้วว่าเกี้ยวที่อวิ๋นหรั่นเยว่นั่งรวมถึงคนแบกเกี้ยวข้าง ๆ ล้วนเป็สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยวิชาของสำนักาาผี แต่สำนักาาผีล่มสลายไปนานแล้วเหตุใดจึงยังมีคนใช้วิชามนต์ดำของสำนักนี้อยู่อีก
"ท่านบอกว่าสำนักาาผีถูกทำลายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?"
อวิ๋นหรั่นเยว่เลิกม่านเดินออกมา ร่างกายของนางอ้อนแอ้น ผิวขาวราวหิมะ บนใบหน้าสวมผ้าคลุมหน้าบาง ๆ เห็นเพียงเค้าโครงความงามที่ล้ำเลิศอยู่รำไร ทว่าแม้ทุกคนจะใช้จิตหยั่งรู้กวาดมองไปก็ไม่สามารถเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางได้ราวกับมีเมฆหมอกบดบังไว้
เห็นเพียงดวงตาที่ราวกับสะกดิญญาภายใต้ผ้าคลุมหน้า ซึ่งดูเหมือนมีวังวนที่พร้อมจะดูดกลืนสายตาของผู้คนเข้าไป กับกลางหว่างคิ้วยังมีจุดแดงเล็ก ๆ ราวกับหยดเื เพิ่มความเย้ายวนและลึกลับที่บอกไม่ถูกให้นาง
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปยังรองเ้าสำนักด้วยสายตาเ็า รองเ้าสำนักเองก็จ้องมองนางแล้วกล่าวเสียงหนัก
"สิ่งที่สำนักาาผีใช้ล้วนเป็มนต์ดำ สร้างความเดือดร้อนแก่สรรพสัตว์ เป็สิ่งที่์และโลกไม่ยอมรับได้!”
“เมื่อห้าปีก่อน์ได้ส่งสายฟ้าฟาดลงมาจนสำนักาาผีกลายเป็ซากปรักหักพัง! หลังจากนั้นเหล่าผู้ผดุงธรรมทั่วหล้าได้กำจัดเศษซากของสำนักาาผีจนสิ้นซากเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม! และพวกเ้ากลับใช้วิชามนต์ดำของสำนักาาผี เห็นทีคงจะเป็พวกเศษซากที่เหลือรอดจากเื่คราวนั้นสินะ!" พูดจบในฝ่ามือของรองเ้าสำนักก็ปรากฏเปลวไฟร้อนระอุขึ้นมาทันที
ตูม!
ในชั่วพริบตาไอน้ำทั่วทั้งลานกว้างระเหยหายไปจนสิ้น และต่อหน้าต่อตาผู้คน เกี้ยวที่อวิ๋นหรั่นเยว่นั่งรวมถึงคนแบกเกี้ยวทั้งสี่ก็กลายเป็เถ้าถ่านปลิวว่อนไปทั่ว
ผู้คนอุทานด้วยความใกับภาพตรงหน้า
"เป็ทาสผีจริง ๆ ด้วย! เป็มนต์ดำจริง ๆ ด้วย!"
"ไฟวิเศษของท่านรองเ้าสำนักคือไฟบงกชแปดดินแดนที่บริสุทธิ์และเป็ธาตุหยางที่สุดในใต้หล้า ใช้ปราบสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้โดยเฉพาะ!"
"ต้องฆ่าพวกเศษซากสำนักาาผีพวกนี้ให้หมด!"
