วันรุ่งขึ้น
หนิงหนิงที่สลบไปเมื่อวานจนเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้นวันนี้นางก็ตื่นั้แ่ยามเหม่า(05:00-06:59)เหมือนเช่นเคยหากแต่วันนี้กลับพิเศษออกไป เมื่อหนิงหลงตื่นมาแล้วเขาก็พี่สาวของเขากำลังเผาอะไรบางอย่างอยู่หลังบ้านซึ่งจะเรียกว่าเผาเขาก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะภาพเบื้องหน้านั้นมันเหมือนกับว่าพี่สาวของเขากำลังเอารูปปั้นแปลกๆไปบูชายัญเสียมากกว่า
“พี่หญิง...นี่ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือขอรับ?”หนิงหลงเอ่ยถามพี่สาวของตน
“อ้อนี่นะหรือพี่กำลังบูชารูปปั้นท่านเทพอยู่”หนิงหนิงที่ได้ยินเสียงของน้องชายนางก็หันไปตอบเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหากแต่คนมองกลับรู้สึกไปถึงรังสีแปลกๆที่แผ่ออกมาจากตัวของนาง
“...” หนิงหลง แน่ใจนะว่านั้นคือการบูชาท่านเทพจริงๆ
“^^” หนิงหนิง แน่ใจสิ
.
หลังจบมื้อเช้าที่ประกอบไปด้วยซาลาเปาไส้หมูกับน้ำแกงไก่ฟ้าแล้วทั้งสองคนก็เดินไปบ้านท่านหมอชุนเพื่อปรึกษาเื่แบ่งหมูป่าที่หามาได้เมื่อวานกันซึ่งพอไปถึงนางก็ได้เจอเข้ากับผู้ใหญ่แปลกหน้าสองที่กำลังยืนพูดคุยกับท่านหมอชุนอยู่
“อ้าวเสี่ยวหนิงหนิงหนิงพวกเ้ามาแล้วหรือ” ท่านหมอชุนเอ่ยทักทายสองพี่น้องบ้านหลี่
“ท่านปู่ชุนสวัสดีตอนเช้าขอรับ”
“ท่านปู่ชุนอรุณสวัสดิ์ค่ะท่านลุงทั้งสองด้วย ต้องขอโทษด้วยที่ข้ากับน้องมาขัดจังหวะการพูดคุยนะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไรคนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนิงหนิงเป็อย่างไรบ้างละ ดีขึ้นหรือยัง”
“ต้องขอบคุณยาของท่านปู่ที่ช่วยทำให้ข้าอาการดีขึ้นเ้าค่ะ”
“ดีดีงั้นก็ดีแล้วคราวหน้าก็ระวังตัวหน่อยเล่า”
“เ้าค่ะหนิงเอ๋อร์จะจำไว้”
นายพรานสวีและนายพรานจ้าวมองแม่นางน้อยที่พูดตอบโต้กับท่านหมอด้วยความเหลือเชื่อเพราะแม่นางน้อยตรงหน้าทั้งกิริยาหรือมารยาทก็นับว่าดีมากๆผิดกับตัวนางที่พวกตนเคยรู้จักลิบลับ จนพวกตนได้แต่สงสัยว่าพวกเขาตาฝาดไปรึเปล่าที่ได้เห็นแม่น้อยคนนี้พูดจาดีๆ ก็เป็
“ว่าแต่ท่านสองท่านนี้คือ...”
“หืมหนิงหนิงเ้าจำพรานสวีกับพรานจ้าวไม่ได้รึ?”ท่านหมอชุนถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าหนิงหนิงมองพรานทั้งสองด้วยแววตาสงสัย
“ใช่แล้วเ้าค่ะบังเอิญ่ก่อนหน้านี้ที่ข้าพลัดตกน้ำไปมันทำให้ข้าหลงลืมเื่ในอดีตไปบ้างบางส่วน”หนิงหนิงเอ่ยตอบท่านหมอชุน
“เป็เยี่ยงนี้เองรึหนิงหนิงมาหาปู่นี่มา มาให้ปู่จับชีพจรหน่อย” ท่านหมอชุนเอ่ยเรียกนาง
“เ้าค่ะ”ว่าจบหนิงหนิงก็เดินไปหาท่านหมอชุนพร้อมกับยื่นข้อมือให้ท่านหมอจับ หลังจากจับชีพจรไปได้สักพักท่านหมอก็ปล่อยข้อมือของหนิงหนิง พร้อมกับมองหน้านางอย่างจริงจัง
“-_-?” หนิงหนิง
“อืมๆดูเหมือนว่าจะจริงอย่างที่เ้าว่า ไม่เป็ไรนะเดี๋ยวปู่จะจัดยาให้”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่ชุน”
“ไม่เป็ไรเอาเป็ว่าเดี๋ยวก่อนกลับก็อย่าลืมเอายาไปด้วยละ”
“เ้าค่ะ”
หลังจากคุยกับท่านหมอชุนจบท่านหมอชุนก็ให้พวกนางและพรานทั้งสองท่านเข้าไปในบ้าน เพื่อไปคุยเื่งานเลี้ยงหมูป่าต่อซึ่งงานเลี้ยงนี้ก็เป็ธรรมเนียมของหมู่บ้านที่ไม่ว่าใครจะจับหมูป่ามาได้ก็จะมีการจัดงานขึ้นเพื่อให้ทุกคนในหมู่บ้านสามารถมาลิ้มรสเนื้อและขอซื้อเนื้อจากเ้าของบ้านได้ซึ่งทั้งสามคนก็คุยและปรึกษากันว่าจะจัดงานเช่นไร จนกระทั่งคุยจบนายพรานทั้งสองคนก็จากไปจนทำให้หนิงหนิงที่รออยู่ถึงได้ถามเื่ที่ตัวเองอยากถามบ้าง
