บทที่ 17: ขึ้นบ้านใหม่ริมน้ำตก
แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดที่คืบคลานมาจากขอบฟ้าผืนป่าชั้นนอกของอาณาเขตต้องห้ามเริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่่เวลาแห่งรัตติกาล เสียงนกฮูกป่าและแมลงกลางคืนเริ่มบรรเลงเพลงประสานเสียงรับ่ต่อจากสรรพสัตว์ยามทิวาอุณหภูมิของอากาศรอบตัวลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนความเย็นะเืเริ่มจับตัวเป็หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า
ทว่าท่ามกลางความมืดมิดและเหน็บหนาวของธรรมชาติอันดิบเถื่อน บนเนินดินที่อยู่เหลื่อมจากน้ำตกม่านไพลินกลับมีสิ่งปลูกสร้างหนึ่งตั้งตระหง่านท้าทายกฎเกณฑ์แห่งพงไพร
‘บ้านหินชั้นเดียวพร้อมชั้นลอย ’ ผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นแรกแห่งรัฐอิสระเฮเซลบรุคบัดนี้ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่อาศัยอย่างเป็ทางการแล้ว
กำแพงหินแม่น้ำสีเทาอมดำที่ถูกก่อขึ้นด้วยเทคนิคสลับรอยต่อ ยืนหยัดอย่างมั่นคงรอยรั่วทั้งหมดถูกปิดผนึกด้วยยาแนวดินเหนียวผสมมอสส์ ทำหน้าที่เป็ฉนวนกันลมและแมลงได้อย่างไร้ที่ติเหนือขึ้นไปโครงหลังคาไม้โอ๊กเหล็กแข็งแรงถูกมุงทับด้วยแผ่นหินบางซ้อนเกล็ดอย่างเป็ระเบียบแผ่นหินแต่ละชิ้นเรียงตัวจากชายคาขึ้นสู่สันจั่วในจังหวะซ้อนทับที่แม่นยำไม่มีช่องโหว่ให้แสงจันทร์ หยาดฝน หรือลมหนาวเล็ดลอดเข้ามาได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
หลังคาหินสีเทาเข้มสะท้อนแสงสุดท้ายของวันเป็ประกายอ่อนๆราวกับเกราะธรรมชาติที่ครอบปกป้องบ้านทั้งหลังเอาไว้ มันหนักแน่น ทนไฟ ทนฝนและเข้ากับผนังหินด้านล่างอย่างสมบูรณ์แบบจนบ้านหลังนี้ดูไม่เหมือนสิ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จในเวลาไม่กี่วันหากดูราวกับมันเติบโตขึ้นมาจากเนินดินแห่งนี้ั้แ่แรกเริ่ม
ทางทิศตะวันตกของตัวบ้านต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุขยืนแผ่เรือนยอดสีส้มผสมชมพูอยู่เงียบๆ ใบไม้ของมันไหวเบาๆตามแรงลมเย็น กลิ่นหอมจางๆ ลอยมากับอากาศอย่างแ่บาง ปะปนกับกลิ่นหินอุ่น ดินชื้นและควันไม้จากปล่องไฟ ทำให้พื้นที่รอบบ้านเต็มไปด้วยความสงบที่ยากจะอธิบาย
ประตูกรอบไม้ชั่วคราวถูกนำมาปิดกั้นทางเข้าออกทางทิศใต้เพื่อรักษามวลอากาศภายในให้เป็ระบบปิด แม้มันจะยังไม่ใช่ประตูถาวรที่สวยงามนักแต่สำหรับคืนนี้ มันคือเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “ป่าอันหนาวเย็น”กับ “บ้านอันอบอุ่น”
ภายในตัวบ้านหินความมืดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเพราะที่กึ่งกลางของพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดสี่คูณหกเมตร เตาผิงมวลความร้อน กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขัน
เปรี๊ยะ...แครก...
