หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 แย่งอาหาร

            เปลวไฟจากกองไฟยังคงลุกโชน

            เหล่าปานำกิ่งไม้อีกสองสามกิ่งมาใส่เพิ่ม จากนั้นก็ใช้ไม้ท่อนหนึ่งมาทำเป็นขื่อพาด บนขื่อไม้ด้านหนึ่งนั้นมีหม้อแขวนอยู่ใบหนึ่ง ส่วนปลายอีกด้านของไม้ก็เสียบกระต่ายตัวอ้วนไว้ตัวหนึ่ง

            เหล่าปาใช้ไม้สนในการเสียบทะลุตัวกระต่าย จากนั้นจึงนำไปย่างไฟด้วยการหมุนกลับด้านไปเรื่อยๆ เนื้อกระต่ายนั้นจะสุกหรือไม่ก็มิอาจทราบ ทว่าไม้สนที่เสียบอยู่นั้นกลับส่งเสียงปะทุขึ้นไม่ขาดสาย พร้อมทั้งกลิ่นหอมของไม้สนย่างที่อบอวลไปทั่ว

            อาลู่ที่นอนอาบแดดมาทั้งวัน บัดนี้ใบหน้าที่เคยขาวซีดจึงระเรื่อไปด้วยสีแดงจางๆ

            กระทั่งเจ้านกอินทรีที่สลบไปก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

            ดวงตาคู่น้อยของมันเมื่อลืมขึ้นก็ไปสบเข้ากับร่างกระต่ายที่โดนเสียบไม้ย่างกำลังหมุนอยู่กลางกองไฟ เมื่อมันเห็นเช่นนั้นก็แทบตกใจเสียจนจะเป็นลมไปอีกรอบ ด้วยอารามตกใจคิดว่าร่างในกองไฟนั้นเป็นตัวเองที่กำลังถูกย่างอยู่

            มันนั้นใช่จะไม่เคยเห็นนกตัวอื่นถูกมนุษย์ย่างกิน

            ผู้อาวุโสตัวอื่นก็ยังเคยแนะนำมันว่า หากเจอเจ้าพวกสองขาเมื่อใดก็ให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุด ทว่าสองขาหัวโล้นบนภูเขาหิมะนั้นนับเป็นข้อยกเว้น

            เหล่าพวกเพื่อนนกของมันก็ชอบไปหาอาหารจากพวกหัวโล้นนัก เมื่อกินอาหารกันอิ่มแล้วก็ค่อยพากันบินจากไป

            เจ้าอินทรีมองกระต่ายที่กำลังย่างอยู่บนเตาไฟ ด้านหลังนั้นมีเจ้าสองขาที่มีก้อนเนื้อก้อนโตอยู่บนหลังกำลังใช้มือใหญ่ๆ หมุนกระต่ายไปมา ทันใดเจ้านกก็พลันสะดุ้งโหยง รีบกระถดตัวไปด้านหลัง

            เพราะด้านหลังตรงนั้นเป็นม้าสีนิลที่เพิ่งกระทืบมัน

            มันแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเกือบถูกเจ้าสี่ขานั่นกระทืบตาย บัดนี้จึงได้แต่แอบมองเจ้าสี่ขานั่นหยอกเล่นกับเจ้าทารกสองขา

            เจ้าอินทรีนั้นทำท่าทางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลากปีกขยับเข้าไปข้างกายเด็กหนุ่มที่นอนบาดเจ็บอยู่

            เจ้านกนี่เพียงแค่เพิ่งตื่น อาลู่ก็รับรู้ได้แล้ว ท่าทางเอิกเกริกของมัน แววตาชั่วร้ายที่สอดส่องไปทั่ว พร้อมเสียงเคลื่อนไหวกุกๆ กักๆ

            สุดท้ายเขาจึงรู้ได้ว่าเจ้านกเพี้ยนนี่กำลังพยายามขยับมาหาเขา ขยับเข้ามาเสียจนชิดแขนของเขา

            เด็กหนุ่มก็ได้แต่จนใจ เพราะแขนของเขานั้นมีไว้เพียงให้น้องสาวซบเท่านั้น

            ทารกน้อยเมื่อเห็นอาณาเขตของตนกำลังถูกยึดครอง ก็รีบผละจากเจ้ามืดและเจ้าก้าง รีบใช้ทั้งมือและเท้าคลานมาหาพี่ชายตนทันที