“ท่านปู่ชุนเ้าคะ”
“มีอะไรรึหนิงหนิง”
“คือ..ข้าอยากทราบว่าถ้าข้าจะสร้างบ้านใหม่นี่ข้าต้องใช้เงินประมาณเท่าใดหรือเ้าคะ”
“หืมเ้าจะสร้างบ้านใหม่รึ”
“เ้าค่ะเพราะข้าเห็นว่ามันใกล้เข้าหน้าฝนแล้ว ข้าจึงอยากสร้างบ้านใหม่แล้วอีกอย่างข้าเองก็อยากรอบรั้วบ้านใหม่ด้วยเพราะเกรงว่าขืนปล่อยไว้เยี่ยงนี้ต่อไปพวกข้าสองคนพี่น้องอาจมีอันตรายได้”หนิงหนิงอธิบายให้ท่านหมอชุนเื่การสร้างบ้านใหม่
ซึ่งตัวท่านหมอเองก็เห็นว่าสมควรสร้างจริงๆเพราะบ้านดินของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างทรุดโทรม นอกจากรอยรั่วที่เต็มไปหมดแล้วก็ยังมีรั้วไม้เล็กๆ ที่ไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลยนี่ยังนับว่าโชคดีที่ผ่านมาไม่เคยมีเื่อันใดเกิดขึ้น
หากแต่อนาคตนั้นมันก็ไม่ได้แน่นอนว่าพวกนางจะโชคดีแบบนี้เสมอไปโดยเฉพาะเมื่อเด็กสาวโตขึ้น ดังนั้นการสร้างบ้านใหม่นั้นแน่นอนตนย่อมเห็นด้วยกับเด็กสาว ถ้าเยี่ยงนั้นตนก็จะช่วยเป็ธุระให้พวกนางสักหน่อยแล้วกันท่านหมอชุนคิดในใจก่อนจะหันไปมองเด็กสาวและเด็กน้อยเบื้องหน้าด้วยสายตาเอ็นดู
“เอาอย่างนี้นะหนิงหนิงเดี๋ยวเื่นี้ปู่จะช่วยเป็ธุระให้เ้าแล้วกันยังไงเสียข้าคงปล่อยให้เด็กสาวออกไปจัดการเื่พวกนี้เพียงลำพังไม่ได้อยู่แล้วยิ่งเป็เสี่ยวหลงยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ดังนั้นครั้งนี้ปู่จะช่วยออกหน้าให้พวกเ้าก็แล้วกัน” ท่านหมอชุนเอ่ยกับเด็กน้อยทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบคุณเ้าค่ะ/ขอรับท่านปู่ชุน”
“เด็กดีเด็กดี”
“ท่านปู่ชุนสรุปแล้วข้าต้องใช้เงินเท่าใดหรือเ้าค่ะ”หนิงหนิงเอ่ยถาม หลังจากรู้ว่าท่านหมอชุนจะช่วยเป็ธุระให้ นางก็เลยคิดว่าต้องเตรียมเงินไว้สักหน่อย
“อื้อเื่นี้มันก็ค่อนข้างแพงอยู่ว่าแต่หนิงหนิงเ้าจะสร้างใหม่ทั้งหมดเลยใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะข้าอยากสร้างใหม่หมด”
“ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะราวๆสัก 15-30ตำลึงได้ นี่ยังไม่รวมค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้อีกอย่างน้อยๆ เ้าก็ต้องเตรียมไว้สัก50ตำลึง”เมื่อได้ฟังที่ท่านหมอชุนพูดหนิงหนิงก็คิดว่าจะกลับไปแบ่งเงินไว้สำหรับสร้างบ้านสักหนึ่งร้อยตำลึงเผื่อมันไม่พอเพราะตอนนี้นางมีอยู่ทั้งหมดหนึ่งพันหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเงินซึ่งมันก็น่าจะเพียงพอกับสร้างบ้านใหม่และซื้อพวกเครื่องเรือนเข้าบ้าน
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเตรียมเงินไว้ให้พอเ้าค่ะ”
“อื้อ..เื่นี้ให้ปู่ไปจัดการเถอะปู่ค่อนข้างจะสนิทกับนายช่างที่รับสร้างบ้านอยู่ ว่าแต่หนิงหนิงเ้ารีบหรือไม่”
“หากเป็ไปได้ข้าก็อยากให้มันเสร็จก่อนหน้าฝนหากแต่ตอนนี้ก็ใกล้เข้าเดือนห้าเกรงว่าคงจะไม่ทัน ถ้าเช่นนั้นก็เอาเป็ก่อนเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็ได้เ้าค่ะส่วน่นี้เดี๋ยวข้ากับน้องจะหาอะไรมาซ่อมแซมบ้านไปก่อน”
“งั้นก็ตกลงตามนี้ส่วนเื่ซ่อมบ้านเดี๋ยวปู่จะให้เสี่ยวจื่อไปช่วยพวกเ้าอีกแรง”
“ขอบคุณค่ะ/ขอรับ”
.