เสียงท่อนไม้แห้งแตกปะทุเบาๆคลอเคล้าไปกับเสียงของน้ำตกม่านไพลินที่แว่วเข้ามาจากภายนอกอีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปี นั่งคุกเข่าอยู่หน้าเตาผิงเขาใช้กิ่งไม้เขี่ยก้อนถ่านให้แตกตัวเพื่อเร่งปฏิกิริยาการเผาไหม้เปลวไฟสีส้มอมแดงลุกโชนขึ้นภายในห้องเผาไหม้แสงสว่างของมันสาดกระทบผนังหินแม่น้ำรอบด้านอาบไล้ความแข็งกระด้างของก้อนหินให้กลายเป็สีส้มทองที่ดูนุ่มนวลและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
ควันไฟทั้งหมดถูกแรงดูดจากปรากฏการณ์ปล่องไฟ ดึงลอยขึ้นไปตามปล่องหินและระบายออกสู่ภายนอกเหลือทิ้งไว้เพียงรังสีความร้อนที่เริ่มแผ่ซ่านออกจากก้อนหินแกรนิตที่ประกอบเป็ตัวเตา
เหนือศีรษะของเขาหลังคาแผ่นหินซ้อนทำหน้าที่ต่างจากหลังคาหญ้าหรือใบไม้โดยสิ้นเชิงมันไม่เพียงกันฝนและลม แต่ยังรับความร้อนบางส่วนจากอากาศภายในและค่อยๆสะท้อนความอบอุ่นกลับลงมาอย่างช้าๆ ราวกับมีฝ่ามือหินขนาดใหญ่กำลังโอบครอบพื้นที่เล็กๆนี้เอาไว้
“ระบบทำความร้อนทำงานสมบูรณ์แบบ...” อีไลอัสพึมพำด้วยรอยยิ้มบางๆเขายื่นมือออกไปผิงไฟ ััได้ถึงไออุ่นที่แทรกซึมเข้าสู่ิั “กำแพงหินเก็บความร้อน เตาผิงเป็แกนกลาง แล้วหลังคาหินช่วยกักอุณหภูมิ้า...คืนนี้ต่อให้ไฟมอด เราก็ไม่ต้องตื่นมาหนาวสั่นเหมือนตอนอยู่เพิงหมาแหงนอีกแล้ว”
“ครอกกก... ฟี้...”
เสียงกรนที่ดังและสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อมดึงความสนใจของสถาปนิกน้อยให้หันไปมอง ที่บริเวณพื้นดินเรียบๆ หน้าเตาผิง บาร์นีย์หมีั์อสูรระดับ Aซึ่งเป็ ‘รถเครนประจำไซต์งาน’ ผู้ทุ่มเทแรงกายแบกหิน ยกไม้ และขนแผ่นหินหลังคามาตลอดหลายวันบัดนี้ได้ยึดครองพื้นที่ทำเลทองตรงนั้นไปเป็ที่เรียบร้อย
ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าสองเมตรครึ่งของมันนอนตะแคงผึ่งพุงรับไออุ่นจากเตาไฟอย่างเต็มที่ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงการหลับลึกที่เต็มไปด้วยความปลอดภัยและผ่อนคลายแม้ในบ้านจะยังไม่มีเบาะนุ่มๆ หรือเก้าอี้สวยๆ แต่สำหรับบาร์นีย์ พื้นดินอุ่นๆข้างเตาผิงก็เพียงพอจะเป็ห้องพักระดับห้าดาวแล้ว
“ทำงานหนักมาทั้งวัน พักผ่อนให้เต็มที่เถอะนะพ่อหนุ่ม” อีไลอัสหัวเราะเบาๆ ในมุมมองทางวิศวกรรมของเขาร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและไขมันของบาร์นีย์ ก็เปรียบเสมือน ‘แบตเตอรี่กักเก็บความร้อนชีวภาพ’ อีกก้อนหนึ่งที่ช่วยแผ่ไออุ่นให้กระจายไปทั่วพื้นบ้านหินแห่งนี้
อีไลอัสปัดฝุ่นที่มือลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังบันไดไม้ที่ตีพาดขึ้นสู่พื้นที่้าเขาปีนขึ้นไปทีละขั้น ทันทีที่ศีรษะของเขาทะลุผ่านระดับความสูงของคานหลักสิ่งแรกที่ััได้คือ ‘ชั้นอากาศอุ่น’ ที่ลอยตัวอยู่้า