            เจ้านกรู้สึกว่าเจ้าสองขาข้างกายตนนั้นมีกลิ่นหอมบางอย่างออกมาจากร่างกาย ซ้ำยามที่เจ้าเด็กนี้ยกเจ้าวงกลมนั้นขึ้นมาเป่า ยามได้ยินเสียงก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดจนอยากจะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ 

            มันยังจำได้ว่ายามอยู่บนภูเขาหิมะ เหล่าพวกพ้องของมันนั้นเพียงแค่ยอมเข้าใกล้เจ้าพวกสองขาหัวโล้น เจ้าพวกนั้นก็ดีใจเสียจนคุกเข่าพร้อมก้มหัวคารวะ ดังนั้นการที่มันยอมเข้าใกล้เจ้าเด็กนี่ก็นับว่าเป็นความเมตตาแล้ว

            ทว่าคาดไม่ถึงว่าเพียงจะเพิ่งเข้าใกล้เจ้าเด็กหนุ่ม เจ้าทารกสองขานั้นก็เร่งคลานมาทางตนเสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรเสียมันก็ไม่กลัวเจ้าเด็กนี่หรอก ยังเป็นแค่ทารกเช่นนี้ไม่น่าจะมีแรงมากเท่าใดนัก

            เพียงแต่ครู่ต่อมามันกลับถูกเจ้าตัวเล็กนี่พยายามใช้กำลังยึดพื้นที่ที่มันเพิ่งจะครอบครองได้แค่ครู่เดียวคืน พร้อมใบหน้าราวกับอันธพาลตัวน้อย

            เจ้าอินทรีแทบไม่อยากเชื่อว่า มันจะถูกเจ้าเด็กนี่ผลักออกมาเสียแล้ว

            ถึงกระนั้นแม้ปีกมันจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าตัวมันเองก็แรงเยอะไม่เบา มันไม่ยอมถอยให้หรอก ทันใดก็พลันโรมรันเข้าไป ใช้กรงเล็บตบเจ้าทารกน้อยให้ล่าถอยไป แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเจ้าเด็กนั่นโผตัวโถมเข้ามาหามันแทน

            อาลู่กับเหล่าปาจึงได้เห็นทารกน้อยกับอินทรีศักดิ์สิทธิ์ตีกันจนตัวกลม เสียงตึงตังดังไปทั่ว

            ไม่ว่าจะแยกกันอย่างไรก็แยกไม่ได้

            ผ่านไปเพียงครู่เดียวเฉินโย่วน้อยก็คว้าหมับเข้ากับขนมันเงางามของเจ้าอินทรีได้เส้นหนึ่ง จากนั้นก็หันหน้ากลับคลานไปทางพี่ชายด้วยไปสีหน้าที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเลิกรา จากนั้นจึงซบลงกับแขนพี่ชาย

            ทางเจ้านกก็ได้แต่ก้มหัวต่ำลงด้วยความน้อยใจ ใบหน้านกนั้นทำท่าราวกับไม่เข้าใจเรื่องตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังกลับไปแอบที่เดิม

            เหล่าปาพลันหน้ากระตุกกับภาพตรงหน้า

            ตั้งแต่ทุ่งหญ้ามีเจ้าเด็กสองคนนี้มาอยู่อาศัย นับวันก็ยิ่งมีแต่เรื่องสนุก

            กระต่ายป่าที่เขากำลังย่างอยู่นี้ก็ได้เจ้าทารกน้อยเป็นคนลากมาให้ กระต่ายลักษณะดีสีขาวบนศีรษะปรากฏรอบกีบเท้าของม้าที่เขาก็สงสัยว่าเจ้ากระต่ายนี่ดวงซวยถึงเพียงใด ถึงได้ถูกจับมาเช่นนี้ได้

            เจ้ากระต่ายนี่ก็ช่างตายได้น่าอนาถเหลือเกิน รอยกีบเท้าบนหัวมันก็มีทั้งของเจ้ามืดและเจ้าก้าง

            ทว่ายามเนื้อมันย่างสุกก็หอมไม่เบา แทบจะตลบอบอวลไปทั้งท้องทุ่งหญ้า

            เหล่าปาเองก็รู้สึกว่าสองสามวันมานี้สีหน้าของตนดีขึ้นไม่น้อย ในอดีตยามเหมันต์มาเยือนก็ได้แต่หนาวจับใจ ทว่าบัดนี้เรี่ยวแรงกลับเพิ่มขึ้นมากโข

