ตอนที่ 18 ยังไงก็จะแยกครอบครัว!
หลินจิงซูคิดว่าตนเองคงจะพูดเสียงเบาเกินไป อีกฝ่ายจึงไม่ได้ยิน เธอเลยร้องเอ่ยถามด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงเงียบกริบ…
ครั้งนี้เธอค่อนข้างมั่นใจว่า อีกฝ่ายควรจะต้องได้ยินชัดเจนแล้ว แต่ทว่าเขากลับหันหลังให้ และยังคงก้มหน้าก้มตากินไข่ม้วนยัดไส้ต่อไป เห็นได้ชัดว่าจู้หยานไม่้าตอบคำถามของเธอ
หลินจิงซูยกนิ้วขึ้นถูที่ปลายจมูกด้วยเล็กน้อยแก้เก้อ เธอััได้ว่า หากยังฝืนยิงคำถามต่อไปอาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะบอกอำลาอีกฝ่ายแทน
“ไว้ตอนที่มาส่งอาหาร่บ่าย ฉันค่อยเอาจานสกปรกพวกนี้กลับไปนะ ฉันขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน”
ไม่ต่างจากครั้งก่อน หลังกินอาหารเสร็จเรียบร้อย จู้หยานก็อุ้มเ้าสาหร่ายขึ้นมาในอ้อมแขน และเฝ้ามองหลินจิงซูเดินออกจากห้องใต้หลังคาไป
…..
“แม่ ได้กลิ่นหอมจากห้องครัวมั้ย? ผมบอกแล้ว เดี๋ยวเธอก็ใจอ่อนอยู่ดี คนอย่างนั้นจะทำตัวแข็งกร้าวไปได้สักกี่วันเชียว? เชื่อหรือยังว่าผมพูดถูก ไม่ทันไรก็ตื่นมาทำอาหารเช้าง้อพวกเราแล้ว”
หลินชิงอี้แอบเดินมาบอกกับย่าอู๋อย่างภาคภูมิใจ
ย่าอู๋สบตอบกลับเสียงห้วน
“แม่ก็หลงคิดว่ามันจะเก่งจริง กล้าทำเหมือนที่ประกาศไว้เมื่อวาน!”
“แม่ คนอย่างเธอจะกล้าทำอะไรผมได้? เห็นลูกชายคนนี้ไร้น้ำยาขนาดนั้นเชียวเหรอครับ? เดี๋ยวกินมื้อเช้าเสร็จ ผมก็จะออกไปรับซิ่วเหลียนที่สถานีตำรวจ อยากรู้จริงๆว่าเมื่อวานเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง”
หลินชิงอี้พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
“อืม” ย่าอู๋พยักหน้าตอบเบาๆ
เมื่อเข้าไปในห้องครัว เขาก็พบว่าติงเสวี่ยเหม่ยได้ทำความสะอาดห้องครัวเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมตัวจะเดินออกจากครัวไป
หลิงชิงอี้ปริปากถามอย่างเ็าว่า
“อาหารเช้าของผมล่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยตอบกลับอย่างไม่แยแสว่า
“ฉันทำในส่วนของฉันกับจิงซูเท่านั้น ถ้าอยากจะกินก็ไปทำเอง”
“เธอว่าอะไรนะ?!” เส้นเืบนหน้าผากของหลินชิงอี้กระหน่ำเต้นตุ้บๆ เขาะเิอารมณ์ออกมาด้วยความโกรธจัดว่า
“ติงเสวี่ยเหม่ย! แหกตาดูสารรูปตัวเองตอนนี้บ้าง นี่เธอยังเป็ผู้หญิงอยู่รึเปล่า?!”
ย่าอู๋เปิดฝาหม้อข้าวขึ้นดู เผยให้เห็นเพียงความว่าเปล่าภายใน ใบหน้าเหี่ยวชราของเธอถึงกับบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเพราะความโกรธจัด เธอเดินไปเปิดตู้กับข้าวและเดินสำรวจไปทั่วห้องครัว ในใจได้แต่รู้สึกเหลือเชื่อ เพราะไม่มีอาหารอะไรสักอย่างจริงๆ ในที่สุดเธอก็เชื่อแล้วว่า ติงเสวี่ยเหม่ยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เธอกับหลินชิงอี้แม้แต่อย่างเดียว
ย่าอู๋เดือดดาลอย่างที่สุด ยกมือขึ้นชี้หน้าะโด่าเสียงดังลั่นบ้าน
“นังงูพิษ นังคนอกตัญญู! อยากจะให้พวกเราอดตายกันจริงๆใช่มั้ย?! กระทั่งสามีกับแม่สามีก็ยังไม่ดูแลใส่ใจ! ฉันขอสาปแช่งให้แกตกนรกหมกไหม้ ตายไปก็อย่าได้มาเผาผีกัน!!”
หลินชิงอี้จ้องมองใบหน้าที่ไม่แยแสใดๆของติงเสวี่ยเหม่ย เค้นเสียงหนักสะกดถามทีละคำว่า
“อยากจะแยกครอบครัวกันจริงๆใช่มั้ย?”
“ใช่!” ติงเสวี่ยเหม่ยมองสบปะทะกับดวงตาแข็งกร้าวของหลินชิงอี้ ปราศจากซึ่งความหวาดกลัวใดๆ
เมื่อนึกถึงความรักและความห่วงใยที่ลูกสาวของเธอมีให้เมื่อคืนนี้ ท้ายที่สุดติงเสวี่ยเหม่ยก็คิดได้ว่า นอกจากลูกสาวที่รักคนนี้แล้ว ก็ไม่มีใครในตระกูลหลินที่คู่ควรให้เธอต้องอุทิศชีวิตให้อีก!
“แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเื่นี้!!”
หลินชิงอี้ตะคอกใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมหมุนตัวเตรียมจะออกจากบ้านในทันที
“ผมจะไปรับซิ่วเหลียนที่สถานทีตำรวจ”
ขณะที่เขากำลังก้าวเดินออกไปเกือบพ้นลานบ้านของตัวเอง ก็มีเ้าหน้าที่จากเขตวิ่งเข้ามารายงานว่า
“นี่บ้านตระกูลหลินใช่มั้ย? ทางเราเพิ่งได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจว่า มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีล่าสุดเข้ามาแล้ว อยากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไปรายงานตัวกับทางเ้าหน้าที่ตำรวจให้หมดทุกคน!”