มันเป็ไปตามกฎของอุณหพลศาสตร์ ทุกประการอากาศร้อนมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศเย็น มันจึงลอยตัวสูงขึ้นมาสะสมอยู่บริเวณใต้เพดานหลังคาแผ่นหินซ้อนและถูกกักเก็บไว้โดยมีพื้นที่ของ ‘ชั้นลอย ’ คอยรองรับมวลอากาศเ่าั้เอาไว้
หลังคาหิน้าไม่ได้ทำให้บ้านเย็นเฉียบอย่างที่บางคนอาจคิดตรงกันข้ามเมื่อมันถูกวางซ้อนอย่างแ่าและเชื่อมเข้ากับโครงไม้โอ๊กเหล็กอย่างมั่นคงมันกลับกลายเป็มวลป้องกันอุณหภูมิชั้นยอด ช่วยกันลมหนาวจากภายนอกและสะท้อนความอบอุ่นจากเตาผิงไม่ให้หนีหายขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนเร็วเกินไป
ชั้นลอยแห่งนี้จึงกลายเป็พื้นที่ที่อบอุ่นที่สุดในบ้านอย่างแท้จริง
บนแพลตฟอร์มไม้กระดานของชั้นลอยอีไลอัสได้นำหญ้าแห้งสะอาดที่ตากแดดจนหมดความชื้นมาปูลาดไว้จนหนานุ่มเหมือนฟูกที่นอน มันไม่ใช่หญ้าคาที่ใช้มุงหลังคาอีกต่อไปแต่เป็วัสดุปูรองนอนแบบเรียบง่าย กลิ่นหอมของแดดและพืชแห้งลอยอ่อนๆผสมกับกลิ่นไม้โอ๊กเหล็กที่เพิ่งผ่านการตัดแต่ง ทำให้พื้นที่เล็กๆใต้จั่วหลังคาหินดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนฟูกหญ้าแห้งนั้นััถึงความนุ่มสปริงตัวที่รองรับแผ่นหลังที่ปวดเมื่อยได้อย่างพอดิบพอดี
ตุบ!
เสียงฝีเท้าเบาๆะโตามขึ้นมา ฟินน์ ลูกจิ้งจอกอสูรสีส้มแดง ก้าวขึ้นมาบนชั้นลอยอย่างคล่องแคล่วมันเดินวนไปวนมาบนฟูกหญ้าแห้งสองสามรอบเพื่อหาจุดที่สบายที่สุดก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขดเป็ก้อนกลมๆ อยู่ตรงบริเวณ ‘ปลายเท้า’ของอีไลอัสพอดิบพอดี หางเป็พวงของมันตวัดมาซุกไว้ใต้คางดวงตาสีอำพันหรี่ลงด้วยความฟินขั้นสุด
“โฮ่ง... อุ่นจังเลยเ้านาย... อุ่นกว่าขนของแม่ฉันอีก...” เสียงของฟินน์ดังก้อง มันเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนและเปี่ยมสุข
“ก็บอกแล้วไง ว่าตรงนี้คือห้องนอนระดับวีไอพี” อีไลอัสขยับเท้าไปซุกกับก้อนขนอุ่นๆของลูกจิ้งจอก ฟินน์ไม่ได้หนีแต่กลับขยับตัวเบียดเข้าหาเพื่อแลกเปลี่ยนไออุ่นซึ่งกันและกัน “คืนนี้แกทำหน้าที่เป็กระเป๋าน้ำร้อนให้ฉันก็แล้วกันนะไอ้หนู”
“ไว้ใจได้เลยเ้านาย! ฉันจะนอนทับเท้าเ้านายไม่ให้ขยับไปไหนเลย!แล้วก็ไม่ต้องกลัวตัวอะไรมาบุกบ้านเราด้วยนะ!” ฟินน์พูดอวดสรรพคุณแม้ตาจะหลับไปแล้วครึ่งหนึ่ง “ฉันน่ะไม่ใช่แค่จิ้งจอกดมกลิ่นกิ๊กก๊อกหรอกนะจะบอกให้ว่าเวทมนตร์ของฉันน่ะเป็สายโจมตีนะเว้ย!ถ้ามีมอนสเตอร์หน้าโง่ตัวไหนกล้าพังประตูบ้านเราเข้ามาล่ะก็ฉันจะยิงลูกไฟอัดหน้ามันให้หงายเงิบไปเลย! เ้านายนอนหลับให้สบายเถอะฉันจะคุ้มครองบ้านนี้เอง!”