            เหล่าปาฉีกเนื้อกระต่ายออกเป็นส่วนๆ

            เขาชอบกินส่วนหัว สะโพก และสันในของกระต่าย

            เมื่อเหล่าปาแบ่งเรียบร้อยก็ส่งส่วนขากระต่ายให้อาลู่ ด้วยอาลู่นั้นบาดเจ็บอยู่ ขากระต่ายนั้นนุ่มเคี้ยวง่ายที่สุด

            ส่วนเฉินโย่วน้อยนั้นเพราะยังไม่มีฟันจึงกินได้แค่น้ำแกงข้นๆ เติมเนื้อกระต่ายฉีกลงไปเล็กน้อย

            อาลู่นั่งพิงกระท่อมในมือค่อยๆ ตักน้ำแกงขึ้นดื่ม มองเจ้านกที่หลบอยู่อีกมุม ในใจคิดว่าน้องสาวถึงขั้นดึงขนมันหลุดมาอีกเส้น จึงได้ฉีกเนื้อโยนให้มัน

            เจ้าอินทรีเห็นเช่นนั้นก็นึกสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้กรงเล็บลากชิ้นเนื้อนั้นเข้ามาหาตน แล้วจึงเริ่มกิน รู้สึกว่าเจ้าเนื้อนี่ไม่เหมือนเนื้อปกติที่มันเคยกิน แต่ก็รู้สึกว่าอร่อยนัก

            กินไปเพียงคำหนึ่งเจ้านกก็ตาเป็นประกาย

            มันพลันลุกขึ้น ตาทั้งสองจับจ้องเด็กหนุ่มด้วยความใคร่รู้

            อาลู่มองใบหน้าหลากหลายอารมณ์ที่เขาไม่เคยเห็นของเจ้านก

            เขาเป็นคนที่เคยลำบากมาก่อน ปกติได้กินเนื้อแม้แต่กระดูกยังต้องกัดให้แหลก มีเสียที่ไหนจะโยนอาหารของตนให้สัตว์ง่ายๆ เช่นนี้

            ถ้าไม่ใช่ว่าเหล่าปาห้ามไว้ เขาเองก็คงจะจับเจ้านกนี่ย่างเสียแล้ว เจ้านกนี่ตัวใหญ่ขนาดนี้ เนื้อของมันน่าจะมันไม่เบา

            ทว่ายามโดนเจ้านกเพี้ยนจ้องอยู่เช่นนี้ อาลู่จึงได้แต่เลือกกระดูกที่กัดให้แหลกไม่ได้ โยนไปให้

            เมื่อเห็นเจ้านกก็ไม่เลือกกิน

            ครั้งนี้มันไม่ได้ใช้ปีกมาลากไปกินอย่างทีแรกแล้ว แต่กลับยืดคอออกมาจิกเข้าปากแทน

            เหล่าปาเมื่อเห็นเช่นนั้นก็นึกสนุก จึงโยนกระดูกออกไปให้ชิ้นหนึ่งเช่นกัน ทว่าเจ้านกนั้นกลับไม่แม้จะหันมองกระดูกของเขา

            เหล่าปา “...”

            อาลู่รู้สึกว่าเจ้าอินทรีนี่ดูน่าสนใจไม่น้อย จึงได้ลองปากระดูกในมือออกไปไกลๆ

            ทว่าเจ้านกที่ดูภายนอกเหมือนปีกจะได้รับบาดเจ็บนั้น บัดนี้กลับสยายปีกขึ้นบินรับกระดูกชิ้นนั้นอย่างแม่นยำ แล้วกินลงท้องไปภายในพริบตา จากนั้นก็บินกลับมาตรงหน้าอาลู่ เพื่อรอชิ้นถัดไป

            อาลู่มองเจ้านกบินราวกับคนเขลา ไอ้นกนี่มันเพิ่งจะบินไม่ใช่หรือไร

            มันบินได้แล้ว เหตุใดจึงไม่บินจากไปเล่า

            เจ้าอินทรีบินมาหยุดลงตรงหน้าอาลู่ ใบหน้าปรากฏแววพอใจ เพียงแต่เจ้าเด็กนั่นกลับปล่อยให้มันรออยู่ตั้งนานสองนาน มันเป็นถึงอินทรีผู้สูงส่ง ที่ขนาดเจ้าพวกหัวโล้นบนภูเขาหิมะยังต้องคุกเข่าคารวะอยู่ทุกวี่ทุกวัน เหตุไฉนเพียงแค่รับกระดูกชิ้นหนึ่งได้ มันจะต้องรู้สึกดีใจถึงเพียงนี้ ซ้ำยังรู้สึกภูมิใจอยู่นิดหน่อยอีกด้วย