.
หลังออกมาจากบ้านท่านหมอชุนแล้วในระหว่างทางกลับหนิงหนิงก็เริ่มคิดเื่เลี้ยงไก่กับปลาเพราะจะให้นางไปซื้อตลอดคงเห็นทีว่ามันจะเป็การสิ้นเปลืองเกินไปนางเลยคิดที่จะเลี้ยงเองไปเลย ถึงยังไง่นี้พวกนางก็ไม่ได้ขาดแคลนเนื้ออยู่แล้วเพราะหมูป่าสองตัวนั่นเป็ของพวกนาง ที่ต้องทำก็แค่จัดงานเลี้ยงแล้วแบ่งเนื้อให้แขกไปบ้างส่วนที่เหลือก็เป็ของพวกนาง
เมื่อมาถึงบ้านแล้วหนิงหนิงก็หยุดยืนอยู่หน้า แล้วมองสำรวจพื้นว่างรอบบ้านซึ่งตรงฝั่งด้านซ้ายของบ้านนั้นมีพื้นที่ว่างอยู่ กะด้วยสายตาก็ราวๆ 2-3หมู่ กับพื้นที่ฝั่งด้านขวาที่มีพื้นว่างกว้างเล็กน้อยประมาณ3-4หมู่ ซึ่งนางก็คิดว่าจะซื้อพื้นที่ทั้งหมดไว้
“เสี่ยวหลง”หนิงหนิงเอ่ยเรียกน้องชายที่กำลังเดินเข้าบ้าน
“ขอรับ”
“ถ้าจะเข้าเมืองเราต้องไปกันอย่างไรรึ”
“อื้อหากไม่เดินก็นั่งเกวียนของท่านปู่จ้าวไปได้ขอรับ นี่คงจะไม่ได้...”
“อืมเ้าคิดถูกแล้วพรุ่งนี้เราจะเข้าเมืองกัน” พูดจบเด็กสาวก็เดินเข้าบ้านไปถึงไว้แต่หนิงหลงที่ได้แต่หยุดยืนอยู่กับที่พร้อมกับสีหน้าตื่นเต้นที่พรุ่งนี้ตนจะได้เข้าเมือง เพราะั้แ่ที่บิดามารดาเสียไปเขาก็ไม่เคยได้เข้าไปอีกเลย
ส่วนหนิงหนิงนั้นนางคิดแค่ว่าจะไปหาซื้อปิ่นสวยๆ ไปขอโทษลูกสาวของหัวหน้าบ้านเพื่อลดความบาดหมางลงสักหน่อย เื่ซื้อที่ดินจะได้ง่ายๆพร้อมกับไปสำรวจราคาข้าวของในยุคนี้และหาข่าวเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์สักหน่อยว่ายุคนี้เป็ใครที่กำลังปกครอง
.
.
.
อีกด้านนึง
ท่านเทพแห่งโชคชะตาที่ได้พูดคุยกับหนิงหนิงไปแล้วเขากำลังนั่งจิบชาพร้อมกับเล่นหมากล้อมอย่างสบายใจก่อนเขาจะนึกขึ้นได้ว่าตนลืมบอกเื่พรอีกข้อไป เพราะเนื่องจากครั้งที่แล้วที่ตนเผลอฆ่าเด็กสาวไป ครั้งนี้เขาจึงให้พรที่ทำให้นางไม่ป่วยไม่เจ็บง่ายๆยกเว้นก็แต่หวัดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้นางดูเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป
“อื้อ...เดี๋ยวนางก็คงเองรู้เองแหละก็นะเด็กน้อยนั่นฉลาดออก” ว่าจบท่านเทพก็ลูบเคราของตัวเองเบาๆแล้วหันมานั่งเล่นหมากล้อมต่อ
ซึ่งถ้าหากหนิงหนิงได้ยินที่เขาพูดละก็นางคงจะบีบคอท่านเทพแล้ว ะโใส่เขาว่า ท่านไม่พูดแล้วข้าจะรู้เรอะ!! ด้วยเหตุนี้เองกว่าหนิงหนิงจะรับรู้เื่พรขอนี้ก็เป็ตอนที่นางได้พบกับภูตปลาตัวน้อยที่นางบังเอิญจับได้มา.....