คำคุยโตของลูกจิ้งจอกตัวกะเปี๊ยกทำเอาอีไลอัสหลุดยิ้มกว้างคิดถึงครั้งที่เ้าขนสีส้มตัวนี้ตัวสั่นหงึกๆ ตอนเจอบาร์นีย์ครั้งแรก
“ครับๆ ท่านนักรบเวทมนตร์ผู้ยิ่งใหญ่คืนนี้ฝากความปลอดภัยของบ้านด้วยก็แล้วกันนะ”
อีไลอัสยกมือขึ้นประสานกันรองใต้ท้ายทอยสายตาของเขามองลอดผ่านแสงสลัวของเปลวไฟที่สะท้อนขึ้นมาจับจ้องไปยังแนวโครงหลังคา้า
เหนือเขาไม่ใช่เพดานหญ้าคา ไม่ใช่ใบไม้แห้งที่อาจปลิวหายไปกับพายุแต่เป็แผ่นหินซ้อนเรียงกันอย่างหนักแน่น ทุกแผ่นคือวัสดุจริงที่เขาเลือกเอง ตัดแต่งเองและใช้สกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร] ผสานเข้ากับโครงไม้ทีละชิ้นหลังคาหินนั้นอาจดูหนักในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับอีไลอัสมันคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับบ้านหินหลังนี้
มันคือหลังคาที่ไม่หวั่นไฟจากปล่องควันไม่สะท้านฝนจากพายุฤดูร้อน และไม่ยอมให้ลมหนาวจากป่าต้องห้ามแทรกเข้ามาขโมยความอบอุ่นของเขาไปง่ายๆ
ความเงียบสงบโอบล้อมจิตใจของเขา...เป็ความสงบที่เขาโหยหามาตลอด่ชีวิตของการเป็ผู้ใหญ่
ในห้วงความคิดของอดีตสถาปนิกวัยสามสิบห้าปีภาพเปรียบเทียบระหว่าง ‘ชีวิตเก่า’ และ ‘ชีวิตใหม่’เริ่มฉายชัดขึ้นมาในสมอง
ย้อนกลับไปในโลกแห่งความเป็จริงอีไลอัส บรุคคือเ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวงที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบตารางเมตรคอนโดของเขาตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์สุดหรู มีระบบสมาร์ทโฮมควบคุมอุณหภูมิมีหน้าต่างกระจกบานั์ที่มองเห็นวิวตึกระฟ้าและแสงสีของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหลมีโซฟาหนังแท้จากอิตาลี และมีเตียงนอนคิงไซส์ราคาหลักแสน
แต่น่าแปลก...ท่ามกลางความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำยุคเ่าั้ เขากลับไม่เคยััได้ถึงคำว่า ‘บ้าน’ เลยสักครั้ง
คอนโดหรูหลังนั้นเป็เพียง‘สถานกักกัน’ ที่เขาใช้ซุกหัวนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันอากาศที่เย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศไม่เคยทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจวิวเมืองหลวงที่สวยงามมีแต่จะคอยตอกย้ำถึงการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุดทุกครั้งที่เขานอนลงบนเตียงราคาแพงสมองของเขาจะถูกรุมเร้าด้วยเดดไลน์งานที่ไล่จี้หลัง อีเมลจากลูกค้าที่ไร้เหตุผลและความกดดันที่บีบรัดหัวใจจนหายใจไม่ออก คอนโดนั้นกว้างใหญ่...แต่เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างที่สุดในโลก
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน...