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเสี่ยวอี้บึ้งตึง คนเลวทำลายยานพาหนะของท่านแม่ ทั้งยังด่าเขากับท่านแม่ แต่ยังดีที่พี่อาหลิงไม่เป็อะไรเลย ท่านแม่เก่งกว่าจริง ๆ
"กลืนกินมัน! กลืนกินมัน!" นิ้วของอวิ๋นหรั่นเยว่ขยับเล็กน้อย ในใจเหมือนมีเสียงะโว่าหิว นางรู้ดีว่านี่คือเสียงเรียกจากจิติญญาแห่งไฟซึ่งเป็ไฟวิเศษในร่างกายที่นางยังหลอมรวมได้ไม่สมบูรณ์
ไฟวิเศษสามารถกลืนกินกันเองได้ การที่จิติญญาแห่งไฟของนางโอหังเช่นนี้ แสดงว่าต้องแข็งแกร่งกว่าไฟวิเศษของรองเ้าสำนัก ไฟวิเศษนี้เป็สิ่งที่อาจารย์ของนางจับมาจากส่วนลึกของหุบเหวผี
"จะรีบไปไหน วันหน้ายังอีกยาวไกล!" นางบอกกับจิติญญาแห่งไฟในใจ เพื่อกดความกระวนกระวายของมันลง
รองเ้าสำนักอยู่ในขั้นสูงสุดระดับจอมิญญา พลังฝีมือสามารถติดหนึ่งในสามสิบคนแรกของทวีปฉิงอวิ๋น รอจนกว่านางจะสามารถบดขยี้รองเ้าสำนักได้ ถึงตอนนั้นค่อยแยกไฟวิเศษของอีกฝ่ายออกมากลืนกิน
น่าเสียดายที่นางอยู่ในแดนผีสั้นเกินไป พลังยังไม่แข็งแกร่งถึงระดับนั้นแต่ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะนางมีวิธีเอาตัวรอดมากมาย
เมื่อเห็นยอดฝีมือในสำนักออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมอาวุธล้อมรอบพวกนางไว้ อวิ๋นหรั่นเยว่ก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ "สำนักาาผีไม่เคยใช้วิธีการทำร้ายผู้คน และไม่ใช่มนต์ดำอย่างที่ท่านรองเ้าสำนักกล่าวอ้าง แต่เป็การใช้ปราณหยินอาถรรพ์แห่งฟ้าดินเป็สื่อกลางเพื่อสื่อสารกับฟ้าดินและใช้วิชาสายภูตผี"
รองเ้าสำนักแค่นเสียง "น่าขัน! ในตอนนั้นศิษย์ของสำนักาาผีหลอมคนทั้งหมู่บ้าน ทำให้พวกเขากลายเป็ผีดิบหุ่นเชิดจน์พิโรธ แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่มนต์ดำได้อย่างไร?"
"จะเป็การใส่ร้ายป้ายสีไม่ได้หรือ? เท่าที่ข้ารู้ ตอนที่เ้าสำนักาาผีสร้างสำนัก ได้ตั้งกฎสำนักไว้ชัดเจนว่าห้ามใช้วิชาสายภูตผีทำร้ายผู้คน ศิษย์ทุกคนที่เข้าสู่สำนักาาผีจะต้องให้คำสาบานต่อ์!”
“ท่านรองเ้าสำนัก! ทัณฑ์สายฟ้าที่ท่านพูดถึงเมื่อครู่ เกรงว่าจะเป็ฝีมือของใครบางคนที่จงใจชักนำมาเพื่อใช้เป็ข้ออ้างในการทำลายสำนักาาผีเสียมากกว่า!”
"เหลวไหล!" สีหน้าของรองเ้าสำนักมืดมน ท่าทางสง่างามราวกับเซียนหายวับไปทันที
"จะเหลวไหลหรือไม่ ข้าจะพิสูจน์ให้โลกเห็นเอง เื่การล่มสลายของสำนักาาผีข้าจะสืบสวนให้กระจ่าง หากข้ารู้ว่ามีแผนชั่วซ่อนอยู่ ข้าคนนี้จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องชดใช้อย่างสาสม!"
อวิ๋นหรั่นเยว่จ้องตากับรองเ้าสำนักและโต้กลับอย่างไม่เกรงใจ การที่รองเ้าสำนักตื่นตระหนกเช่นนี้ นางถึงกับสงสัยว่าการล้างสำนักาาผีเกี่ยวข้องกับเขาหรือไม่
"เ้าคิดว่าวันนี้พวกเ้าจะจากไปได้หรือ? ฆ่าศิษย์ของสำนักข้าแล้วคิดจะเดินจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?"
เขตแดนอาคมที่แข็งแกร่งและไร้รูปล้อมรอบพวกอวิ๋นหรั่นเยว่ไว้ รองเ้าสำนักแสยะยิ้มเย็น
ก็แค่แม่ลูกธรรมดาคู่หนึ่ง มีกระดองสัตว์เทพแล้วอย่างไร อย่างมากก็เป็ได้แค่เครื่องมือป้องกันตัวเท่านั้น หากปล่อยให้หนีไปถึงหน้าประตูสำนักคงเป็เื่น่าอัปยศที่สุด
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่รีบร้อน นางกระดิกนิ้วเบา ๆ เชือกที่มัดมืออวิ๋นเฟยเฟยก็ปลิวมาอยู่ในมือนาง "จะไปได้หรือไม่ ไม่ใช่ท่านที่เป็คนตัดสิน เรามาคิดบัญชีกันก่อนดีกว่า หากท่านอยากให้ข้าปล่อยตัวอวิ๋นเฟยเฟย ก็ให้อวิ๋นเสวี่ยเวยนำหินิญญาคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนมาแลกก็แล้วกัน"