            “ท่านอาปา...ท่านมิใช่กล่าวว่ามันเป็นนกศักดิ์สิทธิ์หรือ” อาลู่อดไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถาม

            หลังคดงอของเหล่าปาพลันรู้สึกตึง

            “อ่า อาจจะ...อาจจะไม่ใช่อินทรีกระมัง”

            เฉินโย่วน้อยมองเจ้านกที่เพิ่งโผมายืนตรงหน้าตนอีกแล้ว นางมิสนหรอกว่ามันเป็นนกศักดิ์สิทธิ์หรือมิใช่นกศักดิ์สิทธิ์ แต่มาแย่งอาหารพี่ชายเช่นนี้ย่อมมิถูกต้อง

            นางตัดสินใจไม่กินข้าวต่อ ด้วยไม่อยากกินตั้งแต่แรก เพราะรสชาติมันช่างแย่เหลือเกิน ทารกน้อยจึงลากแขนเสื้อตนขึ้นแล้วคลานไปทางเจ้านก ก่อนจะเหยียบเจ้านกกับร่างของมัน แล้วลงมือตบตีเจ้านกทันที สุดท้ายจึงคว้าลงบนขนมันอีกเส้น

            อาลู่ทนดูต่อไม่ไหวรีบอุ้มน้องสาวมาทางตน นางจึงจะยอมเลิกแล้วต่อกัน

            ข้าวมื้อนี้จึงกินไปก็ดูมหรสพไป

            เมื่อกินข้าวเสร็จอาลู่ก็เอาเจ้าวงกลมบนสร้อยคอมาจับเล่น แล้วจึงลองเป่าอีกทีหนึ่ง

            ครั้งนี้ได้ยินเป็นเสียงเบาๆ

            เสียงที่เป่านั้นไม่ได้มีทำนองอะไร เป็นเพียงเสียงใสๆ ทว่าคนที่ได้ยินนั้นกลับรู้สึกสงบ

            เจ้าอินทรีตัวเดิมเหลือบมองเจ้าทารกสองขาที่นิสัยดุดันกว่าใครกำลังนอนหลับ ก่อนจะค่อยๆ ขยับไปแอบอยู่ด้านข้าง

            เหล่าปาพลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าตนนั้นช่างซับซ้อน มองไปก็เห็นเด็กสองคนกับนกตัวใหญ่ที่นอนอยู่ด้านข้าง ถัดไปก็มีเจ้าม้าสองตัว และชายหลังค่อมเช่นเขา

            เด็กนั้นจำเป็นต่อภูเขาแห่งนี้นัก

            เด็กนั้นทำให้ผู้ใหญ่มีแรง

            เขาจึงลากเตียงของตนม้าไว้ในกระท่อมไม้ ก่อนจะหลับไปพร้อมความรู้สึกว่าข้างกายตนนั้นอุ่นกว่าที่เคย

    นิยายแนะนำ

    ระบบประเมินสมบัติระดับเทพ : ผมนี่แหละคือผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่ง

    ระบบประเมินสมบัติระดับเทพ : ผมนี่แหละคือผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่ง

    นิยาย แฟนตาซี
    909 100
    [นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    [นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    นิยาย แฟนตาซี
    416K 1563
    Be(au) Love ความรักของบิว (Special)

    Be(au) Love ความรักของบิว (Special)

    นิยาย Y (Yaoi)
    1K 2
    บำบัดรักนายนักดนตรี

    บำบัดรักนายนักดนตรี

    นิยาย รัก
    1K 20
    วิถีจุติ: เส้นทางแห่งการล้างแค้น

    วิถีจุติ: เส้นทางแห่งการล้างแค้น

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    606 12
    หนีร้าย พ่ายรัก

    หนีร้าย พ่ายรัก

    นิยาย รัก
    222 1
    ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    16K 60
    กุ้ยเฟยหลงยุคมาสืบคดี

    กุ้ยเฟยหลงยุคมาสืบคดี

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    1K 6
    โฉมงามในอ้อมกอดขุนหลวงวิปลาส

    โฉมงามในอ้อมกอดขุนหลวงวิปลาส

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    262 3
    [มี E-book] ตัวประกอบอย่างข้า(เผลอ)จีบพระเอกธงแดงโดยไม่รู้ตัว

    [มี E-book] ตัวประกอบอย่างข้า(เผลอ)จีบพระเอกธงแดงโดยไม่รู้ตัว

    นิยาย รัก
    2K 61