เขากำลังนอนอยู่บนชั้นลอยไม้กระดานที่ปูด้วยหญ้าแห้งในบ้านหินชั้นเดียวขนาดเพียงยี่สิบสี่ตารางเมตร ไม่มีเครื่องปรับอากาศไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรูหรา ไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าผนังหินขรุขระและมีคราบดินเหนียวผสมมอสส์ตามรอยยาแนวหลังคาเป็แผ่นหินซ้อนเรียบง่ายที่หนักแน่นกว่าวัสดุหรูหราใดๆที่เขาเคยใช้ในโครงการราคาแพง
แต่มันกลับเป็สถานที่ที่เขารู้สึก‘ปลอดภัยและสงบ’ ที่สุดในชีวิต
ที่นี่ไม่มีเดดไลน์ไม่มีเสียงเตือนอีเมลด่วนไม่มีใครมาสั่งให้เขารื้อแบบแปลนเพื่อความพึงพอใจส่วนตัวของใครที่นี่มีเพียงความซื่อสัตย์ของแรงโน้มถ่วง ความจริงใจของมวลความร้อนและความผูกพันของสัตว์อสูรสองตัวที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขา
ทุกก้อนหินที่ถูกก่อทุกท่อนไม้ที่ถูกวาง ทุกแผ่นหินที่ซ้อนเป็หลังคา ทุกรอยยาแนวที่ถูกอุด...มันมาจากน้ำพักน้ำแรงและการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว
มันคือสถาปัตยกรรมที่บริสุทธิ์ที่สุดเพราะมันถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อ ‘การมีชีวิตอยู่’ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดฐานะทางสังคม
นอกหน้าต่างชั่วคราวเงาสีเข้มของต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุขทอดผ่านลานหินหน้าบ้านใบไม้สีส้มชมพูของมันไหวอยู่ในความมืดอย่างอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆลอยเข้ามาในบ้านตามรอยแยกเล็กน้อยของประตูไม้ช่วยให้บรรยากาศภายในสงบลงอย่างประหลาด
ดวงตาของเด็กชายที่เคยมืดหม่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าจากโลกก่อนบัดนี้เริ่มมี ‘ประกาย’ แห่งชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง
“สถาปนิกที่หมดไฟ ทำงานหนักจนตายคาโต๊ะพร้อมกาแฟเย็นชืดงั้นเหรอ...”อีไลอัสรำพึงกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ “ชายคนนั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ...ตอนนี้เหลือเพียงแค่ผู้ใหญ่บ้านแห่งเฮเซลบรุค ผู้รักความสโลว์ไลฟ์และหลงใหลในการสร้างบ้านด้วยสองมือของตัวเอง”
ไอความร้อนจากเตาผิงเบื้องล่างยังคงแผ่กระจายโอบล้อมพื้นที่ชั้นลอยเอาไว้อย่างนุ่มนวลเสียงกรนของบาร์นีย์ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ผสานกับเสียงลมหายใจฟี้ๆของฟินน์ที่หลับสนิทไปแล้วตรงปลายเท้า
อีไลอัสรู้สึกว่าเปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้งความเหนื่อยล้าทางกายจากการก่อสร้างบ้านหินมาหลายวันเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ในการพักผ่อนทว่าความเหนื่อยล้าทางใจที่เคยเกาะกินิญญามานับสิบปี กลับถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้นด้วยความอบอุ่นของบ้านหลังนี้
“ถ้าการสร้างบ้านหินเล็กๆ หนึ่งหลัง มันเติมเต็มจิติญญาได้ขนาดนี้.”
ก่อนที่สติจะหลุดลอยเข้าสู่ห้วงนิทรารอยยิ้มแห่งความทะเยอทะยานที่ถูกจุดประกายขึ้นใหม่ก็ปรากฏบนใบหน้าของอดีตสถาปนิกซีเนียร์
“แล้วถ้าฉันสร้างโรงอาบน้ำล่ะ... สร้างโรงเก็บเสบียงล่ะ...สร้างระบบประปาล่ะ... หรือสร้างหมู่บ้านสำหรับผู้อพยพในอนาคตล่ะ...มันจะสนุกและมีความสุขขนาดไหนกันนะ...”
ประกายไฟในเตาผิงหินอาจจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแต่ประกายฝันในการสร้างสรรค์ที่เพิ่งถูกจุดขึ้นมาใหม่ในใจของอีไลอัสต่างหากที่จะกลายเป็เชื้อเพลิงขับเคลื่อนชีวิตในต่างโลกของเขาตลอดไป
คืนแรกของการย้ายเข้าบ้านหินอย่างเป็ทางการ...จบลงด้วยการหลับใหลที่ลึกซึ้งและมีความสุขที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค
หน้าจอโฮโลแกรมสีทองกะพริบขึ้นมาที่มุมสายตา
[ การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างสำเร็จ:บ้านหินชั้นเดียวพร้อมชั้นลอย ]
[ ความทนทานโครงสร้าง: 100/100]
[ ค่าความพึงพอใจของผู้สร้างและผู้อยู่อาศัย:สูงสุด ]
[ คุณได้รับค่าประสบการณ์จากการพัฒนาอาณาเขต]